วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 32 : สาวสิบแปด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 ต.ค. 61

 


 

 

 

 

 

ตอนที่ 32

สาวสิบแปด

 

 

 

 

 

“ชื่ออะไรล่ะเราน่ะ?”

สาวใหญ่วัยกลางคน ท่าทางดุที่เจนจิราแนะนำว่าคือมาม่านุชถามกับเธอ สายตาของอีกฝ่ายวาดอายไลเนอร์ไว้คมเหมือนตาเหยี่ยวและแฝงความดุดันกำลังกวาดมองเธออย่างสำรวจตรวจสอบ

ลลัลดาเหมือนทำลิ้นหายไปชั่วคราว รู้สึกราวกับหายใจไม่ออก สถานการณ์มันน่ากดดันเกินไปสำหรับการสัมภาษณ์งาน

“ชื่อด้า” เจนจิราตอบแทน เมื่อเห็นเพื่อนอึกอักอ้ำอึ้ง ตอบไม่ทันใจ จะโดนมาม่าเอ็ดเอาได้

“ลินดาค่ะ” ลลัลดารีบโพล่งออกไปกลบเสียงของเจนจิราที่หันมามองหน้าอย่างอึ้งๆ เพราะไม่ได้ตกลงกันเอาไว้ก่อน

“ลินดา” มาม่านุชทวน

“ค่ะ ลินดา”

“อันนี้ชื่อจริงเหรอ?”

“ค่ะ...เรียกชื่อเล่นก็ได้ ลิลค่ะ” รีบบอกออกไป

เจนจิราพ่นลมหายใจแรงๆ เมื่อเพื่อนเล่นมาเปลี่ยนตัวกลางอากาศ ไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้า

“อื้ม...ลิล...” มาม่านุชครางในลำคอ มองเธออย่างพินิจพิเคราะห์

“หน้าตาสะสวย ผิวพรรณดี อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ?”

“สิบแปดปีค่ะ”

“แน่นะ?”

“ค่ะ”

“บัตรประชาชน” แบมือยื่นมาตรงหน้า

“เอ่อ! ลืมหยิบมาค่ะ วันนี้รีบและก็ตื่นเต้นด้วย ขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมคะ?”

“งั้นก็เริ่มงานพรุ่งนี้” ว่าแล้วก็หดมือกลับไปกอดอก สีหน้าสีตาจริงจัง

“โห! มาม่า ไอ้ลิลมันอุตส่าห์แต่งหน้าแต่งตัวสวยมาแล้ว ยังไงให้ทดลองงานก่อนสักคืนหนึ่งก็ยังดี นี่มันก็จำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ หนูบอกมาว่ามาม่าใจดีให้เบิกก่อน มันเลยยอมมาทำงานที่นี่ มีที่อื่นชวนไปอีกนะ หน้าตาสวยขนาดนี้ หุ่นเอ็กซ์เซ็กซี่ขนาดนี้ มาม่าดูสิ เกรดเอเรียกแขกอย่างนี้ ไม่ได้หาได้ง่ายๆ นะมาม่า”

สายตาคมกริบตวัดกลับไปมองที่เจนจิราที่เชียร์เพื่อนออกนอกหน้า

“แล้วหล่อนล่ะแม่จุ๊บแจง ทำไมยังไม่ไปทำงาน มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อทำไม?”

“ก็เผื่อว่า...”

“อย่าสาระแน...รีบไป แขกเข้าแล้ว”

“แล้วเพื่อนแจงล่ะคะ?”

“เดี๋ยวฉันคุยเอง” น้ำเสียงเฉียบนั่น ทำให้เพื่อนสาวของเธอหน้าหดเหลือสองนิ้วต้องยอมลุกออกไป ทิ้งให้ลลัลดาใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ

“จะเบิกเงินก่อนด้วยเหรอ?”

“ค่ะ”

“เอาเท่าไหร่?”

“ห้าพันค่ะมาม่า”

“งั้นก็ต้องมีเงื่อนไขพิเศษ”

“ยังไงคะ?”

“ห้ามขัดใจแขก ตกลงไหม?”

