วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 4 : ตีสนิท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 ก.ย. 61


 

 

 

ตอนที่ 4

ตีสนิท

 

 

 

 

นายวสันต์บิดาของเขา มีภรรยาสองคน จะพูดให้ถูก แม่เขาก็เป็นเมียน้อย เมียนอกสมรส เพียงแต่ว่าทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างอยู่ มิได้ระรานแย่งชิงกันอย่างในนิยายหรือในละคร ต่างฝ่ายต่างรู้หน้าที่กันดีว่าควรทำอะไร อยู่ตรงไหน ก็ได้แต่อิจฉาริษยาและแย่งชิงกันอย่างเงียบๆ

และถึงเขาจะเป็นลูกเป็นหลานที่กฎหมายรับรอง ได้ใช้นามสกุลของบิดา แต่ว่าสิทธิ์ต่างๆ ที่พึงมีพึงได้รับ ก็ยังเป็นรองลูกของฤดีนาถ รวมถึงการยอมรับนับถือ ศักดิ์และศรีในสายตาของคนอื่น รวมถึงคนในบริษัท ยังไงเขาก็เป็นรองวิศรุตอยู่วันยังค่ำ

หากมีทางไหนที่ทำให้เขารู้สึกว่าเหนือกว่า หรือเอาชนะพี่ชายต่างแม่ได้ ทำไมเขาจะไม่อยากทำล่ะ

 

 

“สีแดงฉ่ำเชียว ลูกใหญ่อย่างนี้ คงจะกินได้แล้วมั้ง?”

หลังจากพิศมองชมพู่พันธุ์ไต้หวันที่ห้อยย้อยเป็นพวงอยู่เหนือศีรษะ สีแดงสดฉ่ำยั่วตายั่วใจและก็ยั่วน้ำลายอยู่พักใหญ่แพรวพิชชาก็ลงความเห็นว่ามันน่าจะได้เวลาย้ายมาอยู่ในกระเพาะของเธอแล้ว

ร่างเล็กด้วยส่วนสูงราวหนึ่งร้อยหกสิบสองเซ็นติเมตรเขย่งปลายเท้า พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้า หากว่าก็ทำได้เพียงปัดๆ เขี่ยๆ อยู่ตรงฐานของผลทรงระฆังคว่ำนั่นแค่นั้น

“ฮึ่บ” ไอ้ที่หมายมั่นว่าจะกระโดดแล้วคว้าเด็ดลงมาทั้งพวง ดูจะไม่สำเร็จ แต่แล้วมือของใครบางคนที่ตัวสูงกว่ากลับเป็นฝ่ายดึงกิ่งก้านนั้นให้โน้มลงมาสู่มือเธอ แพรวพิชชาหันขวับไปมอง และก็ต้องตกใจที่วาคิมอยู่ใกล้เธอมาก ร่างสูงยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เลย

“แพรวจะเอาลูกไหนเดี๋ยวพี่เด็ดให้?” ใบหน้าคร้ามก้มลงมาถาม แพรวพิชชารู้สึกหน้าร้อนผะผ่าวขึ้นมา เพราะว่าใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้หน้าของเธอจนแทบชิด

ร่างเล็กก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ รู้สึกขัดเขินแปลกๆ และคงเป็นเพราะเธอคิดใคร่ครวญนานไปจนเขาเมื่อยมือกระมัง วาคิมเลยตัดสินใจเด็ดชมพู่ทั้งพวงนั่นมายื่นให้

“เอ้านี่ครับ พี่เด็ดให้ทั้งพวงเลย”

“ขอบคุณค่ะ” รับพวงชมพู่มาถือไว้

“พันธุ์อะไรครับนี่ ลูกโตสีสดน่าทานจริงๆ”

“พันธุ์ไต้หวันค่ะ”

“ไม่เคยได้ยิน แล้วมันอร่อยไหม?”

“ค่ะ ก็หวานกรอบอร่อยดี”

“พูดอย่างนี้ชักอยากชิมแล้วสิ” หน้าตากระตือรือร้นขึ้นมา

“พี่คิมเอาไปชิมสิคะ” ว่าแล้วก็เด็ดลูกหนึ่งออกจากพวง ยื่นให้เขา

วาคิมรับไป เช็ดๆ กับชายเสื้อ ก่อนจะยกขึ้นมากัดกร้วมๆ เข้าปากหน้าตาเฉย

“อื้ม! หวานกรอบ อร่อยจริงด้วย”

“เอ่อ! พี่คิมจะไม่ล้างก่อนหรือคะ?” ถามอย่างตกใจนิดๆ ในความเป็นคนง่ายๆ ของเขา

“อ้าว! ต้องล้างด้วยหรือครับ นึกว่าทานได้เลย ฉีดยาฆ่าแมลงหรือครับ?”

