วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 33 : แหกกฏคนเข้าหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 ต.ค. 61


 

 

 

 

 

ตอนที่ 33

แหกกฏคืนเข้าหอ

 

 

 

 

 

“วันนี้น้องแพรวสวยมากเลยนะครับ”

วาคิมกล่าวออกไปจากหัวใจและความรู้สึกอย่างแท้จริง

“ขอบคุณค่ะพี่คิม แพรวเป็นเจ้าสาวนี่คะ ก็ต้องสวยสักหน่อย” คนว่ายังตอบกลับมาอย่างร่าเริงน้ำเสียงสดใส

ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม เปี่ยมไปด้วยความสุข ทำให้เขาต้องยอมรับด้วยสปิริตว่า แพรวพิชชาได้เลือกไปแล้ว และวิศรุตก็ทำให้เธอเป็นเจ้าสาวที่สวยและมีความสุขที่สุด

เขายิ้มเศร้าๆ

“ทำไมพี่คิมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ?” คนไม่เคยล่วงรู้ความในใจใดๆ ของเขา จับมือใหญ่เอาไปกุมไว้

“อื้ม...มืออุ่นๆ ร้อนๆ พี่คิมเป็นไข้หรือเปล่าคะ?” เธอยกหลังมือขึ้นแตะที่แก้มของเขาเพื่อวัดอุณหภูมิ

และมันก็เป็นภาพที่วิศรุตหันกลับมาเห็นเข้าพอดี เขาที่ยังคุยกับกลุ่มเพื่อนๆ ตาลุกวาว สาวเท้าก้าวฉับๆ เดินตรงมาที่ทั้งคู่ และฉวยคว้าเอาตัวของเจ้าสาวไปโอบไว้ในวงแขน

“คุยอะไรกัน? ทำไมต้องถึงเนื้อถึงตัวด้วย” น้ำเสียงขุ่นตั้งคำถาม สายตามองไปที่น้องชายต่างแม่อย่างไม่พอใจ

แพรวพิชชาหน้าเหวอขึ้นมา

“พี่คิมดูตัวรุมๆ สีหน้าไม่ดีเลย แพรวเลยแตะแก้มดูว่าเป็นไข้หรือเปล่า?”

“ไข้กายคงไม่ใช่ หมอนี่อึดและทนจะตาย แต่ถ้าไข้ใจล่ะไม่แน่” เขาว่าอย่างเยาะๆ

คนไม่รู้ความย่นคิ้ว มองหน้าเจ้าบ่าวของตัวเอง

“ไข้ใจ อะไรหรือคะ?” หันมองทั้งสองคนสลับกัน

“ดูเหมือนว่านายวาคิมจะอกหัก”

“อกหัก?” แพรวพิชชาทวนคำอย่างฉงน เธองวยงงที่ตกข่าว ไม่รู้ว่าวาคิมไปรักชอบพอกับใครที่ไหนตั้งแต่เมื่อไหร่?

“หรือเปล่าวะน้องชาย”

ดวงตาของคนถูกถามลุกวาว จ้องหน้าเขาอย่างรู้กันแค่สองคน

“ยังไงพี่ก็ขอให้น้องแพรวมีความสุขมากๆ นะครับ” เขาเอ่ยกับหญิงสาว

“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว นายไม่ต้องห่วง แต่งงานกับฉัน แพรวพิชชาก็เหมือนขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดนั่นแหละ”

“คุณรุต” แพรวพิชชาเรียกเขาพร้อมกับหน้าแดงซ่าน เข้าใจความหมายไปเสียอีกทางหนึ่ง เก้อกระดากกับคำพูดของชายหนุ่ม

วาคิมกัดฟันกรอด เจ็บร้าวหัวใจเจียนแหลก เมื่อเห็นผู้หญิงที่เขาแอบรัก อยู่ในอ้อมกอดของพี่ชาย รู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่า วิศรุตไม่ได้รักใคร่อะไรแพรวพิชชาสักเท่าไหร่ แต่เธอก็เลือกแล้ว และเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ขืนยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป อาจจะแสดงกริยาอาการไม่ดีออกไปเป็นแน่ จึงรีบเดินออกจากทั้งสองคนมา ไปให้ห่าง ไปให้ไกล ไปให้ไว ที่ไหนก็ได้ ใครก็ได้ ที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความรู้สึกเจ็บปวดอันน่าอดสูนี้เสียที

 

 

“นั่นคุณจะไปไหนคะ?”

