วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 17 : มาเหนือเมฆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ก.ย. 61


 

 

 

 

 

ตอนที่ 17

มาเหนือเมฆ

 

 

 

 

 

“สองคนนั่นเจอกันทุกวันหยุดเลยหรือไง?”

ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกไม่พอใจที่รู้ว่าวาคิมและแพรวพิชชาคบหาและเจอหน้ากันบ่อยๆ ทั้งสองทำตัวเหมือนคู่รักกัน และเจ้าสัววิชาญก็ดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้เต็มที่ ทั้งที่เคยหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าอยากให้เขาเกี่ยวดองกับเจ้าหล่อนมาก่อน

“ครับ ก็อย่างภาพที่เห็น บางครั้งคุณวาคิมก็ไปทานมื้อเที่ยงกับเธอที่โรงเรียนอนุบาล และไปทานมื้อค่ำที่บ้านของเธอ”

ฟังดูช่างว่างงานว่างการเสียเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะฉกชิงโปรเจคใหญ่ยักษ์ไปจากมือเขา นี่นะหรือคนที่เจ้าสัวไว้วางใจจะให้รับผิดชอบงานใหญ่ ไอ้นายวาคิม ก็ติดหญิงเหมือนกับเขา แต่ทำไมกลับได้เครดิตในสายตาของผู้เป็นปู่

ก็เพราะท่านเอ็นดูแพรวพิชชายังไงล่ะ...คำตอบเข้าใจแสนจะเข้าใจง่าย ผู้หญิงปากร้าย แถมหน้าตายังจืดชืดอย่างนั้น หยิ่งทระนงไม่เข้าเรื่อง ไม่เห็นมีตรงไหนน่ารักใคร่เอ็นดูสักนิด

เห็นแล้วก็ให้รู้สึกหมั่นไส้ทั้งสองคน ทั้งที่เขาไม่ใช่คนขี้อิจฉาริษยา เพียงแต่ว่าเคยเป็นที่หนึ่งมาตลอด แต่ตอนนี้ กำลังตกจากบัลลังก์หลานรักของเจ้าสัวอย่างแท้จริง

“ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ ต้องทำอะไรสักอย่าง”

และอะไรสักอย่างที่ว่า ก็ทำให้คนมีเหตุและผลอย่างวิศรุต มหาดำรงค์กิจ คิดจะทำในเรื่องที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่เชื่อว่าจะทำได้

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”

น้ำเสียงเคร่งเครียดและหน้าตาซีเรียสจริงจังทำให้น้องชายที่ไม่เคยได้คุยเป็นการเป็นงานกับพี่ชายต่างแม่มาก่อน ถึงกับประหลาดใจล้นเหลือ

“มีอะไรหรือครับพี่รุต?” วาคิมหลงกล นั่งลงแล้วถาม

“นายรู้เรื่องที่คุณปู่จะเปิดบายเออร์เซ็นเตอร์ที่สิงคโปร์ไหม?”

วาคิมมีสีหน้าแปลกใจไม่น้อย เพราะเขายังไม่ได้ยินเรื่องนี้จากปากของเจ้าสัว

“ไม่นี่ครับ มีอะไรหรือเปล่า?”

ถ้าวิศรุตหน้าเคร่งมาอย่างนี้ เขาคิดว่ามันต้องมีอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ ถึงกับต้องมาคุยกับเขา

“โปรเจคนี้ฉันเป็นคนเสนอไปเมื่อสองปีก่อน แต่ตอนนั้นที่บริษัทยังมีคนไม่พอที่จะขยายงานด้านอื่นๆ แต่ตอนนี้นายกลับมาแล้ว และคุณปู่ก็เอามันขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่”

“ก็ดีนี่ครับ ผมดีใจด้วยที่พี่จะได้ทำโปรเจคที่เสนอไป”

“แต่นายคงรู้ว่าฉันคุมงานก่อสร้างโรงงานใหม่ และตอนนี้งานก็เดินหน้าไปกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ฉันอยากทำงานนี้ให้เสร็จเสียก่อน แต่ดูเหมือนคุณปู่จะใจร้อน” สีหน้าของวิศรุตดูจะวิตก

“แล้วผมจะช่วยอะไรพี่รุตได้บ้างครับ?”

“ฉันอยากให้นายอาสารับงานคุมบายเออร์ที่สิงคโปร์”

“แต่ผมไม่เคยทำงานการตลาดติดต่อซื้อขายมาก่อน”

“มันฝึกไม่ยากหรอก ฉันว่านายทำได้แน่”

“เอ่อ...แต่ผมว่า”

“เอาน่าวาคิม ไปอยู่ที่สิงคโปร์ นายจะมีอิสระในการทำงาน ทำงานบริหาร ดูแลข่ายงานย่อยของบริษัท งานนี้เป็นงานใหม่ เหมาะกับคนหนุ่มไฟแรงอย่างนายที่สุดแล้ว” วิศรุตหว่านล้อมน้องชายที่ครุ่นคิดตามไปด้วย

เขาเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน ยังต้องหาประสบการณ์อีกมาก แม้จะได้เรียนรู้งานหลากหลายอย่างในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีความรู้ความสามารถมากพอที่จะไปคุมงานที่สิงคโปร์ได้

“แล้วคุณปู่จะยอมหรือครับ?”

