ECCENTRIC MODEL สะดุดรัก ยัยบ้าพลัง

ตอนที่ 1 : PROLOGUE [จุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62







               ณ มหานครนิวยอร์กที่ไม่เคยหลับไหล...

            ผมยืนอยู่บนฟุตบาธตรงกลางถนน 5th Avenue ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างวุ่นวาย ในมือของผมมีดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ มันเป็นดอกลิลลี่... ดอกไม้ที่เธอเคยบอกนักหนาว่าเธอชอบและอยากได้มันจากผมมากขนาดไหน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ มันคงไม่จำเป็นแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ เธอมีช่อดอกลิลลี่แบบเดียวกันอยู่ในอ้อมแขน... จากชายอีกคนหนึ่ง ที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และกำลังโอบกอดเธออยู่ตอนนี้..

            นี่มันอะไรกันน่ะ?!

            ผมพยายามหยิกตัวเองให้ตื่นหลายรอบ จนรู้สึกเจ็บแสบไปหมด แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าเป็นความจริง ภาพของผู้หญิงร่างสูงหน้าตาสะสวยในเดรสสีขาว ที่กำลังโอบกอดกับผู้ชายร่างสูงล่ำอย่างกับกอริลล่า ท่ามกลางผู้คนที่ยิ้มชื่นชมกับซีนเซอร์ไพรส์ที่น่าประทับใจนี้ ถ้าผมเป็นคนที่เดินผ่านมา ก็อาจยิ้มชื่นชมยินดีด้วย แต่ว่ามันคงเป็นไปได้ต่อเมื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ เลสลี่ จาง แฟนของผม!

            ผมรู้สึกเหมือนคนมาฮุ๊คหมัดเข้าที่หน้า รู้สึกขมขื่นอย่างไม่อาจบรรยาย  ยิ่งเห็นใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมไปได้สุขบนใบหน้าสวยที่ผมเคยสัมผัส ก็แทบอยากจะไปตั๊นหน้าไอ้กอริลล่านั่น เลสลี่! เธอตาบอดไปใช่มั้ย? หมอนั่นมีอะไรดี ร่างกายใหญ่โตเกินไปเหมือนนักยกน้ำหนัก หน้าขึ้นเคราครึ้มอย่างกับโจร หล่อได้ไม่ถึงขี้เล็บของผมด้วยซ้ำ! เธอคิดยังไงถึงนอกใจผมไปหาไอ้กอริลล่านั่น!

            ผมพยายามข่มไฟโทสะที่ร้อนระอุไว้ในกำมือ เย็นไว้ ผมจะไปอาละวาดตอนนี้ต่อหน้าสาธารณะคนไม่ได้ ผมคือ พัค ซัง ฮุน นายแบบดาวรุ่งแห่งนิวยอร์กเชียวนะ! ผมจะเสียหน้า แย่งผู้หญิงกับไอ้กอริลล่าจากสวนสัตว์นี่ไม่ได้หรอก ยังไงก็ไม่ได้ แต่แล้ว ทุกคนก็ต้องร้องว้าวขึ้นมาเมื่อฝ่ายชายคุกเข่าสองข้าง แล้วหยิบกล่องแหวนขึ้นมาเปิดต่อหน้าแฟนสาวลูกครึ่งของผม

            “เลสลี่ ผมรักคุณ หมั้นกับผมนะ”

            “โอ้ พอล ฉันก็รักคุณเหมือนกัน”

            “กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ”

            นี่มันมากไปแล้วนะ! สองคนนี้เป็นชู้กันลับหลังผมมานานจนถึงขึ้นขอหมั้นได้เลยงั้นเหรอ?! ผมทนไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย!!!!!

            “เฮ้ยยย! แกเป็นใครวะ กล้าดียังไงมายุ่งกับแฟนฉัน?!

