ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 : ลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 มี.ค. 61

T
B

ตอนที่4

Writer:K.M.Kittiya

 

“ขอบคุณมากนะครับ”

ร้านพืชพรรณดอกไม้เล็กๆเริ่มทยอยปิดไฟทีละดวง ผมและพนักงานอีกคนก็ช่วยกันเก็บดอกไม้ด้านนอกเข้ามาพักด้านในร้าน ผมมักจะปิดร้านตั้งแต่ทุ่มนึงเสมอเพราะควรจะไปทำอะไรข้างนอกบ้าง อยู่แต่ในร้านก็ไม่ได้มีความสุขเสมอไป

“งั้นผมกลับก่อนนะครับพี่”

เสียงทิม ลูกน้องพาร์ทไทม์เอ่ยลาผมก่อนจะถอดผ้าคลุมออกและพับเก็บอย่างเป็นระเบียบ ผมคงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกลับขนาดนั้นเพราะบ้านของผมอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ เข้าซอยไปนิดหน่อยก็ถึงแล้ว

“ขับรถดีๆล่ะ”

ว่าแล้วผมก็ถอดผ้าคลุมออกพับบ้าง หลังจากนี้คงจะต้องไปผ่อนคลายซักหน่อยแล้ว

            แนะนำตัวอีกที ผมชื่อคลาร์ก เคนท์ เจ้าของร้านดอกไม้ธรรมดาๆคนหนึ่ง บ้านอยู่ในซอยเล็กๆ อยู่ตัวคนเดียว โสดมานานและไม่มีวี่แววจะหาคู่ชีวิต

            มีอีกเรื่องที่ไม่ค่อยได้บอกใคร คือผมปลื้มนักธุรกิจคนหนึ่ง เขาชื่อว่าบรูซ เวยน์ แม่เจ้าทั้งชีวิตไม่เคยปลื้มใครขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ชอบเวลายิ้ม อาห์ ตาสีฟ้านั่น น่ารักอย่างบอกไม่ถูก เรียบง่าย สุขุม มีเสน่ห์ไปอีกแบบ นี่ผมไม่ใช่เกย์นะยังชอบขนาดนี้

            ผมจ้างให้สตีฟวาดรูปบรูซใส่กรอบให้เรียบร้อยแล้วแขวนไว้ผนังบ้าน นี่ผมคงไม่ได้โรคจิตไปถูกมั้ย

“เฮ้อ”

ผมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปขับจักรยานยนต์คู่ใจ ก่อนที่จะกลับบ้าน...แวะไปบาร์หน่อยจะดีกว่า

            ขับรถมาได้ประมาณห้านาทีกว่าก็ถึงบาร์เล็กๆที่อยู่ในซอย ผมจอดรถในมุมมืดๆเพื่อกันพวกนักเลงจะมาทุบรถ เสียงกีต้าร์และนักร้องดังทะลุกระจกแก้วหน้าร้านออกมาเล็กน้อย ร้านนี้เป็นร้านที่ไม่เหมือนบาร์ที่ไหน มันสงบ มีบริการมากมาย นั่งได้ทั้งริมเคาน์เตอร์และห้องส่วนตัว

            ด้านในคนแน่นไม่น้อย แสงไฟนีออนสีน้ำเงินและชมพูฉาบห้องจนเห็นอะไรไม่ค่อยชัด ปกติผมจะมีที่ประจำที่เจ้าของร้านรู้ ผมจึงตรงดี่เข้าไปทันที ก่อนจะพบว่ามีคนมานั่งซ้อนซะแล้ว

อะไรเนี่ย แย่งกันซะได้

ผมบ่นเบาๆในใจ มองคนที่นอนฟุบที่ประจำของมอย่างไม่สบอารมณ์นักก่อนจะพบว่านั่นไม่ใช่ใคร บรูซ เวยน์!

