ECCENTRIC MODEL สะดุดรัก ยัยบ้าพลัง

ตอนที่ 4 : EPISODE 3 [นลินจะไม่ทน... ครบ 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 มิ.ย. 62



                   สองวันแล้ว... ที่ซังฮุนป่วยและขลุกอยู่ในห้อง

              “น้องนลินคะ พ่อหนุ่มโอ้ปป้าคนนั้นไม่ทำอะไรมาสองวันแล้วนะคะ พี่กบก็เห็นนางออกมาเมื่อวานตอนเช้า ขอให้พี่กบเอาข้าวไปให้ที่ห้อง เพราะนางป่วย ไม่มีแรง แล้วก็หายแวบไปในห้อง ไม่ออกมาเลยค่ะ” พี่กบพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงเจ๊าะแจ๊ะ ขณะที่กำลังสานตะกร้าบนแคร่ ฉันที่กำลังนั่งดูคลิปซ้อมมวยในไอแพดอยู่ ก็ได้แต่เม้มปาก หัวเราะเยาะในใจ หึ ทำเป็นปากดีว่าทนคอร์ส Super Intensive ของฉันไหว ที่ไหนได้ แค่วันเดียวก็แกล้งป่วยการเมืองซะแล้ว

              “เปลืองตังค์จริง ๆ เนาะ พี่กบ อุตส่าห์ลงคอร์สที่แพงที่สุด แต่ไม่ทำอะไรเลย มาให้รกค่ายทำไมก็ไม่รู้”

              “แหม ก็สิทธิ์ของเขาแหล่ะค่ะ น้องนลิน อุตส่าห์จ่ายเงินแล้วไม่มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก็เป็นทางเลือกของเขา” พี่กบเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบ ๆ

              “เงินเขาที่ไหนล่ะคะ เงินบอสของเอมี่ชัด ๆ ” ฉันแย้งเสียงเขียว ไม่นานมานี้ ฉันเพิ่งรู้มาว่าซังฮุนเป็นนายแบบในสังกัดที่เอมี่ทำงานด้วย เอมี่เคยมาเทรนกับฉันที่นี่สองอาทิตย์ เธอเป็นลูกศิษย์ที่พลังงานสูง ตั้งใจฝึก และแรงดีมาก ๆ  เธอเพิ่งส่งข้อความมาให้ฉันเพื่อฝากดูแลซังฮุน และก็เล่าเรื่องที่เขาไปท้านักสู้ MMA ที่ชื่อพอล แมคเคลแลนด์ ในอีกสองเดือน ให้ฟัง ซึ่งไม่แปลกใจเลย ที่ไอ้ขี้โม้อย่างหมอนั่นจะกล้าไปท้านักสู้ที่น่าเกรงขาม ในระดับที่ฉันยังชื่นชม... จะว่าไป ปล่อยให้ไอ้นายแบบขี้เกียจนั่นกิน ๆ นอน ๆ ที่นี่ ไม่ทำอะไรก็ดีเหมือนกัน ปล่อยให้หมอนั่นโดนพอล แมคเคลแลนด์สั่งสอนให้น่วม อาจจะลดอีโก้ที่สูงเทียมฟ้าให้ตกมาอยู่ในระดับมนุษย์ปกติก็ได้ และแถม อาจจะได้ดูคลิปตลก ๆ แค่จินตนาการหมอนั่นวิ่งรอบกรง MMA อย่างหางจุกตูด แค่คิดก็อยากดูแล้ว

              แต่ว่า... น่าหงุดหงิดชะมัด

              คิดถึงใบหน้าขาวตี๋ ที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโส และมักจะเชิดขึ้น มองลงมาเหมือนตัวเองเป็นเจ้าชายมาจากไหนก็ไม่รู้

              คนอย่างพัคซังฮุน ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ ก็แค่คอร์สขี้ประติ๋ว ฉันทำมันได้สบาย ๆ อยู่แล้ว

