[ Fic Reborn / Varia ] H.Princess♡ ยินดีที่ได้รัก เจ้าหญิงคนนี้ขอป่วนวองโกเล่หน่อยนะ ! [ oc ]

ตอนที่ 12 : H.Princess | Chapter 10 [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    11 พ.ย. 61


H. Princess Chapter 10

- Feels like a little STRUCK –

รู้สึกเหมือนติดค้างอะไรกันนิดหน่อยนะ

- I'm come BACK -

เรากลับมาแล้วละ


 

“หืม ~ ? เจ้าหญิงทำอะไรอยู่น่ะ ชิชิชิ”


“หาอะไรนิดหน่อยน่ะเบล มีอะไรรึเปล่า ?”


“ชิชิชิ เปล่าหรอก ไหนขอเจ้าชายดูด้วย” สิ้นคำ เจ้าตัวก็ทรุดนั่งลงข้างๆเด็กสาวที่นอนคว่ำเล่นโน้ตบุ๊กอยู่ตรงโซฟาในห้องโถงกลาง เฟรย์เหลือบมองเจ้าชายแห่งวาเรียเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสนใจภาพในหน้าจอต่อ


ผ่านมาแล้วสองอาทิตย์หลังจากการพักร้อนในประเทศญี่ปุ่นอาทิตย์อุทัย แน่นอนว่าตรรกะที่เคยบอกเอาไว้ว่าหลังจากเวลาแห่งความสุขผ่านพ้นไปทีไร หลังจากนั้นไม่นานชีวิตก็มักจะพบกับเรื่องน่าปวดหัวที่เข้ามาวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน


แต่ในวันนี้นั้นไซร้ ดูเหมือนเทพเจ้าจะเข้าข้างน้องสาวผมทองของเรา ดูเหมือนว่าวันนี้จะสงบสุขกว่าทุกวันแฮะ สงสัยกันสินะ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง


ถ้าในเวลาปกติแล้ว เบลกับมาม่อนก็คงไม่แคล้วมาไล่แกล้งเธอรอบห้อง แต่วันนี้เจ้าตัวกลับนั่งสงบเสงี่ยมถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆทุ้มๆอย่างกับเจ้าชายจริงๆ(หนูไม่ยอมรับหรอก ใครอยากให้เบลเป็นเจ้าชายกัน เจ้าเชือดละไม่ว่า) แน่นอนว่าแอบแปลกใจ แต่สิ่งตรงหน้ามันน่าสนใจยิ่งกว่า


ดวงตาสีฟ้าสดใสสะท้อนภาพเมืองต่างๆในประเทศญี่ปุ่น tab ต่างๆมากมายที่เกี่ยวข้องกับแดนปลาดิบนั้นก็ปรากฏอยู่ด้วยกันไม่ห่าง


เจ้าของมงกุฎบนเรือนผมเลิกคิ้ว “ติดใจเหรอเจ้าหญิง ?”


“หมายถึง..?”


“ประเทศที่มีซูชิอร่อยๆอะ” เจ้าตัวว่าก่อนจะย้ายจากนั่งบนโซฟามานั่งที่พื้นแทนพลางเอนหลังไปพิงพนักด้านหลังข้างๆร่างบาง เฟรย์ร้องอ๋อออกมาเบาๆก่อนจะยกยิ้ม


“อื้อ ประเทศญี่ปุ่นน่ะนะ”


“นั่นแหละ”


“ก็มันสวยนี่นา แถมอากาศยังดีอีกต่างหาก” ว่าแล้วก็หันหน้าจอไปทางเบล “ดูสิ นี่คือนาริตะนะ น่าเสียดายที่เราไม่ไปตอนนั้น ที่นี่มีแต่วัดสวยๆเต็มไปหมดเลย”


เจ้าชายหัวเราะในลำคอ มองเด็กสาวตัวเล็กที่เล่าเรื่องราวความฝันและความประทับใจของตัวเองให้เขาฟัง ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นของยัยเฟรย์ยังไงก็ทำเขาเข้าไม่ถึงจริงๆ


ภาพเด็กขี้แยกับกับเด็กนิ่งๆตอนแรกมันหายไปไหนละเนี่ย ?


แต่อย่างนี้ก็ดี รอยยิ้มของเฟรย์ยังไงก็ดีกว่าดวงตานิ่งๆเรียบๆกับน้ำตา


“เจ้าหญิงยิ้มตลอดเลย มีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอ ?” เฟรย์เลิกคิ้วก่อนจะหัวเราะ


ฝ่ามือบางค่อยๆเลื่อนไปลูบผมสีทองสวยของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา เบลร้องหืมในลำคอแต่ไม่ได้ว่าอะไร


“ไม่รู้สิ แต่ว่าฉันอยากไปที่ญี่ปุ่นอีก” ริมฝีปากสีหวานยกยิ้มบาง “ผมนายนุ่มจังเลยเบล ไม่เคยได้จับเลยนะเนี่ย”


“เจ้าหญิงคนแรกเลยนะรู้มั้ยที่เจ้าชายยอมให้จับ” ดวงตาเบิกกว้างก่อนจะรีบชักมือกลับแต่ก็ถูกมือหนาของอีกฝ่ายรวบเอาไว้เหมือนอย่างเดิม


“ขอโทษ..”


