เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 24 : เป็นเรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 มี.ค. 61

 



โรงเรียนของภีรภัทรเป็นโรงเรียนที่รับเฉพาะเด็กเล็กระดับชั้นอนุบาล มีชื่อเสียง และอยู่ใกล้บ้าน และแม้ว่าจะอยู่ในเมือง แต่ก็อยู่ในซอยเล็กๆ ที่รถค่อนข้างติดทีเดียว

 

ตอนที่คุณภูมิชาติพาไปซื้อรถเพื่อให้เธอเอาไว้ใช้ส่วนตัว บัวชมพูก็เลือกซิตี้คาร์ขนาดเล็กราคาไม่แพงมาก แม้ว่าบิดาของภีรภัทรจะไม่เห็นด้วยนักด้วย แต่เธอก็เกรงใจท่าน โดยอ้างเหตุผลเพื่อความคล่องตัวสำหรับการจราจรในเมืองที่รถราติดขัดเหลือเกิน และก็ใช้รถคันนั้นมาตลอดหลายปีไม่เคยเปลี่ยน

 

“รถติดจังเลย”

 

หญิงสาวพึมพำเมื่อรถค่อยๆ เคลื่อนไปตามรถคันหน้าที่ติดกันยาวเหยียด วันนี้ตอนเช้าภูวฤทธิ์แวะมาส่งน้องชาย และตอนเย็นให้ลุงเกษมมารับ แต่เมื่อรู้ว่าคนขับสูงวัยกำลังพักผ่อนเธอก็เกรงใจไม่กล้าจะรบกวน

 

“เอามอเตอร์ไซด์มาน่าจะคล่องตัวกว่านี้นะเนี่ย”

เอ่ยพึมพำเบาๆ ตามความคิด เธอไม่ได้แตะรถประเภทนั้นมานานมาก แล้ว ก็ตั้งแต่เลี้ยงดูตาหนูนี่แหละ และภูวฤทธิ์คงไม่มีทางยอมแน่ๆ เขาเลี้ยงน้องตามใจเสียจนเธอนึกกลัวลูกชายจะเสียคน เมื่อคนเป็นพี่ตามใจ คนเป็นแม่ก็เลยต้องคอยปราม ตอนนี้ภีรภัทรเลยหันไปติดพี่ฤทธิ์แจ และคงมองว่าเธอกลายเป็นคุณแม่ใจร้ายไปเสียแล้ว

 

“อ๊ะ เห็นประตูโรงเรียนแล้ว”

 

เอ่ยขึ้นมาอย่างดีใจ เท้าที่แตะเบรกไว้ ผ่อนแรงกดลง รถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งก็เบียดแทรกแซงขึ้นมาแล้วตัดหน้า บัวชมพูเหยียบเบรกแทบไม่ทันเกรงจะเฉี่ยวชนเข้า

โครม!!!!

 

มอเตอร์ไซด์คันนั้นยังคงเบียดแทรกรถคันหน้าต่อไปอีก แต่ตอนนี้รถเธอถูกชนท้ายเข้าเสียแล้ว ดวงตาสวยเหลือบมองผ่านกระจกมองหลังด้วยความตกใจ หน้าเสียเมื่อเห็นว่าคนขับกระบะโฟร์วิลสีดำคันโตเปิดประตูลงมาดู

เกิดอุบัติเหตุอะไร อย่าลงจากรถเด็ดขาด ให้โทรศัพท์เรียกตำรวจ แม้จะจำได้ในสิ่งที่คุณภูมิชาติสอน แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ ไม่อำนวยให้เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว ซอยนี้ทั้งแคบและรถติดอยู่แล้ว ดันมาเกิดอุบัติเหตุเข้าอีก

 

คนขับรถคันหลังลงมาเคาะกระจกรถของเธอ

 

บัวชมพูกดปุ่มลดกระจกไฟฟ้าลงมาประมาณหนึ่งคืบ

 

“จะไม่ลงมาดูรถหน่อยหรือครับคุณ”

ชายหนุ่มที่น่าจะอยู่ในวัยเดียวกับภูวฤทธิ์ถาม

 

“รถฉันมีประกันค่ะ พอดีฉันมารับลูกที่โรงเรียนอนุบาลข้างหน้า”

หนุ่มตี๋หน้าขาวเงยหน้ามองตามมือเธอชี้อยู่ไม่ไกล

 

“ผมมารับหลานที่โรงเรียนนั้นเหมือนกัน รถผมก็มีประกัน ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปตกลงกันที่นั่นก็แล้วกันนะครับ ตอนนี้รถติดยาวเหยียดแล้ว”

 เขาเหลียวหน้ามองไปข้างหลัง ที่ตอนนี้เริ่มมีเสียงบีบแตรไล่ดังตามมา

“ค่ะๆ”

 

บัวชมพูรีบพยักหน้า ก่อนจะเข้าเกียร์ขับรถเข้าไปในโรงเรียนอนุบาลของลูกชาย ท่าทางของคู่กรณีดูจะเป็นคนดีพูดจาตกลงกันง่ายๆ คงไม่เหมือนกับผู้ชายที่ภูวฤทธิ์ไปชนท้ายรถเขาเมื่อหลายวันก่อน

 

 

 

จู่ๆ ภูวฤทธิ์ก็นึกสังหรณ์ใจแปลกๆ หลังจากปิดแฟ้มงานตรงหน้าที่อ่านเสียจนตาลาย ศีรษะทุยได้รูปสวยปกคลุมด้วยพุ่มผมหยักศกหนาแหงนหงายไปด้านหลังพิงท้ายทอยกับพนักเก้าอี้ตัวใหญ่