            “ซังฮุน!” เสียงกรีดร้องของเลสลี่ดังขึ้น เมื่อผมกระชากตัวไอ้กอริลล่าออกห่างจากเธอ จนผมเซไปด้วยนิดหน่อย ตัวหมอนี่หนักชะมัด แต่ช่างมันเถอะ ผมต้องจัดการกับไอ้เวรนี่ก่อน

            “แกนั่นแหล่ะเป็นใคร มายุ่งกับแฟนของฉันทำไม”

            “ฉันนี่แหล่ะแฟนของเธอ เลสลี่ ไอ้หมอนี่เป็นใคร ทำไมมันถึงมาขอหมั้นเธอได้” ผมตะคอกใส่หน้าไอ้นั่นอย่างเกรี้ยวกราด แล้วหันมาถามผู้หญิงที่กำลังกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก

            “ซังฮุน พอเถอะ ฉันขอร้อง”

            “เลสลี่ หมอนี่น่ะเหรอแฟนเก่าของเธอ มันยังไม่เลิกราวีเธออีกงั้นเหรอ”

            “เลสลี่ นี่เธอบอกหมอนั่นว่าฉันเป็นแฟนเก่าของเธองั้นเหรอ?!”​ ผมถามเลสลี่อีกครั้งด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ นี่เธอพูดแบบนั้นจริง ๆ งั้นเหรอ? เธอคิดว่าผมเป็นอะไรกับเธอ จริงอยู่ที่เธอเคยบอกเลิกผมและทำท่าเบื่อๆผมอยู่ แต่ผมไม่เคยยอมให้เราเลิกกันเลยนะ เราจะเลิกกันก็ได้ แต่มันต้องไม่ใช่เพราะว่าเธอบอกเลิกผม!

            “ใช่ ฉันบอกเลิกนายแล้ว มีแต่นายนั่นแหล่ะ ตามตื๊อฉันไม่หยุดซักที” เลสลี่ตะโกนใส่ฉันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ ผมโยนช่อลิลลี่ในมือทิ้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินมาหาเธอ

            “แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเรายังกินข้าวบนเรือครูซด้วยกันอยู่เลยนะ”

            “ก็นายเล่นจองร้านตั้งแต่สองเดือนก่อน จะไม่ให้ไปได้ยังไงล่ะ”

            “เลิกยุ่งกับแฟนผมได้แล้ว เธอบอกว่าทิ้งคุณไปแล้วไงล่ะ” ผมสะบัดมือออกจากการจับของไอ้กอริลล่า แล้วตวาดเสียงดัง

            “ทิ้ง? เธอเนี่ยนะ ทิ้งฉัน”

            เลสลี่เงียบ ไม่ตอบผม แค่ใช้สายตาเย็นชาปราดตามองมาเงียบๆ

            “เธอทิ้งฉันไปหาไอ้นั่นเนี่ยนะ ไอ้กล้ามนี่มันมีอะไรดี?

            “ซังฮุน นี่นายกำลังด่าแฟนฉันอยู่นะ” ท่าทีปกป้องผู้ชายคนอื่นของผู้หญิงที่ผมเคยรักทำให้ใจของผมเหมือนแตกเป็นเสี่ยง ๆ และโกรธยิ่งกว่าเดิม

            “เลสลี่! บอกมาทีซิว่าไอ้กอริลล่านี่มีอะไรดี นอกจากกล้ามล่ำบึ๊กแล้ว มันไม่มีปัญญามาดูแลเธอในระยะยาวหรอก!

            “หุบปากไปเลยนะ พอลของฉันเป็นถึงแชมป์MMAสองสมัย ทั้งแข็งแรง ทั้งโด่งดัง เธอเทียบไม่ติดหรอก” เลสลี่ตวาดเสียงดัง ก่อนจะกอดแขนหนาของไอ้กอริลล่าเอาไว้ MMA คืออะไรกันวะ? มวยปล้ำชนิดหนึ่งหรือไง? แต่ช่างหัวแม่งก็เถอะ!!

            “ก็แค่นักมวยปล้ำกระจอกหรอกวะ! หมอนี่เนี่ยนะ? จะมาสู้ฉันได้! ก็แค่เตะต่อยหมู ๆ หมา ๆ  หากินไปวัน ๆ เหอะ!”

            “ว่าไงนะไอ้เวร?! พูดงี้อยากมีเรื่องเหรอ?” พอผมดูถูกมันเข้าหน่อย ไอ้กอริลล่าก็เหมือนจะมาซัดหน้าผม แต่ถูกเลสลี่ดึงไว้ซะก่อน ผมไม่ได้กลัวมันซักหน่อย เพราะอย่างงั้นก็เลยท้าต่อไป

            “เออดิวะ! แกเนี่ยนะ จะมีอะไรมาเทียบกันฉันได้ ทั้งหน้าตา ชื่อเสียง สมอง คนที่ใช้ร่างกายทำร้ายคนอื่นไปวัน ๆ เหมือนสัตว์ป่าอย่างแกน่ะ ไม่ใช่คนด้วยซ้ำ”

            “ไอ้สัตว์นรกเอ๊ย! ไปตายซะ!

