เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 26 : ขัดคอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    29 มี.ค. 61

 




“ให้ไปทำไม ในเมื่อตกลงกันได้แล้ว”

 

“ก็เผื่อมีเหตุฉุกเฉินอะไรไงล่ะคะ? ทำไมคุณฤทธิ์ถึงได้ถามแปลกๆ แล้วยังลากฉันมาอีกนี่ทั้งที่ยังคุยกับเขาไม่จบเลย”

 

เขาเพิ่งเห็นว่าจับข้อมือหญิงสาวเสียแน่น เมื่อถูกทักท้วงจึงยอมปล่อย

 

“ผมไม่อยากให้นายภีมรอนาน และอีกอย่างคุณจะไปเที่ยวให้เบอร์โทรศัพท์ใครสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไงกัน?”

 

“ฉันก็ไม่ได้ให้สุ่มสี่สุ่มห้านะคะ แต่ในกรณีนี้ฉันคิดว่ามันจำเป็น”

 

“มิจฉาชีพเดี๋ยวนี้ ทำมาหากินกันแปลกๆ คุณจะเที่ยวไว้ใจคนง่ายๆ ได้ยังไงกัน?”

 

“ท่าทางคุณธีระภพคงไม่ใช่มิจฉาชีพหรอกค่ะ เพราะหลานสาวเขาก็เรียนอยู่ที่นี่เหมือนกัน และอีกอย่างเขาเป็นเจ้าของโรงงานอาหารกระป๋องด้วย”

ตอบตามที่ได้อ่านมาจากนามบัตรและที่ชายหนุ่มแนะนำตัว

 

ภูวฤทธิ์นึกหงุดหงิดที่หญิงสาวเถียงเขาไปทุกเรื่อง

“ไหนล่ะ นามบัตรของเขา”

 

บัวชมพูเปิดกระเป๋าถือหยิบมาให้ดู  คนขอดูคว้าหมับเอามาอ่าน

ธีระภพ ลิ้มรัตนะเลิศฤทธิ์ รองผู้จัดการบริษัทท็อปฟู้ดโปรดักส์

 

ชื่อและตำแหน่งในนามบัตร พร้อมกับเบอร์โทรติดต่อพร้อมสรรพ ทำเอาคิ้วเข้มขมวดนิดๆ ก่อนจะถือวิสาสะหย่อนใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อเชิร์ตของตัวเอง

 

“เดี๋ยวยังไง ถ้ามีปัญหาอะไรให้เขาติดต่อมาที่ผมก็แล้วกัน” บอกหน้าตาเฉย ก่อนจะเดินไปยังห้องเรียน ทิ้งให้แม่เลี้ยงสาวคนสวยยืนหน้าค้างอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเดินตามไปติดๆ

 

ตอนนี้ในห้องเหลือเด็กแค่ห้าคนเท่านั้น พอเห็นหน้าพี่ฤทธิ์ของตัวเอง ภีรภัทรก็ส่งเสียงเรียกดังลั่น วิ่งเข้ามาสวัสดีพี่ชาย

 

“วันนี้พี่ฤทธิ์มารับหนูด้วย”

เสียงแจ๋วๆ บอกอย่างสดใส

 

“แม่บัวก็มาจ๊ะ”

บัวชมพูรีบพูดขึ้นมานึกหมั่นไส้ท่าทางดีใจออกนอกหน้าของลูกชายที่เอาแต่สนใจคนเป็นพี่จนมองไม่เห็นเธอ

“ดีจังเลยค่ะ มาพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว”

 คุณครูประจำชั้นของภีรภัทรเดินเข้ามาพูดคุยด้วย

 

ร่างสูงก้มลงช้อนร่างของน้องชายต่างแม่ขึ้นมาอุ้มไว้ บัวชมพูรับกระเป๋านักเรียนของลูกชายมาจากคุณครู

 

“คุณครูมีอะไรหรือเปล่าคะ?”

ภีรภัทรเพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ เธอเกรงบุตรชายจะปรับตัวเข้ากับโรงเรียน คุณครูหรือเพื่อนใหม่ไม่ได้

 

“วันอาทิตย์นี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมแรลลี่  ให้ผู้ปกครองพาลูกมาแข่งขันทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวร่วมกันน่ะค่ะ คุณครูเขียนจดหมายฝากไว้ในกระเป๋าน้องภีมแล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่มาพร้อมกันอย่างนี้ จะถือโอกาสบอกเลยแล้วกันค่ะ”

 

“เอ่อ...”

บัวชมพูหันไปมองหน้าภูวฤทธิ์อย่างเกรงใจ ก่อนจะหันไปถามคุณครู

“ต้องมาทั้งคุณพ่อคุณแม่เลยหรือคะ?”

 

“ค่ะ ไม่งั้นจะเรียกว่ากิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือคะ?”

 

หญิงสาวมีสีหน้าเป็นกังวล ไม่แน่ใจว่าใครบางคนอยากจะมาหรือไม่?

 

“น่าสนุกนะครับ แล้วกิจกรรมนี่มีอะไรบ้างครับนี่?”

