วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 8 : สะกดรอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 ก.ย. 61


 

 

 

 

ตอนที่ 8

สะกดรอย

 

 

 

 

 

พอร่างสูงพอกัน แต่ดูเหมือนมัดกล้ามเนื้อจะเยอะกว่า เดินไปขึ้นรถกระบะที่ติดเครื่องไว้ ก่อนจะขับออกไปจากบริเวณคฤหาสน์ใหญ่โต รอให้ยามเปิดประตูรั้วให้

“ไม่รู้คุณคิมไปไหนนะครับ? แล้วนึกยังไงอยากขับอีแก่ ขับรถสปอร์ต ออกไป สาวๆ กรี๊ดกันทั้งซอยไม่ชอบ เอ! หรือว่าจะไปตามหารักแท้เหมือนพระเอกในละครที่นังลำไยกับนังกล้วยหอมมันชอบเพ้อก็ไม่รู้” จ๊อดว่า พร้อมกับทำหน้าไม่เข้าใจ

“กุญแจ ไอ้จ๊อดกุญแจ”

วิศรุตเอ็ดขึ้นมา จนจ๊อดหน้าเหรอหรา

“กุญแจอะไรครับคุณรุต?”

“กุญแจรถฉันอยู่ไหน เอามาเร็ว”

จ็อดรีบควักจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้เจ้านายมือไม้สั่น มองร่างสูงของวิศรุตเดินไปเปิดประตูรถที่จอดเอาไว้ ก่อนจะขึ้นไปแล้วปิดประตูปัง ขับออกไปอย่างเร็ว

“อ้าว! คุณรุต แล้วไม่ให้จ๊อดล้างแล้วหรือครับ?” ตะโกนตามหลังไปอย่างงงๆ

แต่ซุปเปอร์คาร์เครื่องแรงคันโปรดของเจ้านายหนุ่มกำลังจะพ้นประตูรั้วบานที่ซิคิวริตี้หน้าบ้านเปิดประตูให้แทบไม่ทัน

“อ้าว! เจ้านายตู หล่อไม่พอ เพี้ยนทั้งคู่อีก  เออ! เว้ยเห้ย!

จ๊อดส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่เข้าใจคนหนุ่มหล่อรวยทั้งสองคน ก่อนจะไปลำเลียงรถในโรงรถออกมาล้างขัดถูเคลือบเงาลงแว๊กซ์ทีละคัน ตามหน้าที่ในวันหยุด

 

 

“หายไปไหนแล้ว?”

เป็นเพราะกลัวถูกน้องชายจับได้หรอกว่าเขาแอบสะกดรอยตามมา ยิ่งซุปเปอร์คาร์ที่เขาขับ ก็สะดุดตาผู้คนบนท้องถนนไม่น้อย ตอนที่รีบตามมา ก็ลืมนึกไปว่ามันเป็นจุดเด่น และสังเกตเห็นได้ง่าย ไม่อย่างนั้นคงจะเลือกคันอื่น แต่ไม่ว่าจะคันไหน ถ้าเป็นรถในโรงรถที่บ้าน ราคาก็แพงระยับระดับไฮคลาสมันทุกคัน ยกเว้นก็แต่รถเล็กที่ให้แม่ครัวเอาไปซื้อของที่ตลาดกับรถกระบะใช้งานของไอ้เจ้าจ๊อดที่วาคิมขับไปนั่นแหละ

เพราะคำพูดกำกวม และการแต่งเนื้อแต่งตัวประหลาดของวาคิม เลยทำให้เขาสงสัย และอดที่จะอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ ปกติพวกเขาก็พูดคุยกันบ้าง แต่ไม่ได้มีความสนิทสนมอะไรกันเป็นพิเศษ เพราะถูกแยกไปเรียนคนละประเทศตั้งแต่ที่เขาจบมัธยมต้น เขาถูกส่งไปเรียนที่อังกฤษ ส่วนวาคิมถูกส่งไปเรียนที่อเมริกา แต่ถึงกระนั้นทุกปีก็ต้องกลับบ้าน เพื่อรวมตัวกันพร้อมหน้า