            “พอล! อย่านะคะ คุณมีแมทช์เดือนหน้า จะมีข่าวเตะต่อยเสีย ๆ หายไม่ได้” เสียงห้ามของเลสลี่ดังขึ้นอย่างร้อนรน ผมกอดอกจ้องตาของไอ้กอริลล่าที่แทบจะเผาผมเป็นเถ้าอย่างท้าทาย ไม่สะทกสะท้าน ด้วยอารมณ์พุ่งพล่าน ผมเอ่ยปากขึ้นมาอย่างท้าทาย

            “โถ่เว้ย! ถ้าแกแน่จริง ก็มาสู้กันจริงจังแบบแฟร์ ๆ มั้ยล่ะ จะได้รู้กันว่าใครแน่กว่ากัน”

            “แน่ใจเหรอว่าจะท้าฉัน” สายตาของไอ้กอริลล่ามองผมหัวจรดเท้าอย่างเยียดหยาม ทำให้ผมฉุนเฉียวขึ้นไปอีก

            “ทำไมวะ?! แค่เตะ ๆ ต่อย ๆ หมู ๆ น่า คิดว่าร่างบึ๊กกว่าแล้วจะชนะหรือไง แค่นี้ฉันก็ปั๊มขึ้นมาได้”

            “เออ ก็ขอให้อย่าขี้ขลาดหนีไปก่อนแล้วกัน”

            “ใครขี้ขลาดวะ แกน่ะแหล่ะ กลัวแพ้แล้วขายหน้าน่ะสิ!

            “ได้ งั้นฉันให้เวลาแกสองเดือน แล้วมาพบกันที่กรง ถึงตอนนั้น ขอให้เก่งเหมือนปากก็แล้วกัน”

            “ได้ดิวะ อย่ากลัวหัวหดจนไม่กล้ามาก็แล้วกัน!” ผมชี้หน้าพอลอย่างกร่าง ๆ ก่อนหมุนตัวเดินออกไป โดยไม่ลืมเหยียบช่อดอกลิลลี่สีขาวที่โยนทิ้งไว้ให้เละไปกับพื้น เหอะ ๆ ก็แค่มวยปล้ำกระจอก ๆ ผมได้สายดำเทควันโดมาตั้งแต่เด็ก ๆ ท้าประลองแค่นี้ จิ๊บจ๊อยน่า...

            ก็แค่กล้วย ๆ ...

            กล้วย... กล้วย...

            .....

            นี่ผม... รับคำท้าไอ้กอริลล่าไปจริง ๆ แล้วงั้นเหรอ...?

            ตอนนี้ ผมกำลังนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงในอพาร์ทเม้นท์ของผม เพื่อใช้ความคิดอย่างหนัก ผมเย็นลงเรื่องของเลสลี่แล้ว เสียดายเวลาและความรู้สึกดี ๆ ให้กันในช่วงเวลาผ่านมาจริง ๆ เห็นหน้าตาสวย ๆ แต่เธอกลับทำกับผมได้ถึงขนาดนี้ ถือว่าดีแล้ว ที่ผู้หญิงนิสัยแย่ ๆ อย่างนั้นออกไปจากชีวิตผม ผู้หญิงหน้าตาลูกครึ่งแบบนั้น มีเกลื่อนวงการ หน้าตาหล่อ ๆ อย่างผมจะหาตอนไหนก็หาได้ แต่ว่าไอ้เรื่องที่ผมท้ามันเนี่ยน่ะสิ ปัญญาอ่อนจริง ๆ เสียเวลาชีวิตชะมัด ผมควรจะยกเลิกมันไปดีมั้ย แต่ถ้าผมเป็นฝ่ายยกเลิกเอง มันก็เหมือนผมเป็นไอ้ขี้ขลาดน่ะสิ ทำยังไงดี...

            ไอ้เรื่องเตรียมต่อสู้เนี่ย.. ผมจะทำยังไงต่อไปดีนะ ในยิมที่ผมไปออกกำลังกายบ่อย ๆ ก็เหมือนมีสอน Kickboxing เหมือนกัน อาจจะไปซ้อมเอาที่นั่นก็ได้ แต่ว่าไอ้ MMA เนี่ยสิ... มันคือชื่อรายการมวยหรือไง ผมควรจะค้นหาเกี่ยวกับมัน..