              แหวะ พ่อคุณอีโก้สู้งงงสูง ตอนแรกทำมาเป็นพูด ฉันก็อุตส่าห์แอบดีใจ ที่นาน ๆ ทีจะได้โค้ชคนในคอร์ส Super Intensive ซักที พอลองแค่วันเดียวดันกลับคำ ทำเป็นป่วยการเมือง หลบอยู่แต่ในห้อง... เหอะ น่าโมโหชะมัด จะว่าไปหมอนั่นก็จะมาอยู่ที่นี่ตั้งสองเดือน แถมครูด้วงก็เป็นคนลงชื่อเขาให้เป็นลูกศิษย์ของฉันอีก ถ้าหมอนั่นกินนอนอยู่ที่นี่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรตลอดทั้งสิบอาทิตย์แล้วพ่อกับครูคนอื่นรู้เข้า เสียชื่อฉันหมดแน่ ถึงอาจจะสะใจที่เห็นหมอนั่นโดนพอลอัด แต่ว่าถ้าหมอนั่นบอกว่าฉันเป็นคนเทรนให้แพ้ แล้วโทษเป็นความผิดของฉันล่ะ มีหวังชื่อเสียงค่ายได้กระจุยกระจาย ไม่มีคนมาที่ค่ายเราอีกแน่ ๆ

              ทันใดนั้น ฉันก็ตะโกนออกมาพร้อมลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จนพี่กบตกใจ สานตะกร้าผิดช่อง

              “โว้ยยยยยยย!!!

              “อะไรนะคะ น้องนลิน?” พี่กบมองฉันด้วยสายตาฉงน ฉันกำมือแน่น บอกพี่กบเสียงแข็งกร้าว

              “พี่กบคะ คนอย่างนลินจะไม่ทน เดี๋ยวหนูจะไปลากตัวไอ้อ่อนปวกเปียกนั่นออกมาซ้อมเอง”

              ว่าแล้ว ฉันก็เดินไปเอากุญแจมาสเตอร์จากลิ้นชักโต๊ะพี่กบ แล้วเดินจ้ำไปที่ห้องพักของลูกศิษย์ชาวเกาหลีเจ้าปัญหาอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงหน้าประตูก็เคาะเรียกเจ้าของห้องทันที

              ปัง ๆ ๆ !

“พัคซังฮุน!

“...”

เงียบงั้นเหรอ...

ปัง ๆ ๆ ๆ !

“พัคซังฮุน!

“...”

ปัง ๆ ๆ ๆ !

“พัคซังฮุน! เรียกแล้วนะ!

“...”

เรียกอยู่ประมาณสิบวินาที แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ฉันจึงไม่รอต่อให้เปลืองเวลา ใช้กุญแจของพี่กบถือวิสาสะไขเข้าไปทันที กล้าเมินฉันเรอะ เดี๋ยวเจอได้ดีแน่!

ฉันใช้กุญแจของพี่กบไขกลอนประตู แล้วถีบเข้าไปจนเกิดเสียงดังโครม ก่อนจะพุ่งตัวเดินเข้าไปเลิกผ้าห่มออกจากใบหน้าของลูกศิษย์ที่หายหัวไปนานกว่าสองวัน

ทันทีที่เลิกผ้าห่มออกมา ฉันก็เห็นใบหน้าขาวซีดของพ่อนายแบบขี้ตู่ที่ยังคงหลับเพลิน ไม่ได้ยินเสียงของฉันเลย ขนตาของเขาก็ยาวสวยทีเดียว แถมหมอนี่ยังถอดเสื้อนอนอีกด้วย ถึงจะมีผ้าห่มคลุมอยู่ก็แอบเห็นแผงอกขาว ๆ เหมือนใบหน้า... แหวะ ฉันไม่ควรมอง หมอนี่ขี้ก้างจะตาย ไม่เห็นมีอะไรน่าดูเลย แถมเมื่อมองขึ้นมาเห็นปากที่อ้าหวอ น้ำลายที่ไหลเยิ้มจนเป็นคราบนี่น่ะสิ... อี๋! น่าขยะแขยง แสลงตาที่สุด

แต่ฉันทุบประตูดังซะขนาดนั้น ไม่ได้ยินอะไรเลยเหรอ หรือหมอนี่จะป่วยจริง?

