เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 10 : อยู่ร่วมบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    21 มี.ค. 61




“นั่นใครน่ะ?”

 

เสียงที่ดังขึ้นข้างหลัง ทำคนที่ยืนอยู่หน้าตู้เย็นแอบกินขนมสะดุ้งโหยง จนเกือบทำนมกระฉอกหกใส่ชุดนอน

 

ไฟในห้องครัวสว่างพรึบ ร่างบางหมุนขวับกลับมาเบิกตาโพลง มองคนที่มาขัดจังหวะการกินของตัวเอง แล้วก็ต้องประหลาดใจไม่น้อยเมื่อเห็นภูวฤทธิ์ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า

 

ดวงตาคมจ้องใบหน้านวลเป๋อเหลอ คราบของเหลวสีขาวเปรอะรอบริมฝีปากด้านบน เขาเดาว่าคงจะเป็นนมจืดที่เธอถืออยู่ในมือ หน้าตาท่าทางเหมือนเด็กแอบกินขนมแล้วถูกจับได้ไม่มีผิด

 

ชายหนุ่มรีบเม้มปากแน่นด้วยเกรงจะหลุดหัวเราะเพราะความขบขันออกมา หน้าตาท่าทางของเธอตอนนี้ดูตลกชะมัด แต่ก็น่ารักดี

 

น่ารักอย่างงั้นหรือ?

 

สำหรับผู้หญิงที่จับผู้ชายแก่คราวพ่อเป็นสามี และปล่อยตัวเองตั้งท้องเป็นแม่คนตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปี  คำว่าน่ารักคงไม่เหมาะกับเธอนักหรอก...น่ารักเหมาะกับผู้หญิงซื่อใสไร้เดียงสา

 

แต่ผู้หญิงตรงหน้าแม้ว่าจะมีใบหน้าใสอ่อนเยาว์ที่คงจะหลอกล่อให้ใครต่อใครเข้าใจผิดได้ไม่ยาก แต่เธอไม่มีทางซื่อใสไร้เดียงสาแน่

 

ดวงตาคมวาดกวาดมองร่างโปร่งบางที่ซุกซ่อนอยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายแขนยาวขายาวสีเหลืองลายหมีพูห์ที่บัวชมพูสวมใส่อยู่

 

มันออกจากผิดคาดสักหน่อย แม้ไม่เคยคิดคาดการณ์มาล่วงหน้าว่าผู้หญิงคนนี้จะใส่ชุดนอนยังไง แต่ถ้าให้ภูวฤทธิ์คิดเอา มันก็ไม่มีทางจะใช่ชุดที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้แน่ๆ

 

และ เมื่อกวาดตากลับมามองใบหน้าขาวผ่องนวลเนียนใสล้อมกรอบด้วยพวงผมยาวสลวยสีดำสนิทที่ถูกปล่อยตามธรรมชาติ ถ้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเขาอาจจะเข้าใจว่าเธอยังเป็นเด็กสาวที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ก็เป็นได้

 

สายตาที่กวาดมองขึ้นลงคล้ายจับผิด ทำให้คนถูกมองเริ่มอึดอัด

 

“พอดีฉันหิว ก็เลยลงมาหาอะไรทานค่ะ”

น้ำเสียงเบาพอให้ได้ยินกันสองคนอ้อมแอ้มตอบไป

 

ก็สมควรล่ะ...ถึงเวลาอาหารไม่ยอมลงมาทาน ทำเป็นเล่นตัว คิดว่าเขาจะงอนง้ออย่างนั้นหรือ? ไม่มีทาง ความสำคัญที่ทำให้เธอได้เข้ามาอยู่ในบ้านนี้

 

ก็เพราะเป็นมารดาของภีรภัทรหรอก ไม่ใช่ในฐานะอดีตเมียลับๆ ที่บิดาเขาซุกซ่อนเอาไว้ เขาจึงไม่จำเป็นต้องแคร์หรือให้ความสำคัญอะไรมากมาย

 

ไม่มีคำพูดใดๆ จากเขา ความเงียบในห้องครัวท่ามกลางการเผชิญหน้าตามลำพังทำให้บัวชมพูเริ่มอึดอัด หญิงสาวปิดฝาขวดนมและเก็บกล่องคุ้กกี้นำเอากลับไปเก็บในตู้เย็นเพื่อจะกลับขึ้นไปนอน

 

 ตอนนี้กระเพาะเธอมีอะไรให้ย่อยแล้วนี่นา แต่ก่อนที่ร่างบางจะเดินออกไปจากในห้องครัว กลับถูกคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ

 

“เดี๋ยวสิ ผมขอคุยกับคุณหน่อย”

 เสียงทุ้มเอ่ยทักท้วงไว้ เพราะไม่อยากให้ผู้หญิงตรงหน้านี่เลี่ยงเขาเร็วเกินไป

 

คุย...คุยเรื่องอะไร? เธอคิดว่าเรื่องจำเป็นที่เธอกับเขาต้องคุยกันนั้น ตัวเองได้พูดออกไปหมดแล้ว

 

ดวงตากลมสวยดำขลับก้มลงมองมือใหญ่ที่จับแขนเธอ นั่นแหละเขาถึงยอมปล่อย

 

“ว่าไปสิคะ...คุณมีอะไรจะคุยกับฉัน”

กลีบปากเล็กสวยขยับ เจ้าตัวยังคงไม่รู้ว่ามีคราบนมสีขาวติดรอบกลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ แว่บหนึ่ง มันทำให้เขารู้สึกอยากดื่มนมขึ้นมา

 

แต่ก่อนที่ความคิดจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลบัวชมพูก็เดินนำไปนั่งลงที่โต๊ะในห้องครัว เพื่อเว้นระยะห่างระหว่างกัน  แต่ภูวฤทธิ์เลือกจะยืนกอดอกอิงสะโพกที่กรอบประตูห้องครัว

 

“เรื่องการเลี้ยงดูนายภีม ผมไม่รู้ว่าคุณเลี้ยงแกมายังไง?”

