ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 7 : ตอน ความจริงที่แสนเจ็บปวด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61



จาริส  คาร์เตอร์



ก๊อกก๊อกก๊อก


เสียงเคาะแบบเน้นๆสามทีทำให้ชายชราที่กำลังสำราญกับการดูการ์ตูนกับหลานสาวสุดที่รักต้องชะงักลง  ใบหน้ามีริ้วหันมาคลี่ยิ้มบางๆให้หลานสาวที่หันมามองตาแป๋วก่อนที่จะหยีเส้นผมยาวสลวยได้รูปของเจ้าจอมยุ่งจนเด็กน้อยต้องหัวเราะออกมาอย่างเด็กอารมณ์ดี  เสียงฝีเท้าที่ก้าวมายังบาปนระตูหน้าบ้านช้าๆตามสังขารที่ไม่ค่อยสู้ดี  กว่าประตูบานใหญ่จะถูกเปิดออกก็ทำเอาคนที่ยืนรออยูนานสองนานถึงกับเผลอแอบยิ้มกว้าง  ผิดกับชายสูงวัยที่พอเห็นว่าเป็นใครที่มาเยือนแต่เช้าก็ทำเอาแทบจะดึงหน้าตึงแทบไม่ทัน


อรุณสวัสดิ์ครับคุณตา....ผมเอาของมา

 

ไปให้พ้น... สายตาแข็งกร้าวที่มองมาพร้อมกับถ้อยคำหนักๆเพียงไม่กี่พยางค์ก็ทำเอาคนเลือดเย็นถึงกับแอบผงะไปเล็กน้อย  หึๆ ว่าแล้วเชียว  ชายมาดสุขุมครุ่นคิด

 

 

หมับ  หมับ!!?

 

“……!!! ” ก่อนจะไม่ฟังคำทัดทามก่อนจะรีบยัดกระเช้าใบใหญ่เข้าไปยังเนินอกของอีกฝ่ายอย่างกระทันหันจนชายชราเผลอตกใจจนต้องเอามือทั้งสองข้างรับเอาไว้ตามปฎิกิริยาตามธรรมชาติ  ชายตรงหน้ายิ้มไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะค้อมตัวพร้อมขอตัวไปทำงานต่อ

 

ขอตัวก่อนนะครับ

 

เฮ้...ไอ้....ไอ้เด็กบ้า!!! ” ว่าแล้วชายเฒ่าก็ทำได้แค่ร้องตะโกนปาวๆแต่ทว่าชายหนุ่มกันเดินพรวดๆไปยังกลุ่มคนที่ดูเหมือนกำลังง่วนกันทำงานขนอะไรบางอย่างอยู่ที่ท้ายรถกระบะที่อยู่ไกลริบๆ  กระเช้าผลไม้และของเล่นถูกยัดลงมาเสียดื้อๆ 


เจ้าเด็กไม่มีมารยาท ไม่มีใครสั่งใครสอนการวางตัวกับผู้ใหญ่บ้างรึยังไงกัน!! 


เสียงปิดประตูบานใหญ่ดังกระแทกไล่หลังมาจนชายร่างสง่าจำต้องหยุดฝีเท้าลงพลางหันหน้ากลับไปมอง  เสียงหัวเราะหึๆดังขึ้นในลำคอเมื่อพบว่ากระเช้าลูกใหญ่ที่ยัดเหยียดให้ไปไม่ได้ถูกทิ้งไว้ที่หน้าประตู 

 

เสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างเชื่องช้านพื้นไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดจนลั่นจนหลานสาวจำต้องวิ่งแจ้นมาหาผู้เป็นปู่พร้อมกับดวงตาเป็นประกาย  ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยรอยริ้วมากมายค่อยๆบรรจงลูบไล้เรือนผมคนเป้นหลานอย่างรักใคร่  สายตาและสีหน้าที่อยากรู้อยากเห็นทำให้คนแก่ขี้โมโหเมื่อครู่ถูกทำลายสิ้นเพราะรอยยิ้มไร้เดียงสาจากเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังปีนเก้าอี้ไม้ขึ้นมาดูว่าคุณปู่ของเธอหิ้วอะไรเข้ามาในบ้าน


