เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 15 : ระวังตัว ระวังหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,082
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

 

“คุณหนูคะ”

 

พอร่างสูงของภูวฤทธิ์เดินขึ้นบันไดหินอ่อนเข้าบ้านมา ป้าแจ่มจิตที่รอกันท่าอยู่จนดึกเพราะเกรงจะเป็นการเปิดโอกาสให้บัวชมพูดได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม ทั้งๆ ที่ปกติทำงานในบ้านเสร็จหลังสามทุ่มเป็นต้องลงจากตึกไป เพื่อคืนความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้านาย

 

แต่วันนี้นางนั่งรอทั้งสามคนที่พากันไปเที่ยวนอกบ้านจนกลับมา เพื่อว่าจะอยู่เป็นก้างขวางคอให้ถึงที่สุด ทั้งสามคนกลับมาเมื่อตอนที่นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว

 

“ชู่ว์....”

ริมฝีปากหยักห่อปากส่งเสียงห้ามป้าแจ่มที่เดินตรงเข้ามาทัก เพราะเกรงว่าจะทำให้ภีรภัทรสะดุ้งตื่น  หลังจากพาเจ้าหนูตะลอนเที่ยวเล่นมาทั้งวัน พอขึ้นรถ เจ้าตัวเล็กก็สลบเหมือดสิ้นฤทธิ์ทันที

 

อีกทั้งวันนี้เป็นวันหยุดกว่าที่เขาจะฝ่าการจราจรติดขัดกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาดึกแล้ว เขาจึงอาสาจะอุ้มน้องชายมาทั้งที่ยังหลับนี่แหละ

 

“ส่งแกมาให้ฉันเถอะค่ะ”

 

มารดาของภีรภัทรบอก รู้สึกเกรงใจชายหนุ่มที่ต้องอุ้มลูกชายให้เธอ ศีรษะเล็กๆ ซบลงบนบ่าแข็งแรงของพี่ชาย แต่มือทั้งสองข้างยังกอดคอเขาเอาไว้แน่น แม้จะเพิ่งรู้จักกันเมื่อวานนี้ แต่ทั้งสองคนก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ

 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะพาแกขึ้นไปนอนเอง”

เขาพูดกับหญิงสาว ก่อนหันไปทางคุณแม่บ้านที่รอท่าด้วยคิดว่าคงมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

 

“เดี๋ยวผมลงมาครับ”

แล้วร่างสูงก็อุ้มเด็กชายเดินผ่านหน้าป้าแจ่มขึ้นบันไดไปยังห้องนอนชั้นบน คนที่ถ่างตารอคอยอยู่ขนาดที่ไม่ยอมกลับไปดูละครโทรทัศน์เรื่องโปรดมองตามหลังเจ้านายหนุ่มไปอย่างไม่สบายใจนัก ก่อนจะหันมามองหญิงสาว ด้วยสายตาที่บอกว่าไม่ชอบหน้าอย่างแรง

“คุณเป็นแม่ทำไมไม่ขึ้นไปดูลูกตัวเองล่ะ” น้ำเสียงประชดประเทียดฟังรู้

 

บัวชมพูหน้าเสีย ที่จู่ๆ ก็โดนหางเลขเข้า

“ฉันกำลังจะตามไปไงจ๊ะ”

 

“หน้าที่ตัวเองคืออะไรก็ให้รู้ซะบ้าง ถึงจะมีลูกตั้งแต่ยังรุ่น แต่คุณก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว คุณฤทธิ์น่ะเธอมีงานมากมาย พรุ่งนี้ก็ต้องไปบริษัทอีกแต่เช้า ไม่ควรจะไปรบกวนเธอ”

 

วาจาตำหนินั่นทำให้บัวชมพูหน้าเจื่อนลงไปอีก นึกอยากเถียงนักว่าคนที่ชวนเธอออกไปคือภูวฤทธิ์ และเธอก็ได้ชวนเขากลับอยู่หลายครั้ง

 

