ECCENTRIC MODEL สะดุดรัก ยัยบ้าพลัง

ตอนที่ 3 : EPISODE 2 [ค่ายมวยว.วัฒนา 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62








         ความร้อนกว่าสี่สิบองศา สีเขียวชอุ่มของป่าไม้ตามเนินภูเขา และกลิ่นความชื้นของต้นไม้ยืนยันให้รู้ว่าฉันกลับมาถึงบ้านแล้วจริง ๆ ฉันเดินเข้ามาในสวยกล้วยขนาดย่อม เห็นร่างเล็กป้อมของสุภาพสตรีในเสื้อลูกไม้ทรงไทยและผ้าถุงที่คุ้นเคยกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ และเหมือนหญิงวัยกลางคนคนนั้นจะสังเกตเห็นฉัน ก่อนที่จะส่งเสียงออกมาจากระยะสามสิบเมตร

            “นลิน ลู๊กกกกกกก!

            “แม่ขาาาา หนูกลับมาแล้ว” ฉันวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด อ้าแขนทั้งสองข้างเตรียมเข้าโผกอดแม่ที่ไม่ได้เจอกันมานาน แต่กลับกลายเป็นว่า ฉันดันโดนฝ่ามือพิฆาตตบลงมาที่มือแทนการทักทายที่อบอุ่นซะงั้น!

            เพียะ!!

            “โอ๊ยแม่! หนูเจ็บนะ”

            “เจ็บเป็นด้วยเหรอ ยัยลูกคนนี้ ไปอัดใครมาแล้วอีกหา?!” แม่ตะโกนดุฉันเสียงดังจนเจ็บทั้งหูทั้งมือไปหมด สีหน้าดูเกรี้ยวกราดแบบเดียวกับที่ทวงตังค์จากลูกหนี้ไม่ผิด

            “ข่าวไวตลอดเลยนะ” ฉันพึมพำ หันไปชำเลืองมองน้ากล้วยที่เดินตามฉันจากด้านหลัง ซึ่งหลบตาฉันแล้วทำเป็นเดินเลี่ยงเอากระเป๋าของฉันไปเก็บ

            เพียะ!!

            “โอ๊ย! ตีหนูอีกทำไม?!

            “ก็ถ้าน้ากล้วยไม่บอก แม่จะรู้อะไรเกี่ยวกับนลินบ้างล่ะ”

            ฉันแอบหันหน้าหลบไปมองบน นอกจากเป็นพ่อบ้านและคนขับรถของแม่ น้ากล้วยก็เป็นสายชั้นหนึ่งของแม่เนี่ยแหล่ะ ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นในค่ายหรือเรื่องเกี่ยวกับฉัน น้ากล้วยก็จะเป็นคนรายงานให้แม่รับรู้ได้ทันที เร็วยิ่งกว่าสายลับFBIซะอีก พ่อไม่น่าส่งให้น้ากล้วยไปรับฉันเลย

            “โถ่แม่ หนูแค่เป็นทำตัวเป็นพลเมืองดี แทนที่จะชมทำไมต้องมาว่ากันด้วย ไอ้บ้าคนนั้นมันหลอกจับก้นผู้หญิงนะ”

            “แต่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเขาไม่ได้ทำไม่ใช่เหรอ”

            “ก็เพราะหนูเห็นก่อนถึงหยุดไว้ได้ไง ไม่อย่างนั้นมือสกปรกๆของไอ้หื่นนั่นคงแปะอยู่บนก้นของน้องคนนั้นแล้ว” ฉันยังคงเถียงคำไม่ตกฟาก ก็ฉันเจตนาดีนี่นา มันเห็นได้ชัดๆว่าไอ้เลวนั่นกำลังจะอาศัยช่วงเวลาเร่งรีบไปแต๊ะอั๋งผู้หญิงคนนั้น

            “ขี้โม้! เราน่ะแหล่ะวู่วามเกินเหตุ มันอาจจะแค่เงาก็ได้ แล้วดันไปอัดเขาซะแล้ว”

            “แม่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ซักหน่อยนี่”

            “ก็แม่รู้จักนิสัยนลินดีหรอก”

            “เถอะน่า คุณสุดา ลูกก็ทำไปเพราะเจตนาดี เราควรจะชื่นชมลูกไม่ใช่เหรอ มาให้พ่อกอดเร็ว พลเมืองดีของพ่อ~

            “พ่อขา~

            ฉันวิ่งร่าไปกอดพ่อที่เดินเข้ามาหยุดเสียงแว้ดของแม่ พร้อมกับหอมแก้มแถมไปด้วย น่ารักจริงๆ แต่ไหนแต่ไร พ่อก็เข้าใจและใจดีกับฉันที่สุด

            “อัดคนจนน่วมโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเนี่ยนะ?

            “’ยังไม่ได้ทำอะไรผิด แปลว่าหยุดก่อนที่จะทำไงคะ”
            “โอ๊ยยย ฉันล่ะปวดหัว ไม่น่าเลี้ยงลูกมาให้ห่าม
แบบนี้เลย” แม่ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปในที่สุด “รีบๆไปอาบน้ำได้แล้ว นั่งเครื่องมาทั้งวัน ตัวเหม็นจะแย่อยู่แล้ว”

            “ค่า คุณสุดา~

            ฉันกอดคอพ่อเดินเข้าบ้านไปอย่างเริงร่า ในขณะที่ทักทายพี่ๆป้าๆลุงๆที่ทำงานอยู่ในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะรีบไปอาบน้ำนอน หลังจากที่ทนนั่งอยู่ในที่แคบๆ นอนหลับๆตื่นๆมาร่วมวันนึง คิดถึงเตียงนอนนุ่มๆที่รักจะแย่อยู่แล้ว

            หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันก็หลับไปร่วมสิบสองชั่วโมง แล้วตื่นขึ้นมาในเช้าวันต่อมา เมื่อเดินออกมา ก็พบว่าแม่กำลังกดเครื่องคิดเลข ทำบัญชีที่โต๊ะกินข้าวอย่างเมามันส์..