อ่ะ....อนุ่น เสียงเรียกพร้อมกับแรงตื่นเต้นที่เห็นผลไม้เม็ดพวงสีม่วงเข้มพวงใหญ่จนเรียงรายไว้ในตระกร้าพร้อมกับผลไม้หลากสีสัน  เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของชายชราดังระงมเมื่อได้ยินว่าหลานสาวสุดรักกำลังออกเสียงเรียกชื่อผลไม้ผิดเพี้ยนไป

 

องุ่น ต่างหากล่ะลูก....องุ่น เสียงฉีกพลาสติกแรปดังขึ้นก่อนจะเอาผลไม้ที่เจ้าจอมยุ่งกำลังอยากลิ้มลองไปล้างทำความสะอาดก่อนจะเด็ดเม็ดองุ่นลูกโตป้อนให้หลานที่กำลังอ้าปากพลางเคี้ยวไปมาจนแก้มบวมตุ่ย ดวงตาโตหลับตาพริ้มก่อนจะอ้าปากขออีกคำใหญ่  เสียงหัวเราะของชายสูงวัยดังขึ้นก่อนจะทำตามคำร้องขอ  ว่าแล้วสายตาสีท้องทะเลก็เหลือบไปเห็นของบางอย่างที่ดูนุ่มนิ่มน่ารักน่าชังจนเจ้าตัวน้อยยอมลงจากเก้าอี้ที่เพิ่งปีนขึ้นมาแต่โดยดีเพื่อคว้าของล่อตาล่อใจ

 


ตึกตึก...ตึกตึก

 

                ไปไหนลูกหื้ม?....ดาริน เด็กน้อยจอมซนไม่ขานรับแต่กลับเอื้อมมือจนตัวน้อยจำต้องเขย่งเอื้อมหยิบของต้องใจที่วางอยู่บนโต๊ะกว้าง  คนเป็นปู่ยิ่งนัก

  


                    ชายชราเห็นว่ามือเล็กๆกำลังจะคว้าตุ๊กตาสีน้ำตาลหน้าตาพิลึกจึงแอบเอี้ยวตัวเบาๆจนฝ่ามือหนาไปดันจนตุ๊กตาเคลื่อนไปจนได้ระยะให้เจ้าตัวน้อยได้เอื้อมหยิบถึงพอดี  ความปุยนุ่มละมุนมือทำให้เจ้าตัวน้อยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะอิงเอาหน้าเล็กๆไปซบตุ๊กตาขนาดพอดีตัวอย่างรักใคร่  แล้วเสร็จเจ้าตัวน้อยเดินอุ้มคุณหมีเพื่อนใหม่ไปยังทีวีที่ดูค้างไว้ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข  เสียงเตาะแตะเดินจากไปไม่ยอมพูดยอมจาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มสร้างความสุขล้นให้กับก่อนที่ดวงตานั้นจะพลันชะงักมองสภาพบ้านไม้หลังเก่าที่โทรมจนไม่รู้จะโทรมอย่างไรด้วยความอนาจใจยิ่ง  


                         ฐานะการเงินของเขาเองก็ไม่ดีแบบนี้  ต่อไปหากหลานเติบใหญ่ขึ้นจะเป็นอย่างไรกัน...ลำพังให้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องก็จนเจียนจะย่ำแย่เต็มกลืน  อายุก็มาก  สุขภาพก็ไม่ดีแบบนี้ไม่มีงานใดรับชายชราที่สู้งานไม่ไหวแบบเขาเป็นแน่  สีหน้าหม่นเผลอเหม่อมองไปยังรูปใบหนึ่งที่ตั้งเด่นอยู่ณ มุมหนึ่งของบ้าน....ภาพของหญิงเจ้าของสีผมแสนเด่นที่ยืนเคียงข้างลูกชายคนเดียวของเขาพร้อมกับใบหน้าที่ฉีกยิ้มกว้าง 

                    

