เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 31 : หงุดหงิดไม่มีเหตุผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    3 เม.ย. 61




“ใช่ๆ แฟมิลี่ ครอบครัว”

 

ภูวฤทธิ์ยิ้มอย่างดีอกดีใจ ก่อนจะรีบเขียนคำว่า ‘Family’ บนกระดาน คุณครูประจำด่านสุดท้ายเป่านกหวีด พร้อมกับยกธงให้

 

“ที่หนึ่งค่ะ”

 

“เราชนะแล้ว”

ภูวฤทธิ์กำมือชูขึ้นอย่างดีอกดีใจ ที่สามารถเอาชนะครอบครัวของธีระภพไปได้อย่างฉิวเฉียด ชัยชนะเล็กๆ ที่ทำให้เขารู้สึกเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง

 

“เย้ๆ”

 ภีรภัทรกระโดดโลดเต้นดีอกดีใจ

 

บัวชมพูหัวเราะอย่างมีความสุข ชัยชนะที่บ่งบอกความสัมพันธ์อันดีและความสมานสามัคคีในครอบครัว ทั้งสามคนจับมือกันกระโดด ก่อนที่ภูวฤทธิ์จะอุ้มน้องชายขึ้นขี่คอ รออีกหนึ่งทีมที่เข้ามาถึงด่านนี้ เพราะสามทีมแรกที่เก็บอาร์ซีแต่ละฐานได้ครบและนำมาเขียนเป็นข้อความได้ถูกต้องจะได้รับรางวัล

 

มือใหญ่จับแขนน้องชายที่ขี่คอเขาอยู่ชูขึ้น บัวชมพูล้วงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋า มาลูบเอาแป้งบนหน้าออก มองใบหน้าหล่อเหลาที่ยิ้มร่าหน้าขาวด้วยความขบขัน

 

“แม่บัวเช็ดให้พี่ฤทธิ์ด้วยสิ หน้าขาวอย่างนี้ เดี๋ยวถ่ายรูปไม่หล่อกันพอดี”

เจ้าตัวเล็กว่า

 

ดวงตากลมโตเหลือบมองคนตัวสูงกว่าอย่างไม่แน่ใจนัก ใบหน้าคร้ามโน้มศีรษะลงมาเอียงแก้มให้เธอ บัวชมพูจึงใช้ผ้าเช็ดหน้า ค่อยๆ เช็ดแป้งออกให้เขาอย่างเบามือ

 

ดวงตาคมมองสบผสาน ส่งสายตาหวานและรอยยิ้มที่ไม่ได้จะเห็นบ่อยนัก มือของเธอสั่นขึ้นมานิดๆ ช่วยเช็ดแป้งออกให้เขา จนเหลือติดเพียงจางๆ

 

“เช็ดให้หนูบ้าง”

ไอ้ตัวเล็กที่ขี่คอพี่ชายว่า พร้อมกับยื่นหน้ามาหา

 

“ไม่ต้องหรอกนายภีม แบบนี้นายก็หล่อดีแล้ว”

 

“หน้าขาวเหมือนลิงเลยนะพี่ฤทธิ์”

เจ้าตัวร้องประท้วงมาจากข้างบน

 

“นั่นแหละ หล่อเหมือนลิงไงล่ะ”

 

คนถูกหาว่าเป็นลิงทำหน้ายู่บู้บี้ แต่พี่ชายกับมารดากลับหัวเราะออกมาพร้อมๆ กันด้วยความสุข เป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ที่น่าจดจำสำหรับเธอ บัวชมพูรู้สึกว่าเธอคิดไม่ผิด ที่ยอมย้ายมาอยู่ที่บ้านอัครเดชาชาญ เพราะมันทำให้ลูกชายของเธอร่าเริงและมีความสุขขึ้นมาก ที่ได้ใกล้ชิดกับพี่ชาย

 

“ดีใจด้วยนะครับคุณบัว”

 ธีระภพเดินเข้ามาจับไม้จับมือแสดงความยินดีกับหญิงสาว

 

ชายหนุ่มซึ่งเป็นอาของน้องมีมี่เพื่อนห้องเดียวกับภีรภัทร มาร่วมเล่นเกมด้วย เพราะพี่สาวหย่าร้างกับพี่เขยและไม่ได้ติดต่อกันอีก เพื่อให้หลานสาวพร้อมหน้าครอบครัว

 

“ขอบคุณค่ะคุณธีระภพ เกือบจะไม่ทันเหมือนกัน”

ทีมของเธอชนะเขาไปเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้นเอง

 

“แล้วเอารถเข้าซ่อมหรือยังครับ?”

 

“เรียบร้อยดีค่ะ แล้วของคุณธีระภพล่ะคะ?”