ฉันใช้หลังมือทาบบนหน้าผากของซังฮุนเพื่อวัดอุณหภูมิ แต่ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา.. หึ ป่วยการเมืองจริงด้วย

“ซังฮุน ตื่นเดี๋ยวนี้” ฉันเขย่าตัวของชายหนุ่มร่างสูงที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่เจ้าตัวกลับส่งเสียงอืมในลำคอเหมือนรำคาญ แล้วหันหลังหนีฉันซะงั้น ปลุกยากซะจริง ฉันควรจะปลุกยังไงดีนะ ถีบให้ตกเตียงดีมั้ย หรือเอาน้ำเย็น ๆ มาราดใส่หน้าดี... ไม่สิ ก่อนจะทำสองอย่างนี้ ฉันควรหาปากกาเมจิกมาวาดหน้าหมอนี่ก่อน

ก่อนที่ฉันจะทำได้อย่างที่คิด อยู่ ๆ ซังฮุนก็หมุนตัวกลับมา ลืมตาโพลงขึ้นมาจ้องหน้าฉัน ก่อนจะชี้หน้าฉันพร้อมแหกปากเสียงดังลั่นเหมือนกระทิงคลอดลูก 

“อ๊ากกกกกกกกก!!! แม่จ๋า~ ผีร้ายจะมาข่มขืนลูกกก”

“ว่าไงนะ?!” ฉันย้อนถามเสียงสูง คลี่ยิ้มสะพรึง กล้าดียังไงยะ ที่มาชี้หน้าสาวสวยแล้วตะโกนว่าเป็นผีร้าย

“กลัวแล้ว ๆ ... อ้าวเฮ้ย นลิน?” เหมือนว่าหมอนี่จะได้สติแล้วในที่สุด ถึงขยี้ตา แล้วมองมาที่ฉันซ้ำ ๆ ฉันคลี่ยิ้มเย็น เท้าเอว แล้วกล่าว

“ใช่ ฉันเอง หลับสบายมั้ย”

หน็อย... ฉันแค้นไม่หายเลย ที่กล้าเรียกฉันอย่างนั้น ถึงรู้ว่าฝันก็เถอะ แต่ทำไมไอ้หนุ่มเกาหลีนี่ต้องดึงผ้าห่มมาปิดยังท่อนบนที่เปล่าเปลือยของตัวเอง แล้วมองฉันมาด้วยแววตาอกสั่นขวัญแขวน เหมือนที่นางเอกในละครตบจูบใช้เวลามองคนร้ายที่นางร้ายจ้างมาให้ข่มขืนด้วยวะ?!

“แล้วนี่... เธอเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง?!

“ก็ฉันเคาะตั้งนานแล้ว นายไม่ตอบเอง”

“แต่ฉันล็อคห้องทุกครั้งนะ อย่าบอกนะ ว่าเธอมีกุญแจผี”

“เขาเรียกว่ากุญแจสำรองย่ะ” ฉันเอ่ยแก้ แต่พ่อนายแบบขี้ตู่ก็ยังคงแว้ดเสียงสูงใส่ฉัน แล้วทำมือไล่ฉันให้ออกไป

“มันก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ! ออกไปเลยนะ นี่เธอกำลังลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของฉันอยู่!

“ฉันออกไปแน่ แต่นายต้องลุกขึ้นแล้วออกมาเทรนได้แล้ว นอนขี้เกียจมาตั้งกี่วันแล้ว”

“ก็บอกแล้วไง ว่าฉันไม่สบาย” ว่าแล้ว เขาก็ทำหน้าสำออย กระชับผ้าห่มขึ้นสูงกว่าเดิม

“ไม่สบายอะไรล่ะ ฉันรู้นะว่านายแค่ป่วยการเมือง ที่นี่คือค่ายมวยนะ ไม่ใช่โรงแรมที่นายมาพักผ่อนเฉย ๆ ได้ จ่ายเงินเสียค่าเรียนแล้วก็ต้องเข้าคลาส” ฉันกอดอก เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ส่วนซังฮุนก็ยังคงเถียงหน้าตายเหมือนเดิม

“ก็ฉันรู้สึกไม่สบาย มันเป็นสิทธิ์ของฉันที่จะเลือกคลาสที่อยากไป”

“โอเค ได้ งั้นก็รีบออกมาเร็ว ๆ ใกล้จะถึงเวลาคลาสรอบเย็นแล้ว”