                          คิดถึงสองคนนั้นนัก  รินเองก็ยังเด็กนักคงจะจำไม่ได้หรอกว่าพ่อแม่เป็นใครมาจากไหนแล้วไปอยู่ที่ไหนเสีย.....แต่ถ้าโตขึ้นล่ะจะบอกหลานว่าอย่างไร  


                    ไม่ซิ..เขาจะอยู่ทันได้ดูหลานโตเป็นสาวรึเปล่า  ถ้าเขาจำต้องจากโลกนี้ไปใครจะดูแลเธอ?  หลานจะเป็นอย่างไร  รินเอ๋ย...ปู่ห่วงเจ้าจริงๆ  


                    ชายชราเก็บซ่อนความทุกข์ใจไว้ใต้ใบหน้าที่ส่งยิ้มอ่อนให้คนเป็นหลานเสมอ  แรงทรุดตัวใหญ่ๆบนโซฟาทำให้เจ้าตัวเล็กหันมามองก่อนจะคลานมานั่งตักอย่างเด็กขี้อ้อน  ไม่นานเสียงป้าระแวกเพื่อนบ้านก็ดังขึ้นจากประตูทางเข้าที่อยู่ด้านหลัง  กลิ่นหอมๆของซุปโชยมาแต่ไกลจนชายชราตะโกนขานรับ  ประตูที่มีมุ้งลวดถูกเปิดออกก่อนจะต้อนรับหญิงวัยกลางคนให้เข้ามาในตัวบ้านด้วยทีท่าที่เป็นมิตร


                ซุปกระดูกหมูค่ะคุณตา....เสียงของป้าข้างบ้านคนสนิทเอ่ยขึ้นก่อนจะสาวเท้าเข้าไปวางให้ถึงที่ในก้นครัว

 

                 ขอบคุณมากนะ...เอ็งเอากับข้าวมาฝากตลอดเลยเกรธเอ๊ย

 

                “ ไม่เป็นไรค่ะคุณตา...ไงเจ้าตัวแสบ นี้แน่ะๆๆๆเสียงตะโกนขานกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังเจี๊ยวจ๊าวทำให้คนแก่ที่เดินทอดน่องมาจำต้องอมยิ้มก่อนจะผายมือไปยังกระเช้าลูกใหญ่ที่เพิ่งได้มาสด ๆร้อน ๆราวกับนึกสิ่งสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้

 

                เออเอาผลไม้ไปซิหนู หยิบไปเลยลูก  เอ็งหยิบไปเลย

 

                “ อุ้ย  ไม่เป็นไรค่ะคุณตา  หนูขอตัวก่อนนะคะ หญิงวัยกลงคนเอ่ยพลางส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆพร้อมกับสาวเท้าออกไปเมื่อหมดธุระแล้ว  คนแก่ลอบถอนลมหายใจก่อนจะทรุดกายย้ายที่ไปนั่งบนเก้าอี้ม้าโยกตัวโปรดเพื่อพักผ่อน  ภายตาดวงตาหม่นนั้นกำลังฉายแววความโศกศัลย์บางอย่างที่ไม่มีใครได้รับรู้



วันต่อมา...

คุณตา.....ผมวางไว้ตรงนี้นะครับ

 

ไปให้พ้น!!!!” เสียงไล่ตวาดดังกราดมาพร้อมกับสีหน้าจริงจังแต่กระนั้นชายเลือดเย็นก็ยังมิวายค้อมศีรษะให้ก่อนจะจากไปพร้อมทิ้งของฝากไว้ให้แบบดื้อๆ

 


วันแล้ววันเล่า...ที่เหตุการณ์เช่นนี้ให้คนในหมู่บ้านได้รับชมอยู่ทุกๆเช้า

 

สวัสดีครับคุณตา....

 

โป๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

 

                “ มาอยู่ได้น่าลำคาญ!!!! ” ว่าแล้วชายชราก็ปิดประตูดังปึงใส่หน้าชายหนุ่มที่มาเยี่ยมเยียนแต่เช้าเหมือนดั่งเช่นทุกๆวัน  และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ชายมาดสุขุมนำของกำนัลมาฝากแถมยังออกปากเกริ่นเร้าอีกฝ่ายให้สนใจอีกด้วย

 

 


ครั้งนี้เองก็เช่นกัน...

