คืนพันธนาการ

ตอนที่ 4 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    7 พ.ค. 61











 

 

ที่กรุงเทพมหานคร...

 ภายในบ้านเดี่ยวขนาดหกสิบตารางวานั้นประกอบไปด้วยผู้อาศัยทั้งสิ้นห้าชีวิต หนึ่งในนั้นคือฉัตรระวี แต่เจ้าของบ้านที่แท้จริงคือวันเพ็ญซึ่งมีฐานะเป็นป้า ท่านมีลูกสาวสองคนชื่อพาขวัญและเพียงแข ส่วนลูกชายชื่อพัฒนา ลูกสาวสองคนมีงานทำแล้วในขณะที่ลูกชายยังคงศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย...

วันเพ็ญส่งเสียบุตรทั้งสามเพียงลำพังตั้งแต่แยกทางกับสามีและต้องดูแลหลานสาวซึ่งก็คือฉัตรระวีอีกหนึ่งคนเพราะสูญเสียบิดามารดาจากอุบัติเหตุ...  

ทว่าวันนี้ฉัตรระวีไม่ได้ไปทำงาน เพราะจู่ๆ ก็มีอาการเวียนหัวจนลุกไม่ขึ้น...

วันเพ็ญเดินบ่นลูกๆ ที่ไม่ยอมเก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง พลางเหลือบตามองไปยังนาฬิกาแล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อไม่เห็นหลานสาว

“พัฒน์ เห็นพี่ฉัตรไหม”

พัฒนากำลังนั่งรับประทานอาหารและทำหูทวนลมกับเสียงบ่นของมารดาก่อนหน้านี้เงยหน้าขึ้นส่ายหัวทันที

“ยังไม่เห็นเลยแม่ สงสัยยังไม่ตื่น” เขาบอกก่อนจะก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์อย่างไม่สนใจอะไรอีก วันเพ็ญถอนหายใจพรืด แล้วหันไปถามลูกสาวสองคนที่เดินแกมวิ่งลงมาจากห้อง

“ขวัญ แข เห็นพี่พวกแกไหม”

พาขวัญขมวดคิ้วแล้วบอก

“หนูเพิ่งออกจากห้องเนี่ยจะรู้ได้ไงเล่าแม่”

วันเพ็ญทำหน้าแปลกใจพลางบ่นเบาๆว่า

“หรือจะไม่สบาย ปกติเจ้าฉัตรมันตื่นเช้า” อุบอิบพึมพำ ก่อนจะเงยหน้ามองลูกๆ ที่รีบรับประทานอาหาร

“กินกันไปก่อน เดี๋ยวแม่ไปดูพี่แกสักหน่อย”

เมื่อมาถึงหน้าห้อง วันเพ็ญก็เคาะประตู

“ฉัตร ตื่นหรือยังลูก สายแล้วนะ เดี๋ยวจะไปทำงานสายนะลูก”

ฉัตรระวีลืมตาขึ้น แต่เมื่อพยายามผงกศีรษะหญิงสาวก็ต้องทิ้งตัวลงอีกครั้ง ห้องทั้งห้องหมุนติ้วจนต้องรีบหลับตาลง

“ฉัตร ป้าเข้าไปนะลูก” วันเพ็ญเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะผลักประตูเข้าไปซึ่งก็ปรากฏว่าห้องไม่ได้ล็อก แต่เมื่อเห็นหน้าหลานก็แสดงอาการตกใจทันที

“นั่นเป็นอะไร!” นางปราดเข้าไปหา อังหลังมือกับหน้าผากและแก้มซีดของหลานสาว “ตัวไม่ร้อน ทำไมหน้าซีดแบบนี้ล่ะ”

