ตอนที่ 1 : Troublemaker: My Lolita | Romantic | Mads Mikkelsen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    24 เม.ย. 61




Genre :          Romantic

Tag :               daddy issues, Lolita, sassy girl, bubble gum bitch, troublemaker

Character :     Mads Mikkelsen as Benedict Richardson,

                        Penelope Mitchell as Abigail Charlotte

Word count :   1,821

Song Lana Del Rey - Lolita

Open :           10.04.2018






Would you be mine?

Would you be my baby tonight?

- Lolita, Lana Del Rey (คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง)






 

คืนวันศุกร์ สำหรับผมแล้วมันคือสวรรค์ที่เป็นจริงนี่เอง คืนก่อนวันสุดสัปดาห์ที่เราจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ได้สนุกสนานไปกับปาร์ตี้และผองเพื่อน แต่ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าคืนนี้จะเป็นวันศุกร์ในแบบที่ผมรอคอยมาตลอดทั้งสัปดาห์

อบิเกล ชาร์ลอตต์ยืนเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่หน้าประตูห้องผมหลังจากที่เธอยืนเคาะอยู่ครู่หนึ่ง

ผมไม่ใช่คนที่จะตกใจกับอะไรง่าย ๆ ทว่าการปรากฏตัวของเด็กสาววัยสิบแปดปีคนนี้ทำให้ผมถึงกับพูดไม่ออก ว่าไง อบิเกลผมทักขึ้นเมื่อรวบรวมสติตัวเองได้แล้ว

หวัดดีค่ะน้าเบนเธอยิ้ม แล้วดันก้อนหมากฝรั่งเหนียวหนืดไปไว้ที่กระพุ้งแก้ม “หนูขอเข้าไปได้มั้ยคะ

ผมเลิกคิ้วสูง แต่แล้วก็ถอยตัวให้เกิดช่องว่างระหว่างประตู แล้วเด็กสาวร่างสูงเพรียวก็เดินเข้าไปในห้อง ผมปิดประตูแล้วมองตามร่างเด็กสาวไป เธอและกระเป๋าของเธอไปหยุดที่โซฟา

เชื่อเถอะว่าผมผ่านผู้หญิงมานักต่อนักแล้ว ผมแทบจะอ่านพวกเธอได้พอ ๆ กับอ่านหนังสือสักเล่มหนึ่ง แต่กับอบิเกลแล้ว เธอไม่ยอมให้ผมอ่านอะไรได้เลย หรือผมอาจจะมองไม่ทะลุเอง อืมเธอเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปี เพิ่งย้ายมาเรียนที่นิวยอร์กได้ไม่นาน และเธอถูกฝากฝังโดยผู้เป็นแม่ของเธอให้ผมช่วยดูแลเธอในเมืองใหญ่อันแสนวุ่นวายนี้ แต่ซินเวีย ชาร์ลอตต์ไม่เคยพูดถึงการที่ลูกสาวของเธอจะมาเคาะประตูห้องของผมในยามวิกาลแบบนี้เลย

บ้านคุณสวยจังเลยนะคะอบิเกลพูด ในขณะที่ดวงตาสีฟ้าซีดสอดส่องไปทั่วลอฟท์ของผม เป็นอีกความภูมิใจของสถาปนิกอย่างผม มันเคยเป็นแค่ห้องเพดานสูง ปูนเปลือย และพื้นขัดมัน ทว่าผมใช้ความสามารถที่มีเปลี่ยนให้มันดูดีขึ้นไปอีกเท่าตัว และอบิเกลก็สังเกตเห็น

ขอบใจมาก ดื่มอะไรหน่อยไหม ผมถาม ไม่เข้าใจว่าตัวเองจะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงทำไม แต่เมื่อเอามันออกมากอดอก ก็พบว่ามือของตัวเองชื้นไปด้วยเหงื่อกาแฟ ชา หรือน้ำมะนาวดี

น้ำมะนาวแล้วกันค่ะอบิเกลส่งยิ้มมาให้ เป็นยิ้มที่ทั้งสดใส และขี้เล่นในคราวเดียวกัน นี่ผมไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?