 

คุณตาครับ....วันนี้มีหนังสือเล่มใหม่ๆมาให้คุณตาด้วยนะ ร่างแกร่งลากเสียงยาวก่อนจะพบแต่ความเงียบสนิท  เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นก่อนจะหยิบโน้ตที่เตรียมเอาไว้ขึ้นมาเมื่อเห็นว่าชายสูงวัยไม่ออกมาด่าทอใส่เขาเช่นทุก ๆวัน  ของฝากถูกวางไว้หน้าบานประตูก่อนจะค้อมศีรษะให้แล้วเดินไปทำงานที่คลั่งค้าง

 

เสียงเรียกจากชายหน้าลำคาญดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ทุกวี่ทุกวันไม่รู้จักเข็ดหลาบ  ครั้นออกปากตะโกนไล่ตะเพิดก็ยังนวยหน้ายิ้ม  ครั้นลงไม้ลงมือก็ดูจะไม่สะทกสะท้านใด ๆ  ครั้นไม่ยอมออกมาเปิดประตูต้อนรับก็ร้องปาว ๆแถมยังทิ้งโน้ตและกระเช้ากับของฝากวางไว้หน้าบานประตูอีกต่างหาก 

 

ดื้อด้านเสียจริงเด็กสมัยนี้! ชายชราก่นด่าอยู่ในใจก่อนจะแง้มมู่ลี่คอยสอดส่องอยู่เนือง ๆ  เห็นเจ้าหนุ่มกับคนของปีเตอร์ที่เป็นผู้ใหญ่บ้านระดมพูดคุยเรื่องอะไรสักอย่างก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาขุดนู้นซ่อมนี้เสริมนั้นอยู่ทุกวันจนดึกดื่น

 

บัดนี้สิ่งแวดล้อมที่เคยร้อนระอุค่อย ๆ เริ่มแปรเปลี่ยน  ใบไม้สีเขียวอ่อนและแก่คละเคล้ากิ่งก้านไปจนทั่ว  ภาพของชายมาดขรึมกับเหล่าวิศวกรที่เข้ามาทำงานจนค่ำมืด กว่าสามเดือนผ่านไปช่างไวเหมือนโกหกถนนหนทางของที่นี่  ที่เคยทุรกันดารค่อย ๆ เริ่มดีขึ้นทีละนิดจนเห็นเคล้าของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 


มีอะไรที่เราพอจะช่วยได้ไหมพ่อหนุ่ม....เหล่าบรรดาชายที่เคยร่วมแรงร่วมมือที่แสนน้อยนิดค่อยๆทะยอยขันอาสาเข้ามาร่วมแชร์ความคิดกันกว่าครึ่ง  ร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนสนทนากับวิศวกรต้องชะงักพลางหันไปพยักหน้า  ผู้ใหญ่บ้านนามปีเตอร์รีบวิ่งแจ้นเข้ามาด้วยหน้าตาที่ตื้นตันที่เห็นสมาชิกส่วนหนึ่งเริ่มเห็นดีเห็นงามด้วย


มีอีกเยอะเลยครับ ถ้าป้าๆลุงๆจะไม่รังเกียจ....ชายมาดผู้ดีเอ่ยอย่างถ่อมตนทำให้คนสูงวัยทั้งหลายพลันหัวเราะร่าก่อนจะให้ความร่วมมมือฟังคำอธิบายของชายผุ้เป็นผู้นำของที่นี้ด้วยทีท่าแข็งขัน  สีหน้าที่ดูตั้งอกตั้งใจพร้อมกับอุดมการณ์สุดล้ำทำให้ในที่สุดชาวบ้านที่ไร้การศึกษาก็เข้าใจแนวคิดจากชายแปลกหน้าที่ขันอาสาเข้ามาพัฒนาหมู่บ้านเสียที 

 

เพี๊ยะ!!!