“เออ ฉันไปแน่ แต่ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ นี่มันบุกรุกกันชัด ๆ”

หน็อย แค่มายืนปลุกเท่านี้ ก็มาตะคอกฉันเหมือนจะเป็นจะตาย คิ้วฉันกระตุกด้วยความโมโห

“เออ รู้แล้ว! ฉันให้เวลานายสิบนาที แล้วมาเจอฉันที่โต๊ะพี่กบ ห้ามสายล่ะ” ฉันสั่งเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหมุนตัวจ้ำอ้าวออกมาจากห้องของพ่อนายแบบขี้ตู่นั่น น่าโมโหที่สุด! ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ มาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันก็ยังทำตัวน่ารำคาญขนาดนี้ ถ้าอยู่ถึงสิบอาทิตย์ เส้นประสาทของฉันจะแตกตายก่อนมั้ยเนี่ย?!

พอเดินกลับมาถึงที่ที่พี่กบนั่งอยู่ ฉันก็ทิ้งตัวลงนั่ง แล้วบ่นเสียงหงุดหงิดให้พี่กบฟัง

“พี่กบ หนูจะไม่ไหวแล้วนะ ไอ้เกาหลีนั่น... หนูต้องเป็นคนเทรนเขาทั้งคอร์สจริง ๆ เหรอคะ”

“ตายแล้ว น้องนลิน ไปปลุกอีท่าไหนมาคะ ทำไมถึงหน้าบูดขนาดนี้” พี่กบร้องถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ฉันจึงว่าหมอนั่นให้พี่แกฟังอย่างจัดเต็ม

“ก็หมอนั่นอ่ะ ทำตัวเหมือนลูกแหง่ น่ารำคาญ ขี้โวยวาย หาว่าหนูไปบุกรุกห้องเขา” ...แถมยังชี้หน้าฉันว่าเป็นผีร้ายที่จะมาข่มขืนด้วย ถึงจะเพราะตื่นจากฝันร้ายก็เถอะ

“ตอนนี้ ครูไซม่อนที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องก็มีลูกศิษย์คอร์ส Intensive อยู่ตั้งหลายคน ต้องรออีกซักสามสี่อาทิตย์น่ะค่ะ ถึงแกจะว่าง เขานิสัยแย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” พี่กบบอก

“โห นานขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ฉันถามย้ำด้วยความเหนื่อยใจ เฮ้อ ฉันต้องเย็น... ใจเย็น ๆ

ไม่ไหวแล้ว! ฉันจะแชทไปฟ้องเอมี่!

50%

คิดแล้ว ฉันก็เปิดแอพเมสเซนเจอร์ของเฟสบุ๊คขึ้นมา พิมพ์ไปหาเอมี่ที่กำลังออนไลน์พอดี

นลิน: เอมี่ ฉันไม่ไหวกับคนของเธอแล้วนะ!!

เอมี่: เกิดอะไรขึ้น ซังฮุนไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจเหรอ

นลิน: รู้มั้ยว่าหมอนั่นน่ะโกหกว่าไม่สบายแล้วอู้ ไม่ทำอะไรมาได้สองวันแล้ว ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ไม่ยอมทำ

นลิน: พอฉันไปปลุกเขาให้ออกมาซ้อม ก็มาพูดจาไม่ดีใส่ฉันแทน

เอมี่: ตายแล้ว จริงเหรอเนี่ย ไม่ได้นะ นลิน เธอห้ามให้ซังฮุนอู้เด็ดขาด

นลิน: แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ก็สั่งแล้วก็ไม่เห็นจะตั้งใจทำ

นลิน: ฉันควรปล่อยให้เขาอู้ต่อไป แล้วโดนพอล แมคเคลแลนด์ตื๊บจนน่วมคายกแรกดีมั้ย

เอมี่: ไม่ได้นะ! จะให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด

เอมี่: ขอร้องล่ะ นลิน อย่างน้อยช่วยทำให้เขายื้อได้นานที่สุดเถอะ เธอก็เห็นคลิปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าหมอนั่นปากดีขนาดไหน ขืนน็อคตั้งแต่ยกแรก เขาต้องกลายเป็นตัวตลก ไม่มีแบรนด์ดี ๆ ที่ไหนจ้างเขาแน่