            จึ๊ก จึ๊ก...

            ^*()*%$%&()_+_)(*&^%$#$%^&*()_+_)**&^%!!!

            “โว้ยยยยยยยยยยยยย!!!

            ผมปาโทรศัพท์ลงไปกับเตียงทันทีเมื่อดูคลิปต่อสู้จบ ใครมันจะรู้วะ ว่าไอ้ MMA เนี่ย มันย่อมาจาก Mixed Martial Arts หรือว่าศิลปะการต่อสู้แบบผสม ซึ่งก็คือการต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ยูโด มวยปล้ำ คาราเต้ บราซิลเลียน ยิวยิตสู ทำให้การต่อสู้ในนั้นทั้งรุนแรง ทั้งป่าเถื่อนที่สุด เพราะแทบจะไม่มีกฏเกณฑ์เลย! นี่ผมตกลงไปทำอะไรแบบนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย?!

            ถ้าอย่างนั้น ผมควรจะลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งก่อนดูดีกว่า

            ‘Paul McCleland’

            American mixed martial artist

          พอล แม็คเคลแลนด์เป็นนักต่อสู้MMAชาวอเมริกันและนักมวย เขาเป็นแชมป์เก่าจากรายการ UFC รุ่นเวลธ์เธอร์เวธ รายการ One Championship และเวทีลุมพินี นอกจากนี้ เขายังได้สายดำจากคาราเต้ ยูโด และบราซิลเลี่ยน ยิวยิตสู ในจำนวนแมทช์ที่เขาต่อสู้ทั้งสิบสามรอบ เขาชนะสิบรอบ เสมอสอง และแพ้เพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น...

          พอผมอ่านถึงตรงนี้ ก็เลื่อนกลับไปดูรูปไอ้กอริลล่าอีกครั้ง พร้อมกลืนน้ำลายดังเอื้อก

            แพ้รอบเดียวในสิบสามรอบ... นี่มันคนหรือปีศาจวะ

            ผมกดปิดแท็ปวิกิพีเดีย แล้วค้นหาวิดีโอการต่อสู้ของหมอนั่น

            อืม... อื้อหือ กล้ามและซิกซ์แพ็คนั่นแน่นชะมัด กล้ามขาเป็นมัด ๆ นั่นก็ด้วย อัดเวย์ไปเท่าไหร่วะนั่น.. โว้ย! ผมไม่ควรมาสนใจที่หุ่นของไอ้กอริลล่านี่ซักหน่อย ต้องโฟกัสที่การแข่ง ในคลิปนี้ ไอ้กอริลล่าสู้กับไอ้ล่ำหัวล้านจากรัซเซียที่ตัวพอ ๆ กัน ในรอบแรกไอ้กอริลล่าเหมือนจะเสียเปรียบเพราะถูกคู่แข่งผลักลงไปปล้ำกับพื้น ต่อยถีบกันไปมาซักพัก ก่อนที่จะถูกกรรมการแยก แต่พอมันได้กลับมายืน ไอ้กอริลล่าก็เตะคู่ต่อสู้ที่ขาจนล้ม แล้วก็พุ่งเข้าไปต่อยกระหน่ำที่หัวของคู่แข่งจนน็อคไปภายในรอบแรกอย่างกับสัตว์ป่า เลือดสาดกระจายเต็มเวทีอย่างน่าสยดสยอง... ผมอ้าปากค้างเป็นเวลาหลายวินาที ณ ตอนนี้ ในหัวของผมมีเพียงแค่ประโยคเดียว

            ไม่ เอา แล้ว โว้ยยยยยยยยยย!’

            ผมเด้งตัวขึ้นจากเตียง ลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมออกไปข้างนอก ช่างศักด์ศรี ความเท่บ้าบอคอแตก ผมไม่เอาแล้ว! ผมไม่ไปยอมขึ้นเวทีให้มันอัดฟรี ๆ แน่ ๆ ช่างแม่งให้หมด ผมต้องตายแน่ ๆ ถ้าต้องขึ้นไปสู้กับมัน ยังไงก็ต้องยกเลิกแมทช์นี้ให้ได้! โว้ยยยยยยย! ไม่อยากจะคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าใบหน้าอันหล่อเหลาของผมต้องบอบช้ำ ผมต้องไม่มีงานทำหลายเดือนแน่ ไม่รวมถึงถ้าแขนหรือซี่โครงผมหักอีก ผมจะหาเงินจากที่ไหนกัน และถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงนักข่าวอีก ว่าผมถูกไอ้กอริลล่าอัดจนเดี้ยง อาชีพนายแบบของผมต้องพังมลายไปในพริบตาแน่ เชี่ยเอ๊ย! เอาไงดีวะ ผมต้องคิดวิธียกเลิก คิดวิธีขอโทษไอ้โหดนั่น แล้วขอให้มันยกเลิก โอ๊ย.. ทำไงดีวะ!