 

                “……………….//……………..!!!!”  แรงตบไปยังบ่าของชายสูงวัยไว้หนวดเคราจนหน้าตาเหี้ยมเกรียมดังขึ้น  ฟรานซิสผงะตกใจที่จู่ๆฝ่าบาทก็ถูกล่วงเกิน  แต่ทว่าพอสิ้นซึ่งเสียงตบบ่าแล้วนั้นกลับตามมาด้วยสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึง

 

ขอโทษที่เข้าใจผิดนะพ่อหนุ่ม.....//  ขอบใจมากจ้ะ // มาๆพวกเราร่วมด้วยช่วยกันหน่อย คำชื่นชมและรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าเสียงหัวเราะยามพักเมื่อเหล่าบรรดาชายและหญิงที่ช่วยกันจมกองเหงื่อ

 

ฝ่าบาท....ฟรานซิสที่กำลังเอ่ยเสียงแผ่วจำต้องชะงักลงเมื่อเห็นพระองค์ผายพระหัตถ์เชิงให้เงียบปาก  รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นก่อนจะหันมาทอดมองเขาที่หยุดยืนอยู่ใกล้ๆ

 

พรุ่งนี้ค่อยบอกจาริส....”  พระบัญชาเอ่ยโดยไม่ต้องชี้แจงรายละเอียด  สหายคนสนิทก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจถึงความนัยที่แอบแฝง  สีหน้าจอมทะเล้นของฟรานซิสคนเก่ากลับมาอีกครั้ง  แอบอดเสียดายไม่ได้ที่ไม่มีเรื่องปั่นประสาทให้เจ้าจอมระเบียบนั้นหัวหมุนติ้วอีกสะแล้ว  ว่าแล้วชายมากอำนาจก็แสร้งตีเนียนไปช่วยเหล่าบรรดาคนในหมู่บ้านยกนู้นยกนี้ราวกับเป็นมนุษย์ชนชั้นปถุชนคนธรรมดาเสียอย่างนั้น  คาดว่ารางวัลออสการ์ดที่มอบให้เหล่าบรรดานักแสดงระดับแนวหน้าก็งต้องยอมสยบแทบเท้าองค์เหนือหัว 

 

แหม....เป็นแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์แท้ๆ  


แต่แสร้งว่ายกกระสอบปุ๋ยหนักเพียงไม่กี่กิโลด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว

             เช่นเดียวกับเหล่าบรรดามนุษย์อายุมากพวกนี้ไปได้  


ฝ่าบาทนะฝ่าบาท.....  ฟรานซิสนึก



ห้องวิจัยในคฤหาสน์

 

อีกไม่กี่ชั่วยามก็จวนจะได้ที่ที่ดวงเดือนที่ลอยเด่นจะเคลื่อนตัวมาจรดอยู่กลางหัว  ร่างของชายเจ้าระเบียบทอดมองชิ้นงานวิจัยของวิลเลียมด้วยสีหน้านิ่ง  มีหลอดทดลองและเครื่องวิทยาศาสตร์มากมายก่ายกองจนชวนให้เวียนหัวยิ่งนัก  ว่าแล้วชายหัวกะทิก็ควานหาชิ้นงานโบว์แดงที่เพิ่งจะสร้างได้สำเร็จมาให้ชายตรงหน้าได้ทอดมอง

 

นี่น่ะหรือของสำคัญที่เจ้าว่า....เสียงเรียบเอ่ยพลางมองไปยังของเล็กจิ๋วที่อีกฝ่ายโชว์ให้เขาได้ยลเป็นคนแรก

 

มันคือ BD75118 ของที่จะมาแทนผลพลาสม่าท่านจาริส....สีหน้าเป็นประกายของอีกฝ่ายที่กำลังนำเสนอของมหัศจรรย์ที่อยู่ในอุ้งมือ  ฝีเท้าของราชมนูสาวเท้าเข้ามาทอดมองก่อนจะตวัดสายตาคมไปยังนักวิจัยสุดฉลาด

 

