เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 6 : เงื่อนไขต่อรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    6 เม.ย. 61

 




“แต่ที่นั่นใกล้โรงเรียนของตาหนู”

 

“ก็ย้ายมาสิ...โรงเรียนดีๆ แพงๆ ที่อยู่ใกล้บ้านแถวนี้มีเยอะแยะจะตายไป ในเมื่อคุณเองก็อยากให้ลูกได้รับอะไรดีๆ เหมือนที่ผมได้รับไม่ใช่หรือ?”

 คำถามจี้ใจดำทำให้หญิงสาวน้ำท่วมปากพูดไม่ออก

 

“แต่ตอนนี้ยังไม่ปิดเทอมนะคะ ถ้าย้ายโรงเรียนกลางคันอาจจะมีปัญหาได้”

 

คิ้วเข้มขมวดฉงน ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะมีเรื่องโต้แย้งเยอะเหลือเกิน...เธออยากให้ลูกได้สบาย...อยากให้ได้ในสิ่งเหมือนที่เขาเคยได้รับ แล้วทำไมถึงปฏิเสธที่จะมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่สะดวกสบายแถมยังอยู่ในเขตเมืองด้วยล่ะ

 

“เด็กชั้นเล็กๆ ยังไม่ได้เรียนอะไรมากนักหรอก ย้ายโรงเรียนกลางเทอมไม่น่ามีปัญหาอะไร”

 

“เอิ่ม...ดิฉันขอไปคิดดูก่อนนะคะ”

 ท่าทางอึดอัดใจของเธอ ทำให้ภูวฤทธิ์เหยียดยิ้มออกมา  เขาค่อนข้างพอใจเมื่อเห็นท่าทางจนมุมของบัวชมพู ที่คงจะหาเหตุผลดิ้นรนไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

 

เธอและลูกจะได้ในส่วนที่เธอสมควรจะได้รับ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่เรียกร้อง แลกกับการที่ต้องอยู่ในสายตาของเขาและคนในบ้านนี้เพื่อจะได้ช่วยกันสอดส่องดูแลพฤติกรรม

 

“ไม่ต้องคิดหรอก เพราะถ้าคุณเห็นแก่ลูกจริง ก็ควรจะรีบย้ายมาอยู่ที่นี่ในทันที เพื่อให้ภีรภัทรได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของแก  ได้เข้าโรงเรียนดีๆ อยู่ในสิ่งแวดล้อมดี และมีต้นแบบเป็นผู้ชายดีๆ อย่างผม”

 

หญิงสาวกำลังจะคล้อยตามเขาในทุกเหตุผลที่ยกขึ้นมาอ้าง ยกเว้นก็แต่ประโยคสุดท้ายนั่นแหละ

 

ใบหน้าอึ้งงันเงยมองใบหน้าเข้มคมที่ยิ้มอวดโอ่นิดๆ นั่น ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

 

“มานี่สิ...ไอ้หนู”

ภูวฤทธิ์ไม่ได้สนใจสีหน้าแสดงความกังวลของเธอ แต่ผงกหน้าเรียกเด็กชาย

 

ภีรภัทรเงยหน้าขึ้นมามองมารดาเหมือนจะขออนุญาต

 

“ไปหาพี่ฤทธิ์สิตาหนู เขาเป็นพี่ชายของลูก”

 เธอยิ้มและพยักหน้าอนุญาต

 

บัวชมพูอยากให้ลูกของเธอมีเพื่อน มีครอบครัว และไม่ว้าเหว่จนเกินไป แม้จะไม่ค่อยมั่นใจว่าพี่ชายที่ห่างจากภีรภัทรถึงยี่สิบกว่าปี จนแทบจะเป็นพ่อลูกกันได้ จะเป็นตัวอย่างและต้นแบบที่ดีให้ได้อย่างที่เจ้าตัวโอ้อวดจริงหรือเปล่า?

 

ร่างเล็กมีท่าทางกล้าๆ เกรงๆ แต่ก็ยอมเดินเข้าไปหา เพราะท่าทางของผู้ชายตัวโตหน้าเข้มที่ชื่อพี่ฤทธิ์ดูเป็นมิตรกับเขากว่าครั้งแรกที่พบหน้า

 

“นายชื่ออะไร?”

 

“ชื่อภีมครับ ชื่อจริงชื่อ เด็กชายภีรภัทร อัครเดชาชาญ” เสียงใสตอบฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ

 

“ฉันชื่อภูวฤทธิ์  เกิดก่อนนายอยู่หลายปี นายจะเรียกพี่ฤทธิ์ก็ได้นะ”

 

“ครับพี่ฤทธิ์”

 เจ้าหนูยิ้มแฉ่ง ว่านอนสอนง่ายเสียจนเขาอดเอ็นดูไม่ได้

 

“อื้ม! นายเป็นน้องชายฉันสินะ”

 

 คนไม่เคยมีน้องอุ้มร่างเล็กขึ้นมานั่งบนตัก สางนิ้วยาวเสยผมเส้นสลวยขึ้นเพื่อจะดูหน้าชัดๆ

 

เหมือนเขาหรือ?

 

หรือว่าเหมือนพ่อของเขา?

 

เขาไม่มีเซ้นต์ทางด้านนี้ จึงดูไม่ออก...ดีเอ็นดีไม่ได้แสดงออกในใบหน้าของเจ้าตัวจ้อยในอ้อมแขนนี่ว่าโน้มเอียงมาทางฝั่งเขาชัดนัก

 

“นายอยากมาอยู่ที่นี่ไหม?”

