เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 36 : ไม่มีสมาธิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 839
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    5 เม.ย. 61

 

 

“คุณฤทธิ์เห็นว่ายังไงคะ?”

 

สายตาของทุกคนในที่ประชุมหันไปจับจ้องมองคนถูกถามเป็นตาเดียว แต่ดูเหมือนว่าความคิดของภูวฤทธิ์ไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว

 

ปิยะมาศเลขาสาวใหญ่มองเจ้านายหนุ่ม กระแอมเบาๆ แต่ดูเหมือนเขายังไม่รู้ตัว จึงเอนตัวเข้าไปกระซิบ

 

“คุณฤทธิ์คะ...คุณฤทธิ์”

ใบหน้าคร้ามได้สติ หันมามองเลขาที่นั่งข้างๆ

 

“ว่าไงครับคุณมาศ”

 

“คุณภัทษรถามแน่ะค่ะ”

เลขากระซิบเสียงเบาบอก

 

เขาจึงหันกลับไปมองหน้าห้องประชุม ภัทษรยืนยิ้มเจื่อนๆ มองมาที่เขาเหมือนกำลังรอคำตอบ บังเอิญว่าเขาไม่ได้ฟัง แต่ดูจะไร้ความรับผิดชอบเกินไปหากตอบไปเช่นนั้น

 

“ผมขอไปคิดดูก่อนนะครับ”

 

“แต่ว่างานขอบคุณลูกค้าประจำปีใกล้เข้ามาแล้วนะคะ เรามีเวลาเตรียมตัวไม่ถึงเดือน คุณฤทธิ์ต้องรีบสรุปแล้วค่ะว่าจะเอารูปแบบงานแบบไหน ไม่อย่างนั้นคงไม่ทันแน่ๆ”

 

เขายิ้มเจื่อน กลอกตามองผู้เข้าร่วมประชุมที่พร้อมใจกันมองมายังเขา

 

“งั้นเดี๋ยวเชิญคุณภัทษรไปคุยกับผมที่ห้องทำงานดีกว่า พอดีมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ผมอยากได้เพิ่มเติมอีกสักหน่อยก่อนจะตัดสินใจ”

 กวาดสายตามองไปโดยรอบห้องประชุม

 

“ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ตามที่ได้สรุปไปนะครับ วันนี้รบกวนเวลาของทุกท่านแค่นี้ก่อน ขอบคุณครับ”

จบการประชุม ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืน หอบแฟ้มงานตรงหน้ากลับไปที่ห้องทำงาน

 

บ้าจริง...เขาปล่อยให้เรื่องของผู้หญิงคนนั้นมากวนใจ จนไม่มีสมาธิกับการประชุม ทั้งที่มันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องสักนิด การที่บัวชมพูจะมีเพื่อนไปเยี่ยมเยือนที่บ้านบ้างมันก็เป็นเรื่องธรรมดา

 

แต่เขาไม่อาจจะรู้สึกว่ามันธรรมดาเหมือนที่พยายามคิด เพราะดูออกว่านายตำรวจหนุ่มคนนั้นต้องการมาสานสัมพันธไมตรีที่มากกว่าเพื่อน

 

เมื่อกลับมาถึงโต๊ะทำงาน เขาก็รีบคว้าโทรศัพท์โทรกลับไปที่บ้าน

 

“ต้นหอมเองหรือ?”

 

“ค่ะ คุณฤทธิ์มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

 

“เพื่อนของคุณบัวกลับไปหรือยัง?”

 

“คุณฤทธิ์หมายถึงผู้กองธันวาหรือคะ?”

คำเรียกขานอย่างสนิทสนมทั้งที่หมอนั่นเพิ่งมาบ้านเขาเป็นครั้งแรก เขาต้องข่มความไม่พอใจ

 

“ใช่ กลับไปหรือยัง?”

 

“ผู้กองออกไปแล้วค่ะ” คำตอบที่ได้ฟังทำให้โล่งใจ ยิ้มออกมาได้ “

ออกไปพร้อมกับคุณบัวกับคุณภีม”

 

“ไปไหน?”

 เสียงแข็งถามทันที

 

“อื้ม! หอมไม่ทราบเหมือนกันค่ะ...คงจะไป...”

โทรศัพท์วางโครมทั้งที่เธอยังไม่ได้บอก ต้นหอมหน้าค้าง อ้าปากหวอ มองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสัญญาณก่อนจะวางลงบนแป้นแล้วเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจ

 

คำตอบของต้นหอมเหมือนกับระเบิดปรมาณูกำลังทิ้งตูมลงมาในใจเขา ภูวฤทธิ์กระวนกระวายร้อนรนใจ

 

บัวชมพูไปไหนกับนายผู้กองนั่น แล้วยังพาภีรภัทรออกไปด้วย เขาเกิดความรู้สึกหวงน้องชาย กลัวจะไปสนิทสนมและเห็นใครดีกว่าพี่ฤทธิ์

 

ภัทษรที่เปิดประตูเข้ามา เห็นรักษาการณ์ประธานบริษัทยืนหน้ายุ่งเท้าเอวจังก้า มองตาขวางใส่ก็นึกเสียวสันหลังว่าอาจจะโดนหางเลขเข้าได้

 

“มีอะไรหรือครับคุณภัทษร?”

