เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 47 : หวงมาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    17 เม.ย. 61

 




พอเดินลงจากเวทีเขาก็พาเธอไปทำความรู้จักกับคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในบริษัท เรียกว่าเก็บหญิงสาวไว้ข้างตัวไม่ยอมให้ห่าง บัวชมพูนึกเป็นห่วงธันวาที่อุตส่าห์มาเป็นเพื่อน

 

แต่เมื่อหันไปมอง ก็เห็นว่าผู้กองหนุ่มกำลังคุยอยู่กับธีระภพและวิภาดาอย่างออกรส หัวใจเธอสั่นพร่า ต้องคอยปั้นหน้าแย้มยิ้มไม่เป็นตัวของตัวเอง มันทำให้อึดอัดเหลือเกิน พอภูวฤทธิ์หันไปคุยเรื่องธุรกิจกับลูกค้าเพลินจนลืมสนใจ เธอก็ปลีกตัวกลับไปยังวงสนทนาที่คุ้นเคยทันที

 

เมื่อภูวฤทธิ์หันกลับมามองข้างตัว บัวชมพูก็หายตัวไปแล้ว ดวงตาคมสอดส่ายมองหา

 

“โอ๊ะ”

 ร่างบางเดินสะดุด และผู้กองธันวาที่อยู่ใกล้ ก็คว้าตัวเธอไว้เสียเต็มรัก

 

ดวงตาคมคายวาบวาวกร้าวขึ้นมา ความร้อนพุ่งขึ้นหน้า เมื่อเห็นว่าบัวชมพูกำลังอยู่ในอ้อมกอดของคู่ควงหนุ่ม มือหนากำแน่นโดยไม่รู้ตัว หงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

 

“อาจจะเป็นโครงการของปีหน้า ใช่ไหมภูวฤทธิ์”

สมิธถามความเห็นจากเขา

 

ชายหนุ่มหันหน้ามาพยายามปั้นหน้ายิ้ม

 

“คุณอาว่ายังไงนะครับ?”

 เขาเสียสมาธิไปเพราะผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว นับวันบัวชมพูยิ่งมีอิทธิพลกับเขาจนเกินไป จนทำให้เขาสูญเสียความเป็นตัวเองไปทุกที...ที่วันๆ คอยแต่จะคิดถึงเธอ

 

“คุณเลิศถามว่าเรามีโครงการจะเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ไหม?”

 

“อ้อ...เรื่องนั้นผมคิดว่า...”

เขาต้องรวบรวมสมาธิให้มาก ถึงจะกลับมาอยู่ในวงสนทนาเรื่องธุรกิจที่แสนน่าเบื่ออีกครั้ง แต่ปรายสายตายังแอบลอบมองบัวชมพูอยู่เรื่อยๆ

 

เจ้าเสน่ห์เหลือเกินนะ

 

นึกค่อนขอดอยู่ในใจ เมื่อเห็นคนนั้นคนนี้โดยเฉพาะหนุ่มๆ แวะเวียนย่างกรายเข้าไปทักทายเธอ มือหนาคว้าเอาแก้วบรั่นดีในถาดเงินที่บริกรเดินผ่านมาจิบ สายตายังจับจ้องมองหญิงสาวที่อยู่ในวงล้อมของชายหนุ่ม

 

ดูท่าว่ากลิ่นกระดังงาลนไฟของแม่หม้ายยังสาวจะหอมหวลจนชักชวนหมู่ภมรให้มาตอมดอมดมราวกับดาวล้อมเดือน

 

ภูวฤทธิ์ไม่ได้นับว่าเขาดื่มเข้าไปกี่แก้ว เพื่อใช้สงบสติอารมณ์ แต่มันได้ผลตรงกันข้าม

 

อารมณ์ที่ควรสงบกับพุ่งพล่านเกินความคุม และเมื่อหันกลับไปดูอีกที บัวชมพูก็หายไปเสียแล้ว ร่างสูงเริ่มเดินเซนิดๆ

 

“ไหวไหมคะคุณฤทธิ์?”

