เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 11 : คำขอร้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    21 มี.ค. 61

 

“ได้สิคะ”

 บัวชมพูพยักหน้ารับ เพื่อลูกชายแล้วเธอยอมเสียสละได้มากกว่านี้เสียอีก

 

“ขอบคุณที่เข้าใจ ผมคงจะรบกวนคุณสักพักหนึ่ง ถ้าหากนายภีมคุ้นเคยกับผม หรือคนอื่นๆ แล้ว คุณก็จะเป็นอิสระ”

 

คำพูดแปลกๆ ของเขาทำให้คิ้วเรียวเหนือดวงตาหวานสวยขมวดย่นอีกหน

 

“อิสระ...อิสระอะไร?”

 

เพราะเธอไม่เคยคิดว่าการเลี้ยงดูภีรภัทรริดรอนเวลาส่วนตัวไป นั่นอาจจะเพราะว่าเธอทำเช่นนี้มาถึงห้าปีเต็ม และก็รักใคร่ผูกพันเหมือนเด็กชายเป็นลูกของเธอจริงๆ

 

ภูวฤทธิ์มองหน้าคนถามเสียงห้วนอย่างหมั่นไส้นิดๆ ที่หญิงสาวทำเป็นไร้เดียงสาไม่เข้าใจที่เขาพูด

 

“ก็อนาคตของคุณไงล่ะ ถ้าหากว่าคุณอยากแต่งงานใหม่ หรือมีสามีใหม่ ผมไม่ได้ห้ามปรามและไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ”

คำพูดนั้นทำเอาคนฟังหน้าชาเลยทีเดียว

 

แล้วเขาจะมามีปัญหาอะไรได้ หรือคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ห้ามปรามเธอได้งั้นหรือ?

 

ถึงเขาจะเชื่อว่าเธอเป็นภรรยาของคุณภูมิชาติ และเป็นแม่เลี้ยงของเขาจริงๆ แต่ผู้ชายตรงหน้านี่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาบงการชีวิตเธอ

 

“ผมอยากให้คุณรอหลังจากที่นายภีมโตกว่านี้สักหน่อย อย่างน้อยก็อีกสักสี่ห้าปี คงไม่นานเกินรอหรอกนะ”

 

....สำหรับแม่สาวไวไฟอย่างเธอ

 

บัวชมพูอึ้งแล้วอึ้งอีกไป เมื่อเห็นรอยยิ้มหมิ่นๆ ที่มุมปากหยักนั่น เธอไม่คิดว่าภูวฤทธิ์มีสิทธิ์ที่จะแนะนำเธอเรื่องนี้...เขาคงจะคิดว่าการที่เธอยอมพาภีรภัทรมาอยู่ที่นี่ก็เพราะตั้งใจจะทิ้งภาระไว้ให้กับเขา

 

ดวงตาสวยหวานลุกวาว จ้องคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ

 

“ไม่ว่าดิฉันจะแต่งงานใหม่หรือมีสามีใหม่...ยังไงตาหนูก็ยังเป็นลูกชายของดิฉัน  คุณไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ว่าฉันจะทิ้งภาระให้คุณเลี้ยงแกคนเดียว...ฉันมีความรับผิดชอบพอ ถ้าเรื่องนี้ทำให้คุณเป็นกังวลจนนอนไม่หลับ ก็สบายใจได้เลย ฉันจะไม่มีวันทิ้งลูกของตัวเองเด็ดขาด...ถ้ามีเรื่องจะคุยด้วยแค่นี้ ฉันขอตัวนะคะ”

ร่างบางผุดลุกพรวด ก่อนจะสะบัดก้นเดินผ่านหน้าเขาไป

 

ภูวฤทธิ์หน้าค้างก่อนจะเหลียวมองตามหลังร่างที่ตะบึงตะบอนจากไป...เธอไม่น่าจะโกรธเคืองในเมื่อเขาพูดเรื่องจริง

 

 ตัวเธอเองก็ไม่ปฏิเสธเรื่องที่คิดแต่งงานหรือมีสามีใหม่ การที่เธอมีปฏิกริยาเช่นนี้นั่นอาจเป็นเพราะคำพูดของเขาคงไปจี้โดนใจดำเธอเข้าสินะ

 

“ไว้จะคอยดูก็แล้วกัน”

 น้ำเสียงเยาะหยันอย่างไม่เชื่อน้ำหน้าเอ่ยลอยๆ ตามหลังไป แม้จะรู้ว่าเธอไม่ได้ยินก็ตามที

 

 

“คนบ้าเอ๊ย! ตามฉันลงไปเพราะจะพูดเรื่องนี้เองหรอกหรือ?”

