เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 21 : ตีสนิท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    26 มี.ค. 61

 

 

“ทำอะไรอยู่คะป้า ให้บัวช่วยนะคะ”

 

ร่างบางในชุดติดกันยาวครึ่งขาลายดอก โทนสีชมพูน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มที่ทำให้คนใส่ดูแล้วเหมือนดั่งสาวน้อยแรกรุ่น เดินเข้ามาถามในห้องครัว

 

ป้าแจ่มที่กำลังทำน้ำพริกลงเรือของโปรดภูวฤทธิ์เหลือบสายตาขึ้นมามองคนขันอาสา

 

วันนี้ทั้งหนุงหนิง  ต้นหอม และจ่อยไม่อยู่ สองสาวควงคู่กันไปเชียงใหม่ เพราะญาติของหนุงหนิงแต่งงาน เจ้าจ่อยก็เลยขอติดสอยห้อยตามไปเที่ยวด้วยอีกคนหนึ่ง

 

เพราะเห็นว่าลูกชายไม่ค่อยไปเที่ยวไหน นางจึงอนุญาต คนทำงานในบ้านนี้จึงเหลือเพียงนางกับนายเกษมที่เข้าครัวทำอาหารไม่เป็น ด้วยความอยากเอาใจเจ้านายหนุ่ม วันนี้จึงลงมือทำแต่อาหารจานโปรดของภูวฤทธิ์

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ งานในครัวมันไม่ใช่งานของเจ้านาย”

 

คนพูดเสียงสะบัด เพราะอคติอยู่ในใจ จึงไม่อยากสุงสิงกับผู้หญิงคนนี้นัก  ทั้งที่ตัวเองรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแต่เช้าแต่ก็ยังต้องลุกมาทำงานบ้านตามหน้าที่ โดยไม่มีลูกมืออีกต่างหาก

 

บัวชมพูยังใจเย็น รู้ดีว่าการมาของเธอและลูกชายอาจจะทำให้คนในบ้านหลังนี้ปรับตัวได้ยากสักหน่อย จากที่เคยมีเจ้านายคนเดียว กลับมีเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน และเธอก็ไม่อยากอยู่ในบรรยากาศที่    อึมครึมอย่างที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ จึงคิดหาวิธีตีสนิทกับทุกคนในบ้านหลังนี้

 

เธอไม่เคยวางตัวเป็นเจ้านายเหนือใครอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของเธอก็คลุกฝุ่นคลุกดินมาตลอด จึงค่อนข้างเข้าใจหัวอกของชนชั้นแรงงานดี

 

“อยู่บ้านท่านจะให้บัวนิ่งดูดายได้ยังไงล่ะคะ อีกอย่างเห็นป้าทำอาหารเก่ง บัวอยากจะขอศึกษาวิชาไว้บ้างน่ะค่ะ”

ยิ้มหวานประจบพร้อมเอ่ยอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

 

“เดี๋ยวกลิ่นอาหารจะติดเสื้อผ้าเหม็นเสียเปล่าๆ”

สายตาคนว่ายังไม่ยอมมองสบ

 

“ไม่เหม็นหรอกค่ะ กลิ่นอาหารหอมจะตาย แล้ววันนี้ป้าจะทำอะไรทานบ้างล่ะคะ?”

 

“ก็มีน้ำพริกลงเรือ ต้มโคล้งปลาแห้ง แล้วก็ปลากระพงผัดฉ่าของชอบของคุณฤทธิ์เธอ”

 

เมนูที่ได้ฟังทำให้บัวชมพูค่อนข้างจะเป็นห่วงชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย แผลแตกที่ปากคงทำให้เขาทานของชอบได้ไม่ชอบอย่างเคยหรอก

 

 แต่เพราะชายหนุ่มสั่งห้ามไม่ให้เธอบอกใครนี่นา เธอจึงเลือกที่จะเงียบ ไม่ทักท้วงป้าแจ่มที่ปรารถนาดี อยากให้เจ้านายได้กินของอร่อย

 

“น่าจะมีอาหารจืดๆ ทานง่ายๆ สักอย่างนะคะ”

 

“คุณอยากทานก็ทำเองสิ อาหารสามอย่างนี่ก็พอแล้ว” น้ำเสียงกระแทกว่า

“ถ้าอย่างนั้น บัวขอยืมครัวป้าทำแกงจืดวุ้นเส้นหน่อยนะคะ”