            “อ้าว นลิน มากินข้าวสิลูก”

            “ค่ะแม่” ฉันเดินมานั่งลงตรงข้ามแม่ เปิดฝาชีออกดูว่ามีอะไรกิน อื้อหือ... หมูแดดเดียว ไก่ทอด ผัดกว้างตุ้ง ไข่พะโล้ ข้าวสวยร้อน ๆ แม่นี่รู้ใจฉันสุดๆไปเลย

            “ไปเมืองนอกเมืองนามาตั้งนาน คิดถึงข้าวแล้วล่ะสิ” แม่เอ่ยถามขึ้นมา พร้อมชำเลืองมองฉันจากกรอบแว่น

            “โหแม่ หนูไปแค่เดือนเดียวเองนะ อีกอย่าง ไปที่นู่นก็กินอาหารไทยมาเหมือนกัน”

            “แต่สู้ฝีมือแม่ได้หรือไง”

            “แน่นอนว่าฝีมือเจ๊สุอร่อยกว่าไม่มีใครเทียบติดอยู่แล้วจ้า” ฉันทำเสียงอ้อล้อ จนแม่เบ้ปาก กระแอมไออย่างหมั่นไส้

            “รู้จักพูดเนอะ”

            ฉันหัวเราะคิกก่อนที่จะกินข้าวต่ออย่างอารมณ์ดี

            “แล้วพ่อล่ะคะ”

            “ไปดูค่ายแล้ว นลินจะตามไปมั้ย”

            “ก็คงไปค่ะ กินเสร็จแล้วเดี๋ยวไปเลย”

            “อืม แล้วไปที่นู่นมาเป็นยังไงบ้าง เล่าให้แม่ฟังบ้างสิ”

            “ก็สวยดีค่ะ นิวยอร์กวุ่นวายมาก ๆ รถติดแต่ว่าก็มีที่เที่ยวเยอะเหมือนกัน อาหารอร่อยด้วย ร้านรวงเยอะแยะเต็มไปหมด วันหลังหนูจะพาแม่ไปนะ” ฉันนึกถึงทริปนิวยอร์กที่เพิ่งจบไปสดๆร้อนๆด้วยความรู้สึกที่ดี

            “อื้อหือ.. มีแต่นมเนยชีส แม่ไม่กินหรอก ทรมานตัวเองเปล่า ๆ ” แม่ทำเสียงขยะแขยง จนฉันอดแกล้งเหน็บไม่ได้

            “พูดซะไม่เหมือนคนไปอยู่เมลเบิล์นมาตั้งสิบปีเลยนะ”

“ก็ฉันเปิดร้านอาหารไทยนี่ยะ แล้วแจ๊คกี้เป็นไงบ้าง เห็นไปเจอกันมาด้วยนิ” แม่พูดถึงครูฝึกคนเก่งของค่ายที่เพิ่งลาออกกลับไปแต่งงานอยู่ที่นิวยอร์กเมื่อไม่นานมานี้

            “แจ๊คกี้สบายดี แข็งแรงล่ำบึ๊กเหมือนเดิมค่า”

            “จะว่าไป แม่ก็คิดถึงเขาเหมือนกันนะ ไว้พิมพ์ไปบอกเขาด้วยว่าจะกลับมาเที่ยวหรือมาอยู่ที่นี่ตอนไหนก็ได้นะ”

            “ค่า ๆ เดี๋ยวหนูบอกให้” ฉันเอ่ยรับ ก่อนที่รวบช้อนส้อม นำจานข้าวไปเก็บที่อ่างล้างจาน แล้วเดินไปหยิบห่อลูกอมสิบถุงใหญ่ที่ขนมาจากอเมริกา “แม่ งั้นหนูไปค่ายแล้วนะ”

            “จ้า”

            ฉันเดินออกจากตัวบ้านอย่างทุลักทุเล พยายามไม่ให้ห่อขนมตก ทะลุไปทางสวนกล้วยที่น้ากล้วยรดน้ำต้นกล้วยอยู่เพื่อเดินเข้าไปในตัวค่าย ยิ่งเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงเตะต่อยดังขึ้นมากเท่านั้น อย่างที่บรรยายไป บ้านของฉันเป็นค่ายมวยผสมกับMMAมืออาชีพ พ่อของฉันคือ‘สุนทร ว.วัฒนา’ แชมป์มวยเก่าระดับโลกที่เคยชนะทั้งเวทีลุมพินีและการแข่งขันที่ต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ผันตัวมาทำค่ายมวยที่ภูเก็ตเป็นของตัวเองแทน ค่ายมวยของเราตอนนี้กลายเป็นค่ายมวยสำหรับฝึกซ้อมนักกีฬามืออาชีพ รองรับนักสู้จากทั่วทุกมุมโลกที่มาเก็บตัวซ้อมสำหรับแมทช์สำคัญ ค่ายมวยของเราจึงมีพื้นที่กว้างขวาง มีเวทีซ้อมมวยสองที่ ฟิตเนส และสระว่ายน้ำที่ลูกค้าสามารถใช้ได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ เราก็มีหอพักสำหรับนักสู้ต่างถิ่นอยู่ไม่ไกลเพื่ออำนวยความสะดวก