“เปล่า เจ้าชายไม่ได้ว่า” เสียงหัวเราะชิชิดังออกมา “แต่ถ้าเป็นคนอื่นเจ้าชายคงเอามีดไล่จิ้มไปแล้ว”


“เบล นายคงไม่เอามีดแทงฉันหรอกใช่มั้ย ?” ไม่ได้ถามเล่นๆนะ นี่หยิบดาบข้างๆเตรียมรอชักแล้ว


เจ้าชายพูดจริงนา” สีหน้าตื่นตระหนกของเฟรย์ทำเขาหัวเราะอีกครั้ง “แต่เจ้าชายไม่ทำเจ้าหญิงหรอกน่า”


“...” เด็กสาวขมวดคิ้ว จับจ้องอีกฝ่ายโดยไม่ละสายตา ไม่อยากโดนจิ้มนะ


เจ้าชายลอบยิ้มมุมปาก ถดตัวเข้าไปใกล้ชิดเด็กสาวมากขึ้นพร้อมกับเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ระยะห่างเพียงน้อยนิดทำให้ไม่ต้องพูดด้วยน้ำเสียงปกติก็ได้ยิน น้ำเสียงแผ่วเบากระซิบอยู่เบื้องหน้า


“เจ้าหญิงน่ะเป็นคนแรกของทุกอย่างของเจ้าชายเลยนะ”


“..หมายความว่ายังไงเหรอเบล ?” เสียงหวานสั่นเครือเล็กน้อย เด็กสาวเบือนหน้าหนีแต่ก็ถูกบังคับให้หันกลับมา แม้ว่าเรือนผมสีทองนุ่มสลวยของอีกฝ่ายจะยาวปรกหน้าทำให้ไม่เห็นนัยน์ตา แต่ร่างเล็กก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง..ที่เธอไม่ค่อยเข้าใจเสียเท่าไหร่


“หมายความว่า..” ฝ่ามือเรียวกระชับมือเด็กสาวแน่นขึ้น “เจ้าหญิงเป็นเพื่อนคนแรกของเจ้าชาย ไม่นับเจ้าขี้งกมาม่อน เป็นคนแรกที่ทำให้เจ้าชายสนุกทุกวัน ทำให้วันนี้ไม่น่าเบื่อเหมือนทุกวัน เป็นคนแรกที่ทำให้เจ้าชายมีความสุข”


“พ..พูดอะไรน่ะเบล..” ไม่ชินกับเบลลุคนี้เลย..


“เขินรึไงเจ้าหญิง ? ชิชิชิ”


“เปล่านะ !” แล้วทำไมเสียงต้องสั่น ย้อนแย้งเกินไปแล้วนะเฟรย์ !


ชิชิชิ หน้าแดงหมดแล้ว ~ หลอกเจ้าชายไม่ได้หรอก”


“เบ๊ล ! T0T”


อยากจะเบะปากแล้วร้องงอแงดังๆ เบลหัวเราะชิชิในลำคอก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจ “ได้แกล้งเจ้าหญิงแล้วสนุกชะมัด รีแอ๊กชั่นสุดๆไปเลยละ ~”


“เบล ! นี่นาย !” ลองแกล้งอีกจะฟันแล้วจริงๆด้วยนะอะ !


มือบางเลื่อนไปกุมดาบข้างกายแน่น ดวงตาจ้องอีกฝ่ายไม่ขยับ


“ชิชิชิ ไม่มองอย่างนั้นสิเจ้าหญิง ~” เมื่อเห็นสีหน้าจะฆ่ากันของเด็กสาวผมบลอนด์ เจ้าชายแห่งวาเรียก็ได้แต่ยกยิ้มแล้วถอยตัวออกห่าง


“ชิชิชิ แต่ว่า...”


“...”


เรื่องที่เจ้าชายพูดเมื่อกี้ เจ้าชายไม่ได้ล้อเล่นนะ


ว่าจบก็พุ่งตัวหายไปจากโถง


ดวงตาสีครามใสเบิกกว้าง ทบทวนประโยคในหัวสมองตัวเองเมื่อครู่จนถี่ถ้วนและไม่ได้คิดว่าตัวเองหูฝาดไปแน่ๆ ไม่ทันไรใบหน้าหวานสวยก็ขึ้นสีแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่ ลงนอนเอาหน้าซุกหมอนอิงโซฟาราวกับจะปกปิดสีหน้าของตัวเองในตอนนี้


“เบลบ้า...”


พูดอะไรก็ไม่รู้


“บ่นอะไรพึมพำอยู่คนเดียววะยัยเฟรย์” เสียงห้าวดังขึ้นด้านบนทำให้เด็กสาวที่นอนเอาหน้าซุกหมอนอยู่ผุดลุกออกมาแทบไม่ทัน ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจางๆอยู่ลงเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร “สควอโล่”


“ทำหน้าเป็นตูดหมึกเชียว เป็นอะไรของแกวะ”


“ยุ่ง”


“เอ้า ฉันถามดีๆนะเฟ้ยยัยเด็กบ้า” ว่าแล้วก็ผลักหัวยุ่งๆหนึ่งทีก่อนจะนั่งลงข้างๆ “แล้วทำไมหน้าแดงขนาดนี้วะ ร้อน ?”


เฟรย์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนี “เปล่า”


“อ๋อหรอ อย่าให้รู้ละกันว่าทำไม” เจ้าตัวว่าไม่ใส่ใจนักก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊กที่วางอยู่ไม่ไกลขึ้นมาดู “ว่าแต่แกดูอะไรวะ อ๋อ ชอบรึไง ?”


หมายถึงญี่ปุ่นอะนะ..


“ถามเหมือนเบลเด๊ะเลย พวกนายนัดกันมาป้ะเนี่ย -0-“


เบลมาหาแกหรอ ? เมื่อกี้มันเดินสวนฉันไป” คนผมยาวยักไหล่ “ช่างหัวมัน ว่าแต่อารมณ์ไหนเนี่ยถึงมานั่งดูประเทศญี่ปุ่น ?”


“อารมณ์คนมีอารมณ์”


“อะไรของแกวะ”


“ไม่รู้สิ” เฟรย์ว่าก่อนจะเอนตัวพิงพนักโซฟา “ก็แค่อยากไปญี่ปุ่นอีก...”


“อยากเรียนที่ญี่ปุ่น ?”


ดวงตากลมหันไปมองคนพูดอย่างรวดเร็ว “ถ้าได้ก็ดี ความฝันหลังกลับมาเลยล่ะ !”


อยากเรียนที่นานิโมริ !


เสียงใสๆพร้อมกับรอยยิ้มน่ารักทำให้สควอโล่ลอบยิ้มบาง ตอนแรกก็แค่พูดลองเชิงเฉยๆว่าอยากเรียนที่ญี่ปุ่นรึเปล่า อยากไปอีกรึเปล่า และคำตอบที่ได้มันก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจซักเท่าไหร่..