ผมสลัดความคิดนั้นออกแล้วเดินไปที่ครัวขนาดย่อมแต่ครบครันของตัวเอง เดินไปเปิดตู้เย็นที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์เพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำน้ำมะนาวให้เด็กสาวที่นั่งอยู่บนโซฟา ผมขนอุปกรณ์มาไว้บนเคาน์เตอร์บาร์แล้วก็ตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังนึกถึงมายืนเท้าศอกอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ แก้มขาวเนียนขยับไปมาเมื่อเธอเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ในปาก

แล้วเธอมีธุระอะไรถึงได้มาหาฉันล่ะ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าผมถามในขณะที่คลึงลูกมะนาวไปมาเพื่อให้น้ำมะนาวออกมาได้มากที่สุด

อืมอบิเกลคายหมากฝรั่งใส่ซองกระดาษแล้วโยนลงถังขยะอย่างแม่นยำ ก่อนจะขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์ เธอยื่นหน้ามามองผมคั้นน้ำมะนาวแล้วเริ่มพูด หนูมีเรื่องที่ต้องรบกวนคุณมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

อ่าห้ะผมตอบรับเพื่อให้เธอรู้ว่าผมกำลังฟังอยู่

รูมเมทของหนูกลับบ้านของเธอ และจะอยู่ที่นั่นตลอดสุดสัปดาห์เธอวางคางไว้บนหลังมือที่เท้าศอกอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์แล้วโคลงหัวไปมาเบา ๆ “หนูไม่อยากอยู่หอคนเดียว คุณก็รู้ว่ามันไม่ปลอดภัย

ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ ไม่อยากจะคิดเลยว่าคำพูดต่อไปของเธอจะเป็นอะไร แต่เมื่อผมสบตาสีฟ้าซีดของเธอเข้าก็ทำให้ผมเป็นใบ้ไปชั่วขณะ มันช่างกลมโต และสดใส เปลือกตาเป็นสีชมพูอ่อน ๆ ด้วยเครื่องสำอางที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าเธอน่ารักขนาดนี้

แล้ว -- ” ผมกระแอม “พ่อแม่เธอรู้เรื่องนี้รึยัง

หนูไม่อยากให้พ่อแม่กังวลค่ะเธอมองต่ำ เป่าลมออกจากปากจนแก้มป่อง พร้อมกับกลิ่นหมากฝรั่งรสสตรอเบอร์รี่อ่อน ๆ ที่โชยมา

ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็ไม่ใช่ฝ่ายที่จะพูดอะไร ๆ อยู่แล้ว ผมจึงกลับมาสนใจกับการทำน้ำมะนาวตรงหน้าต่อ มันใกล้จะเสร็จแล้ว ที่เหลือก็แค่น้ำแข็ง ผมจึงหันหลังไปเปิดตู้เย็นอีกครั้ง

หนูแค่คิดว่าคุณอาจจะพอมีห้องว่างสำหรับคืน หรืออาจจะสองคืน

ความเย็นที่ไม่ได้มาจากตู้เย็น แต่มันเกิดขึ้นภายในร่างกายผมแผ่ซ่านไปทั้งตัว อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก ให้ตายเถอะ

นะคะอาเบนเธอกระพริบตาปริบ ๆ ทำตัวเหมือนเด็กน้อยวัยแปดขวบ ซึ่งมันก็ดูน่ารักในแบบของเธอ

นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย?

คุณสัญญากับแม่ว่าจะช่วยดูแลหนูให้อบิเกลยกคำพูดที่ผมให้กับแม่เธอเมื่อไม่กี่เดือนก่อนมาพูด และนั่นทำเอาผมคิดคำปฏิเสธไม่ออกเลย หนูไม่อยากนอนที่หอคนเดียวเธอทำเสียงแผ่ว ผมส่งแก้วน้ำมะนาวให้ เธอรับไปแล้วใช้หลอดคนเล่น

แล้วในที่สุดผมก็ต้องยอมใจอ่อน

ฉันมีห้องว่างอยู่หนึ่งห้อง

เยส!” อบิเกลร้องอย่างมีความสุข รอยยิ้มกว้างฉาบอยู่บนใบหน้าขาวเนียน สีชมพูเปล่งปลั่งอยู่ที่แก้มทั้งสองข้าง และริมฝีปากสีชมพูอ่อน กลิ่นสตรอเบอร์รี่ และรสชาติ...