 

คนตะบึงตะบอนกลับเข้ามาในห้องนอนบ่นงึมงำ เดินเลยไปยังห้องน้ำ เพื่อจะแปรงฟันแล้วเข้านอนเสียที วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเยอะเสียจนเธอตั้งตัวไม่ทัน

 

ภูวฤทธิ์คิดอะไรอยู่...เขาคิดว่าเธอมาที่นี่ก็เพราะคิดจะทิ้งภีรภัทรให้เขาเลี้ยง เพื่อที่เธอจะได้ไปหาสามีใหม่อย่างงั้นหรือ ดูท่าผู้ชายคนนี้คงไม่เคยคิดดีๆ กับเธอเลยกระมัง

 

มือเรียวหยิบเอาหลอดยาสีฟันมาบีบลงบนแปรง เงยหน้ามองกระจก แล้วต้องตกใจ เมื่อเห็นคราบนมสีขาวเคลือบอยู่เหนือริมฝีปาก

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

 

 นี่เธอคุยกับเขาด้วยหน้าตาแบบนี้อยู่ตั้งนานสองนานเชียวหรือ?

 

มิน่าเธอเห็นท่าทางเหมือนกลั้นหัวเราะอยู่แว่บหนึ่ง แต่เขาก็ไม่คิดจะบอกเธอเลย คงเห็นเธอเป็นตัวตลกในสายตาสินะ

 

ความโกรธกรุ่นในตัวชายหนุ่มยิ่งเพิ่มขึ้นพร้อมความอับอาย

 

บัวชมพูวักน้ำขึ้นล้างคราบนมออก

“คนบ้า จะบอกกันหน่อยก็ไม่ได้”

 

ยิ่งนึกถึงท่าทางกลั้นขำ จนดวงตาคมไหวระยิบของชายหนุ่มแล้ว เธอก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างสบายใจและสงบสุขนักหรอก

 

แต่เพื่อภีรภัทร...เพื่อลูกชายของเธอ บัวชมพูบอกกับตัวเองให้อดทนจนถึงที่สุด

 

 

 

“จะไปไหนน่ะตาหนู...ตาหนู”

 

เสียงหลงร้องเรียกลูกชายเอาไว้ เพียงแค่เธอเปิดประตู ภีรภัทรที่หอบตุ๊กตาเจ้านีโม่ที่ติดแจวิ่งแจ้นออกจากห้องไป  พอยื่นหน้ามองตามไป ก็เห็นเจ้าตัวจ้อยกำลังกระยื้อกระแหย่งพยายามจะเปิดประตูห้องที่อยู่ติดกัน

 

“อย่านะลูก”

 

ร่างบางในชุดนอนหมีพูห์ถลันตัวตาม พร้อมกับร้องห้าม แต่ไม่ทันเมื่อภีรภัทรไวปานปรอทวิ่งเข้าไปในห้องของภูวฤทธิ์เสียแล้ว เธอยืนอยู่หน้าประตูที่เปิดค้างไม่กล้ารุกล้ำเข้าไปภายใน และก็ไม่กล้าส่งเสียงดังปรามลูกชายที่กำลังกระโดดขึ้นเตียงหลังใหญ่ พร้อมกับแผดเสียงดังลั่น

 

“พี่ฤทธิ์ตื่น...พี่ฤทธิ์ตื่น”

 

“ตาหนู”

 หญิงสาวหน้าเสียเกรงชายหนุ่มจะลุกขึ้นมาดุเอาได้ ลืมตัวเดินเข้ามาหมายจะคว้าตัวลูกชายพากลับห้อง แต่ดูท่าจะไม่ทันการ เมื่อเจ้าของห้องตื่นขึ้นมาเสียแล้ว

 

“อะไรกันเนี่ย?”

ผู้ชายตัวโตเหมือนหมีงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ง่วงงุน

 

บัวชมพูชะงักค้าง เมื่อเห็นแผงอกแน่นล่ำเปล่าเปลือยที่พ้นชายผ้าห่มมา

 

 “พี่ฤทธิ์”

 นายตัวยุ่งโถมตัวเข้าไปหาคนตื่นใหม่เสียเต็มรัก จนหงายหลังผึ่งลงไปด้วยกัน

 

หญิงสาวได้แต่ยืนอ้าปากค้าง จะห้ามก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว

 

“รีบตื่นเร็ว...ไหนพี่ฤทธิ์สัญญาว่าจะพาหนูไปเที่ยว”

 

เจ้าตัวจ้อยที่นั่งคร่อมอยู่บนตัวทวงคำสัญญา คนเป็นพี่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งทีเดียวถึงได้นึกออกว่าไปสัญญิงสัญญาอะไรเอาไว้

 

“กี่โมงแล้วนี่?”

 

ดวงตาเหลือบไปมองยังหัวเตียง แล้วพบว่ายังไม่ทันจะแปดโมงเช้าดีเสียด้วยซ้ำ

 

“อื้ม! แปดโมงอยู่เลย”

เขาพึมพำ

 

“ตื่นเถอะน๊า...พี่ฤทธิ์ตื่นเถอะ ไปเร็วๆ จะได้เล่นหลายๆ อย่าง”

มือเล็กละจากตุ๊กตานีโม่ฉุดแขนคนตัวโตกว่าให้ลุกขึ้นมา

 

“ตาหนู”

 เสียงกระซิบเข่นเขี้ยวปรามลูกชาย จะดุก็ไม่เต็มเสียงนัก ใบหน้าคร้ามหันมามอง

 ถึงได้เห็นว่าแม่เจ้าหนูในชุดนอนหมีพูห์ก็อยู่ในห้องนอนของเขาด้วย ใบหน้าขาวใสของคนเพิ่งตื่นใหม่ผมยาวสีดำขลับเคลียข้างแก้มสีแดงระเรื่อหลบตาเขาวูบ

 

“ขอโทษค่ะ พอฉันเปิดประตูห้อง ตาหนูก็วิ่งมาห้องคุณเลย ห้ามไม่ทัน”

เสียงอ่อยของคนก้มหน้าก้มตาบอก

 

ภูวฤทธิ์ลุกขึ้นนั่งอยู่กลางเตียง ผงกหน้า

 

“ผมสัญญากับแกไว้เองแหละ”

 

“เห็นไหมแม่บัว พี่ฤทธิ์จะพาหนูไปเที่ยว”

ภีรภัทรหันมาบอกเสียงแจ๋วๆ

 

“ผมขอตัวอาบน้ำแป๊บหนึ่งนะ”

 สายตากวาดมองคนในชุดนอนเหมือนกัน

 

“คุณเองก็คงอยากไปอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนชุดก่อนกระมัง อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่โต๊ะอาหารข้างล่างนะ”

 

 ว่าแล้วก็ช้อนเอาไอ้ตัวเล็กออกจากตัว ก้าวลงจากเตียง บัวชมพูหลบสายตาแทบไม่ทัน ภูวฤทธิ์ทันเห็นท่าทางเก้อกระดาก พร้อมแก้มนวลขาวเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อนิดๆ ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยหลบหน้าหรือหลบตาเขา แถมยังตีฝีปากต่อคำไม่ลดละ

 

จึงก้มมองตัวเองแว่บหนึ่ง

 

นี่เธออายงั้นหรือ?...อายที่เห็นผู้ชายเปลือยเปล่า

ทำท่าทางราวกับสาวน้อยไร้เดียงสา


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น