            แม่ของฉัน คุณสุดาหรือ‘เจ๊สุ’ อย่างที่คนอื่นเรียกคือคนที่ดูแลบริหารจัดการทุกอย่างตั้งแต่สากเบือยันเรือรบในค่าย นอกจากนี้ คุณสุดาของฉันก็ยังมีกิจการร้านอาหารและร้านทำเล็บของเธอเองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก อย่างที่เคยบอก แม่ของฉันเคยเปิดร้านอาหารที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมาก่อน แล้วก็ไปปิ๊งกับพ่อที่ไปแข่งมวยและก็สอนชกอยู่ที่นั่นน่ะแหล่ะ ก็เลยแต่งงานกัน คลอดฉันที่นั่น พอฉันอายุหกขวบ พวกท่านก็เก็บเงินได้มากพอที่จะย้ายกลับมาเปิดค่ายมวยว.วัฒนาตามความฝันของพ่อที่ไทย จนมันโตมาได้ขนาดนี้นี่แหล่ะ

ส่วนฉันชื่อ‘นลิน วิภพวัฒนา’ เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของคุณสุนทรและคุณสุดาแห่งค่ายว.วัฒนา ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็ถูกจับใส่นวม ไปชกเบาะแบะใต้เวทีกับพ่อตั้งแต่ที่ออสเตรเลียยันกลับมาไทย โตกับการซ้อมมวยอย่างหนักเหมือนกับเด็กผู้ชายคนอื่นในค่าย ฝึกเตะต้นกล้วยจนขาแข็งเป็นเหล็ก รวมทั้งฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อีกหลากหลายแขนงเช่นยูโด คาราเต้ บราซิลเลี่ยนยิวยิทสู และล่าสุดที่ฉันไปนิวยอร์กนี่ก็เพื่อไปเข้าคอร์สอบรมและสอบใบอนุญาตสอนคราฟมาก้า ศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ฝึกในกองทัพอิสราเอลโดยเฉพาะ และตอนนี้ก็เป็นนักมวยหญิงและนักกีฬา MMA มืออาชีพ ควบคู่ไปกับการเป็นนักศึกษาคณะบริหารฯ เทอมหน้าก็จะเป็นปีสุดท้ายแล้ว หลังจากเรียนจบ ฉันก็คงผันเวลาทั้งหมดให้กับค่ายแล้วก็ตะลุยแข่งทัวร์นาเม้นท์ ทำตามความฝันของฉันซึ่งก็คือเป็นแชมป์นักสู้ระดับโลกให้เหมือนหรือดังกว่าพ่อ

“นลิน กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ อุ๊ย นี่หอบอะไรมาเยอะแยะ”

“ใช่จ้ะ พี่กบ หนูซื้อขนมมาฝากพวกพี่ด้วย เอามาแบ่งกับพี่คนอื่นด้วยนะ” ฉันเทห่อลูกอมลงบนโต๊ะ แล้วนั่งพักหายใจอย่างอดไม่ได้ ดวงตาทั้งสองของหญิงร่างอวบวัยสามสิบที่มัดผมจุกลวกๆประกายด้วยความดีใจ ในขณะที่ฉีกทึ้งห่อลูกอมด้วยความรวดเร็วปานฟ้าแล่บ ตั้งแต่ไหนแต่ไร พี่กบก็พุ่งเข้าหาของกินได้เร็วยิ่งกว่าลิ้นของกบที่ตวัดแมลงเข้าปาก ถึงแม้เธอจะทำงานท่ามกลางนักกีฬาต่อสู้ที่ฟิตแบบกล้ามเป็นมัด ๆ ทุกวัน ก็ไม่มีทีท่าว่าน้ำหนักจะลดลงซักที มีแต่เพิ่มขึ้นเอา ๆ ซะงั้น =_=;

            “โอ๊ยย น้องนลิน น่ารักที่สุดเลย ทำไมอร่อยขนาดนี้~” ทันทีที่ลูกอมเข้าปาก พี่กบก็แทบจะมากอดรัดฟัดเหวี่ยงฉันด้วยความขอบคุณ แต่ดีที่ฉันถอยห่างมาอยู่อีกฟากซะก่อน

            “หนูซื้อมาตั้งเยอะ อย่ากินเยอะเกินไปล่ะพี่ เดี๋ยวอ้วนขึ้นก็มาว่าหนูอีก”

            “พี่จะว่านลินได้ไง ไม่เค๊ย!

            แหม.. เสียงสูงเชียวนะพี่ -_-

            ฉันกรอกตาไปด้านบนอย่างไม่ปิดบังเมื่อได้ยินคำพูดของพี่กบ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ ดูการฝึกซ้อมของพ่อหนุ่มร่างบึ๊กที่กำลังเตะเป้าอยู่อย่างเสียงดัง

            “ไฮ้! ไฮ้! ไฮ้! ไฮ้! ไฮ้!