ถึงจะแอบอึ้งก็เถอะ


ดวงตาสีน้ำแข็งมองตรงไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊กก่อนจะเหลือบไปมองกองหนังสือมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กด้านหน้าโซฟา ก็ว่าอยู่ว่าเมื่อหลายวันก่อนยัยนี่คะยั้นคะยอขอเจ้าบอสเวรไปซื้ออะไร ที่แท้ก็หนังสือของประเทศญี่ปุ่นนี่เอง


“จริงเหรอ ? อยากเรียนที่นั่นจริงๆเหรอ ?”


“แล้วฉันจะโกหกนายทำไมล่ะ คิดหน่อย” ร่างบางยู่ปากก่อนจะหัวเราะคิกๆอย่างสนุกสนาน “ทำไม ? นายจะพาฉันไปเรียนเหรอสควอโล่คุง ^0^”


“จะได้หรือไม่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันซักหน่อย มันขึ้นอยู่กับพ่อแกต่างหาก” ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนพลางพยักเพยิดไปชั้นบน “ลองไปขอสิ”


ฮะ..?


“ฮะ ?”


ฉันบอกว่าลองไปขอพ่อแกดู ยังไงก็ให้อยู่แล้ว จะทำหน้าเบะปากหาพระเจ้าช่วยอะไรไอ้เด็กบ้า !


ก็แย่แล้ว !!!


เดี๋ยว ! ขอคุณพ่อเนี่ยนะ ! คุณพ่อไม่ให้หรอก ! มันข้ามประเทศเลยนะเฮ้ย !!!” ข้ามทวีปอีกต่างหาก !!!แถมฉันยังพูดภาษาญี่ปุ่นได้แค่งูๆปลาๆเอง จะไปรอดได้ไงกันล่ะ !


“ก็เรียนเพิ่มเอาสิโว้ย จะอะไรนักหนาวะ”


แต่..แต่ว่า...”


“ฟังนะ” มือหนาเอื้อมมาจับบ่าของเธอเอาไว้ “ความฝันแกไม่มีใครเค้าอยากขัดอยู่แล้ว แกอยากไปก็ไป ถ้ามันเป็นสิ่งที่แกชอบ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก ฉันเชื่อว่าไอ้บอสบ้านั่นก็คงไม่ว่าอะไรแกเหมือนกัน”


ดวงตาสีสว่างหลุบลง เสมองไปทางอื่นพลางเอ่ยขึ้นมาเชื่องช้า “แต่ถ้าฉันไปก็จะไม่ได้เจอพวกนายไม่ใช่รึไง


ร่างสูงโปร่งชะงัก มองอีกฝ่ายที่ค่อยๆเผยคำพูดออกมา


ฉันไม่อยากแยกจากพวกนายนะ


ความเงียบเกาะกุมในห้องโถง สควอโล่ปล่อยมือที่จับบ่าเด็กสาวเอาไว้ เฟรย์หลบตา พยายามเม้มริมฝีปากไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้


จริงอยู่ที่เธออยากไปเรียนญี่ปุ่น หลังจากกลับมาคราวนี้เธอก็รู้สึกว่าเธออยากไปอีกครั้ง ไม่ใช่ไปเที่ยวแป๊ปๆก็กลับ แต่หมายถึงไปศึกษา ไปเรียนรู้ ไปใช้ชีวิตในสถานที่ที่แลปกตาและเธอหลงใหล ประเทศญี่ปุ่นที่เธอไปมันทำให้เธอพบใครหลายๆคน


ทั้งเคียว ทั้งสึนะ ไหนจะคนอื่นๆที่เราเจอตอนไปเที่ยวอีกต่างหาก


มุคุโร่ด้วย


หมอนั่นหายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว พอเราไปญี่ปุ่นก็ไม่มาหาอีกเลย


แต่ว่าถ้าเราไป เราก็จะไม่ได้อยู่กับวาเรียนี่นา ใครจะอยากแยกจากครอบครัวกันล่ะ ไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว


“เฟรย์”


“...อะไรเหรอ ?” ร่างบางขานเสียงเบา ไม่ยอมสบตากับคนตรงหน้าที่ใช้คำพูดโทนเสียงนิ่งสงบไม่เหมือนทุกที “ฟังฉันอีกรอบ”


“การที่แกไปไม่ได้หมายความว่าพวกฉันจะแยกจากเธอไม่ใช่รึไง” คนผมยาวเอ่ยช้าๆ ออกแรงดึงให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน “จะมานั่งดราม่าก็เสียเวลาชีวิตเปล่าๆ ฉันไม่ได้บอกซักคำว่าจะแยกจากแกนี่”


“แต่ถ้าไป..ฉันกับพวกนาย..”


“แล้วไง ญี่ปุ่นกับอิตาลี่สำหรับวาเรียมันก็เหมือนหน้าปากซอยนั่นแหละ นั่งเฮลิคอปเตอร์ไม่ก็เครื่องบินส่วนตัวไปแป๊ปเดียวก็ถึง” รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ฉันสนับสนุนความฝันแกเต็มที่ ถ้าไปเมื่อไหร่แล้วแกมีเรื่องอะไร”


ฉันจะไปหาแกทันที


ดวงตาสีฟ้าใสสั่นระริก ก้อนเนื้อในอกสั่นไหวรุนแรงพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อจางๆ สควอโล่หัวเราะในลำคอ ออกแรงดึงมือให้เด็กสาวผมบลอนด์เดินไปที่ห้องนายเหนือหัวแห่งวาเรีย


“ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็ไปที่ห้องบอสกัน”


“เอ่อคือ..”


ไม่ต้องไป ฉันอยู่นี่


ดวงตากลมเบิกกว้างพร้อมหันไปตามเสียงเรียก สควอโล่เลิกคิ้วต่างจากเฟรย์ที่ยืนนิ่งราวกับโดนแช่แข็งไว้ “...คุณพ่อคะ ?”