เอมี่: ซังฮุนน่ะ ถึงจะดูเอาแต่ใจตัวเอง อีโก้สูง แต่จริง ๆ เขาเป็นผู้ชายที่มีจิตใจดีคนหนึ่งเลยนะ เพียงแต่แค่ ตอนนี้ เขากำลังอ่อนแอและผิดหวังจากความรักและเรื่องหลาย ๆ เรื่อง เลยทำให้ดื้อด้านมากกว่าเดิม

เอมี่: ได้โปรดเถอะ ช่วยฝึกเขาให้พร้อมที่สุดได้ไหม ขอแค่ไม่ให้แพ้แบบทุเรศเกินก็พอ ขอแค่ทำให้มันจบได้สวยที่สุด จะใช้วิธีไหนก็ได้ เธออยากทำอะไรกับเขาก็เชิญเลย

เอมี่: ไม่งั้นเขาได้โดนสื่อยำให้เป็นตัวตลกแน่ ๆ ชื่อเสียงต้องถูกป่นปี้แน่ ๆ

ฉันเม้มปาก คิดตามที่เอมี่บอกมา อืม... ก็อย่างว่า คนอย่างหมอนั่น เอมี่ทำถูกแล้วที่ไม่ได้หวังให้เขาชนะ เพราะถึงฉันดูปราดเดียวก็รู้เลยว่าสิบอาทิตย์ไม่พอหรอก ที่จะสามารถชนะนักสู้ที่ฝึกซ้อมมาเป็นสิบ ๆ ปีอย่างพอล แมคเคลแลนด์ได้ เฮ้อ ถ้าเอมี่ขอร้องฉันถึงขนาดนั้น ก็คงต้องช่วยต่อจริง ๆ สินะ

นลิน: ก็ได้ ถ้าเธอว่าอย่างนั้น ฉันก็จะพยายามให้ถึงที่สุดแล้วกัน

เอมี่: ขอบใจมากนะ นลิน ฉันจะโทรไปต่อว่าหมอนั่นให้เอง

หลังจากคุยกับเอมี่เสร็จ ฉันก็เดินไปที่โต๊ะพี่กบ นึกว่าซังฮุนน่าจะออกมารอฉันที่นั่นตามที่บอกแล้ว แต่พอไปถึง ก็ไม่มีวี่แววของคนที่ตามหา ฉันก็เลยหันไปถามพี่กบ

“พี่กบคะ เห็นซังฮุนออกมาหรือยังคะ”

“ซังฮุนเหรอคะ ออกมาแล้วค่ะ บอกว่าจะไปเข้าคลาสแล้ว”

“เข้าคลาสแล้วเหรอคะ คลาสไหนกัน” ฉันถามต่อด้วยความสงสัย อีกใจหนึ่งก็แอบเคืองที่เขาล่วงหน้าไปก่อน ไม่รอฉัน แต่พอได้ยินคำตอบของพี่กบ... ฉันก็เข้าใจเลย ว่าทำไมคนขี้เกียจอย่างเขาถึงรีบแจ้นไปคลาสโดยไม่รอฉัน

“...คลาสโยคะค่ะ น้องนลิน”

หน็อย...!!!

คลาสโยคะ? ถามจริงเถอะ นี่เหรอสิ่งที่คนที่อยู่ในขณะที่เก็บตัวเตรียมสู้กับนักสู้ MMA สุดโหดอย่างพอล แมคเคลแลนด์เขาทำกัน? แม่จะไม่ทน!