 

“ของผมยังไม่มีเวลาเอาไปซ่อมเลย เพราะใช้รถทุกวัน คิดว่าจะได้เจอคุณที่อู่เสียอีก”

บัวชมพูยิ้มหวานไม่ว่ากระไร

 

“เดี๋ยวไว้ซ่อมรถเสร็จจะขออนุญาตเลี้ยงขอโทษหน่อยนะครับ ที่ทำให้คุณเสียเวลา”

 ดวงตาตี่ๆ มองที่หญิงสาวพร้อมรอยยิ้มพราวบนใบหน้า ภูวฤทธิ์ครางฮึ่มอยู่ในลำคออย่างนึกหมั่นไส้

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ”

 

“พอดีผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณด้วย”

 ปรายตาตี่ๆ มองไปที่สาวหมวยตัวเล็กที่เขามาทำหน้าที่คุณพ่อแทนให้

 

“อยากขอคำแนะนำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงยัยมีมี่นะครับ”

สีหน้าของเขาดูเป็นกังวลขึ้นมา

 

ภูวฤทธิ์จ้องเขม็งแถมยังแลตาขวางเข้าใส่หญิงสาวเป็นการปรามทางอ้อมว่า อย่าได้ไปตกปากรับคำนัดด้วยเด็ดขาด แต่บัวชมพูไม่ได้สนใจมองมาทางนี้เลย ดวงตาคู่สวยของเธอมองที่หลานของธีระภพอย่างนึกเห็นใจเช่นกัน

 

“เห็นว่าคุณบัวเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเหมือนกัน น่าจะให้คำปรึกษาพี่วิภาดาพี่สาวผมได้”

 

ข้ออ้าง

เสียงจากในความรู้สึกของเขาตะโกนกู่ก้อง

 

คนใจดีไม่เลือกเวลาหันมายิ้มให้ ก่อนจะผงกหน้า

 

“ได้สิคะ อันที่จริง บัวก็ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรหรอกนะคะ แต่ถ้าอยากแบ่งปันประสบการณ์กันก็ได้ค่ะ คุณธีสะดวกเมื่อไหร่ก็นัดมาได้เลยนะคะ”

 

“เชิญที่บ้านเราสิครับ”

 ไม่รู้อะไรทำให้คนที่นิ่งฟังอยู่นานโพล่งไปอย่างนี้

 

ภูวฤทธิ์ฉีกยิ้มแฉ่ง แต่เพียงแค่ริมฝีปากเท่านั้น ในแววตานั่นเหมือนกำลังวางแผงอะไรอยู่

 

“ยังไงมีมี่ก็เรียนอยู่ห้องเดียวกับนายภีม พามาที่บ้านเด็กๆจะได้เล่นด้วยกัน”

และทุกอย่างก็จะได้อยู่ในสายตาของเขาด้วย

 

“คงไม่เป็นการรบกวนนะครับคุณ”

 นายตี๋ธีระภพหันมาถามเขา ทำท่าเหมือนเกรงอกเกรงใจ...คงเชื่อหรอก ถ้าเกรงใจจริง มันก็ไม่ควรจะรบกวนคนของเขาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งนั้น

 

คนของเขา งั้นหรือ?

“อ๋อ...ไม่ครับ เชิญตามสบาย”

 ยิ้มแฉ่งให้ ก่อนจะช้อนมืออุ้มภีรภัทรที่ขี่คอลงมายื่นให้แม่ของแกอุ้ม

 

“บางทีผมก็อยากแลกเปลี่ยนเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน” ยิ้มและคำพูดนี้ตีความได้ว่า

 

ถ้าแหยมหน้ามาที่บ้านเขา ก็ควรจะมีเขาอยู่เป็นก้างขวางคอ เอ๊ย! ร่วมวงสนทนาด้วย

ทั้งสามคนที่ไม่ใช่พ่อแม่ลูก แต่ก็เป็นครอบครัวที่น่ารัก ขึ้นรับรางวัลที่หนึ่งจากการแข่งขันแรลลี่แฟมิลี่สานสัมพันธ์

 

ภีรภัทรคุยฟุ้งไม่หยุดถึงชัยชนะที่ได้ในวันนี้ ไปจนกระทั่งถึงบ้าน เรียกรอยยิ้มจากป้าแจ่ม...หนุงหนิง...ต้นหอม...ไปจนถึงจ่อยและลุงเกษมที่รู้สึกว่าบ้านอัครเดชาชาญ กลายเป็นบ้านมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่สองแม่ลูกย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ เพราะมันมีทั้งเสียงหัวเราะ...ความสดใส...ความอ่อนหวาน...ที่ทำให้บ้านเป็นบ้านที่น่าอยู่และสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น