เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 23 : ด้วยความเคยชิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 949
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 มี.ค. 61





“ลุงเกษมไปไหนคะป้าแจ่ม”

 

ใบหน้านวลยื่นหน้าไปถามคุณแม่บ้านที่กำลังง่วนอยู่กับการทำขิงดองใส่ขวดโหลไว้เพื่อใช้ประกอบอาหาร

 

“คงนอนอยู่ที่เรือนหลังตึกมั้งคะ เห็นมันบ่นว่าปวดเนื้อเมื่อยตัว สงสัยจะไปเอนหลังงีบเพลินจนป่านนี้ยังไม่ตื่น”

ป้าแจ่มตอบกลับมาอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

ใบหน้าสวยนิ่วนิดๆ รู้สึกเป็นห่วง

 

“เอ! แกจะเป็นอะไรมากหรือเปล่านะคะ? แล้วไม่ต้องไปหาหมอหรือคะนี่?”

 

“โอ้ย! ไม่ต้องหรอกคุณ ตาเษมมันก็ปวดเมื่อยตามประสาคนแก่ วันก่อนโหมตัดแต่งกิ่งไม้ต้นไม้ในสวนหนักไปหน่อย นวดๆ ยา นอนพักเสียเดี๋ยวก็หาย ว่าแต่ว่าคุณบัวมีอะไรจะใช้ตาเษมหรือเปล่าล่ะคะ เดี๋ยวป้าให้ไอ้หอมหรือไอ้หนิงมันไปปลุกให้”

 

“อ๋อ! ไม่เป็นไรค่ะ พอดีใกล้โรงเรียนเลิกแล้ว เดี๋ยวบัวไปรับลูกเองก็ได้”

 

 เพราะวันนี้จ่อยติดตามภูวฤทธิ์ไปทำงานที่บริษัทด้วย หน้าที่จึงถูกยกเป็นของลุงเกษม แต่พอได้ยินว่าแกไม่สบาย เธอก็ไม่อยากรบกวน

 

 

“คุณขับรถได้แน่หรือคะ?”

แม่บ้านสาวใหญ่เงยหน้ามามองหญิงสาวอย่างเป็นห่วงนิดๆ

 

“ได้สิคะ ตอนอยู่บ้านเดิมบัวก็ขับรถรับส่งตาหนูเองตลอด ป้าจะฝากบัวทำธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”

 หญิงสาวถามอย่างมีน้ำใจ

 

“ไม่ล่ะค่ะ”

ยิ้มหวานหยดมาให้

 

“แล้วหนุงหนิงกับต้นหอมล่ะจ๊ะ อยากได้อะไรไหม?”

 

“อู้ย...ไม่มีค่ะคุณบัว”

 สองสาวสั่นหัวดิก

 

“งั้นเดี๋ยวบัวไปก่อนนะคะ จะรีบไปรีบกลับค่ะ”

บอกพร้อมรอยยิ้มสดใสทิ้งท้าย ก่อนจะผลุบหน้าหายไปจากห้องครัว

 

“คุณบัวแกน่ารักเนอะป้าเนอะ ไม่ไว้ตัวเลย”

 

“อื้ม...”

 ป้าแจ่มพยักหน้า

 

“เสียดายเนอะป้า ที่เป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว”

 

“สวยๆ น่ารักอัธยาศรัยดีอย่างคุณบัว ฉันว่าอีกไม่นานก็คงมีแฟนใหม่”

 

ป้าแจ่มแลขวับมองหน้าต้นหอมกับหนุงหนิงที่วิพากษ์วิจารณ์ พร้อมกับกระแอมกระไอ

 

“อะไรติดคอหรือป้า?”

 

“ไม่มีอะไรติดคอข้า แต่คนที่ปากว่างปากยื่นปากยาววิพากษ์วิจารณ์เจ้านาย เดี๋ยวอาจจะโดนโหลขิงดองยัดปากหรอก” สองสาวหัวหดเมื่อถูกดักคอ “

ว่างมากนักนะพวกแก”

 

“แหม! ป้าก็ ฉันพูดความจริงนี่นา ขนาดเราเป็นผู้หญิงยังเห็นว่าแกน่ารักน่าเอ็นดู”

 

“แต่คุณภีมยังเล็กอยู่ ฉันยังไม่อยากให้คุณบัวแต่งงานใหม่”

 

“ป้าก็...เรื่องรักเรื่องใคร่ เรื่องของหัวใจ ใครมันห้ามได้บ้างล่ะ?”

 

“ใช่ ที่สำคัญน่ะ ชีวิตของวัยสาวมันสั้นนักนะป้าๆ แป๊บๆ ก็สามสิบล่ะ ถึงตอนนั้นแม้แต่หมาก็ยังไม่เห่าเลยแหละ” สองสาววิพากษ์วิจารณ์อย่างปลดปลง

 

ป้าแจ่มเหลือบสายตาไปค้อนคนพูดที่ทำมารู้ดีนัก

 

 

“ได้ข่าวว่าอาชาติซุกเมียเด็กไว้เหรอ?”