“บะ-บ้าน่า คุณบรูซไม่น่าจะมานั่งในบาร์ธรรมดาๆแบบนี้นี่ เฮ้! คุณ-

ผมตาเป็นประกาย ใจสั่นลุกลี้ลุกลนไปหมดและกำลังจะทักทายคนในฝัน แต่ทว่ากลับมีคนกระชากแขนผมไว้ก่อน

“อย่างเพิ่งเข้าไป! ถ้าหมอนั่นตกใจต้องหนีไปที่อื่นแน่นอนเลยล่ะ!

“ฮาล! นายมาทำอะไรที่นี่?”

ผู้ชายผมสีน้ำตาลนัยน์ตาสีเขียวหน้าบ้านๆนี่ชื่อฮาล เขาเป็นเพื่อนผมคนนึงและเป็นตำรวจภาคสนามแต่จะชอบสืบสวนเป็นส่วนใหญ่ ผมก็ยังแปลกใจอยู่ดีว่ามาที่นี่ทำไม และมาขัดจังหวะทำไม

“ก็มาสืบว่าบรูซมันมาที่นี่ทำไมน่ะสิ”

“คุณบรูซเขาจะไปไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายกัน”

ผมชักเริ่มรำคาญ คุณบรูซไม่ใช่คนมีประวัติอะไร ทำไมต้องตามสืบด้วย

“ฉันสงสัยว่าหมอนี่มีนัดกับเจ้าถิ่นแถวนี้เพื่อมาเอาอะไรบางอย่าง นายจะช่วยฉันมั้ยคลาร์ก”

ฮาลยังคงจ้องบรูซไม่เลิกซึ่งนั่นทำให้ผมไม่ค่อยพอใจนัก ผมจึงเลือกที่จะแสดงให้เห็นว่าคุณบรูซบริสุทธิ์

“ไม่ล่ะ แค่นี้”

ว่าแล้วผมก็สะบัดแขนฮาลออกอย่างรวดเร็ว เขาไม่คิดหรอกนะว่าคุณบรูซจะทำอะไรแบบนั้นได้ ว่าแล้วก็เดินตรงดี่ไปโต๊ะที่มีคนสวมชุดสูทนอนฟุบอย่างรวดเร็ว

“อะแฮ่ม”

ผมกระแอมเบาๆเพื่อเรียกให้คนที่ไม่มีสติเงยหน้าขึ้นมองซึ่งก็ได้ผล คุณบรูซค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ สภาพดวงตาปรือไม่กระจ่างกับใบหน้าแดงก่ำที่เห็นได้ชัดทำให้ผมใจสั่นจริงๆนะเนี่ย

“นักธุรกิจคนดังอย่างคุณบรูซเนี่ย ไม่น่าจะมาผ่อนคลายในบาร์ธรรมดาๆแบบนี้นะครับ”

ผมพยายามใช้เสียงหล่อๆเท่าที่มีอยู่ทำให้ตัวเองดูมีเสน่ห์มากขึ้น แต่สำหรับคนเมาคงไม่ได้ช่วยอะไรเลย -*-

“บาร์แบบไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ แล้วคุณเป็นใครถึงมาคุยกับผม”

คุณบรูซตอบผมเสียงเบาเพราะคงพยายามจะคุมสติ ถ้าอย่างนั้นผมก็ควรจะเป็นซุปเปอร์แมนช่วยสาวน้อย(!?)ซักวันนึง

“...คุณเมาหนักมากเลยนะครับ ให้ผมไปส่งกลับคอนโดเถอะ”

ผมไม่ได้จะทำอะไรกับคุณบรูซจริงๆนะ จริงๆน๊ะ!!

“...ผมต้องเชื่อคุณด้วยเหรอ”

บรูซหรี่ตามองผมแบบแปลกๆ ผมเหงื่อแตกผลั่กเหมือนกำลังกุมความลับอะไรไว้อยู่ แต่ยังไงก็ต้องเอาคุณบรูซออกจากสถานการณ์ตอนนี้ให้ได้

“ผมไม่ขอให้คุณเชื่อหรอก แต่ถ้ามีคนเจอคุณในสภาพแบบนี้...ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะเป็นยังไง”

ผมลุกขึ้นยืนและทำเป็นจะเดินหนีไป แน่นอนว่าไม่ได้ไปแบบเร็วๆแน่นอน ผมเชื่อว่าคุณบรูซไม่มีทางยอมให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรอก

“...เดี๋ยว”

เสียงนิ่งๆจากด้านหลังทำให้ผมค่อยๆหันหลังกลับไปแบบมีหวัง

“ว่าไงครับ?”