 

ดวงตารียาวที่หลับลงเบิกโพลงขึ้นมามองเพดาน พัดลมทองเหลืองแบบโบราณที่พัดเอื่อยๆ ให้ความรู้สึกย้อนยุคดีเหมือนกัน พัดลมตัวนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบิดาของเขา และห้องทำงานนี้ ก็เป็นห้องทำงานเก่าของท่าน

การเข้ารับตำแหน่งรักษาการณ์ประธานบริษัท PCA Packaging ซึ่งต้องเป็นของเขาในวันหนึ่งแน่นอน

 

แต่ภูวฤทธิ์ก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ และที่สำคัญ เขาไม่ได้ร่ำลาบิดา เพราะมัวแต่เที่ยวสนุกส่งท้ายและตั้งใจจะกลับเมืองไทยในสิ้นปีอยู่แล้ว แต่ท่านก็ไม่อยู่รอเขา

 

หลังจากวุ่นวายกับหน้าที่การงานที่ต้องกระโดดเข้ามารับผิดชอบกะทันหัน งานที่ไม่ได้หมายถึงเพียงสถานะทางการเงิน และการพิทักษ์รักษากิจการของครอบครัวไว้ แต่หมายถึงปากท้องของพนักงานอีกพันกว่าชีวิต รวมถึงครอบครัวของพวกเขาแล้ว

 

การโผล่หน้ามาของภรรยาและลูกนอกสมรสของบิดาที่เขาไม่เคยรู้ระแคะระคายมาก่อน ช่วยให้ความวุ่นวายนี้มีสีสันเพิ่มขึ้นมาอีก

 

เวลาแค่เพียงสัปดาห์ที่สองแม่ลูกบัวชมพูและภีรภัทรย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคา เปลี่ยนชีวิตของเขาไปมากทีเดียว ถึงจะยังไม่คุ้นชินกับบัวชมพูในฐานะของแม่เลี้ยง เมียอีกคนของพ่อ

 

แต่เขากับเจ้าน้องชายกับเข้ากันได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่ากลายเป็นคู่หูคู่ซี้ประจำบ้าน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นไปตามสัญชาตญาณเพราะเขากับภีรภัทรมีสายเลือดเดียวกัน

 

มือใหญ่เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก นั่งชั่งใจมองเบอร์โทรศัพท์ของใครบางคนอยู่ครู่หนึ่ง จึงจะโทรออก

 

เสียงสัญญาณดังอยู่นาน แต่บัวชมพูก็ยังไม่ยอมรับสาย ภูวฤทธิ์รู้สึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ ก่อนจะโทรศัพท์กลับไปที่บ้านอัครเดชาชาญ

 

“คุณบัวออกไปรับคุณภีมค่ะ”

ป้าแจ่มรายงาน

 

“ไปกับลุงเกษมน่ะหรือ?”

 แล้วเธอไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยหรือไง เขาถึงติดต่อเธอไม่ได้เลย

 

“เธอขับรถไปเองค่ะ”

 

“อะไรนะ?”

 มิน่าเล่าตาขวามันถึงได้กระตุกแปลกๆ และไม่ทันที่เขาจะคิดอะไร โทรศัพท์ก็โชว์เบอร์ของแม่เลี้ยงขึ้นมาเป็นสายเรียกซ้อน ภูวฤทธิ์รีบวางสายของป้าแจ่มแล้วกดรับทันที

 

“คุณขับรถไปรับนายภีมหรือ?”

 เสียงเข้มถาม

 

คนปลายสายหน้าเสียทีเดียวเมื่อได้ยินเสียงเข้มคาดคั้น ก่อนจะตอบเสียงอ่อยกลับไป

“ค่ะ”

 

“แล้วทำไมต้องขับเอง ทำไมถึงไม่ให้ลุงเกษมขับให้ แล้วนี่ทำอะไรอยู่ถึงไม่รับโทรศัพท์ผม”

 

“เอ่อ...ขอโทษค่ะคุณฤทธิ์ พอดีฉันกำลังตกลงกับคู่กรณีอยู่ค่ะ”

 

“คู่กรณีอะไร? เกิดอะไรขึ้น?”

หัวใจเขาเต้นตุ๊บเปลี่ยนจังหวะอย่างรวดเร็ว

 

“พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะค่ะ”

 

“แล้วคุณเป็นอะไรมาหรือเปล่า ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”

น้ำเสียงของเขาร้อนรนใจ รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา

 

“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ แค่ตกใจนิดหน่อย และตอนนี้อยู่ที่โรงเรียนตาภีมแล้ว”

 

“รออยู่ที่นั่นนะ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

 ร่างสูงผุดลุกขึ้นพร้อมสั่งกำชับ  แล้วตัดสายไปทันที มือหนาคว้าเอาเสื้อนอกที่ถอดพาดพนักขึ้นมา

 

 คว้ากุญแจรถรีบเร่งไปในทันที เขาคิดว่าตอนนี้บัวชมพูคงจะกำลังเสียขวัญอยู่เป็นแน่ ความร้อนรนกังวลใจ ไม่รู้ว่าเป็นห่วงใครมากกว่า ระหว่างหญิงสาวกับน้องชาย

 

ก็ต้องเป็นนายภีรภัทรสิ

 

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #5 namymelody (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:12
    ห่วงเค้ามากล่ะสิ อิอิ
    #5
    1
    • #5-1 รัชริล(จากตอนที่ 24)
      29 มีนาคม 2561 / 10:42
      ชักเก็บอาการไม่อยู่ค่า ^^
      #5-1