ลลัลดานิ่งเงียบไปอย่างใช้ความคิดครู่หนึ่ง ห้ามขัดใจ แปลว่าเธอต้องดื่มเหล้าด้วยสินะ

หญิงสาวเม้มปากแน่น ครุ่นคิด แม้ไม่ใช่นักดื่ม แต่จิบๆ พอเป็นพิธีคงพอได้ และเจนจิราก็สอนวิธีหลบเลี่ยงมาบ้างแล้ว

เงินห้าพัน ที่หมายถึงค่าบ้านเช่าเดือนนี้ ที่ยังไม่มี และเธอก็ไม่กล้าหยิบยืมรบกวนมยุราอีกเพราะเกรงใจทำให้ลลัลดาต้องพยักหน้า

“ตกลงค่ะ”

“ดี...ดีมาก...”

มาม่านุชเอ่ยอย่างพอใจ ก่อนจะสั่งให้เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว ที่เป็นชุดกี่เพ้าสีแดงสั้นเต่อ ที่พอใส่ออกมา พร้อมกับการแต่งหน้าทาปากที่ถูกสั่งให้เติมเครื่องสำอางเข้มขึ้น ก็ทำให้เธอดูเป็นสาวเกินตัวขึ้นไปอีก

“สวย...สวยมากๆ”

“ค่าจ้าง ชั่วโมงละสองร้อยใช่ไหมคะ?” ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“ถ้าเป็นดาวของร้าน เธอจะได้มากกว่านั้นอีกแน่ ขอแค่ทำตัวดีๆ ว่าง่ายๆ ตามใจแขก เชื่อที่ฉันบอก แล้วรับรองว่าเธอจะไปได้สวยในวงการนี้ และฉันจะปั้นเธอเอง”

สายตาวาบวาวราวกับจับจ้องอัญมณีล้ำค่านั่น ชวนให้ลลัลดารู้สึกขนลุกอย่างประหลาด แต่แล้วก็ต้องข่มทุกความกลัวและความตื่นเต้นลงไป เพื่อเริ่มงานในค่ำคืนแรก หลังจากที่มาม่านุชใจป้ำ ยอมจ่ายเงินที่ขอเบิกล่วงหน้ามาห้าพัน แลกกับการทำตัวดีๆ อย่างที่อีกฝ่ายแนะนำและย้ำนักย้ำหนา

“ปกติฉันไม่เคยให้ใครเบิกเงินไปก่อนล่วงหน้า”

แต่เพราะเห็นว่า เด็กสาวตรงหน้า สดใหม่ คงเรียกราคาและทำเงินคืนกลับมาให้หล่อนเป็นกอบเป็นกำ จึงทุ่มเงินซื้อใจไว้เสียแต่ต้น

 

 

“ยินดีด้วยนะครับเจ้าสัว หลานชายเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว เจ้าสาวสวยมากเลย ได้ยินว่าเป็นถึงดาราดัง”

คำชื่นชมของแขกเหรื่อ ทำเอาเจ้าสัววิชาญยิ้มไม่หุบ ยกเว้นบางประโยคที่ข้อมูลผิดเพี้ยนคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง เลยทำให้ชวนหงุดหงิดใจนิดหน่อย

แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อวีรกรรมของไอ้หลานชายตัวแสบก่อนหน้านี้ ก็ฉาวโฉ่ไม่ใช่น้อย ควงแต่กับพวกดารานางแบบ สาวๆ ในแวดวงบันเทิงข่าวที่ออกไปเลยเป็นทำนองนั้นไปเสียหมด

“นั่นแฟนเก่าเจ้ารุตมันครับ ส่วนเจ้าสาวคนนี้ เป็นคุณครู โรงเรียนอนุบาล” ท่านแก้ไขความเข้าใจผิดนั่นให้ถูกเสีย

“อ้าวเหรอครับ...ขอโทษทีๆ เห็นสวยขนาดนี้ ก็นึกว่าเป็นดารา”

ท่านยิ้มรับคำชื่นชม พร้อมกับมองไปยังคู่บ่าวสาวที่ยืนไหว้รับแขกที่มาร่วมงานกันอย่างล้นหลามจนมือเป็นระวิงแทบเป็นฝักถั่ว รู้สึกเบาใจ โล่งใจ ทั้งยังยินดีมีความสุขมากที่สุดแล้ว หลานชายคนโตที่ฝากความหวังไว้มากก็ได้ลงเอยกับหลานสาวของเพื่อนรัก