ฉัตรระวีเองก็บอกไม่ถูก เพราะจู่ๆ ก็มีอาการวิงเวียนจนลุกจากเตียงไม่ไหว

“ไม่รู้ค่ะป้า พอตื่นมาก็เวียนหัวจนลุกไม่ขึ้น” พูดพลางผ่อนลมหายใจยาว รู้สึกเหนื่อยจนหอบหายใจหลังตอบ วันเพ็ญนิ่วหน้าก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงตามเดิม

“ไปหาหมอกันไหม”

ฉัตรระวีรีบส่ายหน้าทันที

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูว่านอนพักสักหน่อยก็คงหาย แต่วันนี้คงไม่ได้ไปทำงานแน่แล้ว”

วันเพ็ญเหลือบตามองนาฬิกาแล้วเห็นด้วยกับหลานสาว  

“นั่นสิ สภาพนี้คงไปไม่ไหวหรอก เอาเป็นว่าพักผ่อนสักวันก็แล้วกัน แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นต้องไปหาหมอนะ”

ฉัตรระวีพยายามฝืนยิ้มให้ผู้เป็นป้า

“ค่ะ”

ผู้เป็นป้ามองหลานสาวแล้วถอนหายใจ

“เดี๋ยวป้าทำข้าวต้มมาให้กินแล้วกันนะ รอสักประเดี๋ยว”

ว่าแล้วเจ้าของร่างอวบก็เคลื่อนกายออกจากห้องของฉัตรระวี ทว่าสีหน้านั้นมีแววครุ่นคิดไม่คลาย ทำให้พาขวัญซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตต้องมองตามมารดาด้วยความแปลกใจ

“แม่! พี่ฉัตรเป็นอะไร”

วันเพ็ญหันไปมองลูกสาวแล้วคว้าเอาหม้อใบเล็กขึ้นตั้ง

“ไม่สบาย แม่กำลังจะทำข้าวต้มให้ พวกแกกินข้าวเสร็จก็ไปทำงานกันเลยไม่ต้องรอ วันนี้พี่ฉัตรลาหยุดวันหนึ่ง”

 พาขวัญกินข้าวเสร็จก็เดินตรงไปยังห้องนอนของพี่สาว เคาะประตูสองครั้งแล้วเปิดออกพร้อมก้าวเข้าไปหาทันที

“พี่ฉัตรเป็นยังไงมั่ง ไปหาหมอไหม”

ฉัตรระวีลืมตาขึ้นแล้วยิ้มเซียวๆ ให้กับน้องสาว

“พี่ไม่เป็นอะไรมากหรอกขวัญ วันนี้ไม่ต้องรอพี่ไปทำงานนะ พี่โทรศัพท์ไปบอกกับหัวหน้าแล้วว่าขอลาหยุดหนึ่งวัน”

คนเป็นน้องพยักหน้า แต่ก็ยังคงมองอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง เพราะปกติฉัตรระวีเป็นคนแข็งแรง ไม่เคยล้มหมอนนอนเสื่อหรือแม้แต่เจ็บไข้เล็กน้อยก็ไม่เคยเห็น

“เอาตามนั้นก็ได้ ถ้าเย็นนี้พี่ฉัตรยังไม่หายหนูจะพาไปหาหมอแล้วกันนะ”

“อืม...” ฉัตรระวีรับคำในลำคอแผ่วเบา แล้วหลับตาลงอีกครั้งราวตัดบทเพียงแค่นั้น

พาขวัญเดินออกมาจากห้องนอนของฉัตรระวี เพียงแขก็เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับเตรียมตัวออกเดินทาง

“พี่ฉัตรเป็นไงมั่ง”

“หน้าซีดๆ แต่รอดูอาการสักวันก็แล้วกัน ถ้าไม่หายเย็นนี้พี่จะพาไปหาหมอ”พูดจบก็หันไปร้องบอกมารดา “แม่พวกหนูไปกันแล้วนะคะ”

“เออ ขับรถดีๆ ล่ะ”

แล้วสามพี่น้องก็เดินตามกันไปยังรถยนต์คันเล็กสภาพเก่าที่เป็นมรดกตกทอดจากบิดามารดาของฉัตรระวี

