เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 25 : คู่กรณี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 918
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    29 มี.ค. 61




บัวชมพูหน้าค้าง มองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปอย่างรวดเร็วอย่างประหลาดใจ ฟังจากน้ำเสียงภูวฤทธิ์ดูจะร้อนรนเป็นห่วงเป็นใยเธอ

 

“ประกันมาแล้วนะครับคุณบัวชมพู”

 ธีระภพ หนุ่มตี๋หุ่นล่ำบึ๊กซึ่งเป็นคู่กรณีของเธอบอกเมื่อเห็นว่าหญิงสาววางโทรศัพท์แล้ว

“ขอใบขับขี่ด้วยครับ แล้วช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังหน่อยสิครับว่าเป็นยังไง”

เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุของบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ธีระทำไว้ถามขึ้นมา ชายหนุ่มเป็นฝ่ายรับผิดเองว่าเขาขับรถโดยประมาท ไม่ทันระวัง จึงชนท้ายรถเธอเข้า บัวชมพูฟังอย่างไม่สบายใจนัก เพราะว่าเธอเองก็มีส่วนผิดที่เบรกกะทันหัน เนื่องจากมีมอเตอร์ไซด์ตัดหน้า

 

หลังจากประกันของทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อยก็ให้เธอและเขาลงชื่อในเอกสารเพื่อจะนำรถเข้าไปเข้าอู่ซ่อมต่อไป ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

 

“ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณเสียเวลานะครับ”

 

“บัวเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน แต่ถ้าบัวไม่เบรกก็คงชนมอเตอร์ไซด์คันนั้นเข้าแน่ๆ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเห็นแล้วมอเตอร์ไซด์คันนั้นก็เบียดรถผมเหมือนกัน มันเป็นเหตุสุดวิสัย เป็นอุบัติเหตุ คุณบัวไม่ต้องคิดมากหรอก”

 

เธอรู้ว่าเขาพูดเพื่อให้เธอคลายความกังวล ทั้งที่คนเป็นพ่อค้าอย่างเขาควรจะเขี้ยวลากดินมากกว่านี้

 

“ขอบคุณมากนะคะคุณธีระภพ ถ้าคู่กรณีของบัวไม่ใช่คุณสงสัยเรื่องจะยาวกว่านี้แน่”

เธอยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณด้วยความรู้สึกโล่งใจจริงๆ

 

“เรียกผมธีเฉยๆ ก็ได้ครับ ไม่ต้องเรียกชื่อเสียเต็มยศหรอก”

คนบอกยิ้มจนดวงตาที่เล็กอยู่แล้วยิบหยีลงไปอีก บัวชมพูมองว่ามันเป็นยิ้มที่จริงใจและเป็นมิตร เธอยิ้มตอบกลับไปเช่นกันด้วยความรู้สึกขอบคุณจริงๆ

 

“แล้วคุณบัวจะเอารถเข้าซ่อมเลยหรือเปล่าครับเนี่ย?”

 

“เดี๋ยวขอดูก่อนค่ะว่ายังไง อันที่จริง หน้าที่รับตาภีมไม่ใช่หน้าที่บัวหรอก พอขับออกมาจากบ้านก็ได้เรื่องเลย”

 

เธอรู้สึกเสียวสันหลังนิดๆ เพราะภูวฤทธิ์ได้ห้ามปรามเรื่องนี้แล้ว เขาสั่งว่าหากมีอะไรก็ให้เรียกใช้ลุงเกษม

 

“ปกติคุณพ่อแกคงมารับส่งสิครับ”

 

“เปล่าหรอกค่ะ พ่อตาภีมไม่อยู่แล้ว ปกติคุณลุงคนขับรถที่บ้านจะรับส่งแกน่ะค่ะ”

 

“ไม่อยู่”

เธอไม่ทันสังเกตดวงตาตี่ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“เลิกกันหรือครับ?”

 

แม้ออกจะเสียมารยาทสำหรับการพบกันครั้งแรก แต่เขาก็อยากรู้จริงๆ นี่นา ธีระห้ามความสงสัยไม่ได้ มันหลุดปากถามออกไปแล้ว

 

“ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณพ่อตาภีมเพิ่งเสียไปเมื่อหกเดือนก่อนน่ะค่ะ”

 

“อ้อ....”

หนุ่มตี๋ลากเสียงยาว

 

“ผมเสียใจด้วยนะครับ พี่สาวผมก็เลี้ยงลูกคนเดียวเหมือนกัน อย่างนี้คุณบัวคงเหนื่อยแย่เลยสิครับต้องเลี้ยงลูกคนเดียว”

 เอ่ยอย่างเห็นอกเห็นใจ พร้อมกับความหวังเล็กๆ ในใจ

 

“ไม่เหนื่อยหรอกครับ เพราะมีผมช่วยเลี้ยงด้วยอีกคน”

ภูวฤทธิ์สอดขึ้นมา

 

เขารีบเร่งมาขนาดที่ทิ้งรถไว้ที่บริษัทแล้วใช้บริการมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เพราะคิดว่าหญิงสาวคงกำลังตระหนกตกใจ และเสียขวัญ เธอน่าจะต้องการใครสักคนที่ไว้ใจและช่วยเหลือได้อยู่เป็นเพื่อน นั่นแหละเขาจึงรีบมา

 

แต่ดูท่าว่าเขาจะมาถึงเร็วเกินไป เลยขัดจังหวะหว่านเสน่ห์ของแม่เลี้ยงคนสวย

 

ก็ควรหรือที่เธอจะประกาศตัวว่าเป็นแม่หม้ายเลี้ยงลูกชายคนเดียวด้วยความยากลำบากเพื่อเรียกคะแนนสงสารกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกัน

 

ใบหน้างามหันขวับมามองร่างสูงที่ก้าวอาดๆ เม็ดเหงื่อพราวเต็มหน้ามายืนอยู่ข้างๆ อย่างประหลาดใจ

 

“คุณฤทธิ์ ทำไมมาถึงไวจังคะ?”