แต่ชายหนุ่มก็อยากตามใจน้องชาย พาไปโน่นนั่นนี่ กว่าจะออกจากห้างสรรพสินค้าก็มืดค่ำนั่นแล้ว แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะเก็บคำโต้แย้งเอาไว้ และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยเดินตามร่างสูงที่ขึ้นบันไดไปชั้นบน 

 

แม้จะทำใจมาแล้วว่าต้องเผชิญกับอะไร แต่บัวชมพูก็อดที่จะรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้ การที่คุณภูมิชาติไม่ได้พาเธอมาอยู่ที่นี่แต่แรก และไม่เปิดเผยฐานะเธอต่อคนอื่นๆ

 

จึงเป็นการยากที่ใครจะยอมรับและเกรงใจเธอ แต่พอคิดว่าทุกอย่างที่กำลังทำอยู่เพื่อภีรภัทรหญิงสาวก็จำต้องข่มความรู้สึกทั้งมวลที่ก่อกวนจิตใจทิ้งไปเสีย

 

นางแจ่มจิตมองตามหลังหญิงสาวที่ก้าวฉับๆ ขึ้นบันไดไปอีกคนอย่างเป็นกังวลใจ เห็นภูวฤทธิ์ให้ความรักใคร่สนิทสนมกับน้องชายต่างมารดานางไม่แปลกใจอะไร

 

คุณภูมิชาติรักคุณนวลอนงค์มารดาของภูวฤทธิ์มาก แม้อีกฝ่ายจะตายจากไปหลายปี แต่ผู้หญิงคนนี้ อ่อนวัยกว่ามาก แถมคุณภูมิชาติยังปิดบังซ่อนเร้น ไม่พาออกหน้าออกตา

 

 มันก็บอกเป็นนัยๆ ว่าท่านไม่อยากให้เจ้าหล่อนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ รวมถึงลูกชายของท่านด้วย การที่เมียสาวของคุณภูมิชาติย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ตีสนิทใกล้ชิดกับลูกชายของท่าน

 

นางเห็นว่าไม่เหมาะไม่ควรและไม่สบายใจ เพราะหญิงกับผู้ชายในวัยเจริญพันธุ์ก็ไม่ต่างจากน้ำมันกับไฟ อีกทั้งบัวชมพูยังสาวยังสวยและด้วยประวัติไวไฟจับผู้ชายแก่ทำสามี ทำให้ป้าแจ่มนึกห่วงใยในสวัสดิภาพของภูวฤทธิ์ ไม่ว่าอย่างไรนางจะตั้งใจขัดขวางและอยู่เป็นก้างขวางคอ ตะเข้ขวางคลองไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรได้ตามอำเภอใจแน่ๆ

 

ร่างท้วมเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายใจในห้องรับแขก อีกสักห้านาทีต่อมา ภูวฤทธิ์จึงเดินลงมาจากชั้นบน

 

“มีอะไรจะคุยกับผมหรือครับป้าแจ่ม?”

 มันไม่ใช่วิสัยที่คุณแม่บ้านจะรออยู่บนตึกใหญ่จนดึกดื่นเช่นคืนนี้

 

“คุณหนู”

 คนเงยหน้าขึ้นไปมองเรียกไว้

 

ใบหน้าคร้ามนิ่วหน้านิดๆ เขาโตจนเกินกว่าจะเรียกแบบนี้แล้ว อันที่จริงภูวฤทธิ์เคยขอร้องป้าแจ่มแล้วให้เปลี่ยนสรรพนามเรียกขาน จาก คุณหนู มาเป็นชื่อของเขา แต่ป้าแจ่มที่เคยเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ก็ยังไม่คุ้นชินเสียที แถมบางครั้งก็ยังกระเง้ากระงอดเมื่อเขาติง ชายหนุ่มก็เลยต้องเลยตามเลยเอาใจคนแก่ แต่ตอนนี้ในบ้านมีเด็กเล็กเพิ่มมาอีกคนแล้ว

 

“เมื่อไหร่ป้าแจ่มจะเปลี่ยนมาเรียกชื่อผมเสียที”

