เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 9 : ทำตัวน่าสงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    20 มี.ค. 61

 

“นายคงต้องชวนเองแล้วล่ะ แต่ถึงแม่นายไม่ไป เราไปกันสองคนก็ได้นี่นา”

 

ใบหน้าของภีรภัทรเจื่อนลง พร้อมส่ายหน้าดิก

 

“พี่ฤทธิ์ชวนแม่บัวด้วยนะครับ...น๊าคร๊าบ...”

 น้ำเสียงออดอ้อน แววตาเว้าวอนของน้องชายทำให้เขายอมผงกหน้าในที่สุด

 

“หนูอยากออกไปเล่นที่สวนสนุกบ้าง เหมือนเพื่อนๆ”

 

“แล้วปกตินายไปเล่นที่ไหนกับใครบ้างล่ะ?”

 

“ก็เล่นตุ๊กตากับแม่บัว กับเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับป้าไรที่บ้าน แม่ไม่ชอบพาออกไปไหน คุณพ่อก็หายไปเลย แม่บอกว่าคุณพ่อตายแล้ว หนูจะไม่ได้เจอคุณพ่ออีก”

ใบหน้าเล็กๆ เจื่อนจ๋อยลง ดวงตาดำขลับที่ทอประกายสดใสหม่นแสงลงไปทันที

 

คำตอบที่ได้ฟังทำให้เขาพลอยสะเทือนใจไปด้วย การเลี้ยงดูเด็กสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเด็กที่ไม่ได้เลี้ยงเองมาแต่อ้อนแต่ออก

 

และด้วยสภาพแวดล้อมที่มีแต่ผู้หญิง อาจจะทำให้ภีรภัทรเบี่ยงเบนเอาก็ได้ เขาคงต้องใช้เวลาในการใกล้ชิดสนิทสนมกับแกให้มากกว่านี้เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของน้องชาย

 

“ตกลง เดี๋ยวจะลองชวนให้”

 

“เย้ๆ จริงนะพี่ฤทธิ์”

เสียงแจ๋วๆ ฟังร่าเริงสดใส ทำให้คนเป็นพี่เผลอยิ้มตามไปด้วย

 

“จริงสิ...แต่นายต้องทานผักนะ”

ว่าพร้อมกับตักผัดผักใส่จานให้

 

“หนูทานแต่แครอทกับข้าวโพดอ่อนได้ไหม”

ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมาต่อรอง

 

“แล้วผักคะน้าล่ะ ไม่ลองทานดูล่ะ มันอร่อยนะ”

ภูวภัทรสั่นหน้าแรง

 

“มันเหม็นหนูไม่ชอบ”

ว่าแล้วมือเล็กๆ ก็ใช้ช้อนส้อมเขี่ยผักใบเขียวไว้ที่ข้างจาน ก่อนจะตักแครอทเข้าปาก ท่าทางการกินอย่างมีความสุขแบบเด็กๆ ทำให้เขาอดที่จะยิ้มไปด้วย และนึกเอ็นดูไม่ได้

 

 

เสียงเปิดประตูแผ่วเบา ตั้งใจให้เงียบเชียบที่สุด ก่อนที่ใบหน้าเล็กเรียวจะยื่นออกมาจากหลังบานประตู เหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะหยุดมองตามทางเดินที่ทอดไปยังบันไดวนลงไปชั้นล่าง ไฟในบ้านเปิดไว้เพียงสลัว ส่องให้เห็นลางๆ แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

 

เมื่อใช้สายตาสำรวจตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีใครอื่นที่ตื่นขึ้นมาในบ้านหลังใหญ่โตแสนวังเวงในเวลานี้ ร่างบางก็เบี่ยงตัวออกมาจากหลังประตู แล้วดึงมันงับปิดลงอย่างแผ่วเบา ด้วยกลัวว่าจะทำให้ลูกชายตื่น

 

เฮ้อ! บัวชมพูแอบลอบถอนใจ ไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องทำตัวแปลกประหลาดอย่างนี้ ทำราวกับพวกหัวขโมยจะมาลักอะไรสักอย่าง นั่นอาจจะเป็นเพราะเธอไม่รู้สึกคุ้นเคยกับบ้านหลังใหญ่นี่ รวมถึงคนในบ้านด้วย

 

ในตอนค่ำเมื่อกลับมาถึงที่บ้านอัครเดชาชาญ เธอก็เอาแต่ง่วนอยู่กับการจัดห้องและรื้อกระเป๋าเพื่อนำเสื้อผ้าเข้าตู้ให้เรียบร้อย เธอไม่ได้พักอยู่ที่ห้องนอนของคุณภูมิชาติอย่างที่ภูวฤทธิ์เสนอ

 

นั่นเพราะตัวเองไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบิดาของภีรภัทร เธอให้ความเคารพและยำเกรงท่านดั่งผู้ใหญ่ที่นับถือมาโดยตลอด และนึกกลัวอยู่ในใจลึกๆ ว่าการเข้ามาแสดงตัวและย้ายมาอยู่ที่บ้านนี้ อาจจะทำให้วิญญาณของคุณภูมิชาติไม่พอใจเอาก็ได้

 