 

หญิงสาวชะงัก ก่อนจะหาลิ้นตัวเองเจอ

“ก็คุณฤทธิ์ให้ดิฉันมาพบเพื่อจะคุยเรื่องงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าประจำปีไงคะ?”

 

เธอทวนความจำให้คนยังหนุ่มยังแน่น คิดว่าภูวฤทธิ์คงทำงานเยอะไปจนจำสับสนไปหมด

 

ใบหน้าคร้ามที่พยายามผ่อนอารมณ์ผงกช้าๆ จำได้

 

“เอ่อ...ถ้าคุณฤทธิ์ยังไม่สะดวก”

 

“ไม่เป็นไร มาคุยให้เสร็จๆ ไปเลยดีกว่า งานใกล้เข้ามาแล้วนี่นา เดี๋ยวคุณจะทำไม่ทัน”

 

ร่างสูงทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้บุนวมตัวโต เรียกสมาธิเพื่อจะตั้งใจฟังภัทษรพูด

 

 

คนที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาจากที่ทำงาน พอเห็นหน้าคนที่คิดว่าจะไม่อยู่บ้านก็ชะงักไปนิดหนึ่ง

 

ภูวฤทธิ์ชะลอความเร็วของรถดลง เพราะว่าภีรภัทรขี่จักรยานเล่นที่ลานน้ำพุหน้าตึกใหญ่ โดยมีแม่ของแกอยู่ในชุดน่ารักผูกรวบผมม้าง่ายๆ พอเธอเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขา พลังงานที่ไม่รู้ว่าเหือดหายไปไหนหมดก็ฟื้นคืนกลับมาให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง

 

เลกซัส แอลเอส 460 จอดลงก่อนถึงหน้าตึก คนขับเปิดประตูก้าวลงมา ขณะที่บัวชมพูกำลังจูงจักรยานของลูกชายหลบทางให้

 

“ผมนึกว่าคุณจะไม่อยู่บ้าน”

คิ้วเรียวเลิกขึ้นนิดหนึ่ง

 

“ฉันกลับมาได้ประมาณสองชั่วโมงแล้วค่ะ”

 

“ผู้กองธันวามาส่งหรือ?”

 

“เปล่าค่ะ คุณธีระภพมาส่ง”

คนตอบยิ้มหวาน หากคนฟังหูกระดิก ยิ้มเยาะตัวเอง

 

เสน่ห์แรงดีเหลือเกินแม่เลี้ยงของเขา ออกไปกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่ให้ผู้ชายอีกคนมาส่ง...อีกไม่นานเธอก็คงจะไปจากบ้านหลังนี้ แต่ไม่มีทางที่เขาจะให้ภีรภัทรไปกับเธอ ภูวฤทธิ์เดินเข้าใกล้จักรยานของน้องชาย ย่อตัวลงกอดเจ้าตัวเล็กเอาไว้

 

“ไปเที่ยวไหนมาบ้างล่ะฮึนายภีมวันนี้?”

 

“ไปเยี่ยมมีมี่ที่โรงพยาบาลครับ”

 เสียงแจ๋วตอบ ใบหน้าคร้ามเงยขวับไปที่คุณแม่เจ้าหนู

 

“น้องมีมี่ไม่สบายค่ะ ฉันก็เลยพาตาภีมไปเยี่ยมเพื่อน”

คิ้วเข้มขมวดนิดๆ

 

“ไม่สบาย เป็นอะไรหรือครับ?”

 

“เป็นอีสุกอีใสน่ะค่ะ”

 

“แล้วคุณพานายภีมไปทำไม เด็กยังเล็กภูมิต้านทานน้อยอาจจะติดมาได้ง่ายๆ “

 เขาชักสีหน้า มองไอ้ตัวจ้อยอย่างเป็นกังวลขึ้นมา

 

“ตาภีมเคยเป็นแล้วค่ะตอนสามขวบ อีสุกอีใสเป็นแล้วจะไม่เป็นอีก อีกอย่างคุณธีระภพอุตส่าห์โทรมาบอก แกสงสารหลานนอนเหงาอยู่โรงพยาบาล ไม่ได้ไปโรงเรียน”

 

ใบหน้าเป็นกังวลจึงค่อยผงกช้าๆ

 

“อย่างนายภีมคงไม่เป็นอะไร ตอนกลางวันก็เล่นน้ำ ตอนเย็นยังมาขี่จักรยานได้อีก ผมเคยได้ยินว่าเด็กจะแข็งแรงและฉลาดถ้าทานนมแม่ครบหนึ่งปี นายภีมนี่ทานนมคุณนานถึงปีหรือเปล่าครับ” ใบหน้าคร้ามเงยขึ้นมาถามเธอ

 

บัวชมพูหน้าเหวอไป แก้มแดงระเรื่อ จะให้ตอบว่ายังไง ในเมื่อเธอไม่เคยมีน้ำนมและนายภีมก็ทานนมกระป๋องมาตลอด พี่ชายของเจ้าหนูยังมองหน้าเหมือนต้องการคำตอบอยู่

 ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #7 aranyaorchid (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 06:57
    ถามง่ายแต่ตอบยากเนอะ
    #7
    1
    • #7-1 รัชริล(จากตอนที่ 36)
      6 เมษายน 2561 / 10:07
      55++ บัวชมพู ถึงกับไปไม่ถูกเลยทีเดียว ^^
      #7-1