“หืม จะไปญี่ปุ่นเหรอเฟรย์”


“มะ..มาม่อน” ทารกแห่งวาเรียลอยมาเกาะอยู่ที่ไหล่เด็กสาว เสียงครางในลำคอดังออกมาแผ่วเบาเมื่อสัมผัสได้ว่าไหล่บางสั่นระริก


“..กลัวบอสหรอ ?” เด็กสาวสั่นหน้าก่อนจะชะงักแล้วก็นิ่งอีกรอบ พี่ชายเรือนผมยาวถอนหายใจ เสมองไปยังบอสแห่งวาเรียก่อนจะเกาหัวแกรกๆ


“อยู่ตั้งแต่ตอนไหนวะบอส ?”


“ตอนที่ลูกสาวฉันบอกไม่อยากแยกจากพวกฉัน”


สิ้นคำ บรรยากาศภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ประโยคเมื่อกี้เป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายอยู่มาตั้งแต่ต้น เฟรย์เลิกคิ้วนิดๆก่อนจะถอนหายใจ เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยถามช้าๆ “คุณพ่อ..โกรธไหมคะ ?”


“คิดว่าไงล่ะ”


“ก็คง...โกรธล่ะมั้ง”


เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่มีแม้แต่ความเกรงกลัวผสมอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่ความสงบนิ่ง ความมุ่งมั่น และอะไรต่อมิเหมือนวันแรกที่เจอไม่มีผิด


“ขอโทษค่ะ..”


ดวงตาสีโกเมนหลุบต่ำ สาวเท้าเข้ามาใกล้เด็กสาวมากขึ้น ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เจอกันเพราะร่างสูงโปร่งของสควอโล่เข้ามาบังไว้เล็กน้อย


แม้เขาจะบอกเองว่ายังไงซันซัสก็ให้ แต่อีกฝ่ายคือบอสของวาเรีย ราชสีร์ผู้ไม่เคยหวังดีและอ่อนข้อต่อใคร มันก็ยังอันตรายอยู่ดี แม้จะเป็นเฟรย์ก็ตาม


“...อืม”


คำสั้นๆดังออกมาจากริมฝีปากหนา ซันซัสได้แต่ยืนกอดอก จ้องมองเด็กสาวอยู่อย่างนั้นไม่ได้ทำอะไร เฟรย์กระพริบตาปริบๆ เหลือบมองคนตัวสูงกว่าทั้งสองคนตรงหน้า


“...คุณพ่อคะ”


“..อะไร ?”


“...หนู ขอไปเรียนที่ญี่ปุ่นได้ไหมคะ ?


ถามออกไปแล้ว


ดวงตากลมสบกับดวงตาสีโทนร้อนของอีกฝ่าย พยายามข่มความกลัวเพียงเล็กน้อยในใจแล้วเผชิญกับผู้ตัดสินตรงหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาทั้งสิ้น ซันซัสหัวเราะเสียงต่ำก่อนจะถามออกไป


“ถ้าฉันไม่ให้ แกจะทำยังไง ?”


เฟรย์ยังคงนิ่งและเงียบ คำตอบอาจจะไม่ได้แตกต่างจากที่คิดไว้เท่าไหร่ “ก็พอเดาได้อยู่แล้วค่ะ พ่อคงไม่ยอมให้หนูไป”


“..เออ”


“บอสโว้ย ! นี่มันความฝันยัยเด็กนี่เลยนะโว้ย !” ฉลามคลั่งแหวเสียงดัง ตวัดดาบไปมาไม่กลัวฟันคอใครเลยซักนิด “แกจะขัดความฝันของใครคนนึงไม่ได้นะเว้ย !”


หุบปากไปไอ้สวะ”


“ไอ้บอสเวร !”


พอเถอะน่าสควอโล่ ฉันกลัวว่าดาบนายจะฟันคอฉันตายก่อน” มือบางเอื้อมมาดึงแขนเสื้อเอาไว้ ริมฝีปากสีสวยคลี่ยิ้มบางๆ “ขอบคุณคุณพ่อนะคะ แต่ว่าแค่นี้ถ้าหนูยอมก็คงไม่ใช่หนูหรอกเนอะ”


มาม่อนกับสควอโล่เลิกคิ้ว ซันซัสเหยียดยิ้มมุมปากและหรี่ตาลงเล็กน้อย


“งั้นแกจะทำยังไงล่ะ..?”


เด็กสาวสูดหายใจลึก สบกับดวงตาสีโกเมนด้วยความแน่วแน่ ริมฝีปากหยักยิ้มน้อยๆ


หนูก็คงจะแอบหนีออกไปจากบ้านตอนกลางคืนซักวั. แล้วก็หาวิธีจองตัวไปเรียนเงียบๆเอามั้ง ส่วนเรื่องเงินก็แอบย่องเข้าห้องคุณพ่อแล้วจัดบัตรมาซักใบสองใบ


..


....


...เงียบ เงียบ แล้วก็เงียบ เงียบตามประโยคจริงๆ


คนในเหตุการณ์สองคนอึ้งไปแล้ว ส่วนตัวต้นเรื่องก็ยืนทำหน้านิ่งมองผู้เป็นพ่ออย่างไม่สะทกสะท้าน เฟรย์ก็แค่พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป ในเมื่ออีกฝ่ายถามแบบนั้นออกมาแล้ว เธอจะตอบแบบนี้ออกไปก็คงไม่เสียหาย ดังนั้นอะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด


บริเวณห้องโถงเงียบสงบ ไม่มีใครปริปากอะไรออกมาแม้แต่คนเดียว


เด็กสาวผมบลอนด์จึงได้เริ่มถอดใจกลายๆ ถ้าไม่ติดที่ริมฝีปากหนานั่นขยับขึ้นมาซะก่อน


“งั้นเหรอ..”