ฉันบุกไปที่คลาสโยคะ ด้วยความโมโห แต่ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ก็ต้องเจอกับเสียงเพลงที่แสนสงบ แบบที่เขาเปิดกันเวลาทำสมาธิ ทำให้ฉันใจเย็นลงมาหน่อย แล้วค่อย ๆ ย่องเข้าไปในห้องที่มีลูกศิษย์จำนวนสิบกว่าคนกำลังทำท่า Child’s Pose หรือท่าที่นั่งบนส้นเท้า แล้ววางหน้าผากชิดพื้น ยืดแขนไปข้างหน้า ส่วนซังฮุนเองที่นั่งอยู่หลังสุด ก็กำลังหลับตาพริ้ม ยืดแขนลงกับพื้น ใบหน้าแสดงสีหน้าผ่อนคลาย น่าหมั่นไส้สิ้นดี ฉันจึงนั่งกอดอกพิงกำแพง ตีหน้าโหดอยู่ด้านหลังเขา ในขณะลูกศิษย์ตัวดีของฉันกำลังค่อย ๆ ขยับไปตามคำสั่งของครูผู้สอน คลานเข่าแล้วยันส้นเท้า ฝ่ามือชิดพื้น ยืดตัวเป็นสามเหลี่ยมโดยที่ศีรษะก้มลงจนฉันเห็นใบหน้าของเขาผ่านหว่างขาเขา ซึ่งเจ้าตัวก็ยังคงหลับตาพริ้ม แต่แล้วเขาก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แต่เมื่อเขาเหลือบเห็นฉัน ก็กะพริบตาซ้ำ ๆ แล้วร้องอุทานออกมา

“เฮ้ย!” พอร้องออกมาแล้ว ก็ลนลาน ท่าเป๋ไปจนเกือบล้ม ฉันจึงลุกขึ้นไปนั่งยอง ๆ ข้างเขา เอ่ยกระซิบ

“ซังฮุน ออกมาคุยกันหน่อยซิ”

“หลังคลาสแล้วกัน ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังตั้งใจอยู่” ซังฮุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว แต่ฉันก็ไม่ยอมให้เขาลีลาง่าย ๆ

“เดี๋ยวนี้” ฉันเอ่ยเสียงเย็น “หรือเราจะคุยกันตรงนี้ ให้ทุกคนได้ยินกันไปเลย”

“เออ ก็ได้!” เมื่อได้ยินฉันขู่ เขาก็ยอมลุกแล้วเดินตามฉันออกมาจากห้องเรียนโยคะในที่สุด พร้อมทำท่าบิดไหล่ บ่นไปด้วย “ปวดตัวชะมัด อุตส่าห์ได้มายืดทั้งที”

“ทำมาเป็นสำออย นอนเฉย ๆ มาตั้งสองวันแล้วยังมาทำเป็นปวดเนื้อปวดตัวอีก” ฉันแขวะด้วยสีหน้าหมั่นไส้

“กล้าดียังไงมาว่าฉันสำออย เป็นครูประสาอะไรกัน ปากเสียอย่างนี้” ซังฮุนสวนกลับอย่างไม่ยอมกัน แถมยังมาล่วงเกินถึงวิชาอาชีพฉันอีก หน็อย... ด้วยความรู้สึกเหมือนถูกกระตุกหนวดเสือ ฉันจึงแสยะยิ้ม หันไปหาลูกศิษย์เจ้าปัญหา แล้วหักมือดังเสียงกร็อบแกร็บ

“หรือ...จะให้ฉันนวดให้มั้ยล่ะ ฉันนวดแผนไทยเป็นนะ”

ซังฮุนถอยหลัง สีหน้าเจื่อนลงเหมือนไก่ต้มทันที เพราะเขาคงรู้ว่าถ้าตอบตกลง มันจะเป็นนวดแผนไทยที่ช้ำไปทั้งตัวแน่

“ฉันรู้แล้วล่ะนะ ว่าทำไมนายถึงถูกส่งมาที่นี่” ถึงเวลาเลิกพูดเรื่องไร้สาระซักที ฉันเข้าเรื่องตรง ๆ ซังฮุนเลิกคิ้วขึ้น ทำเป็นเหมือนไม่เข้าใจว่าฉันกำลังพูดเรื่องอะไร

“เอมี่บอกฉันแล้ว ว่านายมาที่นี่เพราะว่าไปท้าพอล แมคเคลแลนด์เข้าใช่มั้ยล่ะ”

“เอมี่ติดต่อเธอด้วยเหรอ?!” ซังฮุนเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง ถามด้วยความประหลาดใจ

“เอมี่เคยมาเรียนมวยไทยกับฉันที่นี่ เลยฝากนายไว้กับฉันน่ะ”

“อย่าบอกนะ ว่าเธอเห็นคลิปนั่นแล้ว” เป็นครั้งแรกที่แววตาของเขาสั่นไหวไปมา แสดงถึงความกระวนกระวายอย่างชัดเจน เหมือนไม่อยากให้ฉันเห็นอะไรในคลิปนั้น ฉันจึงเอ่ยต่อเสียงชัด