ตาผมเบิกโพลงเมื่อเด็กสาวตรงหน้ายื่นหน้ามาจุ๊บที่ริมฝีปากของผม มันรวดเร็ว เร็วเสียจนผมไม่แน่ใจว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น อบิเกลวิ่งไปนั่งที่โซฟาพร้อมกับแก้วน้ำมะนาวแล้ว ทิ้งให้ผมค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ตาเบิกโพลง และปากอ้าค้าง จนกระทั่งรู้สึกตัวว่าคอแห้ง ผมจึงกลืนน้ำลายไปเสียอึกใหญ่

เมื่อกี้เธอเพิ่งทำอะไรกันนะ? ผมมองไปที่เด็กสาวผมบลอนด์สว่างที่นั่งชันเข่าอยู่บนโซฟาของผม ดูดน้ำมะนาวอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนเด็กน้อย ผมบอกว่าผมอ่านผู้หญิงเก่ง แต่ให้ตายผมอยากจะถอนคำพูดซะตอนนี้เลย ผมอ่านเธอไม่ได้ หรือไม่ผมก็ตาบอดไปแล้ว เธออบิเกลเป็นเด็กสาวสะพรั่งวัยสิบแปดปี ส่วนผมเบเนดิกท์ ริชาร์ดสัน เพื่อนแม่ของเธอ ชายวัยสามสิบเก้าปี!

ถ้าเธอเป็นหญิงสาววัยไล่เลี่ยกันที่ผมเจอบ่อย ๆ เหตุการณ์หลังจากนั้นคงไม่เป็นแบบนี้ ผมคงไม่ยืนนิ่งเหมือนคนไม่ได้สติอยู่ตรงนี้ ยืนมองเด็กสาวที่ยึดโซฟาตัวโปรดของผมไปแล้ว

เธอมันยัยตัวแสบ

ยัยตัวแสบที่ทำให้ผมเสียศูนย์ หน้าร้อนผ่าว และและกำลังจะเป็นบ้า

ผมเลียริมฝีปากเบา ๆ แล้วก็พบว่าลิปสติกกลิ่นสตรอเบอร์รี่ยังคงติดอยู่ ผมควรจะทำยังไงต่อดีล่ะ? ทั้ง ๆ ที่ที่นี่คือบ้านของผม แต่ผมกลับไม่รู้ว่าควรจะเอาตัวไปวางไว้ตรงไหน

ถ้าผมไปนั่งบนโซฟากับเธอล่ะ

คนที่ควรจะกังวลใจกับเรื่องพวกนี้ควรเป็นอบิเกลไม่ใช่หรือยังไง? แล้วทำไมผมต้องวิตกจริตขนาดนี้กันนะ!

คิดแล้วผมก็ตัดสินใจก้าวเท้าตรงไปยังโซฟาตัวโปรดของผม ที่ซึ่งเด็กสาววัยสิบแปดกำลังครอบครองอย่างสุขใจ

น้ำมะนาวอร่อยมากเลยค่ะเธอพูดขึ้นเมื่อผมไปนั่งที่โซฟาตัวเล็กข้าง ๆ กัน เธอพูดอย่างไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งทำไปเมื่อครู่ แล้วเลียริมฝีปากตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย ริมฝีปากรสสตรอเบอร์รี่

 

โถ่ ไอ้เบนเอ้ย! หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะ!

 

ขอบใจมากผมพูด และหวังว่ามันจะไม่ฟังดูแปล่ง ๆ ไปจากเดิม คิดแล้วก็เจ็บใจ ทำไมผมต้องมาเสียหลักกับยัยแสบคนนี้ด้วยนะ!