“...พาผมไปหาห้องพักอยู่ที”

“...คุณพูดว่าห้องพัก”

“ใช่ ห้องพัก”

“คุณอยู่ได้หรอ?”

“...ทุกที่ที่ไม่ใช่คอนโด”

“...เข้าใจแล้วล่ะ”

ผมรีบสาวเท้ากลับไปที่เดิมและยื่นมือไปหาคุณบรูซ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย!

“...”

คุณบรูซมองผมนิ่งๆ ว่าแล้วเขาก็ยืนขึ้น ค่อยๆเดินมาหาผมช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวมาซบลงบนอกใหญ่ๆของผม

ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก...

วา...ผมใจเต้นไม่หยุดเลย นี่คุณบรูซกำลังกอดผมครั้งแรกเต็มฟัดเต็มเหนี่ยว

“เอ่อ...ไหวมั้ยครับ?”

“...”

ไร้เสียงตอบรับ ผมคิดว่าคุณบรูซคงผล็อยหลับไปแล้ว ผมจึงรีบพาเขาขึ้นลิฟต์เพื่อให้รอดสายตาจากตำรวจขึ้นไปยังชั้น3 ชั้นที่มีแต่ห้องพักดีๆ

 

ห้องที่ใหญ่ราวกับห้องประชุมขนาดย่อม เฟอร์นิเจอร์อย่างดีและไฟที่สามารถปรับจากสีเหลืองอ่อนเป็นสีแดงตามจุดประสงค์ทำให้นี่คือห้องพักสำหรับแขกVIP ไม่ต้องถามถึงราคาต่อวัน เอาจริงๆผมไม่จำเป็นต้องเสียเงินกับห้องแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แต่คนตรงหน้าคือคุณบรูซ...ยังไงก็ต้องดูแลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

“หนักเหมือนกันนะครับเนี่ย”

ผมค่อยๆวางร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อลงบนเตียงใหญ่นุ่มและยืนมองพลางคิดว่าต้องทำอะไรต่อ

“ร้อน...”

เสียงงึมงำดังมาจากปากคุณบรูซ ผมเดาว่าคงเพราะกระดุมเม็ดบนแน่นเกินไป ผมจึงรีบปลดเนคไทออกและแกะกระดุมเม็ดบนสองสามเม็ดออกอย่างรวดเร็ว

“สบายขึ้นรึเปล่าครับ?”

ผมถามอย่างสุภาพก่อนะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เตรียมอุปกรณ์ที่จะมาเช็ดตัวให้คนที่นอนบนเตียงอย่างรวดเร็วแล้วตรงมาหาคุณบรูซเช่นเดิม

            กลิ่นวอดก้าบีโลว์คุกรุ่นตรลบอบอวลไปทั่วจากการหายใจอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาร้อนผ่าวจากฤทธิ์วอดก้า หน้าอกที่โผล่ออกมาเล็กน้อยจากการปลดกระดุมช่วยเพิ่มความมีเสน่ห์ขณะนอนหลับ ดูแล้วราวกับท่านชายที่โผล่มาจากนิยายแฟนตาซี

...งดงามราวกับท่านขุนก็ไม่ปานนะครับคุณบรูซ!! >///<’

ผมอดไม่ได้ที่คิดสภาพแบบนั้น ก็แน่สิ! หล่อขนาดนี้จะไม่ให้หลงได้ยังไงล่ะเนอะ

“อือ...”

เสียงครางเบาๆดังขึ้นทำเอาใจผมเต้นผิดปกติ แย่ล่ะ ผมละสายตาจากคนตรงหน้าไม่ได้ ไม่ได้เลยจริงๆ

“...เฮ้ย!

ผมมารู้ตัวอีกทีใบหน้าก็อยู่ใกล้คุณบรูซเต็มทีแล้ว จึงรีบเด้งตัวออกมายืนตรงทันทีราวกับทำอะไรผิดมา

“ไม่ใช่อย่างนี้สิ! ไม่ๆ!