“ยังหรอก และฉันก็จะไม่ดูมันด้วย” แววตาต่อมาที่เห็นคือความโล่งอก ฉันกล่าวต่อ “ที่ฉันสนใจในตอนนี้ มีแต่การฝึกซ้อมนายให้พร้อมที่สุดภายในสิบอาทิตย์เท่านั้น”

น้ำเสียงที่ฉันใช้หนักแน่นและจริงจัง ฉันจะเอ่ยครั้งนี้เพื่อโน้มน้าวเขาเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น

“และที่ฉันกำลังทำอยู่เนี่ย ก็ไม่ใช่เพื่อฉัน หรือว่าเอมี่เลย มันก็เพื่อชื่อเสียงของนายเองล้วน ๆ คิดดู ว่าถ้าฉันปล่อยให้นายนอนทำตัวขี้เกียจไปวัน ๆ จนต้องบินกลับอเมริกาไปโดนพอลอัดจนน่วมทีเดียว มันก็เรื่องของนาย ฉันก็ได้เงินฟรี ๆ แถมไม่ต้องสอนใครให้เหนื่อยอีก”

ฉันหยุดพูดแล้วทำท่าทีผ่อนคลายเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จะว่าไป มันก็คงสบายขึ้นเยอะจริง ๆ ล่ะนะ แต่อะไรที่สบาย ๆ แบบนั้น นลินไม่ต้องการ!

“กลับกัน หลังจากที่นายแพ้พอลอย่างราบคาบ คลิปที่นายปากดีตะโกนดูหมิ่นอาชีพ MMA ของเขาก็คงถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง โซเชียลมีเดียและสื่อต่าง ๆ ก็จะได้โอกาสรุมนายยับ จนกลายเป็นตัวตลกแห่งวงการนายแบบ ชื่อเสียงที่นายก่อสร้างมาทั้งหมดในวงการก็จะหายไปในพริบตา นายจะทนได้เหรอ”

ฉันเหยียดยิ้มที่มุมปาก กอดอกพร้อมมองตาเขาอย่างท้าทาย และยิ่งรู้สึกได้ใจขึ้นไปอีกเมื่อเหลือบเห็นคนตรงหน้ากำมือแน่น เมื่อได้ยินฉันทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในทางเลือกหนึ่งของเขาแบบนั้น

“นายยังมีทางเลือกอยู่นะ ซังฮุน ตั้งใจเทรนกับฉัน ถึงแม้ว่าสิบอาทิตย์มันน้อยไปที่จะหาทางสู้ปีศาจแห่งวงการ MMA ที่มีประสบการณ์มาก่อนเป็นสิบกว่าปี ถ้านายพยายาม ตั้งใจเรียนรู้ นายก็จะสามารถปกป้องตัวเองให้บาดเจ็บน้อยที่สุด ยื้อเกมไว้ให้นานได้ และถ้ามีไหวพริบดี ก็อาจจะพลิกเกมมาเสมอกันเลยก็ได้ นายคิดว่ายังไงล่ะ” ฉันเอ่ยถามเขา หลังจากอธิบายทางเลือกที่เขามีอย่างซื่อตรง ก่อนจะยกมือไปตรงหน้า “นายจะตกลงร่วมมือกับฉัน เชื่อใจฉันมั้ย หรือว่าจะไม่ทำอะไร รอวันที่ถูกพอลชนะนายอย่างราบคาบ ถ้านายเลือกอย่างนั้น ฉันก็จะไม่ห้ามนายเหมือนกัน”

ถึงแม้ว่าใบหน้าของฉันจะนิ่งเรียบ ไร้รอยยิ้ม แต่ว่าสายตาของฉันที่มองตรงไปในนัยน์ตาสีดำขลับของพัคซังฮุนเต็มไปด้วยความแน่วแน่และจริงใจ นี่เป็นโอกาสเดียวที่เขาจะได้เลือกทางเดินของเขา ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหน ฉันก็จะไม่โน้มน้าวให้เปลี่ยนใจ หรือขัดขวางเขา แต่ถ้าเขาตกลงเลือกที่จะร่วมมือกับฉัน ฉันก็จะทำหน้าที่ครูฝึกอย่างตั้งใจและช่วยเขาให้ถึงที่สุด

