เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 14 : ห้ามหว่านเสน่ห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

 

“คุณจิรามาช้อปปิ้งคนเดียวหรือครับ?”

 

 ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องที่ไม่อยากเอ่ยถึง

 

“อ้อ...ค่ะ พอดีจิรานัดกับเพื่อนไว้ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นทางด้านโน้น”

 

“หรือครับ...งั้นก็เชิญตามสบายเลยนะครับ”

 

คำพูดคล้ายกับไล่ทางอ้อม ทำให้จิรากานต์ทำหน้าไม่ถูก ท่าทางของภูวฤทธิ์ดูไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องที่เธอถาม และไม่แต่อยากจะแนะนำหญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะให้เธอรู้จัก

 

 เธอจึงเอ่ยลาเขาหิ้วถุง  ช้อปปิ้งหลายใบในมือจากมาพร้อมกับความสงสัย แต่ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะไปซักไซ้ไล่เลียงอะไรกับชายหนุ่มได้

 

แม้จะแอบหมายตาและหวังใจว่าจะเข้าไปทำความรู้จักตีสนิทกับเขาให้มากกว่านี้

 

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?”

 

อดที่จะเหลียวหน้ากลับไปมองอีกครั้งไม่ได้  ทั้งสองคนร่วมโต๊ะเดียวกัน แต่หันหน้าเหมือนกับมองไปคนละทาง บางทีอาจจะเป็นความบังเอิญให้มานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน เพราะในตอนเที่ยงวันเช่นนี้ที่ฟู้ดเซ็นเตอร์แน่นไปด้วยผู้คน จนแทบไม่มีที่นั่ง

 

แต่คนอย่างภูวฤทธิ์ นั่งร่วมโต๊ะกับผู้หญิงแปลกหน้าก็ได้งั้นหรือ เขาดูไม่ใช่คนง่ายๆ สบายๆ แบบนั้น ที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นสวยเสียด้วยสิ...เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าหล่อนเป็นใครกัน

 

ดวงตาคมมองหญิงสาวที่นั่งปั้นหน้าเฉยเมยไร้อารมณ์ หลังจากกานต์จิราจากไป

 

“คุณคงไม่ว่าอะไรนะ ที่ผมไม่แนะนำคุณให้เธอรู้จัก”

 

“ไม่หรอกค่ะ”

 บัวชมพูฝืนยิ้ม หันมองไปอีกทาง

 

เพียงแค่มันทำให้เธอรู้สึกแย่นิดหน่อย แต่ไม่ใช่ที่ภูวฤทธิ์ไม่ได้แนะนำเธอกับคนรู้จักของเขาหรอก แต่เป็นเรื่องภีรภัทรต่างหากล่ะ

 

ทำไมเขาต้องปิดบังว่ามีน้องชาย คล้ายกับจะบอกเป็นนัยว่ายังไม่ได้ยอมรับลูกชายของเธอเป็นทายาทอัครเดชาชาญอีกคนหนึ่ง

 

“ผมคิดว่านี่ไม่ใช่เวลาเหมาะนักที่จะแนะนำคุณกับนายภีมให้ใครๆ รู้จัก”

 

คนสวยตรงหน้ายิ้ม พร้อมกับยักไหล่

 

“ฉันไม่ซีเรียสหรอกค่ะ ใครจะไม่รู้จักฉันก็ไม่เป็นไร ขอเพียงคุณยอมรับว่าตาหนูเกี่ยวข้องกับคุณด้วยฐานะอะไรก็พอ”

 เธอย้ำประโยคที่ทำให้เขารู้สึกจี๊ดๆ หัวใจขึ้นมานิดหนึ่ง

 

“ไม่ต้องห่วง ผมกับนายภีมดูท่าจะเข้ากันได้ดี”

 