เสียงหัวเราะดังในลำคอของบอสวาเรีย ก่อนที่จะระเบิดออกมากลายเป็นเสียงดังลั่นที่เล่นเอาทุกคนสะดุ้งโหยง


“ฮ่า ๆ ๆ แกนี่มันสุดยอดไปเลยว่ะ สมแล้วที่เป็นลูกฉัน !


อิหยังวะ ? =0=


เฟรย์กระพริบตาปริบๆด้วยความงงงวยไม่ต่างอะไรกับคนอื่นๆ ส่วนซันซัสที่ยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจึงสาวเท้าเข้าใกล้เด็กสาวแล้วเอามือวางลงบนกลุ่มผมนุ่ม


เออ อยากไปก็ไป ฉันไม่ว่าอะไรแกหรอก


..


ก๊อด


...นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ปะ ? ฉันตื่นอยู่ใช่มั้ยทุกคน..


ร่างบางยืนอึ้ง สมองเบลอไปขณะนึงก่อนที่จะถูกฝ่ามือหนาของพี่ชายหัวขาวตบเข้าให้ที่ด้านหลัง


“เจ็บนะเว้ยไอ้พี่บ้า..”


“สติหลุดไปแล้วรึไงวะยัยเด็กแสบ ไอ้บอสเวรอนุมัติแล้ว”


“แสดงว่าฉันไม่ได้ฝัน ?”


ทำไมเหมือนเห็นทั้งสามคนทำท่ากลอกตามองบน 360 องศา


“อยากให้ฉันฟันคอแกมั้ยล่ะ จะได้รู้ว่าจริงไม่จริง” อีพี่เวร นี่น้องเองอย่ามาทำร้าย


“ไม่ต้องๆ เอ่อคือ แต่..” เฟรย์หันไปหาซันซัสอีกครั้งก่อนจะส่งยิ้มบางๆ “พ่อพูดจริง..เนอะ ?”


“ฉันว่าแกควรกินลูกปืนฉันก่อนเหมือนกันถึงจะได้สติหว่ะ”


“คุณพ่อโหดร้าย !” เด็กสาวแหวใส่เบาๆก่อนค่อยๆผุดยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง เอื้อมมือไปคว้ามาม่อนเข้ามากอดก่อนจะโค้งตัวให้คนตรงหน้า


ขอบคุณ..นะคะ


ขอบคุณมากจริงๆ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลย


ร่างสูงของบอสวาเรียเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ส่วนสควอโล่ก็ทรุดนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ไม่ไกล แม้ว่าจะฉายแววไม่สบอารมณ์ แต่ริมฝีปากที่คอยบึ้งตึงกับหยักยิ้ม


“..แต่ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน”


เฟรย์เงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะเอียงคอด้วยความสงสัย


“..คะ ?”


สนใจเป็นนักฆ่ารึเปล่า ?


ปึง !


เดี๋ยวๆๆๆ ไอ้บอสบ้า ! เดี๋ยว เมื่อกี้แกว่าไงนะ !”


สควอโล่ที่นั่งเท่ห์อยู่บนโซฟาถึงกับร่วง สองเท้ารีบพุ่งมาคั่นกลางคนสองคนอีกครั้ง แต่คนถูกถามกับได้ยืนอึ้งๆอยู่ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย


ฮะ ? นักฆ่า ?


“ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ”


“แกจะบ้าหรือไง ! ยัยนี่ยังเด็กอยู่เลย แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ !”


ถ้างั้นไอ้สวะอย่างแกก็บ้าเหมือนกันนั่นแหละที่สอนให้มันจับดาบน่ะ” รองหัวหน้าหน่วยสะอึกไปกับคำพูดที่จี้ตรงจุด “ไหนๆแกก็สอนลูกฉันใช้ดาบจนแทบจะปักหัวแกได้อยู่รอมร่อแล้ว กะอีแค่นักฆ่ามันจะหนักอะไรวะ ?”


“มันไม่เหมือนกัน !”


เพราะเส้นทางนั้นน่ะ..มันมีแต่จะย้อมไปด้วยเลือด


เด็กที่สดใสบริสุทธิ์อย่างยัยแสบนี่น่ะ.. ไม่ควรอยู่ในจุดนั้นหรอก


เฟรย์ที่ยืนมองคนสองคนทะเลาะกันด้วยเรื่องของเขากระพริบตาปริบๆอีกครั้ง ถึงจะแอบไม่เข้าใจอยู่บ้าง ได้ยินว่าปักหัวๆอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ แต่ก็พอเดาได้ว่าพวกเขาเถียงกันเรื่องอะไร


ถ้าเรื่องที่หมายถึงการเป็นนักฆ่า ตัวเธอตัดสินใจมาตั้งนานแล้ว


“นี่ คุณพ่อคะ”


“อะไร ?”


“คุณพ่ออยากให้หนูเป็นนักฆ่าใช่มั้ยคะ ? ถ้าเป็นก็คือจะได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นใช่มั้ย ?” สิ้นคำถาม สควอโล่ก็คว้าแขนบางมาไว้ก่อนจะตะคอกเสียงดังลั่นอย่างร้อนรนผิดกับปกติที่จะสุขุมกับเรื่องแบบนี้


“เดี๋ยวนะยัยบ้า ! เธอรู้ใช่มั้ยว่าที่ไอ้บอสบ้าพูดน่ะหมายถึงอะไร !” เฟรย์มองฉลามคลั่งก่อนจะพยักหน้า เขาจึงพูดต่อ “ถ้าแกไม่อยากเป็นแกก็ไม่ต้องเป็น ! มันมีตั้งหลายวิธีที่แกจะไปเรียนที่ญี่ปุ่นได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงอะไรทั้งนั้น !! เพราะงั้น..”


อย่างก้าวเข้ามาในเส้นทางสีชาดแบบนี้เลย..