“ถ้าอย่างนั้น...” ในที่สุด ซังฮุนก็สบตาฉันอย่างจริงจัง แล้วจับมือฉันแน่นเป็นคำตอบ “ตกลง ฉันจะร่วมมือกับเธอ”

ฉันเขย่ามือเขากลับ แล้วเผยยิ้มจริงใจเป็นครั้งแรก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้น

“ขอบใจนะที่เลือกให้ฉันช่วยเหลือ จากนี้ไป นายจะตั้งใจฟังฉันแล้วใช่มั้ย”

“เฉพาะเวลาที่เธอสั่งให้ทำอะไรที่มนุษย์ปกติเขาทำได้เท่านั้นแหล่ะ”

ซังฮุนสะบัดมือออกจากมือฉัน แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างหงุดหงิด แหม... พ่อคนฟอร์มเยอะ

“โอเค ฉันจะปรับตารางของนายให้เริ่มจากเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มไปทีละระดับก็แล้วกัน” ตามนั้น งั้นไม่ต้องทำตามโปรแกรม Super Intensive แล้ว เอาตามที่ฉันเห็นพอเหมาะและเร่งรัดที่สุดสำหรับการแข่งกับพอล แมคเคลแลนด์ก็แล้วกัน ในหัวของฉันเริ่มเต็มไปด้วยแผนตารางซ้อมและตารางอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ อืม... แค่คิดก็น่าสนุกแล้วล่ะ

“เฮ้ แล้วนี่จะให้ฉันยืนเฉย ๆ อยู่ตรงนี้อีกนานเท่าไหร่ไม่ทราบ จะให้ฉันไปต่อยมวยหรือทำอะไรต่อก็ว่ามา” เสียงบ่นของซังฮุนเรียกฉันที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์ให้กลับมา ฉันยิ้มบางแล้วบอกเขาอย่างใจดี ผิดกับท่าทีเมื่อก่อนอย่างลิบลับ

“กลับไปคลาสโยคะต่อเถอะ ยังเหลืออยู่อีกตั้งหลายนาที”

สีหน้าของซังฮุนดูชะงักไปทันที เมื่อเห็นว่าฉันดูเปลี่ยนไปราวจากฟ้าเป็นเหว... เอ๊ย ไม่สิ... เหวเป็นฟ้าสินะ โฮะ ๆ

“จริงดิ เมื่อกี้ก็ยังดูไม่พอใจอยู่เลย”

“เอาน่า ฉันให้พักสบาย ๆ ซักวันหนึ่ง” ฉันโบกมือไปมาอย่างชิล ๆ ไล่ให้เขากลับเข้าคลาสไป “ไปสิ เร็วเข้า”

ซังฮุนพยักหน้าอย่างงง ๆ แล้วเดินหันหลังกลับเข้าคลาสไป โดยที่มีฉันมองตามพร้อมกระหยิ่มยิ้มอย่างพอใจ

ก็นะ ปล่อยให้นายได้พักผ่อนสบาย ๆ อีกซักวันเดียวจะเป็นอะไรไป ในเมื่อวันต่อมา แผนฝึกซ้อมสนุก ๆ กำลังรอนายอยู่อย่างยาวเหยียดเลยล่ะ พัคซังฮุน :)

100%


               


หึ ๆ 

อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ จัง 

จะได้เริ่มฝึกตามแผนพิเศษกันซักที!!!



เป็นยังไงบ้างคะ ในที่สุดซังฮุนก็ตกลงยอมร่วมมือกับนลินอย่างโดยดี

แต่จะดื้อหรือไม่ดื้อ นั่นมันอีกเรื่อง...

คิดยังไงเม้นท์ลงมากันด้วยนะคะและฝากช่วยกดติดตามเพจของ Pantasia กันด้วยนะคะ 

จะได้ติดตามข่าวอัพเดททันใจและคอนเท้นท์สนุก ๆ ที่กำลังจะลงด้วยค่า ขอบคุณมากนะคะ

PANTASIA x




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

10 ความคิดเห็น