            อื้อหือ เตะแรงไม่พอ เสียงหายใจยังดังอีก ดูหน้าขาว ๆ เอเชีย ๆ น่าจะเป็นคนญี่ปุ่นมั้ง

            “คนนั้นมาจากไหนน่ะพี่กบ”

            “ชื่อว่าโชสุเกะ มาจากญี่ปุ่นน่ะ เหมือนนางเตะคาราเต้มาก่อน”

            “หน่วยก้านดีเลยนะ เตะท่ามวยไทยสวยทีเดียว ไม่ติดคาราเต้มาเลย”

            “นางขยันซ้อมด้วยแหล่ะ น่าจะเตรียมซ้อมแข่งรายการ UFC

            “หือ~ งานดี” ฉันพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ลูกศิษย์ของค่ายเรา 90%  ก็เป็นนักสู้มืออาชีพหรือคิดจริงจังกับกีฬานี้ต่อทั้งนั้น น้อยมากที่จะมีมือสมัครเล่นมา เพราะว่าลูกค้ากลุ่มนั้นจะไปซ้อมที่ค่ายอื่นหรือยิมที่เน้นการออกกำลังกายมากกว่า MMA อย่างเรา

            “พี่กบ แล้วช่วงนี้มีลูกค้ามาเยอะมั้ย”

            “ช่วงนี้หน้าร้อน ก็เยอะนะ ดูอย่างวันนี้ก็หกคนแล้ว คนจีนสาม คนเยอรมันสาม เกาหลีหนึ่ง”

            “คนจีนอีกแล้ว เยอะดีจัง” ฉันพึมพำอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก “มีเกาหลีด้วยเหรอ ลูกค้าของเราไม่ค่อยมีมาจากเกาหลีเลยเนาะ”

            “จริงค่ะ น้องนลิน พี่ออกจะช๊อบชอบ~ หล่อตี๋แบบโอ้ปป้าเนี่ย แรร์ไอเท็มสุดๆ” ดวงตาของพี่กบเป็นประกายอย่างเพ้อฝันเมื่อพูดถึงผู้ชาย “และน้องนลินรู้มั้ยคะ ลูกค้าเกาหลีแต่ละคนนะ ขาว ๆ ล่ำ ๆ ซิกแพ็คแน่น ๆ กันทั้งนั้นเลยค่า หัวนมก็ชมพู้~ ชมพูปากก็กระจุ๋มกระจิ๋มน่าจุ๊บ อู้ยยย ใจสาวน้อยจะละลาย”
            “พี่กบคะ เก็บน้ำลายหน่อยค่ะ”

            “ชะอุ๊ย” พี่กบหัวเราะแห้ง ๆ พลางหันหน้าหนี ยกมือขึ้นปาดน้ำลายของตัวเอง ฉันส่ายหน้าอย่างปลงๆ ก็ทำยังไงได้ หนึ่งในสาเหตุที่พี่กบทำงานเป็นคนดูแลนักกีฬาแบบนี้มาได้หลายปีก็เพราะว่าการที่ได้ส่องหนุ่มล่ำจากนานาประเทศทุกวี่ทุกวันเนี่ยแหล่ะ การที่มีอาหารสำหรับท้องพร้อม แถมด้วยอาหารตาที่เลอค่า โดยเฉพาะเกรดนักกีฬาที่กล้ามเป็นมัด ๆ ทั้งนั้น ความสุขในการทำงานของพี่กบจึงมากถึงขีดสุด จนทำให้เธอไม่ยอมลาออกไปไหนง่าย ๆ เลยล่ะ

            “แล้วไปสอบใบอนุญาตคราวนี้ เรียบร้อยดีใช่มั้ยคะ”

            “เรียบร้อยค่ะ ที่หนูไปก็เป็นคอร์สอบอบรมครูฝึก แล้วก็สอบใบต่อได้เลยภายในยี่สิบสี่วัน ตอนนี้หนูก็สอนลูกศิษย์ได้เพิ่มอีกหนึ่งแขนงแล้วนะ”

            “เก่งที่สุดเลยค่ะ นี่กวาดมาได้กี่แขนงแล้วก็ไม่รู้ แล้วอย่างนี้น้องนลินจะกลับมาช่วยเทรนเมื่อไหร่เหรอคะ”

            “กะว่าจะเริ่มพรุ่งนี้เลยค่ะ ครูเราตอนนี้ก็ไม่อยู่กันหลายคน จะได้ช่วยแบ่งเบาคนที่เหลืออยู่ด้วย”

            “ดีมากเลยค่ะ ลูกค้าเราช่วงนี้

            “เฮลโล~” เสียงทักทายจากผู้มาเยือนทำให้ฉันกับพี่กบต้องมองตาม กลุ่มชาวต่าวชาติตาสีน้ำข้าวตัวล่ำบึ๊กสามคนเดินหอบสัมภาระเข้ามาในค่าย น่าจะเป็นคนเยอรมันอย่างที่พี่กบว่า พี่กบเด้งลุกขึ้นยืนอย่างเร็วไว แล้วเดินไปรับลูกค้าอย่างกระดี๊กระด๊า

            “โอ๊ะ น้องนลินขา พี่กบได้ข้อความมาว่าให้ไปรับลูกค้าชาวเกาหลีที่หน้าปากซอยหน่อยค่ะ เขาเข้ามาไม่ถูก”

            “ได้ค่า พี่กบ”