ผมพยายามสู้อยู่กับใจตัวเองหลายครั้งจนกินเวลาไปไม่น้อย แต่ถึงเราทำแบบนั้นไป...ก็ไม่มีใครเสียหายนี่นา

 

“...ทำอะไรน่ะ”

บรูซเริ่มรู้สึกตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ามีคนกำลังปลดกระดุมเขาอีกครั้ง ปลดทุกกระดุมจนรับรู้ได้ถึงอากาศเย็น

“ผมกำลังช่วยเช็ดตัวให้คุณไงครับ”

เสียงทุ้มอ่อนโยนทำให้คนที่มีสติเลือนรางเชื่อถืออย่างง่ายดาย บรูซปล่อยให้คนที่พาเขาขึ้นมาได้จัดการทำความสะอาดร่างกายอย่างไม่ระแวดระวัง เขาคงไม่ต้องสนอะไรอีกต่อไปแล้ว

ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเริ่มสัมผัสจากต้นคอร้อนผ่าว ลูบถูเบาๆหลายครั้งก่อนจะลดลงมาถึงหน้าอกที่กระเพื่อมเชื่องช้าอย่างเบามือ แม้ผิวกายของคนที่นอนนิ่งจะไม่ได้นิ่มหรือนวลมากนัก แต่เพราะความเป็นชายแท้นี่แหละที่ทำให้คลาร์กหลงใหลได้ อีกทั้งยอดอกสีเข้มที่นูนขึ้นเป็นคู่นั่นอีก

“สบายตัวรึเปล่าครับ?”

ร่างใหญ่มองบรูซด้วยแววตาที่ผิดปกติแล้วเลื่อนผ้าชุบน้ำมาถูเบาๆบนยอดอกนั้น ใช้นิ้วมือนวดคลึงมันอย่างชำนาญมือ

“อะ...อื้อ”

เสียงทุ้มแสดงถึงความพึงพอใจเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแดงเรื่อกระจับรูป คลาร์กยกยิ้มเบาๆเมื่อเห็นว่าทางสะดวกแล้ว เขาจึงโยนผ้าผืนนั้นไปให้พ้นทาง  เพราะสิ่งที่เหมาะกับผิวหยาบของคุณบรูซไม่ใช่ผ้าผืนนุ่มผืนไหน...เป็นมือหยาบกระด้างของเขาต่างหาก

“ผมรู้ว่ามันหยาบและไม่สะดวกกับผิวที่เลอค่าของคุณมาก แต่เชื่อสิ...”

ร่างใหญ่ลุกขึ้นและคร่อมคนที่นอนหงายอย่างเบามือจนเตียงนุ่มแทบจะไม่ขยับเขยื้อน พลางริมฝีปากก็ยื่นไปใกล้ใบหูสีแทน

Don’t believe me just watch

ว่าแล้วรูปปากสีเข้มก็เม้มติ่งหูนั้นและดึงมันเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

“อืม...”

มือเล็กคลำหาบางอย่างที่กำลังสัมผสร่างกายเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต คลาร์กเห็นดังนั้นจึงเลื่อนมือมาจับที่ท้ายทอยของเขาเอง จากนั้นจึงหันมาประกบริมฝีปากเบาๆ เริ่มจากความละเมียดละไม ค่อยๆชิมรสชาติแอลกอฮอลล์บนกลีบปากสวยช้าๆ โน้มน้าวให้ริมฝีปากด้านล่างเผยอออกอย่างแนบเนียนอย่างสัมผัสอันอ่อนนุ่ม บรูซที่ไร้สติค่อยแง้มปากออกตามลิ้นนุ่มที่กำลังหาทางแทรกโพรงเข้ามา