เฟรย์ส่ายหน้าช้าๆ มืออีกข้างเลื่อนขึ้นมากุมที่มือหนาของอีกฝ่ายก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว


“ไม่เป็นไรหรอก..ฉันรู้ว่านายเป็นห่วง..แค่มองหน้านายตอนนี้ก็รู้แล้ว”


สควอโล่ชะงักไป ร่างบางจึงค่อยๆคลี่ยิ้มบางเบา


ฉันเป็นถึงลูกสาวของบอสวาเรียที่น่ากลัวเลยนะ มีพี่สาวสุดสวยอย่างเจ๊ลูส ไหนจะเบลกับมาม่อนที่เป็นเพื่อนฉันและเก่งสุดๆอีกต่างหาก


ฝ่ามือเอื้อมไปลูบโครงหน้าของพี่ชายอย่างเชื่องช้า


แถมยังมีพี่ชายที่เก่งกาจ พูดมาก ขี้โวยวาย แต่ก็เป็นห่วงฉันตลอดอย่างนายด้วย.. เพราะงั้นฉันถึงไม่กลัวอะไรไงล่ะ


สควอโล่รู้สึกว่าคราวนี้เขาเถียงอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย..


ดวงหน้าหวานหันไปหาซันซัสที่ยืนกอดอกรอคำตอบอยู่อีกฝั่ง ดวงตาสีฟ้าใสเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่นและกระตือรือร้น ก่อนที่ริมฝีปากสีสวยจะขยับเป็นรอยยิ้มกว้างและคำพูดที่สื่อออกมาอย่างตั้งใจ


หนูจะเป็น..นักฆ่าค่ะ


มาม่อนที่อยู่ในอ้อมแขนเอ่ยถามขึ้นมา “แน่ใจแล้วนะเฟรย์ ?”


“อื้อ แน่ใจสิ คนอย่างฉันไม่เคยโกหกอยู่แล้ว”


“ถ้าแกเลือกที่จะก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้แล้วแกอาจจะออกไปไม่ได้อีกเลยนะ” ฉลามคลั่งแห่งวาเรียถามเสียงแผ่ว ผิดไปจากทุกครั้งจนน่าแปลกใจ แต่ก็ไม่มีใครสงสัยเพราะเขาเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร


“รู้อยู่แล้วละ แต่พอเห็นพวกนายคอยต่อสู้ คอยปกป้องกันมาตลอด ฉันที่ได้แต่ยืนอยู่ข้างหลังมันก็รู้สึกทำอะไรไม่ได้น่ะ ฉันอยากต่อสู้ข้างๆคุณพ่อ อยากปะลองดาบกับนาย อยากแข่งปามีดกับเบล อยากฝึกมวยกับเจ๊ลูสจะได้เก่งๆ อยากเล่นกับมาม่อน อยากฝึกกับสายฟ้าของเลวี่ อยากลองอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยได้ทำ


เพราะงั้น..ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ^^


สควอโล่ถอนหายใจพลางหันหน้าหนี โอเค ครั้งนี้เขายอมก็ได้


แต่ถ้าอีกฝ่ายเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาคนนี้นี่แหละจะไปจัดการมันเอง


“ถ้าแกว่าอย่างนั้น ฉันจะจัดการเรื่องให้” ซันซัสที่เงียบมานานพูดขึ้นมา “แกอยากไปเรียนตอนไหนล่ะ ?”


ร่างบางทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบ “ตอนขึ้นม.ต้น แต่ว่าถ้าไปตอนนี้หนูคงไม่รู้เรื่องอะไรแน่ๆ..”


เข้าเรียนระหว่างปีก็ได้ ช่วงนี้แกก็เรียนภาษากับเรื่องอื่นๆที่นี่ไปก่อนละกัน” ร่างสูงเจ้าของนัยน์ตาสีโกเมนว่าก่อนจะหันหลังแล้วเดินไปที่บันได “มีเวลาให้แกเตรียมตัว 4 ปี แกใช้ให้คุ้มก็แล้วกัน”


ริมฝีปากยิ้มกว้าง กระโดดเข้าไปกอดคุณพ่อจากด้านหลัง “ขอบคุณนะคะ !”


อีกฝ่ายยกยิ้มจางๆในเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเป็นอย่างเดิม “ปล่อย ฉันจะขึ้นไปทำงานต่อ”


“อะ เอ่อ ค่ะ แฮร่.. ขอโทษที่รบกวนค่ะ ^^;”


ฉันส่งยิ้มแห้งๆให้คุณพ่อก่อนจะก้าวถอยหลังออกมา แต่แผ่นหลังก็ดันไปชนเข้ากับใครอีกคนซะได้


“..สควอโล่ ?”


“ให้ตายสิ วันนี้แกดื้อชะมัดยาก ไม่ฟังอะไรเลย” ขอโทษได้มั้ยล่ะ


ฉันหัวเราะแห้งๆ เห็นสีหน้าจริงจังของพี่ฉลามแล้วก็คงเล่นมุกไม่ได้ “ขอโทษน่า จะไม่ทำอะไรบุ่มบามแล้ว”


“พูดให้มันจริงเถอะ”


ฉันหัวเราะเสียงเบา สควอโล่คุงจึงยักไหล่แล้วถอยออกมา จากนั้นจึงหยิบ(?)มาม่อนติดมือมาแล้วแกว่งๆอยู่หน้าฉัน


“ถ้างั้นฉันไปเตรียมของให้แกก่อนก็แล้วกัน หาเรื่องให้อยู่เรื่อย”


“โทษทีน้าสควอโล่คุง ~ รบกวนอีกแล้ว”


หมอนั่นยกยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมาม่อนแล้วเดินออกไปพร้อมกับเสียงโวยวายจากทารกตัวเล็กจิ๋วประจำแก๊ง ฉันขำในลำคอ พี่ชายกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วหลังจากที่ทำหน้าราวกับจะเจ็บเจียนตายให้ได้อย่างนั้น


ไม่รู้สิ ตอนที่พี่รั้งฉันเอาไว้ไม่ให้เป็นนักฆ่า รู้สึกสายตาของเขามันสั่นไหวแปลกๆจนฉันรู้สึกไม่ชิน


แต่ตอนนี้พี่แกก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมละ ถือว่ามิชชั่นคอมพลีต !