            พี่กบพาชายต่างชาติกลุ่มนั้นไปเก็บข้าวของที่ห้องตามหน้าที่ ส่วนฉันก็รีบลุกขึ้น จัดเผ้าจัดผมซักนิดเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของค่าย แล้วรีบเดินไปที่หน้าปากซอย ค่ายของเราตั้งอยู่ลึกในป่า มีทางเข้าที่ค่อนข้างจะกันดารและอับ ๆ ไปซักหน่อย คนที่เข้ามาใหม่อาจจะงงหรือหลงทางได้ ฉันชินกับการเดินไปรับลูกค้าถึงที่นั่นแล้วล่ะ จะว่าไป คนเกาหลีงั้นเหรอ อยากรู้จังว่าลูกค้าคนนี้จะเป็นยังไง อาจจะเล่นยูโดมาก่อนก็ได้ ดี ๆ ถ้ามีโอกาสฉันอาจจะได้ขอซ้อมกับเขาด้วยเหมือนกัน

            พอเดินมาถึงหน้าปากซอย ฉันก็มองหาผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นคนเกาหลีมากที่สุด เอ.. อยู่ไหนกันนะ เดินหาอยู่ซักพัก ฉันก็มองเห็นผู้ชายร่างสูงคนหนึ่ง ยืนเหมือนรอใครซักคนอยู่ข้างเสาไฟฟ้าพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ฉันจึงเดินเข้าไปทักเขาเนื่องจากดูท่าทีแล้ว น่าจะเป็นลูกค้าของเรามากที่สุด

            “สวัสดีค่ะ มาค่ายว.วัฒนาใช่มั้ยคะ”

            “ใช่.. เฮ้ย เธอ!

            “อ้าวเฮ้ย นาย!

  ทันทีที่เราเห็นใบหน้าของกันละกัน ต่างฝ่ายก็ต่างอุทานด้วยความตกใจอย่างพร้อมเพรียง ฉันจำเขาได้ เขาก็คือผู้ชายที่นั่งข้างฉันจากอาบูดาบีมาลงกรุงเทพฯนี่นา!

  อะไรจะบังเอิญขนาดนี้!

  “ฉันจำนายได้ เรานั่งข้างกันบนเครื่องบิน” ...และเขาก็ซบฉันกว่าสี่ชั่วโมงเต็มๆ แถมทำน้ำลายไหลด้วย อี๋ ฉันพยายามผลักหัวเขาออกไปหลายรอบแล้วแต่ว่าไม่รู้ทำไม สุดท้ายเขาก็ต้องกลับมาพิงไหล่ฉันจนเมื่อยไปหมดและฉันก็ต้องยอมแพ้ในที่สุด ตลกดีเหมือนกัน

  สีหน้าของหนุ่มขาวหน้าใสเจื่อนลง เขาหลบสายตาฉันอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา

  “เธอทำงานที่นี่เหรอ”

  “ใช่ ฉันเป็นลูกเจ้าของที่นี่”

  ดวงตาของเขาเปิดกว้างขึ้นอย่างตกใจ ก่อนที่จะเอ่ยต่อ

  “..อย่างนั้นเหรอ บังเอิญดีจัง”

  “ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันพานายเข้าไปในค่าย แล้วนายล่ะชื่ออะไร” จะว่าไป พี่กบก็ลืมบอกชื่อลูกค้าก่อน ฉันจึงถามเลยตอนนี้ พร้อมกับเดินนำพาเขาเข้าไปในค่ายด้วย

  “ฉันชื่อพัคซังฮุน เรียกแค่ซังฮุนเฉย ๆ ก็ได้”

  “ยินดีที่ได้รู้จักนะซังฮุน ฉันชื่อนลิน”

  “อืม ยินดีที่ได้รู้จัก”

  ทางเข้ามาในตัวค่าย พูดตรง ๆ มันก็ออกจะดูอับ ๆ นิดหน่อย เพราะว่าก่อนถึงค่ายมีสวนผลไม้แล้วก็หมู่บ้านอยู่ เขาขุดคลองเอาไว้ แล้วก็สร้างทางเดินยกระดับบนคลองแคบ ๆแบบที่เดินได้ทีละคนไปจนถึงค่าย ระหว่างเดิน ฉันก็พยายามจะชวนซังฮุนคุย แต่เขาก็ดูเกร็ง ๆ กับฉันอยู่ บรรยากาศระหว่างเราจึงน่าอึดอัดเล็กน้อย

  “เดี๋ยวมาเซ็นเอกสารตรงนี้ก่อน แล้วฉันจะพาไปที่ห้องพักนะ อันนี้ชื่อนายใช่มั้ย”

  “อ้อ อืม”

  พอมาถึงโต๊ะทำงานของพี่กบ ฉันก็จัดแจงหาเอกสารข้อมูลการจองของซังฮุนออกมาให้เขาเซ็น พร้อมกับอ่านเอกสารไปด้วย หืม.. พัคซังฮุน อายุยี่สิบเอ็ดเท่าฉันเลย มาอยู่ตั้งสิบอาทิตย์เลยเหรอ แถมลงคอร์ส Super Intensive ด้วย นี่มันคอร์สสำหรับนักกีฬามืออาชีพนะ ฉันชำเลืองมองหนุ่มเกาหลีหน้ามนที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่ พลางพิจารณาหน่วยก้าน ผิวขาวใสปิ๊ง เนียนละเอียดยิ่งกว่าผู้หญิง ตาชั้นเดียวแต่ว่าโตสวยเหมือนอัลมอนด์ จมูกโด่งมีดั้ง คิ้วหนาเข้มและริมฝีปากสีชมพูเป็นกระจับ ทุกอย่างช่างดูลงตัวไปหมดจนฉันยอมรับเลยว่าเขาหล่อเหลาเอาการอยู่เหมือนกัน ยิ่งความสูงปรี๊ดที่น่าจะแตะ 185 ซ.ม.ด้วย หน้าตา รูปร่างระดับนี้ เป็นพระเอกซีรี่ย์ได้สบายเลย แต่ว่าถ้าจะเป็นนักสู้ อืม... ดูผอมแห้งแรงน้อยขนาดนี้ ขนาดเลื่อนโซฟายังเลื่อนไม่ไหว ไม่น่าจะใช่แล้วล่ะ