 ปิยะมาศกระซิบถาม ช่วยจับท่อนแขนล่ำสันประคองเจ้านายเอาไว้

 

เขายกมือขึ้นห้ามเธอ

 “ผมไม่เป็นอะไรหรอก...คุณเห็นบัวชมพูไหม?”

 

“เธอออกไปแล้วนี่คะ”

 

“ออกไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่? กับใครคุณเห็นไหม”

เดี๋ยวคนนั้นคนนี้ก็ผลัดกันเข้ามาคุยกับเขา ภูวฤทธิ์จึงไม่อาจจับจ้องสายตาให้อยู่แต่กับเธอได้ สุดท้ายแม่เลี้ยงสาวของเขาก็หายตัวไป

 

“สักครู่แล้วค่ะ ออกไปกับผู้ชายที่ผูกเนคไทสีฟ้า”

 

นายผู้กองธันวางั้นหรือ...เขากัดกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว

 

“อ้อ! เมื่อตอนกลางวัน มีเอกสารปิดผนึกมาถึงคุณฤทธิ์ เห็นปั๊มหน้าซองว่า เอกสารสำคัญลับเฉพาะ ด้วยค่ะ”

 ปิยะมาศรีบบอกก่อนจะลืมไปอีกครั้ง

 

ใบหน้าคร้ามนิ่วนิดๆ เอกสารสำคัญลับเฉพาะ งั้นหรือ?

 

“แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนล่ะ?”

 

“ดิฉันเอาติดมาในกระเป๋า เดี๋ยวไปหยิบให้ รอสักครู่นะคะ” เลขาคนเก่งบอก ก่อนจะลับกายหายไปทางหลังเวที กลับมาอีกครั้งพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลที่ปิดผนึกแน่นหนา

 

“ไม่น่ามีอะไรแล้วนะ”

 เขากวาดสายตามองห้องจัดเลี้ยง แขกเริ่มขอตัวทยอยกันกลับ

 

 “ผมฝากคุณมาศดูแลต่อด้วยด้วยนะครับ”

หัวใจเขาก็ร้อนรนขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

 

ไม่สิ...ทุกอย่างมีเหตุก็ย่อมต้องมีผล...และผลที่หัวใจเขาร้อนรน...เหตุก็เพราะว่า เขามองหาแม่เลี้ยงยังสาวคนสวยไม่เจอ และยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ เมื่อได้ยินว่าเธอออกไปกับนายผู้กองธันวา ที่ดูท่าว่าจะมาวินในหัวใจของหญิงสาวเสียแล้ว

 

ปิยะมาศยื่อนซองเอกสารให้เจ้านาย ก่อนจะขอตัวไปดูแลความเรียบร้อยของงานเลี้ยงที่จบลงอย่างงดงามในค่ำคืนนี้

 

มือหนาฉีกซองเอกสารที่ปั๊มหน้าซองว่า เอกสารสำคัญลับเฉพาะ ออกดูด้วยความรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ

 

กวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชาไปทั้งร่าง หัวใจแทบหยุดเต้น ดวงตาคมเบิ่งค้าง หากมีไฟออกมาจากดวงตากร้าวที่ตื่นตะลึงนั่น กระดาษตรงหน้าคงจะลุกติดไฟไหม้ไปแล้ว

 

แต่ไม่ได้...มันจะถูกทำลายไม่ได้ เพราะนี่คือหลักฐานที่จะฉีกหน้าผู้หญิงหลอกลวงคนนั้น

 

ตัวเขาชา...หน้าเขาชา...หัวใจเจ็บหนึบเหมือนถูกบีบบี้ขยี้ขยำจากมือที่มองไม่เห็น

 

