บ่วงรักจอมมารยา

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 ปฏิบัติการจู่โจม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    8 พ.ค. 61









 

เสียงออดดังเตือนว่าหมดเวลาไปอีกชั่วโมง ธาริตเดินออกจากห้องบรรยายพร้อมกับหอบเอกสารที่ใช้ในการอ้างอิงประกอบการสอนออกมาด้วย ขณะที่ชายหนุ่มเดินเลี้ยวเข้าห้องพักอาจารย์เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ

“ว่าไง โทร.มาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า”

ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปในขณะที่สาธิตาจอดรถและเดินตรงไปยังคณะเศรษฐศาสตร์ และกรอกเสียงตอบพี่ชายด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

“ไม่ว่าไง แต่ตอนนี้สาอยู่หน้าคณะพี่ริตแล้ว และก็กำลังจะเข้าไปในห้องพักอาจารย์ด้วยค่ะ”

 ธาริตหันขวับกลับมาทางประตูห้องพักอาจารย์ พลางชะเง้อมองหาร่างบอบบางของน้องสาวแสนสวย ไม่ถึงห้านาทีร่างกลมกลึงของสาธิตาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตู ส่งยิ้มแป้นแล้นให้พี่ชายที่มองตอบมาอย่างระอาใจ

“มาจนได้นะเรา”

ธาริตพูดพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินนำเข้าไปยังโต๊ะทำงานส่วนตัว ภายในห้องพักอาจารย์ ถัดออกไปข้างๆ ยังมีอีกสองโต๊ะ เพียงแต่เวลานี้เจ้าของไม่อยู่เท่านั้น

ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ข้างๆ มาให้หญิงสาวนั่งลง สาธิตาส่งกล่องขนมที่แวะซื้อมาจากร้านขนมชื่อดังวางลงบนโต๊ะเขา แล้วเอ่ยถามถึงจุดมุ่งหมายสำคัญของตนในวันนี้อย่างไม่ยอมเสียเวลา

“คุณวีรินทร์ล่ะคะพี่ริต ไปไหนเสียล่ะ”

สาธิตาจ้องหน้าพี่ชายก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง มองหาร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหล่าที่ทำให้หล่อนดั้นด้นมาจนถึงที่นี่ทั้งที่ไม่เคยคิดจะมา

“คุณวีมีห้องส่วนตัว เพราะฉะนั้นเขาก็อยู่ห้องเขาสิ ถามได้”

หญิงสาวทำปากยื่นเมื่อถูกพี่ชายเอ็ดเข้าให้ ก่อนจะงึมงำพึมพำออกมาเบาๆ

“ก็เขาไม่รู้นี่….

“วันนี้คงไม่เจอเขาหรอก เพราะรู้สึกว่าจะเข้าประชุมอยู่ กว่าจะเสร็จก็โน่น ร่วมห้าโมงเย็น งานวิชาการครั้งนี้คงมีเรื่องให้ต้องถกกันยาว พี่ว่าเรากลับบ้านไปก่อนดีกว่านะ”

ธาริตกล่าวพร้อมกับดึงหนังสือออกมาเปิดค้นคว้าหาอะไรบางอย่าง โดยไม่เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวที่นั่งหน้าบูดอยู่ตรงหน้าแม้แต่วินาทีเดียว

“ก็แล้วทำไมพี่ริตไม่บอกกับสาก่อนล่ะคะ” บ่นเสียงกระเง้ากระงอด ธาริตเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะตอบเสียงเรียบรู้สึกระอาเอือมกับคนตรงหน้า

“พี่บอกสาแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องมา แล้วอีกอย่างพี่จะรู้ล่วงหน้าไหมว่าใครเขาจะทำอะไรที่ไหนอย่างไร”

ชายหนุ่มเอ็ดน้องสาวเป็นครั้งที่สอง ในขณะที่หญิงสาวก็ได้แต่ทำหน้าจ๋อยๆ เมื่อถูกดุจริงจัง เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าธาริตใจดีนั่นหมายถึงเขาใจดีจริงๆ แต่ถ้าเขาโกรธขึ้นมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแสนเรียบเมื่อไรละก็ นั่นย่อมหมายความว่าเขาโกรธเข้าแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย หญิงสาวพาร่างบอบบางเข้าไปกระแซะชายหนุ่มแล้วเอื้อมมือไปลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ก่อนจะกอดแขนออเซาะเหมือนกับที่เคยทำมาแล้วได้ผล

“พี่ริตขา โกรธสาเหรอ”

ชายหนุ่มเหลือบหางตามองน้องสาวนิดหนึ่ง ก่อนจะกลับไปสนใจงานตรงหน้าอีกครั้งพร้อมกับพูดเสียงขรึม

“ไม่ต้องมาอ้อน คราวนี้พี่ไม่ใจอ่อนง่ายๆ แล้วก็ปล่อยแขนพี่ได้แล้ว ใครเขาไม่รู้ว่าเราเป็นพี่น้องกันจะเข้าใจผิดเอาได้”

ธาริตเตือนในสิ่งที่เป็นจริง รู้ไม่รู้ขอให้ได้พูดไว้ก่อนนี่แหละคน หญิงสาวค่อยๆ ปล่อยมือออกจากแขนพี่ชายก่อนจะลุกลากเก้าอี้ไปวางไว้ที่เดิม แล้วยืนมองชายหนุ่มนิ่งอยู่อย่างนั้น จนเขารู้สึกรำคาญจึงเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวแสนดื้อรั้นอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาดังเฮือกใหญ่