 

“แหม! ก็ป้าเคยชินปากนี่คะ”

คนว่าค้อนขวับทำหน้าตาระอาปนน้อยใจ

 

“ตอนนี้ในบ้านมีนายภีมมาอยู่อีกคนหนึ่งแล้ว เรียกอย่างเดิมผมกลัวว่าจะสับสนเอา”

เพราะเจ้าตัวเล็กเหมาะจะถูกเรียกเช่นนั้นมากกว่าเขา

 

“เอาเป็นว่าต่อไปช่วยเรียกชื่อผม คุณฤทธิ์แทนแล้วกันนะครับ”

 

ป้าแจ่มถอนใจพรวด ก่อนจะพยักหน้าส่งๆ

“ก็ได้ค่ะ คุณหนู”

 

“อ๊ะ...อ๊ะ...”

 เขายกนิ้วขึ้นมาชี้

 

“ค่า คุณฤทธิ์”

 

ใบหน้าคร้ามพยักหน้าอย่างพึงพอใจ  

“ว่าแต่มีอะไรถึงได้รอผมอยู่จนดึกป่านนี้”

 

ป้าแจ่มค้อน คนที่รู้ตัวว่ากลับดึก แต่ยังไม่รู้จักระแวงระวัง

 

“ก็แล้วไปไหนกันมาค่ะ ดึกดื่นค่ำมืดถึงเพิ่งกลับ”

 

“พานายภีมไปเที่ยวครับ วันนี้วันหยุดขากลับรถติด กว่าจะกลับมาถึงไอ้ตัวเล็กถึงได้หลับคอพับเลยทีเดียว” รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ยามเล่าตาเป็นประกายบอกให้รู้ว่ามีความสุขแค่ไหน

 

“เห่อเสียจริงๆ นะคะ”

 

“โธ่! ป้าแจ่มครับ ผมไม่เคยมีน้องนี่นา”

 

“แล้วแน่ใจนะคะ ว่าใช่น้องคุณจริงๆ”

 

คำทักท้วงด้วยดวงตาห่วงใย ทำให้ภูวฤทธิ์สะอึกนิดๆ เขากับภีรภัทรเข้ากันได้ดีและเร็วมากๆ จนน่าแปลกใจ ทั้งที่เพิ่งได้เจอกันเมื่อวานนี้เอง เขาเชื่อหลักฐานที่บัวชมพูเอามาแสดงเมื่อได้รับคำยืนยันจากปากของปริยะว่าเอกสารทุกอย่างถูกต้องเป็นของจริง

 

“อื้ม...”

 เขาครางยาวในลำคอ

 

“หลักฐานต่างๆ ที่แม่แกเอามาแสดง มันก็ควรเชื่อนี่ครับ”

 

“แต่ป้าดูว่าคุณเชื่อหมดใจเลยทีเดียวนะคะ เรื่องคุณเล็กๆ น่ะ ป้าไม่ห่วงอะไร แต่คุณบัวชมพูนี่ ท่าทางเธอไม่ได้ธรรมดาเลยนะคะ เห็นใกล้ชิดกับคุณฤทธิ์ ไปไหนมาไหนด้วยกันกลับมืดค่ำ ป้าก็เป็นห่วง”

 

จะว่านางก้าวก่ายเรื่องของเจ้านายก็ยอม แต่เรื่องนี้มันปล่อยให้ผ่านเลยไปง่ายๆ ไม่ได้จริงๆ

 

คำท้วงติงที่บอกให้รู้ว่าเป็นห่วงเรื่องใด ภูวฤทธิ์รับฟังไว้ ด้วยรู้ว่าป้าแจ่มที่เลี้ยงดูเขามาแต่อ้อนแต่ออกคงเป็นห่วงไปตามประสา ถึงได้นั่งรอจนดึกดื่น แต่เขาแน่ใจว่าเรื่องเช่นนั้นจะไม่เกิดซ้ำรอยขึ้นมาแน่ๆ

 

 

 ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น