เธอทำอย่างนี้ได้ยังไง...บัวชมพูทำอย่างนี้กับพ่อของเขา...กับเขา...ได้ยังไง

 

ผู้หญิงที่ตั้งท้องตั้งแต่อายุสิบเจ็ด ยอมเป็นเมียผู้ชายแก่คราวพ่อ ถึงผัวตายเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว เจ้าหล่อนก็ไม่มีทางซื่อใสไร้เดียงสาอย่างที่แสดงออกแนบเนียน เสียจนเขาหลงเชื่อ

 

เธอมันนักแสดงเจ้าบทบาท นางเอกรางวัลตุ๊กตาทองที่ตีบทแตกกระจุย

 

ภูวฤทธิ์หัวเราะเยาะหยันตัวเองที่ช่างโง่เง่า ที่ไม่ยอมตรวจสอบให้แน่ใจถ้วนถี่ ทั้งๆ ที่มีโอกาส ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็ท้าเหย็งๆ

 

ที่ผ่านมาเจ้าหล่อนคงหัวเราะขบขันว่าคนสกุลอัครเดชาชาญช่างโง่สิ้นดี หลอกตั้งแต่พ่อยันมาถึงกระทั่งลูก

 

ความโกรธเกรี้ยวแค้นเคืองที่กำลังคุสุมขึ้นมาในใจ ราวกับระเบิดเวลาที่มีพละกำลังและอนุภาพทำลายล้างมหาศาล เขาจะทำอย่างไรดี...จะลงโทษผู้หญิงปลิ้นปล้อนหลอกลวงคนนั้นยังไงให้สาสม ก่อนที่จะเฉดหัวไล่ออกไปจากบ้านทั้งแม่ทั้งลูก

 

 

“ขอบคุณมากนะคะพี่ธันวา”

 

มือบางปลดเข็มขัดนิรภัยออกพร้อมกับหันมาขอบคุณสารถีกิติมศักดิ์ที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่อนแถมยังขับรถมาส่งเธออีก...ถ้าไม่มีธันวาไปด้วย ค่ำคืนนี้คงจะย่ำแย่กว่านี้

 

เธออึดอัด วางตัวไม่ถูก เพราะสถานะภรรยาหม้ายที่ไม่มีใครเคยรู้จักของคุณภูมิชาติ...และยังจะท่าทีแปลกๆ ของภูวฤทธิ์อีก

 

ครั้งหนึ่งเธอเคยอยากให้เขายอมรับเธอ แต่ตอนนี้เธอรังเกียจฐานะที่ต้องเป็นแม่เลี้ยงของเขา ฐานะที่ทุกคนได้รับรู้ว่าเธอกับเขาห่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่มีวันที่จะขยับเขยื้อนเปลี่ยนแปลงมาเป็นอย่างอื่นได้เลย

 

“ต้องขอบคุณอะไรกัน มันเป็นหน้าที่”

 

ใบหน้าหล่อเหลายิ้มพราวมองใบหน้านวลสวยภายใต้แสงไฟในห้องโดยสารรถยนต์ที่สวยเสียจนเขาแทบอดใจไม่ไหว ขนาดว่าพาไปขับรถอ้อมเมืองเพื่อจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันนานๆ ก็ยังไม่หนำใจ

 

“แต่นี่ไม่ใช่เวลาราชการแล้วนะคะ”

คนตอบยิ้มหวานกลับไป

 

“ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ”

ดวงตาของธันวาทอแสงอ่อนลง แต่มองตรงมาที่เธอ มือหนาเอื้อมไปกุมมือน้อยเอาไว้

 

“แต่เป็นหน้าที่ของ...”