และออกจะดีเกินไปเสียด้วยซ้ำในสายตาเธอ ดูแต่เขาตามใจจนบัวชมพูเกรงว่าต่อไปลูกจะไม่ฟังเธอ อ้อนออดแต่กับพี่ฤทธิ์

 

“แต่ฉันไม่อยากให้คุณตามใจแกเกินไป เพราะมันจะทำให้แกเสียคน” เธอวกกลับมาเรื่องที่คุยค้างกันอยู่

 

“มันเป็นวิธีที่ผมจะตีสนิทกับน้องนี่นา เด็กชอบให้ตามใจ พอใครตามใจเข้าหน่อย ก็จะติดคนนั้นแจ ส่วนคุณเป็นแม่มีหน้าที่คอยสั่งสอนอบรม อะไรดีก็ส่งเสริม อะไรไม่ถูกไม่ดี ไม่ควรก็ต้องห้ามปราม”

 

คนพูดยิ้มร้ายๆ ยิ้มที่ทำให้เธอไม่ชอบใจนัก ยิ้มที่เหมือนกับบอกว่าเธอเป็นสาวแก่ขี้กังวลจนเกินเหตุ ก่อนจะลุกเดินไปที่บอลแลนด์

 

“แล้วทำไมต้องให้ฉันเป็นนางยักษ์ในสายตาลูกด้วยล่ะ”

เธอพึมพำตามหลังไป มองผู้ชายที่เดินหน้าระรื่นเข้าไปหาภีรภัทรที่กำลังเล่นสนุกอยู่อย่างเคืองๆ

 

หญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะตามเดิม สายตาจับจ้องมองชายหนุ่มที่เกาะตาข่ายกั้นโซนบอลแลนด์ดูภีรภัทรเล่นสนุกสนาน หากใครไม่รู้คงคิดว่าเป็นพ่อลูกเสียมากกว่าจะเป็นพี่กับน้อง นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่อยากแนะนำเธอกับภีรภัทรให้ใครต่อใครรู้จักฐานะที่แท้จริง บัวชมพูพยายามเข้าใจ

 

“ขอโทษนะครับ ตรงนี้ว่างรึเปล่าครับ?”

 

เธอเงยหน้าขึ้นมองคนถาม ก็เห็นชายหนุ่มอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับภูวฤทธิ์ กำลังถือจานอาหารและแก้วน้ำ  ในฟู้ดเซ็นเตอร์ที่แน่นขนัดในตอนกลางวัน เขาคงจะหาที่นั่งไม่ได้ เมื่อคนที่นั่งไม่อยู่ เก้าอี้ว่าง เธอก็ควรจะแสดงน้ำใจ เพราะนี่เป็นที่สาธารณะ

 

“เชิญนั่งค่ะ”

 

หนุ่มมาใหม่จัดแจงวางอาหารจานด่วนพร้อมเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ ก่อนจะขยับเก้าอี้นั่ง

“ขอบคุณน่ะครับ แล้วคุณไม่ทานอะไรหรือครับ?”

 

“อ๋อ ฉันไม่หิวค่ะ”

 

“รักษารูปร่างหรือครับ สาวๆ สมัยนี้กลัวอ้วนกันจัง แฟนผมก็คนหนึ่ง ชวนทานอะไรก็ไม่ทาน แต่ทีซื้อกระเป๋ารองเท้า เท่าไหร่เท่ากัน"

 

บัวชมพูเพียงยิ้มให้ ไม่โต้ตอบอะไร ไม่นานนักภูวฤทธิ์ก็อุ้มน้องชายเดินกลับมา หน้าตึงๆ ดวงตาขุ่นเขียวทำให้เธอสงสัยว่าพลาดช็อตเด็ดอะไร หรือลูกชายไปทำให้ชายหนุ่มโกรธหรือเปล่า?

 

“ลุกขึ้นเร็วสิคุณ”

น้ำเสียงห้วนออกคำสั่งอย่างวางอำนาจนิดๆ

 

“จะไปไหนกันคะ?”