ทั้งคู่เริ่มรู้สึกถึงสัมผัสที่เริ่มเปลี่ยนจากหวานเนิบนาบเป็นเร่าร้อนเป็นไฟ จากลิ้นที่นัวเนียเป็นการล่วงล้ำพื้นที่อย่างหวาดเสียวจนยากจะห้ามใจปิดกั้น ฤทธิ์แอลกอฮอลล์แรงเริ่มทำใหบรูซคล้อยตามไปกับกิจกรรมเร่าร้อนที่กำลังเริ่มต้น มือที่อยู่บนท้ายทอยของอีกคนเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข

            ลิ้นใหญ่สอดลึกเข้าไปในโพรงปากด้านหน้า หยอกล้อกับลิ้นนุ่มของอีกคนจนแทบไม่ได้หายใจ จาบจ้วงเอารสแอลกอฮอลล์หวานฉ่ำแลกเปลี่ยนกันจนพึงพอใจ มือหยาบของร่างใหญ่เริ่มเลื้อยลงไปถึงกางเกงสูทที่รัดติ้วบางอย่างไว้ของบรูซพลางลูบคลำสิ่งที่นูนขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจจนร่างเล็กสะดุ้งโหยงและผละจูบออกมาเสียเอง

“ฮ่า...เดี๋ยวสิ”

มือของร่างเล็กที่อยู่ท้ายทอยลูบไล้ลงมาที่เสื้อเชิ้ตรัดตัวของคลาร์ก ลูบไล้แผ่นอกหนาด้วยแววตาปราถนายิ่งกว่าสิ่งอื่นได้ คลาร์กยกยิ้มแล้วจูบบนริมฝีปากบางเบาๆเป็นการตอบรับ ก่อนที่สิ่งนั้นจะเริ่มขึ้น

But the night is still young…

 

 

 

            ไม่ดึกเกินไปที่จะทำมื้อเย็นเลยจริงๆสำหรับสองหนุ่มวัยกลางคนที่กำลังผลัดกันท้องร้องเสียงดัง โทนี่นั่งเล่นมือถืออยู่ที่โต๊ะทานข้าวเบ้หน้าอย่างไม่พอใจที่พ่อครัวทำอาหารช้าเหลือเกิน รู้จักมั้ย? อาหารจานด่วนอ่ะ!

“เมื่อไหร่จะเสร็จเนี่ย”

โทนี่หันหน้าบึ้งมาถามสตีฟที่กำลังทอดบางอย่างอยู่ สงสัยคำพูดของเขาคงไปสะกิดต่อมอะไรซักอย่างของพี่หมีคนนี้เข้าซะแล้วสิ

“คิดว่าทำคนเดียวแล้วมันจะเสร็จไวขนาดนั้นเลยเหรอ? จะงอมืองอเท้าไปอีกกี่วันกัน”

สตีฟบ่นปนประชดประชัน แน่นอนเขาไม่ชอบคนขี้เกียจสันหลังยาว ขี้เกียจแล้วยังหลงตัวเองนี่ยิ่งไม่ชอบใหญ่

“นี่! ไอ้หมี...”

โทนี่ที่กำลังจะเถียงกลับด้วยความโมโหที่ถูกด่าว่าขี้เกียจเหมือนจะคิดอะไรออก ก็จริงของสตีฟที่เขาไม่ทำห่าเหวอะไรเลย หมอนี่คงคิดว่าเขาทำอะไรไม่เป็น แต่เชื่อสิ...คนหล่ออย่างโทนี่ก็ทำอาหารเป็นนะเว้ย!

“หลีกไปครับคุณกุ๊ก ต้องโชว์ฝีมือเชฟโทนี่ซะหน่อยแล้ว”

โทนี่ยืนเบียดคนตัวโตกว่าเล็กน้อยก่อนจะหยีบมีดยาวและผักสลัดมาวางบนเขียงไม้

“นั่น...จะทำอะไรน่ะ”

ฉับ! ฉับ! ฉับ!

“หั่นผักไง ดูสิ เร็วดีมั้ยล้า”

โทนี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง เขาหั่นผักสลัดด้านหน้าอย่างรวดเร็วจนแทบจะเหลือใบเท่าผักชีได้

“โทนี่ เราทานสเต็ก”

“อ่าฮะ”

“แล้วซอยผักทำไม?”