 เธอคิดเมนูง่ายๆ ที่ลูกชายโปรดปราน และภูวฤทธิ์ก็น่าจะทานได้ด้วย

 

“ตามสบายเถอะค่ะ”

 คนว่าค้อนประหลับประเหลือก

 

แต่พอเห็นบัวชมพูหยิบจับเครื่องครัว พร้อมเตรียมอาหารอย่างคล่องแคล่ว ทำให้รู้ว่าไม่ใช่คนหยิบโหย่งหนักไม่เอาเบาไม่สู้ ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่ง ที่หญิงสาวไม่ได้วางตัวเป็นคุณนายตอนที่อยู่กับคุณภูมิชาติ ก็ยังหยิบจับทำอาหารบ้าง แม้จะเป็นเมนูง่ายๆ ก็เถอะ

 

เมื่อเตรียมเครื่องทำน้ำพริกลงเรือเสร็จแล้ว ป้าแจ่มจึงออกประตูหลังครัวไปเพื่อสอย่ที่หลังบ้านมาทำเครื่องเคียงเพราะถ้าเด็ดมาสดๆ มะม่วงจะเปรี้ยวจัดไป ทำให้อาหารเสียรส

 

บัวชมพูเพียงเงยหน้ามาดูนิดหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตากลับมาทำอาหารต่อไป แต่ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังมาจากหลังบ้าน เธอรีบวางมีดในมือแล้ววิ่งตามออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นป้าแจ่มนั่งเหยียดขา ยกมือกุมเบ้าตาไว้

 

“เป็นอะไรคะป้า?”

ร่างบางวิ่งมาถึง ย่อตัวลงพยุงร่างอวบอ้วนนั่นไว้พร้อมกับถามอย่างตกใจ

 

“ยางมะม่วงเข้าตาค่ะ”

 ก็สอยมะม่วงอยู่ดีๆ ยางมันดันกระเด็นมาโดนตาเข้า เท่านั้นไม่พอ เมื่อมะม่วงทั้งพวงร่วงเข้าใส่หัวอีก อารามทั้งเจ็บทั้งตกใจจึงโยนตะกร้อสอยมะม่วงในมือทิ้งแทบไม่ทัน

 

“เป็นอะไรน่ะยายแจ่ม”

ลุงเกษมเป็นอีกคนที่วิ่งมาดูตามเสียงร้อง

 

“ยางมะม่วงเข้าตาค่ะ”

บัวชมพูรีบตอบแทน

 

“แล้วไปทำยังไงวะ ให้ยางมะม่วงกระเด็นเข้าตาได้”

 

“ข้าก็สอยดีๆ นี่แหละ เท่านั้นไม่พอยังโดนลูกมะม่วงหล่นใส่หัวเข้าอีก เจ็บชะมัด”

 ยกมืออีกข้างลูบหัว ที่โดนพวงมะม่วงซ้ำเติมอาการครั่นเนื้อครั่นตัวที่เป็นอยู่ก่อน

 

“แล้วลุกไหวไหมคะป้า”

บัวชมพูประคองร่างอวบอ้วนให้ลุกขึ้น

 

“เดี๋ยวต้องรีบล้างตาเอายางมะม่วงออก แล้วค่อยไปหาหมอ”

 

“โอ้ย! ไม่ต้องหรอกค่ะ เล็กๆ น้อยๆ ไปหาหมอทำไมให้เปลืองตังค์”

 

“ไม่ได้หรอกนะคะป้า ยางมะม่วงน่ะมีพิษ อย่างน้อยก็ไปหาหมอตรวจก่อนว่าเป็นอะไรหรือเปล่า?”