“กลับบ้านไปก่อนนะ วันหน้าค่อยมาใหม่” ชายหนุ่มหว่านล้อมพลางมองหล่อนนิ่ง แต่เมื่อเห็นหน้ามุ่ยๆ ของหญิงสาวก็อดที่จะสงสารเสียไม่ได้อีกตามเคย

“งั้นสาฝากขนมนี่ให้คุณวีรินทร์ด้วยนะคะ”

“ได้ เดี๋ยวพี่จะให้เขากับมือพี่เลย”

ชายหนุ่มตอบอย่างเอาใจ จึงได้รับรอยยิ้มแสนหวานของน้องสาวคนเดิมกลับคืนมา พร้อมกับคิดว่าวีรินทร์คงจะมีเรื่องวุ่นๆ เพิ่มมาให้ได้ปวดหัวกันยาวก็งานนี้ เพราะเขารู้ดีว่าหญิงสาวเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หล่อนมาอีกแน่นอน และอาจจะมาทุกวันเลยด้วยซ้ำ...

“งั้นสาไปก่อนนะคะ อ้อแล้วก็ห้ามเถลไถลนะคะ เพราะพวกเรารอทานข้าว”

“ไปเถอะน่า มัวโยกโย้...

หญิงสาวยกมือขึ้นโบกลา แล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูบานเดิมที่เข้ามา

“เฮ้อ... ยุ่งจริงๆ”

ธาริตมองตามร่างบางพลางส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา แล้วก้มลงอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ แต่ไม่ถึงนาทีก็ต้องเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ เมื่อได้ยินเสียงของน้องสาวร้องดังมาจากหน้าประตู

“ว้าย!!!

ธาริตวิ่งพรวดออกไปทันทีที่ได้ยินเสียง ก่อนชะงักเท้าเมื่อเห็นว่าคนที่ทำให้แม่น้องสาวตัวดีของหล่อนร้องเสียงหลงได้ขนาดนี้คือใคร

“อ้าว! คุณวี”

วีรินทร์เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับช่วยพยุงสาธิตาให้ลุกขึ้น หลังจากที่หล่อนเองเป็นคนซุ่มซ่ามเดินชนเขาเต็มแรงจนล้มก้นจ้ำเบ้าแบบนั้น

“ขอบคุณมากฮะคุณวี” ธาริตขอบคุณวีรินทร์ก่อนหันมาเอ็ดน้องสาว “สาทำยังไงเนี่ย ซุ่มซ่ามจริง”

“สาไม่ทันมองค่ะ ขอโทษนะคะคุณวีรินทร์ที่ซุ่มซ่ามเดินชน”

สาธิตาขอโทษพลางยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่มพร้อมกับยิ้มให้เขา ก่อนจะหันมาทางธาริตที่ยืนสำรวจร่างกายน้องสาวราวกับกลัวว่าจะมีส่วนใดบุบสลาย ในขณะที่วิรินทร์มองหญิงสาวนิดหนึ่งก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ผมไม่เป็นไร คุณต่างหากที่เจ็บ คราวหน้าก็ระวังหน่อยแล้วกัน” ชายหนุ่มเตือนเสียงขรึมก่อนจะหันมายิ้มให้ธาริตที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างไม่ถือสา

“แล้วคุณวีไม่ประชุมเหรอฮะ ได้ยินคุณแหววบอกว่าคุณวีมีประชุม” ธาริตเอ่ยถามอย่างแปลกใจที่อีกฝ่ายยังมายืนอยู่ตรงนี้ทั้งๆ ที่ควรจะอยู่ที่ห้องประชุม

“พอดีเลื่อนเป็นพรุ่งนี้แทน ผมเลยเอาหนังสือมาคืนคุณด้วยครับ”

วีรินทร์ยกหนังสือเล่มใหญ่ที่อยู่ในมือขึ้นประกอบ ทั้งคู่จึงพากันเดินเข้าไปภายในห้องโดยมีสาธิตาเดินตามเข้าไปติดๆ ธาริตจึงหันมาถามน้องสาวที่ไม่ยอมกลับบ้านเสียแล้ว

“อ้าว ตามมาทำไม?

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาคู่คมมองน้องสาวที่มองตามแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูง ดวงตาคู่สวยชำเลืองมาทางพี่ชายก่อนจะขยับเข้าไปใกล้พร้อมกับกระซิบกระซาบ

“ไม่กลับแล้ว คุณวีไม่ประชุมสาจะอยู่คุยด้วย”

ธาริตนิ่วหน้าก่อนจะเหลือบตามองคนที่ยืนดูเอกสาร โดยไม่คิดจะสนใจหรือตื่นเต้นกับการมาของน้องสาวแสนสวยของเขาสักนิด แล้วก้มลงกระซิบบอกน้องสาว

“พี่ว่าเรากลับก่อนดีกว่า ดูท่าคุณวีจะเครียดๆ”

สาธิตาหันไปมองตามสายตาของพี่ชายก่อนจะมองไปยังของฝากที่หล่อนตั้งใจนำมาให้เขาโดยเฉพาะ ไวเท่าความคิดหญิงสาวเดินไปหยิบกล่องขนมมาให้วีรินทร์ทันที






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น