เธอแปลกใจจริงๆ นั่นแหละ เพราะจากตึกสำนักงานของ PCA Packaging มาถึงนี่ไม่ใช่ใกล้ๆ แต่ไม่ถึงชั่วโมงภูวฤทธิ์ก็มาถึงแล้ว

 

คนรีบเร่งมาเหงื่อโซมกาย หันมามองตาเขียว เมื่อเจอใบหน้าสวยทำเป๋อเหรอไม่รู้ความเข้าใส่ จึงชักสีหน้าหน่อยๆ 

 

“ผมนึกว่าคุณต้องการคนช่วยเหลือ”

 

บัวชมพูยิ้มบางๆ

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ ไม่มีปัญหา เอ่อ...”

 

เธอหันหน้าไปทางหนุ่มตี๋ที่ยืนหน้างงๆ

“นี่คุณธีระภพ คู่กรณีของฉันค่ะ เราตกลงกันได้แล้ว เจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันมาถ่ายรูปและก็ให้ใบสำหรับนำรถไปซ่อมศูนย์มาเรียบร้อยแล้ว”

 

ดวงตาขวางๆ มองไอ้หนุ่มตี๋หน้าขาว ที่ทำท่าเหมือนกำลังจะขายขนมจีบแม่เลี้ยงเขา

 

“แล้วนี่คุณภูวฤทธิ์ค่ะ...เอ่อ...”

เธอไม่รู้จะแนะนำเขาให้ธีระภพว่ายังไงดี?

จำได้ว่าภูวฤทธิ์ไม่ต้องการแสดงตัวว่าเป็นพี่ชายของลูกเธอ เพราะอายุห่างกันหลายปี กลัวว่าจะทำให้บิดาของเขาถูกมองไม่ดี แต่จะให้เธอแนะนำว่าเขา

 

“ผมเป็นลูกเลี้ยงเธอครับ”

 

เสียงดังฟังชัด ที่ตอบแทนเสียเอง ทำให้บัวชมพูเผยอริมฝีปากค้างไปห้าวินาที ก่อนจะรีบหุบฉับ...ก็ถูกแล้ว เขาพูดถูก แล้วเธอจะโต้แย้งอะไร

 

“แล้วใครชนใคร ตกลงกันง่ายอย่างนี้เลยหรือ?”

 

“ค่ะ คุณธีระภพใจดีมากที่รับผิดว่าประมาทเองทั้งหมด”

เฮอะ! ผู้ชายใจดี...พระเอก...พ่อพระ...อย่าคิดว่าเขาไม่รู้นะว่าไอ้ตี๋หุ่นเหมือนแรมโบ้นี่หวังอะไร ถ้าไม่ใช่จะได้เกี้ยวพาแม่เลี้ยงสาวคนสวยของเขา

 

“จบได้ง่ายๆ ก็ดีแล้ว”

ใบหน้าคร้ามผงกอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

 

“แล้วนี่คุณรับตาภีมหรือยังล่ะ? อยู่ไหนเสีย”

 

“ยังไม่ได้เข้าไปรับค่ะ”

 

“งั้นก็ไปสิ มัวโอ้เอ้อะไร จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?”

 ถามเสียงห้วน หันไปมองคู่กรณีของบัวชมพู พร้อมฉีกยิ้มให้ แต่มันดูคล้ายแยกเขี้ยวเสียมากกว่า

 

“ขอตัวก่อนนะครับคุณธีระภพ”

คำพูดเป็นไปด้วยมารยาท แต่เหมือนประกาศกรายๆ ว่า

 

อย่าได้คิดมาแหยมมาจีบผู้หญิงคนนี้เชียว

มือหนาคว้าหมับจับข้อมือเล็กของหญิงสาวข้างกายแล้วลากจากไปเสียจากตรงนี้

 

“บัวไปก่อนนะคะคุณธีระภพ”

ร่างบางที่ถูกฉุดให้เดินไปด้วยกัน ยังเหลียวหน้าหันไปบอกอีกฝ่าย

 

“ครับๆ มีปัญหาอะไรโทรศัพท์มาได้ตามนามบัตรที่ผมให้ไปนะครับ”

ธีระภพตะโกนตามหลังมาเช่นกัน

 

ใบหน้าเข้มบึ้งนิดๆ หันขวับมามองหน้า

“คุณแลกนามบัตรกับหมอนั่นหรือ?”

 เสียงเขียวนิดๆ ถามฟังดูหาเรื่องพิกล

 

“เปล่าค่ะ ฉันไม่มีนามบัตร”

บัวชมพูตอบอย่างงงๆ กับท่าทีแปลกๆ ของภูวฤทธิ์ คำตอบที่ทำให้ชายหนุ่มกำลังนึกพอใจอยู่เงียบๆ

 

“ฉันแค่ให้เบอร์โทรศัพท์เขาไว้”

 

 หากคำพูดต่อมาของเธอ ทำให้คนที่รู้สึกพอใจ กลับมาหน้าบึ้งอย่างเดิมเลยทีเดียว


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น