ถ้างั้นตอนนี้ฉันขึ้นห้องไปจัดของหน่อยดีกว่า !

 

ฉันค่อยๆล้มตัวลงนอนบนเตียง ดวงตาก็จับจ้องไปที่มือถือตรงหน้า ที่หน้าจอปรากฏแชตสีเขียวที่มีไอคอนชื่อว่าเส้นตรงเป็นชื่อแอพ แต่บุคคลที่อยู่ในนั้นนี่สิเล่นเอาไปไม่เป็นเลยอะ


ให้ทายว่าใคร


สึนะคุง ? เคียว ? หรือตาบ้าเบล ?


อีตาเคียวนั่นแหละ


สึนะฉันยังไม่มีแม้แต่เบอร์ ส่วนอีเบลนี่ข้ามไป ตอนนี้น่าจะยังไม่รู้เรื่องเพราะไปทำภารกิจต่อ ส่วนที่ฉันเปิดแชตของหมอนี่ค้างไว้เพราะไหนๆฉันก็จะได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นแล้วก็ควรบอกเพื่อนสนิท(?)นิฮ่งคนแรกซะหน่อย


แม้ว่าในแชตมันจะแทบไม่มีอะไรเลยก็เถอะ คุยกันนับครั้งได้เพราะฉันส่งแต่เกมไป - -‘


ฉันชั่งใจอยู่พักนึงก่อนจะค่อยๆพิมพ์ตัวหนังสือลงไปแล้วกดส่ง


{~ Frae’~Z : นายว่างคุยปะ ?


{~ Frae’~Z : รู้มั้ยว่าฉันจะได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นแล้วนะ !


{~ Frae’~Z : ดีใจกับฉันสิ !


นี่ฉันพิมพ์อะไรไปเนี่ย..


เดาได้ว่าถ้าหมอนั่นอ่านเมื่อไหร่คงโยนทิ้— เฮ้ย ! อ่านแล้ว !


ฉันมองหน้าจอที่ปรากฏคำว่าอ่านแล้วเน้นๆชัดๆด้วยคามพองโต คนอย่างหมอนี่อ่านแชต ! มันคือปรากฏการณ์ ! แต่เอ๊ะ..นี่แกอ่านนานไปป่าว บางทีตอบบ้างก็ได้นะ รู้มั้ยพวกอ่านไม่ตอบมันน่ากลัว..


โอ๊ะ แช่งปึ้บก็ตอบเลย


Hibari Kyoya : หรอ


{~ Frae’~Z : นี่นายจะตอบฉันแค่นี้จริงดิ ? เฮ้ย นี่ฉันได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นเลยนะ !


Hibari Kyoya : แล้วพูดได้รึยัง ?


{~ Frae’~Z : ...


{~ Frae’~Z : ยัง


อย่ามาจี้จุดกันสิยะ


ฉันมุ่ยหน้าลง พลิกตัวมานอนคว่ำเพื่อที่จะได้พิมพ์ได้สะดวก แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ตอบอะไรมา


อะไรอะ พอไม่ชวนคุยก็หายไปเลย คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน !


ฉันที่กำลังจะปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วไปนอนถึงกับสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ที่เงียบมานานมีเสียงการแจ้งเตือนเข้า


พลันหัวใจที่เงียบสงบมานานก็พองโตขึ้นและเต้นตึกตักอีกครั้งอย่างไม่มีสาเหตุ


Hibari kyoya : ดีแล้ว


..ดีแล้วที่ว่านี่นายหมายถึงเรื่องไหนกัน


เรื่องที่ฉันพูดญี่ปุ่นไม่ได้ ? หรือว่าเรื่องที่ฉันเป็นนักฆ่า ไม่หรอก หมอนั่นจะไปรู้ได้ไง


หรือว่าเรื่องที่ฉันไปเรียนที่นั่นกันนะ


อย่าคิดเข้าข้างตัวเองสิ หมอนั่นก็พิมพ์ไปงั้นแหละ โถ่ อีตานั่นคงจะดีใจที่ฉันพูดไม่ได้ล่ะสิ ชิส์


ฉันปิดหน้าจอลงอีกรอบ ท่ามกลางความเงียบภายในห้อง สมองฉันก็คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายที่ผ่านมา


ทั้งเรื่องทั้งหมด เรื่องทุกเรื่อง เรื่องราวในสมัยก่อน และเรื่องราวในปัจจุบัน


ผ่านมาหลายเดือนแล้ว และฉันก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ไปเรื่อยๆ น่าแปลกแต่ก็..


ริมฝีปากคลี่ยิ้มจาง ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆปิดลงพร้อมกับร่างเล็กบางของเด็กสาวที่เข้าสู่ห้วงนิทรา

 

อีกไม่นาน เรื่องราวที่ถูกปิดบังก็จะค่อยๆเปิดออก

พร้อมกับผู้คนมากมายที่คอยยิ้มรับและต่อสู้ไปพร้อมกับมัน


 

- When one curtain is closing The light of hope shone again –

เมื่อผ้าม่านผืนที่หนึ่งกำลังจะปิดลง แสงที่แสดงถึงความหวังก็สาดลงมาอีกครั้ง


| END SS-0 |


[ 150 % ]


" หนูจะเป็น...นักฆ่าค่ะ "

- เฟรย์ เดอ ลาลูน { นายหญิงสุดน่ารักประจำวาเรีย ควอลิตี้ }


update 11.11.18

talk : Chapter 10 (150%) ยาวๆไปค่ะ อ้อ แล้วไม่ต้องตามมาเผาบ้านไรต์นะ ไรต์กลัวแล้ววว

สวัสดีทุกคนค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ คิดถึงนะคะ /ส่งมินิฮาร์ท ยังจำเราได้อยู่มั้ยยย ไรต์กลับมาอัพแล้วน้าาา อย่าด่าไรต์เลย แงงง้

ที่หายไปนานนี่ไม่ใช่ไรค่ะ ติดอนิเมโบคุโนะ..(เค้าดูกันตั้งนานละ อีนี่พึ่งมาดู ถถถ) แล้วก็อยู่ในสภาวะงานท่วมหัวค่ะ นอนตรัยยย