คุณมีหนังเยอะจังเลยนะคะอบิเกลพูดพลางส่งสายตาไปสำรวจตู้ตั้งโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยแผ่นซีดีจนเต็มชั้นวางของ

ฉันชอบดูหนังน่ะงี่เง่าชะมัด! มีหนังเยอะขนาดนั้น ทำไมอบิเกลจะไม่รู้กันล่ะ

แล้วทำไมผมต้องมากังวลกับเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้กันนะ?

งั้นวันนี้เราดูหนังสักเรื่องดีมั้ยคะอบิเกลเสนอ และเธอก็ไม่พูดเปล่า อบิเกลวางแก้วไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟาแล้วยื่นหน้ามาใกล้ ๆ ผม “นะคะอาเบน

เรียกผมว่าเบนเถอะผมพูด และไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ถูกดวงตาสีฟ้าซีดของเด็กสาวตรงหน้าสะกดไว้ ได้สิ ฉันอยากดูอยู่พอดี

โดยเฉพาะดูกับเธอ

งั้นหนูเลือกนะคะ!” อบิเกลพูดอย่างร่าเริง พลางยิ้มกว้างมาให้ ผมเพิ่งสังเกตว่าเธอมีเขี้ยวเล็ก ๆ ด้วย เหมือนกับแม่ของเธอ

ตามสบายผมบอก ไม่แน่ใจว่าตัวเองเคยใจดีขนาดนี้หรือเปล่า แต่มันก็คุ้มไม่น้อยที่เห็นเด็กสาวคนนี้มีความสุข เธอกระโดดลงจากโซฟาแล้วตรงไปเลือกหนังบนชั้นวางโทรทัศน์ ส่วนผมก็ได้แต่มองดูเธอจากข้างหลัง ผมสีบลอนด์สว่างยาวสลวยถึงกลางหลัง มันไหวไปมายามร่างโปร่งขยับตัว เธอใส่เอี๊ยมขาสั้นสีเหลืองอ่อนกับเสื้อยีนพับแขน เท้าเปลือยเปล่าเขย่งขึ้นเมื่อเธอเอื้อมมือไปหยิบแผ่นหนังที่อยู่ชั้นบนสุด

หนูอยากดูเรื่องนี้ค่ะอบิเกลหันมายิ้มแฉ่งพร้อมกับโชว์ปกดีวีดีให้ผมดู มันเป็นรูปของโดมินิค สเวนในวัยกระเตาะซึ่งอยู่ในเสื้อเปิดไหล่ และกำลังทาลิปสติกสีแดงสด ข้างหลังของเธอคือเจเรมี ไอเอินส์ในวัยเฉียดห้าสิบในเสื้อกั๊กสีเทา ผมจำได้ทันทีว่านี่คือเรื่องอะไร


โลลิตาปี 1997


 



……………………………..

 


สวัสดีค่ะทุกคนที่หลงเข้ามา จะบอกว่าอยู่ดี ๆ เราก็เปิดคอมพ์ขึ้นมา และจัดการพิมพ์เรื่องนี้รวดเดียวจบ ! โอ้มายก้อด ไม่ได้ตั้งตัวเลยจริง ๆ 555555

สำหรับเรื่องนี้พระเอกของเราก็มีอิมเมจคือ Mads Mikkelsen เยยยย่ ซึ่งเราขออนุญาตลดอายุ 52 ของลุงมาอยู่ 39 แล้วกันเนอะ มันจะได้ไม่ห่างจากยัยแสบอบิเกล ชาร์ลอตต์จนเกินไป555555 ซึ่งแมดส์ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นมานี่แหละค่ะ เราชอบแมดส์มากกกกกกก แอบอยากหาแนวร่วมเลยตัดสินใจโพสต์เรื่องนี้ลง555555 เราวางแผนไว้ว่าอาจจะแต่งเรื่องยาวโดยมีแมดส์เป็นตัวละครหลัก แต่ก็ยังไม่มีพล็อตที่ลงตัว เรื่องนี้เลยคลอดออกมาก่อน

แล้วเจอกันในเรื่องต่อไปนะคะ (ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าคือเมื่อไหร่55555) 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

8 ความคิดเห็น