“เปล่าค่ะ” รีบสั่นหน้าเร็วๆ “แต่ว่ามันคงจะมีฝุ่นเกาะอยู่มั้งคะ” พูดไปขำๆ ตลกหน้าตาเหรอหราตกอกตกใจของเขา

“ไม่เป็นไร พี่เช็ดเสื้อแล้ว และอีกอย่าง พี่น่ะ หัวแข็งจะตาย แค่ฝุ่นนิดๆ หน่อยๆ ทำอะไรไม่ได้หรอก” ว่าแล้วก็จัดการกับชมพู่ที่เหลือในมืออย่างเอร็ดอร่อย

“อื้ม! อร่อยจริงนะ สงสัยเดี๋ยวต้องขอพันธุ์ไปปลูกที่บ้านบ้างล่ะ แพรวไม่ลองทานดูล่ะ”

แพรวพิชชา อมยิ้มจนแก้มปริ ประทับใจในความเป็นคนง่ายๆ สบายๆ และเป็นกันเองของเขา ก่อนเดินเข้าไปในโรงเรียนอนุบาล เพื่อที่จะได้ล้างชมพู่ให้สะอาด แล้วทีนี้จะได้กินให้อร่อยไปเลย ในเมื่อมีหน่วยกล้าตายยืนยันแล้วว่ามันหวาน กรอบ และอร่อยอย่างที่เคยกินอยู่ทุกปี

 

 

“มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรครับคุณแม่?”

คนที่ถูกเรียกตัวด่วนให้กลับมาบ้าน ทั้งๆ ที่เป็นวันพักผ่อน และมี แพลนว่าจะพาเวสิตาไปเที่ยวมัลดีฟ แต่เป็นเพราะเขาเผลอรับโทรศัพท์จากคุณฤดีนาถเท่านั้น อีกฝ่ายเลยประกาศิตให้เขารีบกลับบ้านในทันที

“แกหายหัวไปอยู่ไหนมาทั้งคืนฮะตารุต?”

เพียงได้ยินเสียงแว้ดของมารดาที่ถาม ใบหน้าที่ชื่นบานอยู่ก็หุบเหี่ยวลงทันที เห็นทีธุระด่วนที่ว่า คือเรียกมาฟังท่านเทศนาจนหูชาเสียล่ะมากกว่า

“คุณแม่ยังจะถามอีกหรือครับ?” เขาเดาว่าท่านรู้แล้วล่ะ

“ฉันถามดีๆ ยังจะมาทำยอกย้อน นี่แน่ะ” ฟาดมืออวบขาวเผียะลงมาที่หัวไหล่

“โอ้ยๆ อะไรครับนี่?” ว่าพร้อมกับขยับตัวหนี

“แม่ครับ ผมโตจนเกินกว่าจะตีแล้วนะ” อดจะเอ่ยทั้งท้วงขึ้นมาไม่ได้ พร้อมทำหน้าหงิก ที่มารดาชอบคิดว่าเขาเป็นเด็กเก้าขวบเสียเรื่อย

คุณฤดีนาถฮึดฮัดอย่างขัดใจ ก่อนจะระลึกได้ว่าลูกชายโตเป็นควายแล้ว แถมยังมีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทจะมาไล่ตีเหมือนเด็กๆ ทำให้เสียภาพพจน์เสียเปล่าๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำโทษเจ้าตัวยังไงให้สาแก่ใจดี

“แกไปนอนค้างกับแม่เวสิตามาล่ะสิ?”

ลูกชายหน้ามุ่ย ไม่ยอมตอบ เห็นไหมว่าแม่เขาก็รู้นั่นแหละ

ท่าทางหัวแข็งดื้อแพ่งเงียบกลับมา เตือนสติว่าตอนนี้วิศรุตกำลังหลงแฟนสาวดาราหัวปักหัวปำ เรื่องจะไปห้ามปรามหรือยื่นคำขาดให้เลิกรา อาจจะทำให้ยิ่งเตลิดไปไกลไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องเสียเปล่าๆ โบราณท่านเตือนว่าน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าขวาง จึงปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้อ่อนลง

“แกคิดจะจริงจังกับแม่เวสิตานี่จริงๆ หรือตารุต?”

“จริงจังของคุณแม่นี่ หมายถึงระดับไหนล่ะครับ?” นั่งไขว้ขาอย่างสบายอารมณ์

“ก็คบ...ควง...แต่งงานกันออกหน้าออกตา”

“ถ้าเรื่องแต่งงานผมยังไม่คิด” เอื้อมมือไปคว้าแอปเปิ้ลบนโต๊ะกลางขึ้นมากัดกินกร้วมๆ อย่างเอร็ดอร่อย

“ดี...แกไม่ควรจะคิดเลย ถึงแกคิดแม่ก็จะขอให้แกหยุดคิด”