“...Oh!man

พ่อครัวหนุ่มมองหน้ากันตาถลึง โทนี่เห็นว่าเขาคงป่วนมากไปแล้วจึงรีบหันหน้าหนีใบหน้าเกรี้ยวกราดนั้น

“ก็...ลองเปลี่ยนแนวดูบ้าง กินใบใหญ่ๆมันลำบากนี่นา”

โทนี่เล่นหูเล่นตาไปมาก่อนจะรีบสาวเท้ากลับไปเล่นมือถือเช่นเดิม ช่วงที่เขากำลังจะเอานิ้วเขี่ย สตีฟก็ได้เห็นบางอย่าง

            เลือดสีเข้มไหลจากหัวนิ้วนางลงมาถึงซอกมือและยังไหลไม่หยุด ถึงอย่างนั้นโทนี่ก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องหรืออกอาการเจ็บใดๆ

“คุณโดนมีดบาดนี่!

สตีฟรีบวิ่งมาดูอาการคนที่พยายามสกัดกั้นความเจ็บจี๊ดด้วยการเม้มปากแน่น

“ทำไมไม่บอกก่อนหน้านี้ว่าโดน”

สตีฟถามด้วยเสียงจริงจังและเป็นห่วง แต่สายตายังคงวุ่นอยู่กับการปิดแผลใหญ่ไว้

“ก็...กลัวว่านายจะรำคาญ เดี๋ยวก็คงหาย”

โทนี่พูดเสียงหงอยๆและไม่ยอมหันหน้ามามองคนที่กำลังเป็นห่วง เขานี่มันเหมือนเด็กจริงๆ

“ทีหลังอย่าเก็บอะไรไว้คนเดียวอีก เข้าใจมั้ย”

สตีฟรีบเดินไปหยิบปลาสเตอร์ขนาดเล็กมาปะแผลให้คนตัวเล็กอย่างเบามือ โทนี่ไม่ยอมพูดอะไร แต่ดวงตาสีน้ำตาลนั้นดูเศร้าหมองผิดไปจากทุกวันที่เคยเจอ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยพอใจในรอยยิ้มนั่น แต่ก็ยังอยากเห็น ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

“ชู่ว ไม่เป็นอะไรแล้วนะครับเด็กดี”

เสียงทุ้มนุ่มดังมาจากปากของสตีฟจนโทนี่อ้าปากเหวอ ด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนนั้นทำเอาเขาไม่กล้าจะมองใบหน้าหล่อเหลานั้นเลย ทันใดนั้น หน้าของเขาเองนั่นแหละที่ไม่น่ามอง มันแดงร้อนเหมือนเขินอะไรบางอย่าง แต่มันมีอะไรน่าเขินที่ไหนเล่า! ไม่มี้!!!

“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

โทนี่เบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่ตัวเองดูเหมือนเด็กช่วยตัวเองไม่ได้ แต่สำหรับสตีฟแล้ว โทนี่ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเด็กเลยจริงๆ

“ยังเป็นเด็กอยู่ดีแหละน่า...”

สตีฟเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็ก ดวงตาของทั้งสองได้ผสานกันอย่างลงตัว ร่างใหญ่ก็พึ่งได้สังเกตว่าจริงๆแล้วโทนี่ก็น่ารักไปอีกแบบ มันแปลกจริงๆ...

“...”

“...”

ต่างคนต่างไม่กล้าที่จะละสายตาออกจากกันและกัน เขามองว่าดวงตาที่เป็นประกายสีน้ำตาลนี้สวยกว่าของผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยวาดรูปให้ เพราะไม่มีใครคนไหนจะสุกสกาวแบบนี้มาก่อน

“...”

“...กลิ่นอะไรไหม้ๆ”

โทนี่เริ่มพูดก่อนเพราะกลิ่นเหม็นไหม้เริ่มลอยมาจากไม่ไกล และทั้งสองจึงได้สติเพราะสิ่งนี้

Shit! Fries!!

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #4 neep06 (@123pp13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:18
    งื้ออออ ชอบบบ สู้ๆนะไรท์ รออ่านอยู่น้าาาา
    #4
    0