เสียงหวานทักถาม เมื่อเห็นเจ้าบ่าวของเธอพรวดพราดทำท่าว่าจะเปิดประตูออกจากห้องหอไปทั้งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาอวยชัยให้พรหลังส่งตัวบ่าวสาวยังไม่ทันกลับกันหมดเลยด้วยซ้ำ

“ธุระส่วนตัว” น้ำเสียงกระด้างตอบกลับมา

ถ้อยคำของเขา...ช่างห้วน...สั้น...ได้ใจความ พอๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปทันทีหลังจากที่ใครๆ พากันออกไปหมดแล้ว

“แต่นี่มันคืนส่งตัวเข้าหอนะคะคุณรุต โบราณท่านถือว่าห้ามออกจากห้องหอจนกว่าจะรุ่งเช้า เพราะว่าจะเป็นลางไม่ดี” เตือนไปก็นึกกระดากเพราะเธอเป็นผู้หญิงเป็นฝ่ายเอื้อนเอ่ยเรื่องแบบนี้มันฟังดูน่าอายนัก เหมือนกับว่าเธอพยายามจะล่อลวงหน่วงเหนี่ยวกักกันเขาเอาไว้ด้วยกันที่นี่...สองต่อสอง ในห้องหับมิดชิด ค่ำคืนที่เจ้าสาวทุกคน คงใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาต้องร่วมเรียงเคียงหมอนด้วยกันเป็นครั้งแรก

“ผมไม่ใช่คนหัวโบราณ และผมก็ไม่ถือ” คนว่าแสยะยิ้มอย่างไม่แยแสใส่ใจในความกังวลที่ฉายชัดบนใบหน้าและแววตาคู่งามของผู้หญิงที่เป็นเจ้าสาว และเมียถูกต้องตามกฎหมาย

คืนนี้แพรวพิชชาสวยมากๆ ตั้งแต่สวมชุดไทยในตอนกลางวัน หล่อนทำให้เขาตกตะลึงพรึงเพริด ต้องกลืนน้ำลายอยู่ซ้ำและซ้ำ เมื่อแม่สาวจืดชืดถูกแปลงโฉมออกมาได้งดงามราวกับหลุดมาจากในวรรณคดี

และในชุดราตรีสีขาวเกาะอกปักเลี่ยมยาวทรงหางปลา ก็ทำให้ว่าที่เมียของเขาสวยหยาดฟ้ามาดินขนาดที่ทำเอาวิศรุตถึงกับตกตะลึงจนลืมความคิดและแผนการที่ตั้งใจเอาไว้แต่ต้นไปเลยทีเดียว

ขืนยังอยู่ในห้องหอด้วยกันสองต่อสอง เขาจะต้องอดกลั้นตัวเองเอาไว้ไม่ได้ ใช้สิทธิ์ความเป็นสามีอย่างถูกต้องทั้งตามกฎหมายและพฤตินัยเสียให้ครบถ้วนกระบวนความเป็นแน่ เมื่อเจ้าหล่อนเป็นสิทธิ์ของเขาอย่างชอบธรรมถูกต้อง ทั้งตามประเพณีและกฏหมายแล้ว

แต่ที่ยั้งใจเอาไว้ เพราะไม่อยากให้ยิ่งผูกพันยืดเยื้อกันมากไปกว่านี้ จึงต้องรีบออกไปจากห้องหอนี้เสียให้ไว ก่อนจะเผลอตัวเผลอใจไปกับผู้หญิงที่เขาไม่คิดจะจริงจังด้วย และตอนนี้ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องเก็บกลั้นในสิ่งที่อยากทำ ในเมื่อเขาบรรลุเป้าหมายที่อยากได้แล้ว

“แล้วลางร้ายอะไรที่คุณว่านั่นผมก็ไม่กลัวสักนิด  หรือคิดว่าการแต่งงานคืนนี้ มันจะอยู่กับผมไปตลอดชีวิตงั้นหรือไง?” สีหน้าเยาะเย้ยถากถางตั้งคำถาม

คำพูดจาที่ไม่รักษาน้ำใจกันเลยทำให้แพรวพิชชาถึงกับอึ้งงันไปทันที่ ดูเหมือนว่าโอวาทที่ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่ถ่ายทอดมายาวเหยียดว่า... ขอให้รักกันนานๆ จนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนั่นจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา หาได้สำหลักสำคัญให้เขาสำเหนียกใส่ใจจำไม่

“หมายความว่ายังไงคะ?” เธองงเป็นไก่ตาแตกไปหมดแล้ว

ดวงตารียาวดำขลับคู่นั้น ฉายแววของคนดื้อรั้นเอาแต่ใจและเหมือนจะประกาศชัยชนะที่มีเหนือใครทั้งหมด

“คุณคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต่างก็ได้ประโยชน์จากการแต่งงานครั้งนี้ คุณได้สินสอด ได้เงินไปปลดหนี้ ได้ทรัพย์สมบัติมากมายไปเป็นทุนรอนทำโรงเรียนต่อ” ว่ายิ้มๆ ดวงตาดูเจ้าเล่ห์ร้ายกาจนัก

แพรวพิชชาสะอึก กับถ้อยคำของเขา และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีส่วนจริง...แต่ที่เธอแต่งงาน ไม่ได้หวังเพียงแค่เงินทองอย่างเดียว

“เราต่างกันมากนะแพรวพิชชา ไลฟ์สไตล์ รสนิยม สังคมที่คลุกคลีอยู่ ผมไม่คิดว่าเราจะไปกันได้นานนักหรอก”

เธอหน้างันไปทันที ถ้าเขาคิดเช่นนี้ แล้วจะมารบเร้าอยากแต่งงานกับเธอทำไมกัน?