  “เรียบร้อยแล้ว”

  “ขอบคุณ งั้นตามฉันมาเลย” ฉันรับเอกสารจากซังฮุนมา ก่อนจะเดินนำเขาไปที่ห้องพักอีกตึกหนึ่ง ซึ่งในระหว่างทางก็แนะนำสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วย

  “ค่ายมวยของเรามีเวทีซ้อมมวยกับกระสอบทรายอยู่ตรงนั้น สระว่ายน้ำและฟิตเนสใช้ได้ฟรียี่สิบสี่ชั่วโมง ปกติแล้วเราจะเริ่มซ้อมกันตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงสิบโมงเช้า แต่ว่าสำหรับนักกีฬาที่อยู่ประจำทุกคนต้องตื่นมาวิ่งวอร์มก่อนหนึ่งชั่วโมง ซึ่งก็คือเจ็ดโมง หลังซ้อมเสร็จ ก็มีอาหารให้ที่ห้องอาหาร หลังจากนั้น จะมีคลาสบ่ายตามตารางจนไปถึงเย็นที่เลือกได้ว่าอยากเรียนด้านไหน นายลงคอร์ส Super intensive เอาไว้ใช่มั้ย”

  “เดี๋ยวนะ คอร์ส Super intensive คืออะไรกัน” ซังฮุนเอ่ยถามฉันด้วยดวงตาที่เปิดกว้างและน้ำเสียงสับสน

  “ค่ายของเรามีคอร์สให้ลูกค้าเลือกหลายแบบ ตั้งแต่คอร์สมวยไทยอย่างเดียว มวยไทยกับMMA คอร์สลดน้ำหนัก แล้วก็คอร์ส Intensive กับคอร์ส  Super intensive ที่จัดตารางเข้มข้นให้นักกีฬามืออาชีพเป็นพิเศษเพื่อเตรียมลงแข่ง นายไม่ได้เป็นคนสมัครเองเหรอ”

  “ผู้จัดการฉันจัดการให้ เดี๋ยวนะ เข้มข้นที่ว่าเนี่ย ขนาดไหน”

  “ก็จะมีตารางเทรนนิ่งที่หนักกว่าคนอื่นและคลาสตัวต่อตัวที่ดีไซน์เพื่อนายโดยเฉพาะ คลาสฟิตเนสพิเศษ รวมทั้งมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยโภชนาการ แต่ว่ามันก็จะหนักมากๆและปรับตัวยากหน่อย เอาจริง ๆ ฉันยอมรับว่ามันโหดมากเลยล่ะ” ใบหน้าของซังฮุนดูตะลึงไปนิด ๆ เมื่อได้ยินคำตอบของฉัน

  “หา”

  “ฉันก็กะจะแนะนำให้นายเปลี่ยนมาเป็นคอร์สธรรมดาอยู่เหมือนกัน” ฉันเม้มปาก กวาดตาประเมินชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะแนะนำด้วยความหวังดี “ผอมแห้งแรงน้อยขนาดนี้ ฉันว่า.. นายไม่น่าจะไหวนะ”

  “ใครผอมแห้งแรงน้อยกัน” แต่เหมือนว่า ความหวังดีของฉันจะถูกอีกฝ่ายเข้าใจผิดเป็นอีกแบบ ซังฮุนทำหน้าถมึงทึง ก้าวเข้ามาเอ่ยกับฉันด้วยน้ำเสียงเข้ม “นี่เธอกำลังดูถูกความสามารถฉันงั้นเหรอ”

  ดูเหมือนว่าซังฮุนจะเซ้นซิทีฟกับเรื่องรูปร่างของเขามากไปหน่อย ถึงดูยอมรับไม่ได้ที่ฉันไปพูดว่าเขาผอมแห้งแรงน้อย แล้วก็แสดงท่าทีต่อต้านฉันถึงขนาดนี้

  “เปล่าซักหน่อย ฉันแค่พูดตามความเป็นจริง คอร์สนี้มันหนักพอๆกับฝึกทหารเลยนะ ฉันว่านายอาจจะไม่ไหว”

  “เหอะ ไม่มีทางล่ะ” ซังฮุนเชิดคางขึ้น แล้วเสยผม ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “คนอย่างพัคซังฮุน ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ ก็แค่คอร์สขี้ประติ๋ว ฉันทำมันได้สบาย ๆ อยู่แล้ว”

  ฉันกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆแค่นยิ้มที่มุมปาก

  ตามใจละกัน แล้วอย่ามาอ้อนวอนขอให้ฉันช่วยยกเลิกให้ทีหลังก็แล้วกันนะ J



           Park Sanghoon’s Eyes:

            นี่เอมี่จับผมมาปล่อยที่ไหนกันเนี่ย?!!!!

            ไหนล่ะ ทะเล?!

            มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า ป่า ป่า!