“คุณปู่ไม่ชอบฝืนใจใคร ถ้านายยืนยันว่าจะไปทำงานที่นั่น ฉันก็อยากทำงานที่ฉันรับผิดชอบให้เรียบร้อย เราวินๆ ทั้งสองฝ่าย บริษัทก็ไม่เสียหายด้วย”

“แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมือถึง ไปคุมบายเออได้” วาคิมตอบมาชัดถ้อยชัดคำ

“ฉันเชื่อมั่นนาย และคุณปู่ก็เชื่อมั่นนายแน่ๆ ขอแค่นายไปคุยกับท่านว่านายอยากทำงานนี้ แล้วก็ไปดูงานที่อเมริกาสักเดือนหนึ่ง กลับมานายจะมั่นใจขึ้นอีก”

หน้าตาของเขาเป็นกังวล ไม่คิดว่าอะไรๆ มันจะง่ายอย่างที่วิศรุตพูดสักนิด

“แล้วอีกนานไหมครับกว่าโรงงานใหม่จะเสร็จ?”

“ก็อีกครึ่งปีเป็นอย่างน้อยสำหรับงานโครงสร้างหลัก ต่อจากนั้นก็มีงานติดตั้งเครื่องจักร และทดลองเดินสายการผลิต ฉันทำมันมาแต่ต้น ก็อยากทำให้มันเสร็จไป อยากให้เป็นผลงานของตัวเอง เหมือนที่นายไปเริ่มต้นคุมบายเออร์ เวลาที่มันประสบความสำเร็จ ก็ถือเป็นผลงานความภาคภูมิใจของนาย”

“ผมเข้าใจนะครับ แต่ว่าผมเองก็ไม่มีความรู้ด้านนั้นด้วย และผมก็ยังใหม่มาก จู่ๆ จะให้ไปคุมงานบริหารดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“เรื่องนั้นไม่ยากหรอก ที่บริษัทมีมือดีหลายคนที่จะช่วยให้คำแนะนำปรึกษา และเป็นพี่เลี้ยงให้ ขอเพียงนายตกลงรับปากว่าจะไปทำงานที่นั่น ก็แค่ไปดูงานสักเดือนสองเดือน กลับมานายก็ทำได้”

“แต่ผมไม่คิดว่า...”

“ยังไงคุณปู่ก็ไม่บังคับจิตใจใคร”

แต่เขากำลังจะบังคับจิตใจให้วาคิมไปทำงานที่เจ้าสัววิชาญมอบหมายให้แทน

“พี่ไม่เคยขออะไรนายเลยนะวาคิม ถือว่าช่วยกันสักครั้ง”

วาคิมมีท่าทีลังเลและกำลังคิดหนัก เขาเองก็ไม่เห็นด้วยนักหรอกที่จู่ๆ จะให้ทำงานนี้แทนพี่ชาย เพราะจะว่าไปวิศรุตลงทุนลงแรงกับงานนี้มาแต่ต้น และก็คงอยากฝากชื่อเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเอง

“หรือว่านายติดขัดอะไร? ถึงไปอยู่ที่สิงคโปร์ไม่ได้”

เรื่องติดขัดไม่มีอะไร เพราะตั้งแต่เรียนจบก็พร้อมเต็มที่ที่จะมาช่วยงานที่บริษัท เว้นแต่ว่า การไปอยู่สิงคโปร์ คงจะทำให้เขาได้พบกับแพรวพิชชาน้อยลง หาโอกาสเจอกันยากยิ่งขึ้น

แต่ในเมื่อเป็นคำขอร้องจากพี่ชาย ผู้ที่ไม่เคยขออะไรจากเขา แล้วเขาจะปฏิเสธได้อย่างไรกัน

“สิงคโปร์กรุงเทพฯ นั่งเครื่องแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง นายกลับบ้านได้ทุกอาทิตย์เสียด้วยซ้ำ”

“ครับ ถ้าคุณปู่โอเค ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร”

“ดีมาก...ขอบใจจริงๆ วาคิม แต่หนึ่งถึงสองเดือนนี้นายอาจจะต้องไปศึกษาดูงานที่อเมริกา คงไม่มีปัญหาอะไรนะ?”

วาคิมยิ้ม พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เมื่อฝ่ามือหนักๆ ตบลงที่หัวไหล่ พร้อมสายตาและรอยยิ้มฝากความหวังจากพี่ชาย ที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดสนิทสนมกันมากนัก

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น