“หนูแพรวเป็นเด็กดี เป็นคนดี ไม่ได้สวยเพียงแค่หน้าตา แต่กริยาวาจา ความคิดหัวจิตหัวใจ ก็ดีงามไม่แพ้กัน” ท่านเอ่ยชื่นชม

คุณยงยุทธเองก็ไม่น้อยหน้า ยิ้มแฉ่งตั้งแต่เช้าจนค่ำ เรียกว่าไม่มีอาการของคนป่วยโรคหัวใจใดๆ เหลือให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว

“ผมเองก็เข้าใจผิดไปเหมือนกัน เห็นสวยสะดุดตาอย่างกับดาราระดับนางเอกทีเดียว”

คำชื่นชมหนาหูถึงความสวยของเจ้าสาวจากบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหาย ทำให้พ่อสื่อใหญ่และกำลังได้หลานสะใภ้ที่หมายตามาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่างเจ้าสัววิชาญยิ้มปลาบปลื้มยิ่งนัก

“นั่นสิคะ คุณพ่อตาถึงจริงๆ” แม้แต่คุณฤดีนาถก็รู้สึกเบาใจ ที่ลูกชายคนเดียวของหล่อนเลือกหมั้นหมายและแต่งงานกับแพรวพิชชา คนที่พ่อสามีมาดหมายเอาไว้ให้แต่ทีแรก

“ฉันดูใครไม่เคยพลาด คนผ่านโลกผ่านประสบการณ์มามาก ย่อมดูออกว่าใครเป็นยังไง ไม่เหมือนไอ้พวกหนุ่มๆ ที่มองอะไรฉาบฉวย เอาเร็ว เอาง่าย เลือกเพราะสวยผาดบาดตาตอนเห็น ไม่ใช่สวยพิศด้วยเนื้อแท้อย่างหนูแพรว”

คุณฤดีนาถหันไปสบตากับสามี ที่ไม่มีท่าทียินดียินร้ายใดๆ เท่าไหร่นัก

“มองหาใครคะคุณวสันต์” น้ำเสียงจับผิดถามขึ้นมา

“จะมองหาใคร ผมก็มองแขกทั่วไปนั่นแหละ คนคุ้นเคย คนรู้จัก จะได้ไปทักทายต้อนรับขับสู้เขา”

ผู้เป็นสามีรีบตอบขึ้นมาพร้อมกับถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“อ้อ...นึกว่ามองหาแม่วิไลเรขาเสียอีก” น้ำเสียงประชดประเทียดว่า

“คุณอย่ามาหาเรื่องผมหน่อยเลย วิไลเรขาเขารู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร และจะว่าไปแล้ว งานนี้ก็เป็นเรื่องน่ายินดีของครอบครัว ถ้าเขาจะมาร่วมงานก็คงไม่แปลก”

“รอไว้งานแต่งลูกตัวเถอะค่ะ แต่นี่งานตารุตลูกฉัน...คนนอก อย่าเจ๋อเสนอหน้ามาเป็นดี”

“คุณนี่ก็อคติไม่ยอมละ ไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมวาง” เขาว่าอย่างเหนื่อยหน่ายใจ พอจะเดินผละหนีไป ฤดีมาศรีบคว้าแขนหมับเอาไว้

“ยังไง ฉันก็เบ่งตารุตออกมาให้เป็นทายาทสืบสกุลของคุณนะคะ และวันนี้ก็วันดีของลูก อย่าทำอะไรที่มันทำให้คนอื่นไม่สบายใจเลยค่ะ”

“คำนี้คุณน่าจะเก็บไว้เตือนตัวเองมากกว่าบอกกับคนอื่นนะ” นายวสันต์ว่า เบือนหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง ไม่อยากเสียอารมณ์

“ฉันก็หวังว่า ตารุตมันจะไม่ได้นิสัย มักง่าย มักมาก ไม่รู้จักพอจากคุณไป ไม่งั้นชีวิตครอบครัว คงมีปัญหาแน่ๆ”

และแม้เขาจะไม่สนใจ ฤดีนาถก็ยังไม่วายที่จะเหน็บแนมพาดพิงมาถึง นายวสันต์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่ายืนปั้นหน้ารับแขกต่อไปจนกว่างานจะจบลง



ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น