 

“ไปซื้อของเล่นให้ลูกน่ะสิ”

 หางตาแลเหลือบไปถึงหนุ่มร่วมโต๊ะกับหญิงสาว ที่ส่งยิ้มมาให้

 

อาการแบบนี้ผู้ชายด้วยกันมองก็รู้ดูก็ออก...ว่าหึง ก็สมควรแฟนออกจะสวยปล่อยให้นั่งอยู่คนเดียวให้คนเข้าใจผิดได้

 

“แต่ของเล่นตาภีมมีเยอะแล้วนะคะ ฉันคิดว่า...”

 

“ผมบอกให้ลุกไงล่ะคุณบัวชมพู หรือคุณจะนั่งอยู่นี่ก็ตามใจนะ”

น้ำเสียงเร่งเร้า บัวชมพูรีบคว้ากระเป๋าถือขึ้นมา

 

“ขอตัวก่อนนะคะ”

 

เสียงหวานที่ได้ยิน ทำให้ใบหน้าตึงๆ ยิ่งบึ้งเข้าไปใหญ่ ทำไมเขาจะไม่เห็น ว่าพอเขาลุกไปได้ไม่นาน แม่เลี้ยงหน้าหวานของเขาก็คงจะสอดส่องสายตาหาหนุ่มๆ และก็มีเหยื่อหลงกลได้ไม่ยาก ภูวฤทธิ์หันมาหน้าบึ้งๆ พร้อมยื่นตัวภีรภัทรส่งให้เธอ

 

“เอ้า! อุ้มลูกด้วย”

เขาจงใจพูดเสียงดังให้คนได้ยินกัน ว่าเจ้าหล่อนหน้าใสนั้น ไม่ได้โสด...สด...ซิง...แต่มีลูกชายตัวโตเบ้อเร้ออยู่แล้ว

 

บัวชมพูรีบรับแทบไม่ทันกลัวลูกชายจะหัวทิ่มพื้นเสียก่อน พร้อมนึกประหลาดใจที่จู่ๆ เขาก็โยนภาระหน้าที่นี้มาให้เธอ และเป็นฝ่ายดึงกระเป๋าถือของเธอไปหิ้วให้แทน แต่คนเดินนำหน้ากลับแอบยิ้มร้ายๆ อย่างพอใจ

 

อย่าเชียวนะ...อย่าเชียว...ที่เธอจะมาทำอ่อยเหยื่อ หว่านเสน่ห์ไอ้หนุ่มหน้าไหนให้เขาเห็น ความรู้สึกไม่พอใจหมั่นไส้พุ่งพรวดขึ้นมาทันทีอย่างไม่มีปี่มี่ขลุ่ย

 

ในเมื่อเคยคิดจะสบายจับชายแก่คราวพ่อเป็นสามีแถมยังปล่อยให้ตัวเองท้องตั้งแต่ยังสาวหวังเป็นคุณนายนอนกินนอนใช้เงินของพ่อเขาสบายๆ มันก็ต้องแลกกัน  บนโลกไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ บัวชมพูจึงยังทิ้งภีรภัทรไปได้ในตอนนี้ไม่ได้

 

ตอนที่เขาเห็นว่ายังไม่เหมาะไม่ควร แม้จะคิดไว้แล้วว่า สักวันเธอต้องออกไปจากบ้านเขา แต่เธอจะไปแค่ตัวเปล่าเท่านั้น ไม่มีวันจะได้อะไรออกไปด้วยเด็ดขาด แม้แต่ลูกชายก็ตาม


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #17 150221 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 10:46
    เกิดอาการหวงซะงั้น
    #17
    0
  2. #1 dekbanna (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 19:59


    หวงแทนน้องใช่มั้ยนายภู

    #1
    1
    • #1-1 รัชริล(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2561 / 20:35
      คุณฤทธิ์ยังไม่รู้ตัวค่า ^^
      #1-1