เธอจึงเลือกที่จะพักห้องนอนรับรองแขก ซึ่งก็โอ่อ่ากว้างขวาง สะดวกสบายดี เสียเพียงอย่างเดียว คือมันอยู่ติดกับห้องนอนของภูวฤทธิ์ แต่ชั้นบนนี่ มีห้องนอนใหญ่เพียงแค่สามห้อง อีกห้องหนึ่งเล็กกว่าหน่อย และถูกใช้แทนห้องเก็บของเสียแล้ว การย้ายเข้ามาอยู่ปุบปับกะทันหันในวันนี้ จึงทำให้เธอไม่มีโอกาสเลือกมากนัก

 

เมื่อมาถึงบัวชมพูก็ง่วนอยู่กับการจัดห้อง รื้อกระเป๋านำเสื้อผ้าจัดเข้าตู้

 

โดยปฏิเสธที่จะไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับภูวฤทธิ์ แต่ปล่อยให้ลูกชายได้ไปทำความรู้จักกับพี่ชายของแกให้เต็มที่

 

ในเวลานี้เสียงท้องกำลังร้องครวญโครกครากจึงทำให้เธอไม่อาจข่มตานอนหลับได้

 

ร่างปราดเปรียวในชุดนอนเสื้อแขนยาวกางเกงขายาว ย่องฝีเท้าเงียบกริบเกาะราวเหล็กดัดลงบันไดมาข้างล่างโดยมีจุดหมายที่ห้องครัว เพื่อหาอะไรปิดปากพยาธิในกระเพาะเสียหน่อย

 

โดยที่ไม่รู้ว่า คล้อยหลังเธอ ประตูห้องข้างๆ ก็แง้มเปิดออกมาเพราะเจ้าของห้องก็นอนไม่หลับเช่นกัน และกำลังสงสัยในพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ ของแม่เลี้ยงวัยละอ่อนว่าเจ้าหล่อนกำลังย่องเบาลงไปไหนในเวลาดึกดื่นมืดค่ำ

 

หรือว่าเธออาจจะนัดชู้รักเอาไว้...ให้ตายสิ เขาไม่มีความคิดด้านดีๆ เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้เลย และส่วนหนึ่งที่ทำให้ให้ภูวฤทธิ์ไม่อาจข่มตานอนหลับได้ ก็คือความคลางแคลงใจสงสัยในตัวของบัวชมพู คนที่จู่ๆ ก็กลายมาเป็นแม่เลี้ยงของเขา ทั้งที่เจ้าหล่อนอ่อนวัยกว่าเขาหลายปีทีเดียว

 

และชายหนุ่มไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยโดยคาดเดาคำตอบไปเรื่อย...อยากรู้ก็ตามไปดูให้เห็นกับตาตัวเองสิว่าหญิงสาวลงไปไหน...หรือนัดใครเอาไว้

 

ร่างสูงใหญ่พลอยย่องฝีเท้าเงียบกริบเพื่อตามบัวชมพูลงไปข้างล่างด้วยอีกคนหนึ่ง

 

 

“สวรรค์” 

ดวงตาคู่สวยหวานทอประกายระยิบระยับ เมื่อเห็นเสบียงอาหารที่อัดแน่นอยู่ในตู้เย็นหลังใหญ่แบบ side by side ขนาดไม่ต่ำว่ายี่สิบคิวที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้องครัว

 

มือบางเลือกหยิบกล่องคุ้กกี้มาเปิดทานแก้อาการหิวจนตาลาย เพราะน่าจะง่ายและสะดวกที่สุด

 

เธอไม่น่าทนข่มตัวเองให้นอนอยู่ตั้งนานสองนาน เพราะคิดว่าถ้าหลับไปแล้วเดี๋ยวก็คงลืมหิวไปเอง แต่กระเพาะของเธอมันไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ด้วย หลังจากร้องอุธรณ์วอนเว้าผู้เป็นเจ้าของอยู่นานสองนาน กระทั่งรู้สึกหิวจนแสบกระเพาะทนไม่ไหวนั่นแหละ บัวชมพูจึงพบว่าตัวเองพ่ายแพ้ราบคาบ จำต้องลุกขึ้นมาหาอะไรใส่ท้องเพื่อให้กระเพาะได้ย่อยเสียหน่อย

 

อารามหิวทำให้หญิงสาวหยิบคุ้กกี้ใส่ปากทานจนเคี้ยวไม่ทัน  คุ้กกี้สองสามชิ้นอัดแน่นจนกลืนไม่ลงแถมยังติดคออีกต่างหาก

 

มือบางละจากกล่องคุ้กกี้หันไปเปิดตู้เย็นอีกครั้งหยิบขวดนมจืดมาเปิดยกซดอึกๆ พร้อมกับทุบที่เหนือทรวงอกเบาๆ ช่วยดันคุ้กกี้ลงไปตามหลอดอาหาร

 

กริยาท่าทางอย่างนี้จะทำให้ภีรภัทรเห็นไม่ได้เป็นเด็ดขาด เธอจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกชาย

 

แต่อาจจะเป็นเพราะเธอไม่มีสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่แท้จริง พอลับหลังเจ้าหนูบัวชมพูก็ไม่ต่างจากผู้หญิงวัยซนที่เพิ่งพ้นโรงเรียนมัธยมมา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น