บัวชมพูใจหายวาบ เธอรู้ว่าธันวาคิดยังไง แต่เธอก็ไม่พร้อมสำหรับจะรับหรือปฏิเสธสถานะที่มากไปกว่าที่ยังเป็นอยู่ในตอนนี้


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ


ฉบับ Ebook วางแผงแล้ว อยากฟินจิ้มเลยค่า ^^
   

เล่ห์ร้าย สายใยสวาท
รัชริล
www.mebmarket.com
เมื่อแม่เลี้ยงวัยกระเตาะ จูงมือน้องชายต่างสายเลือดเข้ามาแสดงตัว ชีวิตของหนุ่มโสดเจ้าสำราญอย่างเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ^^      เธอตะเกียกตะกายหนี แต่ไม่ทันที่เท้าจะก้าวลงไปจากเตียง มือไวเป็นลิง ก็คว้าชายกระโปรงพร้อมกระชากอย่างแรงแคว่ก!เสียงที่ดังพร้อมกับรอยขาดแล่งยาวเป็นทาง เปิดเปลือยเผยเรียวขานวลเนียนขาวออกมาอวดสายตา ใบหน้าหื่นกระหายฉายรอยยิ้มกระหยิ่มคว้าหมับจับข้อเท้าเล็กกระชากกลับ ร่างบางไถลเข้าไปใต้ร่างของเขาที่ตามมาคร่อมตะครุบเอาไว้“ตื่นเต้นดีชะมัด”         ใบหน้าคร้ามเหม็นเหล้าหึ่งชะโงกเข้ามาใกล้...ท่าทางตื่นกลัวสุดขีดกำลังกระตุ้นอารมณ์เบื้องลึกที่มืดดำของเขาให้ยิ่งฮึกเหิมเผียะ!เสียงฝ่ามือบางฟาดฉาดเข้าที่หน้า คมเล็บกรีดแก้มจนเป็นรอยจางเลือดซิบ"ซี้ดดดดด...." กลีบปากหยักหนาสูดปากเบาๆ หรี่ดวงตาวับวาวลงจ้องเขม็งมองมา“ไม่ยักรู้ว่ารสนิยมชอบความรุนแรงเสียด้วย”มือหนาพุ่งมาจับต้นแขนเรียวแน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว พร้อมฉกใบหน้าลงไปซุกไซ้หา ใบหน้านวลบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบพัลวัน“อย่านะคุณฤทธิ์ ฉันเป็นแม่เลี้ยงของคุณนะ”        ยิ่งเธอดีดดิ้นเท่าไหร่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ยิ่งหลุดลุ่ย ภาพที่เห็นปลุกปั่นอารมณ์หื่นกระหายให้พวยพุ่งยิ่งขึ้นไปอีก...         เขาไม่เคยนึกอยากปลุกปล้ำใครเท่านี้มาก่อน แต่สำหรับผู้หญิงจอมมารยาคนนี้ เธอกระตุ้นเลือดนักล่าท้าทายให้มันกำลังเต้นระริกขึ้นมาทีเดียว“อย่ามาลำเลิกตอนนี้หน่อยเลย...คุณเป็นเมียพ่อผม...ในเมื่อท่านตายแล้ว ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของท่านก็ต้องตกเป็นของผมในฐานะทายาทโดยชอบธรรมไม่ใช่หรือ?” เสียงทุ้มต่ำเข่นเขี้ยวถามคำรามอยู่ในลำคอ“ไม่เว้นแม้แต่คุณ”          พูดจบร่างบางก็ถูกกดราบลงบนที่นอน ใบหน้าร้อนฉ่าตามลงมาซุกไซ้อย่างหื่นกระหายดุดันบัวชมพูกรีดร้องลั่นหากภูวฤทธิ์คิดว่าเธอเพียงดีดดิ้นเพื่อจะแสดงให้สมบทบาท ริมฝีปากร้อนเลื่อนไล่ตามประกบติด ยิ่งใบหน้างามส่ายสะบัดขัดขืนเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งบดบี้ขยี้ริมฝีปากลงไปหนักหน่วงเท่านั้นในเมื่อเธอความชอบรุนแรง...เขาก็จะตอบสนองให้ถึงใจ...



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น