.....ข้าเห็นเพียงแค่เม็ดยาที่ถูกอัดเม็ดเป็นรูปเป็นร่างเท่านั้นเอง  วิลเสียงเรียบเอ่ยชัดขึ้นก่อนที่เสียงกลั๊วหัวเราะของชายตรงหน้าจะดังขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่  แต่พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของท่านราชมนูที่มองมาอย่างไม่มีอารมณ์ขันร่วมก็ทำเอาเขาจำต้องชะงักลง

 

อ่า ขอโทษที....งั้นลองดูนี้ก็แล้วกัน ว่าแล้วชายไหล่กว้างก็คว้าบีกเกอร์ที่บรรจุน้ำอยู่ด้านในจนเกือบเต็มขึ้นมาก่อนจะใส่เม็ดยาที่คนหน้านิ่งเพิ่งดูแคลนว่าเป็นแค่เม็ดยาเชิงสาธิต   นัยน์ตาคมทอดมองไปยังเรียวเม็ดที่ถูกบีบอัดค่อยๆจมดิ่งลงไปในถ้วยบีกเกอร์ใสด้วยจิตใจที่จดจ่อ  น้ำสะอาดที่ใสสะอาดจนมองทะลุปุโปร่งเมื่อครู่ค่อยๆกัดกร่อนชิ้นงานของวิลเลียมไปทีละน้อยจนมันแตกสลาย....สุดท้ายแล้วน้ำที่บรรจุอยู่ภายในก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิตที่เพิ่งครั้นสดอย่างน่าอัศจรรย์!?  ชายสวมแว่นประจำกายยกยิ้มอย่างร้ายกาจก่อนจะจรดริมฝีปากดื่มให้ดูเพื่อเป็นการสาธิต  เสียงซ่านดังพร่าอยู่ในลำคอก่อนที่ชายหัวกะทิตรงหน้าจะจรดเรียวลิ้นขึ้นมาโลมเลียที่ริมฝีปากอย่างเอร็ดอร่อย

 

ไม่มีพิษ  ไม่มีผลข้างเคียงใดๆกับชาวเราเลย... เชิญท่านทดสอบด้วยตนเอง ว่าแล้วฝ่ามือหนาก็หยิบยื่นแก้วทรงสูงที่ได้ตักเตรียมไว้ก่อนจะใส่ BD75118 ลงไปให้พร้อมกับผายฝีมือเพื่อเชื้อเชิญ  ราชมนูช่างใจก่อนจะจรดจมูกโด่งได้รูปสูดดมกลิ่นอายเพื่อทดสอบเบื้องต้น  สัมผัสแห่งคาวหวานโชยฟุ้งจนเขายังแอบตะลึงก่อนจะจิ๊บเพื่อชิมรสชาติ  นัยน์ตาคมนิ่งงันจนชายหัวกะทิยังแอบลุ้นว่าผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาดีหรือไม่ดี

 

กลิ่นและสีคล้ายมาก  แต่รสชาติยังอ่อนนัก....เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับคำเอ่ยชื่นชม

 

เยสสสสสสสสสสสสสสสส!!!! ” เสียงร้องตะโกนด้วยความดีใจจนถึงขีดสุดถูกแสดงออกมาอย่างไม่คิดจะกักเก็บ   เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเมื่อเห็นว่าในที่สุดพวกเขากปลดภูเขาออกจากบ่าได้เสียที  จาริสแสยะยิ้มก่อนจะยกแก้วทรงสูงที่เพิ่งได้รับขึ้นมาพร้อมกับผละกายออกไปจากห้องวิจัยส่วนตัวอย่างช้าๆ

 

ทำต่อไปวิลเลียม....ครั้งหน้าข้าจะออกปากถวายรายงานต่อฝ่าบาท


สถานการณ์ของอีกฟากมิติ

 