ลูกๆ ออกไปกันไม่นาน วันเพ็ญก็นำถ้วยข้าวต้มไปให้หลานสาวในห้องนอน

“ฉัตรลุกขึ้นมากินข้าวต้มสักหน่อย”

เสียงของผู้เป็นป้าปลุกคนที่นอนซมให้ลืมตาขึ้น แต่เพียงแค่กลิ่นอาหารแตะจมูก หญิงสาวก็เกิดอาการพะอืดพะอมขึ้นในทันที

“กลิ่นอะไรน่ะป้า ทำไมเหม็นจังเลย โอย... ไม่ไหว!” พูดจบร่างบางก็พุ่งตัวออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เป็นป้าอุทานลั่น ก่อนจะวิ่งตามไปติดๆ

เสียงอาเจียนโอ้กอ้ากทำให้คนที่ก้าวมายืนด้านหลังต้องนิ่วหน้าด้วยความขบคิด อาการแบบนี้ทำให้นางใจคอไม่ดีนัก ก่อนจะมองหลานสาวด้วยสายตาไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะฉัตรระวีไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง

“เป็นยังไง ดีขึ้นหรือยัง” เอ่ยถามขณะลูบหลังหลานสาวเบาๆ ฝ่ายนั้นหันไปล้างหน้าล้างปากแล้วถือโอกาสแปรงฟันเรียบร้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบป้าว่า

“ดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่รู้เป็นอะไร เมื่อวานยังดีๆ แต่วันนี้พอตื่นขึ้นมาห้องก็หมุนติ้ว ลุกไม่ขึ้น”

หญิงสาวเปรยเสียงแผ่ว แทบหมดเรี่ยวแรงจากอาการเมื่อครู่จนวันเพ็ญเม้มปาก แววตากวาดมองหลานสาวอย่างพินิจพิเคราะห์

“ถามจริง ประจำเดือนแกยังมาอยู่หรือเปล่า”

คำถามของป้าทำให้หัวใจที่อ่อนล้ากระตุกวาบ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายแล้วนิ่งนึก ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วและเลยมาอีกหลายวันแต่รอบเดือนก็ยังไม่มา หัวใจของหญิงสาวเริ่มแกว่งก่อนจะเต้นเร็วขึ้น แววตาสับสนและท่าทางตกใจของหลานสาวทำให้วันเพ็ญกำมือแน่น ก่อนจะกระชากท่อนแขนของอีกฝ่ายตรงไปยังห้องนอน

“บอกฉันมาสิว่าไอ้หมอนั่นที่แกแบให้มันฟรีๆ นั่นน่ะเป็นใคร!








??’?เปิดโอน+จอง 'รวมเรื่องรัก 3' และ 'ขวัญของใจ' 
??’?ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2561 พิมพ์ตามยอดจอง

#รวมเรื่องรัก 3 (ขนาด A5) ราคาเล่มละ 450 บาท 
ประกอยด้วยเรื่อง เสน่ห์นางมาร บ่วงรักจอมมารยา คืนพันธนาการ
#ขวัญของใจ (ขนาด B6) ราคาเล่มละ 350 บาท

พิเศษ!! สั่งซื้อทั้งสองเล่ม โอนเงินเพียง 750 บาท
จัดส่งฟรีลงทะเบียน แถมปกใส ที่คั่น และโป๊สการ์ด

ชื่อบัญชี sumitra r. บัญชีออมทรัพย์ สาขาเซียร์ รังสิต
- ธนาคาร ไทยพาณิชย์ 364-228684-0 
- ธนาคาร กสิกรไทย 001-1-73374-3
โอนเงินเสร็จแล้วแจ้งชื่อที่อยู่พร้อมแนบสลิปโอนเงิน
มาที่ นิราอร บุ๊คส์ หรือ rosyroseapp@gmail.com






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น