คำถามกระตือรือร้นของเขาทำให้เธอหันไปมองอย่างประหลาดใจนิดๆ

 

“ก็มีแข่งขันเกมกันน่ะค่ะ เก็บคะแนนจากแต่ละฐาน หาอาร์ซี ทีมไหนหาครบถึงเส้นชัยก่อนก็จะชนะ”

 

“ท่าทางจะสนุกจริงๆ เสียด้วย ว่าไหมนายภีม”

 ภูวฤทธิ์ถามคนที่อุ้มอยู่

 

“ครับ”

 ใบหน้าเล็กๆ ยิ้มหน้าเป็นผงกหน้ารับ

“ผมคงต้องกลับไปซักซ้อมที่บ้านก่อน ไปล่ะนะครับ”

 

“สวัสดีครับคุณครู”

 เสียงแจ๋วๆ บอกพร้อมพนมมือไหว้ ก่อนที่พี่ชายของลูกชายจะอุ้มแกออกมา

“คุณจะมาด้วยหรือคะ?”

ใบหน้าเป็นกังวลนิดๆ หันไปถามเขาอย่างไม่แน่ใจ

 

“ก็ต้องมาสิ ไม่งั้นจะครบทีมหรือ? คุณครูประจำชั้นนายภีมก็บอกแล้วนี่ว่า ต้องมีพ่อแม่ลูก ไม่งั้นก็จะไม่ครบครอบครัว ทำไมคุณกังวลอะไรหรือ?”

 

ภูวฤทธิ์พูดคำว่าพ่อ...แม่...ลูก...และครอบครัวออกมาอย่างไม่คิดมาก ทำให้คนฟังนึกโล่งใจและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

“เปล่าค่ะ”

“รถคุณอยู่ไหน รีบพาไปสิ ยังไม่ได้เห็นเลยว่าเสียหายเยอะไหม?”

 

“แล้วรถคุณล่ะคะ?”

 

“ผมจอดไว้ที่บริษัท กลัวมาไม่ทัน คิดว่าคุณจะตกใจ อยากได้เพื่อนเสียอีก”

ท้ายเสียงประชดนิดๆ คนฟังรู้สึกซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออกที่คนอย่างเขาก็สนใจไยดีเธอด้วย

 

“ฉันกำลังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก คุณไม่ต้องมาก็ได้ แต่คุณก็วางโทรศัพท์ไปเสียก่อน”

 

คนฟังตาเขียวนิดๆ อ้อ! นี่เธอกำลังจะต่อว่าต่อขานที่เขาเข้ามาขัดจังหวะอ่อยเหยื่อหว่านเสน่ห์ว่างั้นเหอะ

 

“ทำไม ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า?”

 

ใบหน้างามนิ่วนิดๆ

“ขัดจังหวะอะไรหรือคะ?”

 

“ก็ไม่รู้สิ เห็นคุณธีระภพอะไรนั่นทำท่าอยากสานสัมพันธ์กับคุณ  เขารวยด้วยนิ ใครได้เป็นแฟนคงจะสบาย แต่ไม่รู้ว่าโสดจริงหรือเปล่า?”

 

บัวชมพูถอนใจพรวด จ้องเขาตาแข็ง

 

ภูวฤทธิ์ทำเป็นไม่สนใจเดินอ้อมไปดูท้ายรถ พอเห็นรอยบุบก็ตกใจไม่น้อย ในซอยโรงเรียนแคบๆ คงไม่มีใครขับรถเร็ว เขาว่าฝ่ายนายธีระภพก็คงไม่ได้ชนรุนแรงอะไร แต่พอเห็นรอยบุบแล้วค่อนข้างใจหายเหมือนกัน

 

“ผมไม่รู้นี่ครับว่าคุณกำลังถือโอกาสทำความรู้จักกับหนุ่มตี๋หุ่นล่ำนั่นอยู่ ถ้ารู้อย่างนี้ผมคงไม่มาขัดจังหวะเป็นก้างขวางคอหรอก”

 

 คนเปรยๆ อุ้มน้องชายไปเปิดประตูแล้วส่งภีรภัทรลงที่เบาะหลัง ปิดประตูเสร็จก็เดินมายืนเผชิญหน้ากับเธอ เรือนร่างสูงใหญ่นั่นทำให้บัวชมพูรู้สึกตัวเองตัวเล็กจิ๊บจ้อยลงทันที

 

แต่คำพูดไม่เข้าหูของเขาทำให้เธอสะดุดใจ

 

“ขัดจังหวะ และก้างขวางคออะไรของคุณกัน?”

 ชักสีหน้าไม่พอใจตั้งคำถาม

 

หากคนตรงหน้าไม่ยอมตอบคำถาม แค่แบมือยักไหล่ ก่อนจะยื่นมือมาที่เธอ

 

“ขอกุญแจด้วย”

 

“รถฉัน...ฉันจะขับเองค่ะ”

 

ภูวฤทธิ์พ่นลมหายใจพรวด ลมร้อนๆ ที่เป่ารดหน้าผากทำให้ผมหน้าของเธอกระพือนิดๆ

 

“เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผมกับน้องชาย กรุณาทำตัวว่าง่ายๆ เถอะนะครับคุณแม่เลี้ยง”

 

“ฉันขับได้”

 

“รอยบุบที่ท้ายรถบอกผมว่า คุณไม่ควรขับ เพราะผมยังไม่อยากให้ตระกูลอัครเดชาชาญของผมต้องสั้นกุดหมดทายาทสืบสกุลเพราะตอนนี้ทั้งผมและนายภีมต้องกลับบ้านด้วยรถกระป๋องของคุณนะครับ คุณบัวชมพู”


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น