                ฝ่ามือหนาบีบเคร้นสันจมูกโด่งเพื่อคลายความเครียดให้น้อยลง  สายตาสีบลอนต์เทาอมฟ้าประกายขึ้นเล็กน้อยเมื่อต้องกับความมืดทมิฬในห้องบรรทม  ร่างแกร่งทอดมองร่างอรชรได้สัดส่วนของอิสตรีที่ยังสลบอยู่บนตั่งเตียงกว้าง  ฝ่ามือคว้าชุดฉลององค์แสนบางเบาขึ้นมาสมทับก่อนจะย่างกายออกจากตัวห้อง  ความเมื่อยล้าและความเครียดสะสมทำให้เขาต้องจำยอมหาวิธีผ่อนคลายตามวิถีที่แสนถนัด  ลูคัสที่กำลังยืนอารักษ์ขาพร้อมกับองครักษ์แห่งเงาที่ทำหน้าที่คุ้มกันหยุดยืนนิ่งงันเมื่อเห็นว่าองค์เหนือหัวเสด็จออกมากลางค่ำคืนที่เงียบสงบ  กลิ่นน้ำหอมของสตรียังคงเจืออยู่บนกายแกร่งฝีเท้าหนาหันเหไปยังอีกทิศทางโดยไม่คิดจะรีรอทหารที่รับใช้เยื้องพระยุคคลบาทเลยแม้แต่น้อย 

 

                ฝ่าบาท...เพิ่งได้พักไปไม่ถึงห้าชั่วยามเองนะพะยะคะ ลูคัสเอ่ยทักท้วงเมื่อเห็นองค์ชายแดเนียลกำลังย่างก้าวผ่านท้องพระโรงกว้างไปยังห้องทรงงานของจอมราชันย์อีกครา  ว่าแล้วเมื่อสายลมโชยสะบัดเปลี่ยนทิศอย่างกะทันหันทำให้กลิ่นแห่งเรือนกายของทหารที่คอยอารักษ์ขาปลิวเข้ามายังจมูกโด่งได้รูป

 

                อาเธอร์  เจ้าไปที่นั่นมา....กลิ่นอายและไอดินที่ยังติดอยู่ที่ชายเสื้อ  ทำให้ชายเจ้าของชื่อชะงักก่อนจะขบเม้มริมฝีปาก

 

                “ ...พะยะคะ เสียงขานรับทำให้บรรยากาศทั้งมวลกลับมาอึมครึม  กริมจอร์ชายเลือดร้อนได้แต่ขบกรามแน่นเมื่อหวนนึกถึงชายอีกคนที่ตอนนี้จะไม่มีวันหวนคืนมาอีกแล้ว...

 

ซิมสันแค่ได้พัก...เร็วกว่าเราเท่านั้น เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของชายร่างสูงทำให้ชายทั้งสามที่ยืนคุ้มครองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลพลอยคอตกไปตามๆกัน  ตำนานแห่งทหารกล้าทั้งสามที่ขึ้นชื่อว่าสามสหายสายเงาที่คอยอารักษ์ขาและผลัดเปลี่ยนเวรปกป้ององค์ชายรองอย่างเขาก็พลอยสิ้นชื่อเมื่อครั้นมหาสงครามถือกำเนิด

 

ว่าแล้วร่างแกร่งก็ทอดกายมายังกองฎีกาที่ยังคงสูงอยู่บนโต๊ะที่ไม่ว่าจะสะสางอย่างไรก็ดูเหมือนจะมีงานใหม่เข้ามาก่ายกองไม่รู้จักจบสิ้น  ฝ่ามือหนาหยิบยกฎีกาเล่มหนาบางขึ้นมาอ่านซ้ำเล่มแล้วเล่มเล่าก่อนจะจรดปลายขนนกลงบนเนื้อสาส์นเพื่อถ่ายทอดคำสั่งที่เหมาะสม  สายลมอ่อนๆโชยความเย็นเหยียบแห่งน้ำค้างเข้ามายังตัวห้องจนทำให้รู้สึกโล่งโปร่งสบาย  สายตาคมทอดมองไปรอบบริเวณของจอมราชันย์เจ้าระเบียบ  ข้าวของทุกชิ้นจัดวางอย่างเรียบง่ายและเป็นหมวดหมู่

 