“หมายความว่ายังไงครับแม่?” คิ้วหนาดกเป็นปื้นย่นนิดๆ

“แกก็รู้ว่าคุณปู่ไม่ชอบผู้หญิงเต้นกินรำกิน” เตือนหน้าเครียด

“แต่มันก็เป็นอาชีพสุจริต ไม่ได้ผิดกฎหมาย หรือทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย”

“แม่นี่แหละเดือดร้อน  แกก็ด้วย ถ้าคิดจะเอาเวสิตามาเป็นเมียตบเมียแต่งออกนอกหน้า รู้หรือเปล่าเมื่อเช้าคุณปู่เห็นรูปแฟนแกขึ้นหน้าปกหนังสืออะไรสักอย่าง ไอ้ที่นั่งแหกแข้งแหกขา นมต้มหลุดออกมาทั้งยวงนั่นน่ะ ท่านเอ็ดตะโรลั่นบ้าน จนหัวใจแม่แทบวาย”

วิศรุตนึกออกว่าเป็นหนังสือเล่มไหน เพราะเป็นคนขอให้เจ้าของหนังสือส่งมาให้เขาที่บ้าน ลืมคิดไปว่าอาจจะมีใครแกะเปิดดูก่อน และดันแจ็กพ็อตเป็นเจ้าสัวที่ไม่ชอบแฟนของเขาอยู่แล้ว

“ก็สวยดีนี่ครับ” พูดเหมือนไม่ทุกข์ร้อนไปด้วย

“นี่ ตารุต อย่ามารวน แกก็รู้ว่าคุณปู่ไม่ชอบผู้หญิงเปิ๊ดสะก๊าดอย่างนั้น”

“ผมก็ไม่เคยเห็นคุณปู่จะชอบแฟนผมสักคน” ชายหนุ่มหน้าเคร่งขึ้นมา ตั้งแต่กลับมาช่วยงาน เขาก็คบหาเพื่อนผู้หญิงหลายคน  และก็ช่วยไม่ได้ตรงที่ว่าผู้หญิงที่ได้รู้จักมา เขาจะสนใจพวกดารานางแบบเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนที่สวย เอ็กซ์ เซ็กซี่อย่างเปิดเผย ยิ่งมีชื่อเสียง เป็นคนดัง ได้ควงแล้วก็ยิ่งภูมิใจ

“แกก็หาไอ้ที่มันเรียบร้อย มีชาติมีตระกูล มีการศึกษาสักหน่อยสิ นี่มีแต่พวกที่ชอบโชว์ แต่งตัวโป๊ๆ ใครจะไปรับได้ อย่าว่าแต่คุณปู่เลย แม่เห็นแล้วยังจะเป็นลม” ส่ายหน้าเบาๆ ว่ารับไม่ได้

“ก็ผมชอบของผมอย่างนี้นี่ครับ  ผู้หญิงเซ็กซี่ มีส่วนโค้งส่วนเว้าเร้าใจ และที่สำคัญไม่เล่นตัว ไม่เรื่องมาก เหมือนพวกลูกท่านหลานเธอที่แม่ชอบยุให้ผมไปจีบ พวกนั้นน่ะน่าเบื่อจะตาย สวยก็ไม่สวย ยังมาเล่นตัวอีก”

“ตารุต” ถึงกับร้องเสียงหลง พร้อมฟาดเผียะลงไปที่แขนอีกที

“แกหัดใช้สมองมองความสวยของผู้หญิงบ้างนะ ไม่ใช่ดีแต่ใช้ลูกตามอง และสมองที่แม่ว่า ก็หมายถึงไอ้ก้อนไขมันที่อยู่ในหัวกะโหลกนั่นน่ะ  ไม่ใช่เข็มทิศที่อยู่ตรงหว่างขาแก...รู้ไหม?” มารดาเอ็ดอึงเสียงเขียวอย่างฉุนเฉียว

“คุณแม่ครับ” เขาลากเสียงยานคางอย่างอ่อนใจ “ผมรู้ดีน่าว่าสมองอยู่ตรงไหน ไม่ต้องเจาะจงขนาดนั้นหรอก” ลูกชายว่าหน้าบึ้ง พูดอย่างนี้มันก็ออกจะดูถูกสติปัญญาของเขาเกินไปสักหน่อย

แต่ไอ้เรื่องความรักความชอบ มันเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก เรื่องของจิตใจที่เห็นพ้องต้องกับสายตา ไม่ใช่เรื่องเหตุผล ที่ต้องใช้สมองคิดให้วุ่นวายปวดหัว

“อื้ม! รู้ก็ดี เพราะปู่แกบอกชัดเจนว่า จะไม่มีทางยอมรับแม่เวสิตามาเป็นหลานสะใภ้เด็ดขาด ถ้าคิดจะตบแต่งกันก็ให้เปลี่ยนนามสกุลเสีย แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น” ถ่ายทอดทุกถ้อยกระบวนความที่ได้ฟัง ให้เจ้าตัวรับทราบ

อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น