            และสาวงามที่ว่า… ทำไมถึงกลายเป็นชายขนยาวล่ำบึ๊กต่อยกันอย่างป่าเถื่อนราวกับยุคหินเป็นฝูงซะงั้น!!!

            ผมโดนเอมี่หลอกเข้าแล้ว… คิดได้อย่างนั้น ผมก็หยิบโทรศัพท์ออกมาระดมโทรหาผู้จัดการวายร้ายของผม แต่เธอไม่แม้แต่จะรับสายหรืออ่านข้อความเลย โว้ย! น่าหงุดหงิดที่สุด เอมี่นะเอมี่ ถ้าได้คุยกันเมื่อไหร่ ผมจะเฉ่งให้ยับแน่ ระหว่างนี้ ผมจะทำอะไรดี มองไปทางไหนก็มีแต่ป่าและกระสอบทราย เซ็งชะมัด

            ในเมื่อไม่มีอะไรทำ หลังจากอาบน้ำ ผมก็เลยนั่งเล่นเกมในมือถือฆ่าเวลา ออกไปกินข้าวเย็น รับตารางฝึกซ้อม แล้วก็เล่นเกมออนไลน์ต่ออย่างเมามันส์จนปาไปตีสาม ถึงค่อยเผลอหลับไป อืม... เริ่มคิดถึงบ้านแล้วชะมัด คิดถึงเตียงนุ่มๆที่อพาร์ทเม้นท์ของผม คิดถึงความสะดวกสบาย คิดถึงขาเรียว ๆ ยาว ๆ ของนางแบบที่นิวยอร์ก... จะว่าไป ทำไมผมถึงเห็นขาเรียวยาวที่ฝันใฝ่เดินตรงหน้าผมเต็มไปหมดเนี่ย โอ้วว.. ขาเรียวๆเดินสับตรงหน้าผมเต็มไปหมดจนมึนไปหมดเลย แปลกชะมัด หรือว่าผมกำลังฝันเหรอเนี่ย อา... นี่คงเป็นฝันดีที่ทำให้ผมไม่อยากตื่นเลยสินะ หุ ๆ ๆ ๆ ๆ หุ ๆ ๆ ๆ ๆ หุ ๆ ๆ ๆ ๆ อู้ววว นี่ผมอยู่ในแฟชั่นโชว์ของวิคตอเรียส์ ซีเคร็ทเหรอเนี่ย ทำไมทุกอย่างถึงสีชมพูและเต็มไปด้วยผู้หญิงตัวผอมๆ ขายาว ๆ ในชุดชั้นในเซ็กซี่เต็มไปหมด อา... นั่นขาของเอลซ่า โฮคส์น่ารักชะมัด นั่นก็ขาของจัซมิน ทูค เซ็กซี่มาก ผมเอื้อมมือกำลังจะไปจับขาคู่ต่อมาที่กำลังเดินตรงหน้าผม แต่เอ...ทำไมมันถึงสั้น ๆ ใหญ่ ๆ เต็มไปด้วยขน แปลก ๆ ไปจากสาว ๆ คนอื่นจังนะ...

            อืมมม ผมค่อย ๆ เงยหน้า ก่อนที่จะเห็นใบหน้าหมวยผิวสีแทนที่บูดบึ้งที่แยกเขี้ยวออกมา พุ่งตรงเข้ามากัดหัวผม จนตัวผมหักไปครึ่งหนึ่ง ก่อนจะถีบผมตกรันเวย์ไปเหมือนกับลูกฟุตบอล ฮือ ๆ ๆ ร่างกายผมระบมไปหมดแล้ว ผมจะตายแล้วใช่มั้ย ใครก็ได้ช่วยผมด้วย ผมกำลังจะถูกยัยโหดไล่ฆ่า ในฝัน ผมค่อย ๆ ขยับร่างกายที่เลือดโชกหนีไปจากยัยโหดที่กำลังยกโซฟาด้วยแขนหนา ๆ เดินตามผมมาอย่างน่ากลัว ฮือ ๆ ๆ ๆ ใครก็ได้ช่วยผมด้วย!!

            “ซังฮุน ตื่น!

            “อ๊ากกกกกกก!!!” ผมแหกปากร้องขึ้นมาทันทีที่เห็นหน้าของยัยแรงควายสลาตันอยู่ตรงหน้าผม ใบหน้าและใต้วงแขนของผมชุ่มไปด้วยเหงื่อ นลินมองผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่จะผละหน้าออกไปแล้วเอ่ย

            “กว่าจะตื่น รู้มั้ยว่านายเป็นคนที่ปลุกยากมากเลยนะ ฝันร้ายหรือไง ถึงตะโกนดังเบอร์นั้น”

            “ก็ใช่น่ะดิ” ก็ฝันถึงเธอนั่นแหล่ะ ยัยช้างสลาตัน ผมแอบคิดในใจ

            “ตื่นแล้วก็รีบเตรียมตัวล้างหน้าเปลี่ยนชุดให้เร็ว รู้มั้ยว่าสายแล้ว ไม่ได้อ่านตารางหรือไงว่าหกโมงครึ่งต้องตื่นมาวิ่ง นี่ก็หกโมงยี่สิบห้าแล้ว”

            “รู้แล้วน่า เดี๋ยวฉันรีบไป” ผมเอ่ยเสียงงัวเงีย แล้วส่งสายตาไล่ครูฝึกที่เป็นฝันร้ายของผมให้ออกไปจากห้องซักที นลินยืนกอดอกมองผมด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกอารมณ์เสียซักพัก ก่อนจะออกไป

            หลังจากล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนชุดอย่างลวก ๆ นลินก็พาผมไปรวมกลุ่มกับผู้ชายไซส์บึก แล้วสั่งให้ผมวิ่งตามพวกเขาไปรอบ ๆ เขาถึงสามรอบ!