ความสนิทสนมกลมเกลียวประสาพี่น้องจึงไม่มี ต่างฝ่ายต่างรู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่มีใครก้าวล้ำข้ามเส้นหรือปีนเกลียวกัน หากคำพูดของคุณฤดีนาถ เริ่มทำให้วิศรุตไม่อาจนิ่งนอนใจอยู่ได้

นั่นไง...รถกระบะของไอ้จ๊อดจอดอยู่หน้ารั้วสีฟ้านั่น

วิศรุตเหยียบเบรก รอดูสถานการณ์อยู่ ครู่หนึ่งก็มีผู้หญิงร่างบางสวมทีเชิร์ตและเอี๊ยมยีนส์ มัดผมม้า หน้าตาหมดจดเดินมาเปิดประตูขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไป

“มารับผู้หญิง เอารถเก่าๆ นี่นะมารับ?” เขาพึมพำอย่างประหลาดใจไม่น้อย

แถมคนขับยังแต่งตัวเหมือนพวกเด็กแว๊นอีก หรือวาคิมจะเพี้ยนอย่างที่เจ้าจ๊อดสงสัย แบบที่ว่าปลอมตัวเป็นยาจกเพื่อจะตามหาและพิสูจน์รักแท้

รักแท้งั้นหรือ?

เจ้าสัววิชาญจะคิดยังไงหนอ ถ้าเห็นผู้หญิงที่หลานชายคนรองจีบอยู่?

วิศรุตขับรถตามพวกเขาไปห่างๆ และก็เห็นรถมาจอดอยู่หน้าร้านขายพวกวัสดุก่อสร้าง

เอ! เขาชักสงสัย ว่าวาคิมกำลังคิดทำอะไรอยู่?

เพียงครู่เดียวก็เห็นคนงานในร้านหิ้วถังสีลำเลียงมาใส่ตอนท้ายของกระบะรถ และแม่สาวหน้าใสนั่นก็หันหน้ามาให้มองเห็นได้ชัดๆ ถนัดตา

หน้าใสๆ ตัวบางๆ ร่างประเปรียว ดูท่าทางยังเด็กอยู่ อาจจะยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย แต่เขาเห็นพวกนักศึกษาเดี๋ยวนี้ก็แต่งตัวกัน ผัดหน้า ทาปาก เขียนคิ้ว กรีดอายไลน์เนอร์ ไม่ใช่ปล่อยหน้าโล้นๆ ไม่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างนี้

แม้จะเห็นแว๊บๆ ว่าแม่สาวนั่น หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราน่ามองอยู่ อาจจะเป็นเด็กเพิ่งเรียนจบมัธยมปลายก็ได้ แต่เมื่อเทียบกับแฟนสาวของเขาแล้ว ยังไงเวสิตาสวยเอ็กซ์เซ็กซี่ชนะขาดลอย

ระหว่างดาราเซ็กซี่ กับเด็กมอปลายที่พาไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง อย่างไหนกันที่เจ้าสัวน่าจะไม่ชอบใจเสียยิ่งกว่า

ทั้งสองคนกลับขึ้นรถหลังจ่ายเงินเสร็จ ก่อนจะขับกลับทางเดิม และเข้าไปจอดในรั้วสีฟ้า ซึ่งหลังจากตามมาดูใกล้ๆ วิศรุตจึงเพิ่งได้สังเกตเห็นป้าย

โรงเรียนอนุบาลอุ่นรัก

“โรงเรียนอนุบาล”

เขาพึมพำกับตัวเองอย่างประหลาดใจ พร้อมกับเริ่มนึกถึงใครบางคน มองลอดรั้วเข้าไปข้างใน ก็เห็นวาคิมอยู่กับผู้หญิงอีกสามคน และผู้ชายวัยกลางคนอีกคน