 

“นั่นสิยายแจ่ม เดี๋ยวก็ได้ตาบอดกันพอดี เชื่อคุณเขาเถอะ แหม้! แก่แล้วนะแก ยังทำตัวเป็นสาวๆ ไปได้”

ลุงเกษมช่วยเสริมอีกแรง ก่อนจะช่วยกันพยุงพาคุณแม่บ้านร่างอวบกลับมาล้างตาในห้องครัว

 

“ยาใส่ตาอยู่ในตู้เย็นนั่นน่ะคุณ เอานั่นมาใส่ก็ได้ ไม่ต้องไปหาหมอหรอก”

 พอก้นแตะเก้าอี้ ป้าแจ่มก็รีบชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปที่ตู้เย็น

บัวชมพูเดินไปหยิบยาตามที่ได้บอกมา พออ่านฉลากก็ส่ายหน้านิดๆ

 

“ยานี่หมดอายุแล้วนี่คะ”

 

“ตายล่ะคุณบัว หมดนานหรือยังนั่น เมื่อหลายวันก่อน ลุงตาแดง ยายแจ่มก็เอายานี่มาใส่ตาให้ลุง” ลุ

งเกษมเอะอะถามขึ้นมาเสียงดัง

 

“ก็หมดมาสองเดือนแล้วค่ะ”

 

“มิน่า ถึงว่าคันตายิบๆ ไม่หายเสียที แกนี่จริงๆ เลยนะยายแจ่ม เกือบทำข้าตาบอดแล้วไหมล่ะ”

 

คนโดนต่อว่าเงยหน้ามาค้อนประหลับประเหลือก ทั้งที่ตายังเจ็บอยู่

 

“ก็ข้าอ่านฉลากภาษาปะกิตไม่ออกนี่หว่า”

 

“แหม! แล้วก็มาทำตั้งตัวเป็นหมอเถื่อน”

 

“เอ๊ะ ตาเษม”

แม่บ้านผู้อาวุโสเท้าสะเอวตะคอกใส่

 

“พอๆ เถอะจ๊ะป้าจ๋า ลุงจ๋า อย่าทะเลาะกันเลย บัวว่ารีบไปหาหมอก่อนดีกว่า”

หญิงสาวห้ามทัพแม่บ้านกับคนสวนที่ทำท่าจะเปิดศึกใส่กัน

 

“ต้องไปหาหมอเลยหรือคะคุณ? อาหารก็ยังทำไม่เสร็จ ป้ายังไม่ได้ผัดน้ำพริกลงเรือเลย”

 

“อย่าเพิ่งกังวลไปเลยจ๊ะป้า กว่าจะถึงมื้ออาหารเย็นอีกตั้งหลายชั่วโมง”

 

“ก็เผื่อคุณฤทธิ์เธอกลับมาถึงแล้วหิว”

 เสียงอ่อยว่า

 

“และก็อย่าเพิ่งห่วงคุณฤทธิ์เลยค่ะ รายนั้นเขาโตแล้วดูแลตัวเองได้”

 

“ใช่ๆ ยายแจ่ม แกห่วงตัวเองก่อนดีกว่า รีบไปหาหมอเหอะ เดี๋ยวข้าก็ต้องรีบไปรับคุณภีมด้วย”

 ลุงเกษมตัดบทคนโยกโย้โอ้เอ้ท่ามาก

 

“ไปเถอะนะจ๊ะป้า หาหมอที่โพลีคลีนิกปากซอยก็ยังดี ให้ได้ยามาใส่ตา ไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับมา”

บัวชมพูคะยั้นคะยอ นางแจ่มจิตจึงลุกขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

 

“ลุงเษมไปรับตาภีมเถอะนะคะ เดี๋ยวบัวจะพาป้าแจ่มไปหาหมอเอง”

 

“โอ๊ย! อิฉันไม่อยากรบกวนคุณ”

 

“ไม่รบกวนหรอกค่ะป้า เราอยู่บ้านเดียวกัน มีอะไรช่วยกันได้ก็ต้องช่วยกันสิคะ”

 

น้ำเสียงทอดอ่อนโยนนุ่มละมุนหูทำให้ใจแข็งๆ ที่ตั้งป้อมรังเกียจแต่แรกอ่อนยวบลง ยอมให้หญิงสาวประคองไปขึ้นรถ

 

“แหมๆ ยายแจ่ม ยังจะทำมาเล่นตัวอีก นึกว่าตัวเองเป็นสาวสิบห้าสิบหกหรือไง ปีนี้แกหกสิบแล้วนะ ไม่ได้เรี่ยวแรงดีเหมือนตอนเป็นสาวรุ่น ที่เจ็บป่วยอะไรจะได้ฟื้นตัวเร็ว”

 

“หุบปากเลยตาเษม”

หันไปตอบโต้คนล้อเลียนอย่างไม่ชอบใจ

 

ในขณะที่ลุงเกษมไม่ถือสา หัวเราะลงลูกคอ


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น