อ่านแล้วคอมเม้นกับกดเฟบเป็นกำใจให้ไรต์ด้วยนะคะ เม้นทิ้งไว้หน่อยนะ ไรต์อ่านของทุกคนเลยยย

ป.ล. ช่วงนี้ไรต์เตอร์ติดอยู่ในช่วงสถานะ 'สอบเข้ามหาประลัย' ค่ะ ดังนั้นมาๆหายๆก็ไม่ต้องแปลกจัย มันคือธรรมชาติชีวิต =w=b

ป.ล.2 รู้มั้ยๆ Shopping online ที่ช้อปปี้ เค้าส่งฟรีทั่วไทย <3

แล้วเจอกันใหม่ช่วงหน้าเน้อ ถ้าขยัน(หรือว่าง) จะรีบมาอัพให้ตามที่กำลังไหวนะคะ ! ไรต์ขอโทษและขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนค่า ><


ถ้ามีคำผิดอะไรตรงไหนแจ้งได้นะคะ ไรต์ตกภาษาไทย... //แอ่ก

อ่ะ ล้อเล่นนน ไม่ตกหรอก แต่ช่วยเตือนกันบ้างน้า >< ไรต์ชอบเขียนภาษาให้ถูกต้องแหละ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

203 ความคิดเห็น

  1. #202 Timpanteen (@simsi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 23:55

    คิดถึงงง
    #202
    0
  2. #201 Naritsara0903 (@Naritsara0903) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 03:27

    ไม่รู้ว่าไรท์ลืมเรื่องนี้ไปรึยัง แต่อยากให้กลับมานะคะ รีดคนนี้คิดถึงไรท์มากเลย555+ ถ้าเห็นคอมเม้นพวกเราก็กลับมาหากันบ้างนะคะ
    #รอไรท์เสมอ
    #201
    0
  3. #200 namthai120704 (@namthai120704) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 10:49

    ไรม์จ๋ามาอัปได้เเล้ว ขอร้ิงเถอะเจ้าค่ะ
    #200
    0
  4. #199 093-317-9272 (@093-317-9272) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 06:57
    อัพเถอะคะคือแบบมันค้างมากอยากอ่านต่อ
    #199
    0
  5. #197 black_lily2 (@Black_lily) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 20:15

    อัพเถอะไรท์ได้โปรดค้างหนักมากกกกก ฮือๆ
    #197
    0
  6. #195 ป ว ด ค อ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:48

    ไรท์จ๋าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาอัปเถอะนาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    #195
    0
  7. #194 Beautuful (@Beautuful) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 15:35
    จงกลับมาเถิด เราคิดถึงท่าน
    #194
    0
  8. #192 Playmore (@Playmore) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 23:54
    มา...ต่อได้มั้ย ;-; อยักอ่านต่อง่ะ สนุกมาเลย มาต่อเถอะนะะะะะะะะะะ ถึงไรท์จะหายไปนาน แต่อย่างน้อยมาต่อซักนิดก็ยังดี
    #192
    0
  9. #191 FC นิล โลหิต (@sonu3820) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 15:46

    มาต่อเถอะนะไรท์ๆๆๆๆ
    #191
    0
  10. #190 Defsun_D (@Be_Batt) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 08:05
    แง ชอบมากเลยอ่ะ สู้ๆนะคั
    #190
    0
  11. #189 jjbenyapath (@jjbenyapath) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 12:58
    รออยู่นะะะ
    #189
    0
  12. #188 gionomiester (@gionomiester) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 16:00

    พึ่งได้มาอ่านสนุกมากค่ะ! อวยสควอโล่แบบสุดๆเลยแงง รอตอนต่อไปนะคะ
    #188
    0
  13. #186 14732830 (@14732830) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 18:59

    รออยู่นะคะ
    #186
    0
  14. #180 harunononuno (@harunononuno) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 22:29
    ไรท์แกตกส้วมป่ะเนี่ย
    #180
    0
  15. #179 KnJakl (@KnJakl) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 19:32
    เมื่อไหร่มุคุจังจะมาอ่ะ
    #179
    0
  16. #178 คนบ้า2018 (@Mira_Saki) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 22:43

    นึกว่าไรท์จะทิ้งเรื่องนี้ไปแล้วซะอีก...มาต่อไวๆนะคะ
    #178
    0
  17. #177 Sintia🌙 (@aisica1414) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 21:09
    ชอบมากเลยค่ะ ไรท์บรรยายได้ธรรมชาติมากอ่ะ
    #177
    0
  18. #176 carapanda (@carapanda) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 08:45
    รอตอนต่อไปจ้าาา
    #176
    0
  19. #175 tanosukumarry10 (@tanosukumarry10) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 22:44
    รีบมาต่อตอนต่อไปนะค้าาา//รออยู่
    #175
    0
  20. #174 lwlsldl (@wadsida) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 22:33
    สนุกเหมือนเดิมเลย สู้ๆนะคะตั้งใจอ่านหนังสือด้วย
    #174
    0
  21. #173 สาวชอบฝัน (@suna-gr) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 22:25
    กลับมาอัพเเล้ววว
    #173
    0
  22. #172 Timpanteen (@simsi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:44
    ในที่สุด&#8203;ไรท์ก็&#8203;กลับมา&#8203; TT คิดถึงเรื่องนี้ ~ ช่วงนี้รีดก็กำลังเตรียมสอบเข้ามหาลัยเหมือนกันน สู้ๆนะคะไรท์ ~
    #172
    0
  23. #171 janny_suya (@janny_suya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:00
    ในที่สุดไรท์ก็อัพแล้วเย้!!!
    #171
    0
  24. #170 chonikannarak (@chonikannarak) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:33
    ฮาเร็มเถอะ~~
    #170
    0
  25. #169 chonikannarak (@chonikannarak) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:32
    ฮาเร็มจงเจริญ กร้ากกกก//ตีน...ใคร
    #169
    0