ดวงตาคมกริบหรี่ลง ระยะจากตรงนี้ ไม่ใกล้และไม่ไกล พอที่จะมองเห็นได้ว่าพวกเขากำลังช่วยกันทาสีของเล่นในสนามเด็กเล่นกัน

หรือว่า....นี่กระมังแพรวพิชชา

หลานตาของคุณยงยุทธเพื่อนสนิทของเจ้าสัวที่มารดาคะยั้นคะยอให้เขามาทำความรู้จักเสีย

หน้าตาเจ้าหล่อนไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเลย จัดได้ว่าน่ารักอย่างที่วาคิมพูดเอาไว้ แต่ก็ไม่มีเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิง ดูแล้วเหมือนเด็กสาวมากกว่าพวกผู้หญิงที่โตเป็นสาวเต็มตัว

“ทำไมสีเลอะหน้าอย่างนั้นล่ะคะพี่คิม”

“เลอะหรือ? ตรงไหนน้องแพรวช่วยดูหน่อย”

“แก้มนี่ค่ะ ตรงนี้ๆ” เสียงใสหัวเราะร่วน

“ช่วยเช็ดให้พี่หน่อยสิครับ มองไม่เห็น” วาคิมว่าพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ

“พี่คิมอยู่นิ่งๆ นะคะ เดี๋ยวแพรวเช็ดออกให้” เสียงใสดังลอดมาไกลถึงนี่

พี่คิม กับ น้องแพรว ดูการเรียกขานกันอย่างสนิทสนม ไม่เหมือนเพิ่งรู้จักกันเมื่อวาน ฟังแล้วจักกะจี้หู ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้พิกล

เขาไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าผู้ชายที่ไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำอย่างวาคิม จะชอบแม่สาวจืดหน้าเด็กนี่จริงๆ

เมื่อเทียบกับพวกสาวผมบรอนซ์ที่ทรวดทรงองเอวเต็มไม้เต็มมือสวยๆ หรือสาวละตินหน้าตาคมขำอะร้าอร่ามที่อเมริกามีตั้งเยอะแยะ จะมาหลงเสน่ห์อะไรกับผู้หญิงไทยหน้าตาจืดชืด ผิวขาวหุ่นแบบบางอย่างกับคนที่โตไม่เต็มสาวอย่างนี้ เขาไม่อยากเชื่อ หรือบางที วาคิมอาจจะแค่อยากเอาใจเจ้าสัวถึงได้มาวอแวกับเจ้าหล่อน

“ไอ้กวาง ไปช่วยยกสีในรถมาหน่อย เหลืออีกสองกระป๋อง กับถังเดียวเอง ให้เร็วหน่อย”

“สีแค่สองประป๋อง จะหิ้วมาให้หน่อยก็ไม่ได้ แล้วไอ้ที่เป็นถังนั่น ฉันแบกไม่ไหวหรอกนะ ให้คุณคิมมายกไปเหอะ” แม่สาวรุ่นร่างอวบอ้วนบ่นประปอดกระแปด เดินมาที่รถกระบะ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมไปยกเอง” วาคิมอาสา พร้อมกับเดินตามมา

“ว้าว! รถใครนั่น มาจอดหน้าโรงเรียน นี่มันเฟอรารี่ใช่ไหมคะคุณคิม ได้ยินว่าโรนัลโด้ก็ขับแบบนี้ ชาตินี้กวางน้อยจะมีวาสนาได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถกับเขาบ้างไหมหนอ?”

วาคิมมองตามคำพูดเด็กสาว วิศรุตสะดุ้ง รีบเลื่อนกระจกไฟฟ้าขึ้น แล้วรีบขับออกไปทันทีกลัวว่าวาคิมจะเห็นว่าเขาแอบตามมาดู พร้อมกับอดครุ่นคิดไม่ได้

วาคิมชอบยัยจืดนี่จริงหรือ?

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น