 

“แล้วมันมีปัญหาอะไรหรือคะ?”

เธอนึกฉงนว่ามันสำคัญถึงขนาดให้เขาต้องย่องเบาตามมาคุยกับเธอที่นี่เลยหรือไร เธอไม่ค่อยเข้าใจ และก็ไม่ไว้ใจบรรยากาศ เพราะบนคฤหาสน์หลังโตนี่มีเพียงเธอ กับเขา

 

และภีรภัทรที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้างบนเท่านั้น คนทำงานในบ้าน ไม่ว่าจะแม่บ้าน เด็กรับใช้ คนรถ คนสวน มีเรือนพักแยกอยู่ข้างหลังบ้าน และจะขึ้นมาที่ตึกใหญ่ในเวลากลางวันเท่านั้นตามที่เขาบอกเธอเมื่อตอนหัวค่ำ

 

“ผมรู้สึกว่าแกมีนิสัยกระเดียดไปทางผู้หญิง”

 

หัวคิ้วเรียวสวยนั่นขมวดชิด ดวงตาหวานหรี่ลง แววขุ่นมัวบ่งบอกว่าไม่พอใจกับคำพูดของเขา

 

บัวชมพูมั่นใจว่าเธอเลี้ยงดูลูกมาอย่างดี ให้ภีรภัรเป็นเด็กเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย มีสัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน แต่กลับมีคนบางคนมองลูกชายเธอเป็นตุ๊ดเสียได้

 

“นั่นอาจจะเพราะแกคลุกคลีอยู่กับแม่ และก็แวดล้อมด้วยผู้หญิงมากไป”

 

“แต่ฉันไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น”

เสียงแข็งแย้งกลับไป

 

ภูวฤทธิ์หรี่ตาลง ส่ายหน้านิดๆ ก็คงไม่มีใครยอมรับหรอกว่าตัวเองเลี้ยงลูกให้ผิดเพศ

 

“เอาเถอะ มันไม่ใช่เรื่องที่เราควรมาเถียงกัน ผมเข้าใจว่าก่อนหน้านั้นแกคงไม่มีต้นแบบให้ดูมากนัก คุณบอกเองไม่ใช่หรือว่าคุณพ่อผมไปพบแกแค่เดือนละสองสามครั้ง”

บิดาของเขาช่างใช้เมียสาวไม่คุ้มค่าเลยเสียจริงๆ

 

“ผมอยากมีส่วนในการเลี้ยงดูนายภีมให้มากกว่าที่คุณพ่อเคยทำ แต่แกติดคุณมาก ดูจากตอนทานมื้อค่ำ แกไม่ยอมลงมา และร้องแต่จะกลับไปหาคุณบนห้อง”

 

 นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกขัดเคืองนักที่หญิงสาวไม่ยอมมาร่วมโต๊ะด้วย และภีรภัทรก็เอาแต่ถามถึงแม่ของแกไม่หยุดปาก ในขณะที่เขากำลังต้องการทำความคุ้นเคยกับน้องชายตัวเองให้มาก

 

“คุณอาจจะอึดอัดใจที่เราต้องเผชิญหน้ากัน เพราะไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน และการมาของคุณมันก็ค่อนข้างจะ...”

เขาหยุดคำพูดไว้ทัน

 

ดวงตาสวยของหญิงสาวทอประกายขึ้นมา เธอต้องการให้เขาพูดให้จบ

 

แต่ภูวฤทธิ์ก็เว้นคำว่า... ยอมรับได้ยาก เอาไว้

 

“นั่นแหละ ผมอยากให้คุณให้ความร่วมมือกับผมในการเลี้ยงดูนายภีม”

 

และในที่สุดเขาก็ตัดบท ไม่ยอมพูดอะไรที่ค้างไว้ ทำให้คนรอฟังนึกเคืองใจ

 

“ยังไงคะ?”

 

“เช่น ผมอาจจะไปรับไปส่งแกที่โรงเรียน หากมีเวลา หรือว่าพาแกไปเที่ยวในวันหยุด ทำกิจกรรมร่วมกันจะได้คุ้นเคยกับแกได้เร็วขึ้น”

 

“ดิฉันก็ไม่คิดจะห้ามอะไร?”

 

“ผมอยากให้คุณอยู่ด้วยกัน ร่วมทำกิจกรรมไปกับแก เพราะนายภีมติดคุณแจ และแกไม่ยอมแยกจากคุณ”

นั่นต่างหากล่ะที่เขาอยากบอกเธอ



ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น