            กริ๊งงง

            เมื่อเห็นว่าเป็นใครโทรมา ผมก็รับทันทีอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่แล้วก็ต้องรีบเอาโทรศัพท์ห่างจากหูเพื่อปกป้องการได้ยินของผมจากเสียงแหลมน่ากลัวอย่างกับก๊อตซิลล่าของผู้จัดการสาวสุดโหด

            (พัคซังฮู้นนนนนน! นายทำอะไรลงไปหา!!!)

            “โอ๊ย จะตะโกนทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย”

            (จะให้ฉันเย็นได้ยังไง หลังจากแชมป์ UFC อย่างพอล แมคเคลแลนด์ประกาศลงสื่อโดนนายท้าสู้ตัวต่อตัวในอีกไม่กี่เดือนน่ะ!)

            “ว่าไงน้า!!!

            ราวกับว่าโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้าผมภายในพริบตา ขาของผมรู้สึกอ่อนเปลี้ยจนผมล้มลงไปนั่งกับเตียง เอ่ยถามย้ำอย่างไม่เชื่อหู

            “ไอ้กอริลล่าบอกสื่อว่าผมเป็นคนท้ามันสู้งั้นเหรอ”

            (ใช่ ลงบนเพจเฟซบุ๊คทางการของตัวเองว่านายเป็นคนท้าเขาด้วยตัวเอง แถมโดนแชร์ไปเป็นพันแล้วด้วย)

            นี่มันวันซวยอะไรกันเนี่ย! ผมอยากจะวิ่งเอาหัวไปชนกำแพงจริง ๆ

            (นายไปรู้จักกับพอลตั้งแต่เมื่อไหร่หา? แล้วหัวสมองนายทำมาจากอะไรถึงไปบ้าจี้ท้านักสู้มืออาชีพอย่างนั้น! โง่ที่สุด ตั้งใจฆ่าตัวตายชัด ๆ !)

            เสียงด่าทอดังเป็นชุดจากปลายสาย จนผมทนไม่ไหวแล้วตะโกนแทรกกลับไปด้วยความตื่นตระหนก

            “โว้ยยย! เอมี่ หยุดซ้ำเติมกันซักทีได้มั้ย แล้วผมทำยังไงดี คุณช่วยบอกกับสื่อได้มั้ยว่าผมแค่พูดเล่น หรือหาทางยกเลิกมันยังไงก็ได้”

            (อืม ๆ ฉันกำลังหาทางอยู่ ฮึ้ย! นายนี่มันจริง ๆ เลย)

            ผมยอมให้เอมี่บ่นผมกะเปาะกะแปะไปตามใจ หัวใจของผมยังคงเต้นแรง แต่ว่าใจเย็นลงกว่าเดิมอยู่เหมือนกัน เพราะรู้ว่าเอมี่กำลังช่วยผม แต่ว่าเพียงแค่ไม่กี่นาที ประโยคต่อมาของเอมี่ทำให้ใจของผมหล่นลงมาที่ตาตุ่ม

            (ซังฮุน ฉันคงช่วยนายไม่ได้แล้วล่ะ)

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?! ก็แค่บอกว่าผมเมาหรือว่าโดนเพื่อนท้า อะไรก็ได้”

            (เหมือนว่า.. จะมีคนถ่ายคลิปที่นายท้าพอลกลางไทม์สแควร์ไว้อยู่นะ แชร์กันเต็มเฟซบุ๊คเลย

            ว่าไงนะ!