“เราเติบโตมาไม่เหมือนกัน คิดอะไรก็ไม่เหมือนกัน ผมไม่คิดว่าตัวเองจะทนกินเต้าหู้จืดๆ อย่างคุณไปได้ตลอดชีวิตหรอกนะ และก็คงปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่า เซ็กส์มันเป็นส่วนสำคัญของชีวิตแต่งงาน ที่ผมต้องการและขาดไม่ได้”

เธอหน้าร้อนวูบขึ้นมา เมื่อเขาพูดถึงเรื่องนี้

“ในเมื่อสักวันหนึ่งเราก็ต้องหย่ากันอยู่ดี ผมก็ไม่อยากสร้างรอยด่างพร้อยอะไรไว้ในใจคุณ และเพื่อไม่ให้เราต้องอึดอัดใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย เราต่างก็ใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากทำดีกว่า คุณอยากทำอะไรก็ทำ ผมไม่ห้ามหรอกนะ จะไปจีบใคร หรือให้ใครจีบ หรือจะออกเดทกับผู้ชายคนไหนผมก็ไม่ว่า ขอแค่อย่าให้มันโจ้งแจ้งจนให้คนอื่นเอามานินทาถึงผมได้ก็พอ”

หญิงสาวอ้าปากค้างหน้าชาไปกับถ้อยคำเอ่ยอนุญาตนั่น แค่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาตีทะเบียนของเขา ผู้ชายที่ไหนจะกล้าแหยม ยื่นหน้าเข้ามาจีบ มันบ้าเกินไปแล้ว วิศรุตกำลังคิดจะทำอะไรอยู่

แล้วท่าทีที่แสร้งแสดงออกว่ารักหลงเธอจนอดทนรอคอยไม่ไหว รีบเร่งรวบรัดจัดงานแต่งงานปุบปับนั่น เขากำลังเล่นละครหลอกใครๆ หรอกหรือ?

“ส่วนผมเอง ก็จะไปใช้ชีวิตของผม และจะพยายามไม่ให้กระทบกระเทือนหรือทำให้คุณต้องเดือดร้อน และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราก็ค่อยมาหย่ากันให้สวยๆ แบ่งทรัพย์สมบัติกันไป ผมเชื่อว่าถึงตอนนั้นคุณคงกอบโกยไปได้จนคุ้มแล้วล่ะ”

แพรวพิชชาถึงกับสะอึกกับเหตุผลที่ได้ฟัง วิศรุตกำลังคิดอะไรอยู่? เขาคิดว่าการแต่งงานคือเรื่องเล่นๆ คิดจะแต่งก็แต่ง คิดจะหย่าก็หย่าง่ายๆ งั้นก็หมายความว่าที่ผ่านมา ในสายตาของผู้ชายที่เธอตัดสินใจยากยิ่งที่จะยอมตกลงปลงใจ ตกร่องปล่องชิ้นด้วย มองว่าเธอเข้ามากอบโกย หาผลประโยชน์จากการแต่งงานกับเขาอย่างนั้นสินะ

“คุณพูดอะไรของคุณกันคุณรุต แพรวไม่เข้าใจ คุณกำลังคิดอะไรของคุณอยู่?” เธอมองเขาราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“เอาน่า...แพรวพิชชา คุณไม่ได้ดูโง่ ที่จะเข้าใจอะไรยากนักหรอก ตอนนี้คุณได้เงินยี่สิบล้านไปนอนกอดสบายๆ แล้วนี่ ก็น่าจะพอใจแล้วไม่ใช่หรือ?”

รอยยิ้มร้ายๆผุดขึ้นที่ริมฝีปากบนใบหน้าหล่อเหลา พร้อมสายตาวับวาวดูถูกดูแคลน ทำให้มือเล็กกำแน่น ตัวสั่นเทาขึ้นมาด้วยความโกรธกรุ่น เสียใจ ผิดหวัง แต่ที่ทำได้ คงเพียงแค่มองตามหลังร่างสูงที่เปิดประตูออกไปจากห้องหอในคืนวันแต่งงานอย่างรีบเร่ง ราวกับว่าไม่อยากเสียเวลาในห้องนี้อีกสักวินาทีเดียว

ร่างสะโอดสะองสวยทรุดลงนั่งบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวสิ้นแรง ทั้งที่ชุดเจ้าสาวแสนสวยยังไม่ทันได้ถอด ในวันของเธอ วันที่เธอควรจะมีความสุขมากที่สุด แต่เวลานี้กลับรู้สึกหมดสิ้นทุกอย่างในชีวิต

หัวใจดวงหนึ่ง ความรักความรู้สึกที่ยอมวางทั้งหมดเอาไว้ในมือเขา กลับถูกทอดทิ้งเอาไว้อย่างไม่แยแสใยดี

เพียงแค่ค่ำคืนแรก...ชีวิตแต่งงานของเธอกับเขา ก็เริ่มต้นไม่สวยเสียแล้ว...แพรวพิชชาไม่อยากนึกถึงวันต่อๆ ไปให้เหนื่อยหัวใจล่วงหน้าเลย


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น