 

เรื่องที่ไม่ตั้งใจจะปิด เพียงแต่ยังไม่พร้อมจะบอกใคร สุดท้ายก็มีคนนอกบ้านรู้เข้าจนได้ ภูวฤทธิ์ไม่รู้ว่าข่าวลือมาได้ยังไง นัธนัยซึ่งเป็นญาติห่างๆ ทางบิดาเขาถึงได้กล้าเข้ามาถาม

 

“อื้อ”

ความจริงก็คือความจริง แต่ญาติห่างๆ ผู้มีตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดดูจะไม่พอใจเพียงเท่านั้น

 

“จริงหรือนี่? ผู้ชายอย่างอาชาตินี่นะ แอบซุกอีหนูไว้”

 

น้ำเสียงประหลาดใจของอีกฝ่าย พร้อมคำเรียกขานบัวชมพูด้วยคำว่า อีหนู ทำให้ภูวฤทธิ์ไม่พอใจนัก แต่ดูเหมือนนัธนัยจะยังไม่รู้ตัว เมื่อทำหน้ากระเหี้ยนกระหือรือที่จะได้ข้อมูลมากกว่านั้นอีก

 

“แล้วที่ว่าเด็กนี่ เด็กสักเท่าไหร่? เรียนมหาวิทยาลัยอยู่หรือเปล่า?”

 

ดวงตาขุ่นตวัดขึ้นมามองคนถาม

“นายจะอยากรู้ไปทำไม?”

 

“โธ่! นายฤทธิ์ ฉันก็อยากรู้ไปตามประสา เพราะว่าผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับครอบครัวเรา”

 

ภูวฤทธิ์ก้มหน้าลงอ่านแฟ้มที่อีกฝ่ายเอามาให้เขาตรวจสอบ เพราะไม่อยากแสดงอาการหงุดหงิดออกมาให้นัธนัยเห็น นึกประหลาดใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมถึงได้หงุดหงิดกับเรื่องนี้

 

“ข่าวว่ามีลูกด้วยกันยังเล็กอยู่นี่นา และตอนนี้นายก็รับสองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย แล้วนายแน่ใจล่ะหรือว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้โกหก ของอย่างนี้ต้องตรวจสอบกันดีๆ นะนายฤทธิ์”

 

คนพยายามข่มอารมณ์ เงยหน้าขึ้นมาอย่างรำคาญ

 

“ดูท่านายจะรู้ไปหมดทุกอย่างเลยนะ แล้วทำไมสายข่าวนายถึงไม่รายงานให้หมดล่ะ ว่าทำไมฉันถึงให้บัวชมพูกับลูกเข้ามาอยู่ในบ้าน”

 

“บัวชมพู”

อีกฝ่ายพูดขึ้นมาตาโต

 

“ฟังชื่อแล้วน่าจะสวยนะนั่น...สวยมากไหม? แล้วตกลงอายุเท่าไหร่ล่ะ?”

นัธนัยไม่ลดละความสนใจ

 

ภูวฤทธิ์ถอนใจพรวด จ้องหน้าคนอยากรู้

 

“ถ้านายอยากรู้ขนาดนั้น ฉันว่านายไปดูที่บ้านเลยดีกว่า แฟ้มที่ฉันต้องเคลียร์กองอีกเป็นตั้ง ขืนมานั่งตอบคำถามนาย วันนี้คงทำไม่เสร็จแน่”

ดวงตาขุ่นๆ ของคนพูดทำให้นัธนัยหัวเราะแหะๆ ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ ทิ้งให้ภูวฤทธิ์งงงันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องหงุดหงิดเวลาที่มีคนเอ่ยถึงแม่เลี้ยงยังสาวของตัวเอง

 

ชายหนุ่มพยายามดึงสมาธิกลับมาที่แฟ้มงานตรงหน้า เพื่อว่าวันหยุดที่จะถึงนี้ จะได้พาภีรภัทรไปเที่ยว

 

เจ้าน้องชายออกปากอยากไปทะเล แล้วออดอ้อนเขาให้พาไป เวลาเจอลูกอ้อนของไอ้ตัวเล็กทีไร เขาถึงกับไปไม่เป็นทีเดียว เวลาเพียงแค่สัปดาห์ที่สองแม่ลูกย้ายเข้ามาอยู่บ้าน

 

เขาทั้งรักทั้งหลงภีรภัทร กลับบ้านดึกดื่นมืดค่ำแค่ไหน ก็ต้องเข้าไปให้เห็นหน้า อาการเหมือนคนมีลูกไม่มีผิด เขาคิดว่านั่นอาจจะเป็นไปด้วยสัญชาตญาณความผูกพันเพราะเจ้าเด็กจอมซนนั่นมีเลือดครึ่งหนึ่งในตัวเหมือนเดียวกับเขา


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น