            ผมคว้าไอแพดมาเปิด แล้วเลื่อนหาคลิปที่ว่า มันเป็นคลิปที่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ถ่ายตอนที่ผมกับพอลกำลังจะพุ่งเข้าหากันและถูกเลสลี่ห้ามไว้ ถ่ายไว้ใกล้พอสมควรในระดับที่ได้ยินเสียงที่ผมท้ามัน…อย่างชัดเจน

โถ่เว้ย! ถ้าแกแน่จริง ก็มาสู้กันจริงจังแบบแฟร์ ๆ มั้ยล่ะ จะได้รู้กันว่าใครแน่กว่ากัน’

          ‘แน่ใจเหรอว่าจะท้าฉัน’

          ‘ทำไมวะ?! แค่เตะ ๆ ต่อย ๆ หมู ๆ น่า คิดว่าร่างบึ๊กกว่าแล้วจะชนะหรือไง แค่นี้ฉันก็ปั๊มขึ้นมาได้’

          ‘เออ ก็ขอให้อย่าขี้ขลาดหนีไปก่อนแล้วกัน’

          ‘ใครขี้ขลาดวะ แกน่ะแหล่ะ กลัวแพ้แล้วขายหน้าน่ะสิ!

          ‘ได้ งั้นฉันให้เวลาแกสองเดือน แล้วมาพบกันที่กรง ถึงตอนนั้น ขอให้เก่งเหมือนปากก็แล้วกัน’

          ‘ได้ดิวะ อย่ากลัวหัวหดจนไม่กล้ามาก็แล้วกัน!’ วิดีโอตัดไปหลังจากที่ผมชี้หน้าพอลอย่างกร่าง ๆ แล้วหมุนตัวเดินออกไป มือของผมสั่น จนถือไอแพดไว้ไม่อยู่ ผมเอ่ยปากขอร้องครั้งสุดท้ายกับผู้หญิงที่อยู่ปลายสาย

          “เอ..มี่ ช่วยผมด้วย”

          ทว่า คำตอบของเธอทำให้ผมอยากจะร้องไห้ให้น้ำตาออกมาเป็นสายเลือด

          (เสียใจด้วยนะ ซังฮุน นายคงต้องเตรียมตัวสำหรับMMAแล้วล่ะ)

        ไม่น้าาาาาาาาาาาา!!!!!!!

          








 Talk:

สวัสดีค่า นักอ่านทุกท่าน 

เป็นยังไงบ้างคะกับบทนำที่เปิดมาให้เป็นน้ำจิ้มเบา ๆ

ขออนุญาตแนะนำตัวก่อน 

พลอย นามปากกา Pantasia นะคะ 

อาจจะเคยเจอกันมาแล้วตั้งแต่ Eccentric Designer แต่ก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

ดีใจมากที่ทุกคนอ่านกันมาถึงตรงนี้ได้

นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เบาสมองล้วนๆ 

เกิดขึ้นได้เพราะความหมั่นไส้ซังฮุนมาตั้งแต่เรื่องก่อนทั้งนั้น 555

ถึงจะอยู่ในเซ็ตเดียวกับ Eccentric Designer แต่ว่าเนื้อเรื่องไม่ได้เกี่ยวพันกันนะคะ เพราะฉะนั้นอ่านเรื่องนี้แยกได้เลย ถึงจะอยากให้อ่านอีกเรื่องด้วยก็เถอะ :P



หวังว่าทุกคนจะชอบและก็ติดตามนิยายเรื่องนี้ต่อไปด้วยนะคะ ยินดีรับคำติชมเพื่อมาปรับปรุงเสมอค่ะ


ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนและขอบคุณสำหรับฟี้ดแบ๊คล่วงหน้านะคะ ^^

ด้วยรัก

PANTASIA

เรื่องอื่นในเซ็ทที่จบไปแล้ว

[WARNING!!!] นิยายเรื่องนี้ชิค-มาก-ถึง-มากที่สุด!! หากไม่มีภูมิต้านทาน

 โปรดระวังหลงรักดีไซน์เนอร์สุดติสต์อย่างเขาจนฉุดไม่อยู่!



เรื่องอื่นๆที่กำลังอัพเดทอยู่

เมื่อความลับถูกกุมโดยบุคคลอันตราย ความวุ่นวายจึงบังเกิด 
ไม่เพียงแค่ต้องมาพัวพันกับความลับของโรงเรียน 
เงือกสาวอย่างเธอยังต้องปกป้องตัวเอง
ไม่ให้ถูกแล่เป็นปลาโดยนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องอีก!
S
N
A
P
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #3 25TWO (@25TWO) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 18:13
    หายไปซะนานเชียววววว รอดูความเด๋อของซังฮุนนะค้าาา 555555
    #3
    0
  2. #2 (Dada~~) (@farrar) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:39
    ตอนแรกก็ป่วนแล้ว รอค่า
    #2
    0