            “เหนื่อยแล้วเหรอ” นลินเดินมาหาผมที่นั่งหอบแฮกเหมือนคนใกล้ตายอยู่หลังจากวิ่งครบทั้งสามรอบ ผมรับน้ำมาจากเธอ ก่อนจะดื่มด้วยความรวดเร็วเหมือนคนที่ถูกจับอดน้ำมาสามวัน จนสำลัก

            “แค่ก ๆ ๆ ๆ”

            “อย่ารีบสิ เห็นมั้ยสำลักเลย” นลินพูดปนหัวเราะ พลางลูบหลังให้ผม น่าอายชะมัด

            เมื่อหายเหนื่อยแล้ว ผมจึงลุกขึ้น ลากสังขารของตัวเองกลับไปที่ค่าย แต่แล้วก็รู้สึกถึงมือของบางคนที่จับมาบนไหล่

            “จะไปไหน”

            “ก็วิ่งเสร็จแล้วไง จะให้ทำอะไรอีก” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดเหวี่ยง ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย วิ่งรอบหนึ่งก็ไม่ใช่ทางใกล้ ๆ เลยนะ แถมยังโดนให้วิ่งตั้งสามรอบ นี่ผมจะเป็นลมแล้วนะ ออกกำลังกายยามเช้ามันควรจะชิล ๆ หน่อยไม่ใช่เหรอ

            “นี่แค่วอร์มอัพเองนะ นายยังไปไหนไม่ได้”

            “ว่าไงนะ”

            “ตามฉันมา เดี๋ยวไปกระโดดเชือกต่อ”

            “หา!

           

            สาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยใช้แรงเยอะขนาดนี้มาก่อน แม้กระทั่งช่วงปั้นซิคแพ็ค ผมยังไม่เคยรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต นลินสั่งให้ผมไปกระโดดเชือกอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนจะให้พักกินน้ำผลไม้สิบนาที แล้วไปเรียนมวยไทยเบสิคต่อ ตอนแรกมันก็ยังโอเคอยู่ เพราะมันไม่ได้ใช้พลังงานมากในการเรียนท่ามวยเบสิค แต่พอต้องไปซ้อมเป็นยกๆนี่สิ เหนื่อยแทบใจจะขาด พอซ้อมมวยครบสองชั่วโมง พวกเขาก็จับให้ผมเรียนบราซิลเลียนจิวจิทสุหรือ BJJ ศิลปะการต่อสู้ที่สำคัญสำหรับการสู้บนพื้นใน MMA ต่ออีกชั่วโมงถึงให้พักกินข้าว อาบน้ำได้

            คิดว่ามันจบแล้วเหรอ

            เปล่าเลยนี่มันแค่ 11 โมง

            และเมื่อถึงบ่ายสองโมง ผมก็ถูกจับมาเรียนคลาส MMA จริงจังอีกชั่วโมง ก่อนที่จะไปเรียนมวยไทยรอบบ่ายต่ออีกสองชั่วโมง ถึงจุดนี้ ผมก็อยากจะสลบตายไปแล้ว แต่ว่า มันก็ยังไม่จบ!!!

            คลาสสุดท้ายของวันนี้คือตอนห้าโมง ผมถูกยัยนลินลากเข้าฟิตเนสแล้วโดนสั่งให้ออกกำลังกายท่าต่างๆ ในขณะที่ผมใกล้จะตายอยู่แล้ว เธอจึงอนุญาตให้ผมพักกินข้าวเร็วกว่าตารางยี่สิบนาที แต่ณ จุดนั้น ผมได้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว จนสุดท้าย ผมก็ได้จบลงกับการนอนสลบที่ห้อง โดยไม่แม้แต่จะมีแรงเดินไปกินข้าว เอาเป็นว่าสิ่งที่ดีอย่างเดียวของวันนี้ก็คงเป็น

            ...การที่เหนื่อยจนหลับเป็นตาย ไม่มีโอกาสให้ผียัยนลินจอมโหดมาตามหลอกหลอนในฝันนี่แหล่ะ

 











Talk:
ซังฮุนลู๊กกก
เล่นกับใครไม่เล่น
มาเล่นกับเจ๊นลินสุดโหด
เอาใจช่วยให้ซังฮุนแคล้วคลาดปลอดภัยด้วยนะคะ

กดติดตามได้ข้างล่างนี้ แล้วก็ขอเม้นเป็นกำลังใจหน่อยนะคะ จุ๊บๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #10 mai_mn (@bluefortune39) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 21:35

    สนุกตลกมากชอบๆ 😂

    #10
    0
  2. #9 25TWO (@25TWO) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:13
    น้องจะรอดกลับไปชกมั้ยยยย
    #9
    0
  3. #8 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:01

    กรี๊ดดดดดดดดดด กลับมาอัพแล้วดีใจมาก
    #8
    1
    • #8-1 PANTASIA_ (@pandolla1418) (จากตอนที่ 3)
      21 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:37
      กลับมาแล้วค่าา ขอโทษที่หายไปนานนะคะ TT
      #8-1
  4. #6 25TWO (@25TWO) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 22:24
    RIP นุ้งรอเลยได้มั้ย 555555
    #6
    0