เขาตั้งคำถาม

 

เด็กชายแหงนหน้าขึ้นมองเขา

 

“แม่บัวจะอยู่ที่นี่ด้วยหรือเปล่าครับ?”

 

“ลองถามดูสิ”

 

สายตาของผู้ชายต่างวัยทั้งสองคน หันมามองเธออย่างต้องการคำตอบ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้บัวชมพูตื้นตันจนเกือบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ เพราะตอนที่คุณภูมิชาติอยู่ ท่านไม่ได้มีเวลาให้ หรือใกล้ชิดกับบุตรชายคนเล็กนัก การที่ภีรภัทรจะมีพี่ชายแท้ๆ อีกคนเป็นครอบครัว บางทีเธออาจจะต้องยอมเสียสละความสุขสบายส่วนตัวของตัวเอง

 

บ้านหลังนี้ใหญ่กว่าบ้านที่คุณภูมิชาติซื้อให้เธออยู่หลายเท่า แต่คนในบ้านดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่

 

คนอย่างเธอ คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก แม้อาจจะรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับบุตรชายคนโตของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี แต่เพื่อให้ภีรภัทรได้เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่ดี และใกล้ชิดกับพี่ชายของแก เธอยอมเสียสละได้อยู่แล้ว

 

ใบหน้าสวยหวานคลี่ยิ้ม ก่อนจะผงกหน้าเบาๆ

“ถ้าหนูอยากอยู่ แม่จะมาอยู่ด้วยจ๊ะ”

 

“จริงหรือครับ...เย้”

เด็กชายชูมืออย่างดีใจ โน้มลำคอแกร่งของพี่ชายที่เพิ่งรู้จักลงมากอดแน่น

 

ความน่ารักสดใสไร้เดียงสาของน้องชายที่เพิ่งได้ทำความรู้จักกันในวันนี้ ทำให้ภูวฤทธิ์หัวเราะออกมาอย่างขบขันมีชีวิตชีวา

 

“ผมอยากให้คุณย้ายมาอยู่ที่นี่ วันนี้เลย”

 

น้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังดูเฉียบขาดนั่น ทำให้บัวชมพูอึ้งไปในความปัจจุบันทันด่วน เธอจำได้ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ชายหนุ่มตรงหน้ายังคลางแคลงใจหาว่าเธอเป็นพวกสิบแปดมงกุฏด้วยซ้ำ

 

 แต่เพียงอีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง กลับทำท่าราวกับจะยึดลูกชายของเธอเอาไว้เสียเอง หญิงสาวคิดว่านั่นอาจจะเป็นด้วยสัญชาตญาณผูกพันของสายเลือดเดียวกัน

 

“ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเลยค่ะ”

 

เธอตั้งใจแค่จะมาเพราะเรื่องค่าเลี้ยงดูภีรภัทรเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าผลของการเรียกร้องครั้งนี้จะก้าวกระโดดไปไกลมากกว่าที่คาดหวังหรือคิดไว้แต่ต้นเสียอีก

 

“ก็ไม่เห็นต้องเตรียมตัวอะไรนี่ เดี๋ยวผมกับนายจ่อยจะไปช่วยขนข้าวของเครื่องใช้จำเป็นของคุณมาที่นี่ก่อน แล้วอย่างอื่นก็ค่อยๆ ทยอยขนมาก็ได้”

ท่าทางกระตือรือร้นของชายหนุ่มทำให้บัวชมพูออกจะแปลกใจไม่น้อย

 

“วันนี้เลยหรือคะ?”

 

“ทำไมหรือ บ้านนี้มีห้องหับตั้งเยอะแยะ คุณไปอยู่ห้องคุณพ่อก็ได้ นายภีมเองก็จะได้คุ้นเคยกับผมและก็คนบ้านนี้เร็วขึ้นด้วย...หรือคุณมีปัญหาอะไร?”

 

เขาไม่เห็นว่ามีเหตุผลใดๆ ที่หญิงสาวต้องโต้แย้ง นอกจากว่าเพราะเธออาจจะบอกลาคู่รักที่กำลังคบหากันอยู่ในตอนนี้ไม่ทัน

 

ความคิดของภูวฤทธิ์ต่อบัวชมพูไม่ดีนัก เขายอมรับ แต่เขาไม่ได้สนใจความรู้สึกของเธอมากกว่าอยากจะเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปหลายเดือนคืนให้กับภีรภัทร

 

 ซึ่งนั่นอาจจะเป็นผลมาจากว่าเพราะเขาเป็นลูกชายโทนคนเดียวมาตลอดและอยากมีพี่มีน้องเป็นเพื่อนเล่นแก้เหงามาตั้งนานแล้ว และเขาก็คิดแทนเจ้าตัวจ้อยไปเรียบร้อยแล้วว่า การมาอยู่ที่นี่ จะทำให้แกมีความสุขมากกว่าอยู่กับแม่ในบ้านที่มีแต่ผู้หญิง

 

“เปล่าค่ะ เพียงแต่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว”

 

ใบหน้าคร้ามเข้มคมตวัดสายตามามองเธอ...เป็นสายตาอย่างหนึ่งที่เธอไม่ชอบเลย ก่อนจะยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก แล้วเขาก็เลิกสนใจเธอ หันไปเห่อน้องชายที่พูดจ้อยๆ เป็นต่อยหอยแทน หลังจากทำความรู้จักกันแล้ว


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น