หื้ม.....ลายเส้นพิลึกนัก? ฝ่ามือหนยอมละจากปลายขนนกที่ง่วนอยู่พลางเอื้อมไปหยิบกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะด้วยความสนใจยิ่ง  มีเพียงรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านพี่ชิ้นนี้เท่านั้นที่ดูไม่เข้าพวกเอาสะเลย...ในห้องนี้มีแต่ข้าวของที่เกี่ยวกับราชการงานเมืองเท่านั้นนี้หน่า  ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปยังกระจกที่เคลือบแผ่นกระดาษที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห่งกาลเวลา  แม้จะพยายามรักษและคงสภาพมันไว้แค่ไหน  สุดท้ายแล้ว....มันก็ค่อยๆผุพังไปทีละน้อยอยู่ดี

 

เขียนว่าอะไรกัน....สายตาคมทอดมองไปยังอักษรปริศนาที่ไม่มาจะพลิกบนล่างหรืออ่านจากซ้ายไปขวา  หรืออ่านจากขวาไปซ้ายอย่างไรก็อ่านไม่ออก  เป็นตัวอักษรประหลาดที่เขาเองก็ไม่เคยยลมาก่อน ฝ่ามือหนาจรดคำประหลาดลงบนกระดาษแผ่นน้อยหมายจะเอาไปให้นักปราชญ์คนสนิทให้แปลความหมายของมัน Love อักษรนี่หมายถึงสิ่งใดกัน  หรือจะเป็นรหัสลับ?

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...


เจ้าชาย...พักสักหน่อยเถิดพะยะค่ะ เสียงของลูคัสคนสนิทเอื้อยเอ่ยทำให้ฝ่ามือหนาต้องวางกรอบรูปปริศนานั้นลงอย่างช่วยไม่ได้  ม้วนกระดาษบางยัดใต้ชุดฉลองพระองค์อย่างแนบเนียนก่อนจะเอนกายแกร่งลงบนเก้าอี้ทรงสูงที่นั่งประทับอยู่

 

กลิ่นคาวที่ลอยคลุ้งทำให้สายตาคมตวัดมองไปยังต้นทาง  ลูคัสคนสนิทกำลังนำบรั่นดีพลาสม่าชั้นเลิศเข้ามาพร้อมกับรินถวายให้หมายให้องค์เหนือหัวได้พักสายตาและคลายความเมื่อยล้าจากการอ่านฎีกานับร้อย ๆ อยู่เป็นเวลาติดต่อกันเกือบสองชั่วยามแล้ว  เรียวฝีปากได้รูปจรดรับของเหลวรสชาติเยี่ยมเข้าสู่โพรงปากพลางหลับตาพริ้มรับก่อนจะหัวเราะในลำคอ  ลูคัสค้อมลำตัวก่อนจะผละกายออกไปจากห้องเพื่อให้องค์เหนือหัวได้พักผ่อนตามอัธยาศัย  ร่างแกร่งจิบบรั่นดีชั้นเลิศพลางสาวเท้าไปยังระเบียงกว้างสามารถมองเห็นดวงจันทราได้สวยกว่าที่ใดในวังหลวง  สายตาแสนเอกลักษณ์เหม่อมองไปยังผืนฟ้าที่มืดสนิท  


แต่แล้วนัยน์ตาคมก็หรี่มองอย่างนึกเฉลียวใจ  ดวงดาราที่เคยอับแสงไปเนิ่นนานกลับฉายขึ้นมาบนฟากฟ้าเคียงคู่ ณ ตำแหน่งเดิม   ?!

 

ดาวนั่น.... เสียงทุ้มต่ำเงียบหายไปในลำคออย่างนึกฉงนใจ

 

ดาวประจำตัวซาเลียน่าไม่ใช่รึ....?  เรียวหลังได้รูปยืนหยัดตรงพลางจดจ้องอย่างจริงจัง  ฝ่ามือควักหยิบนาฬิกาพกที่หน้าปัดด้านในมีรูปที่สั่งให้จิตรกรมีฝีมือวาดรูปของนางไว้อยู่พร้อมกับพินิจมอง  ดาวประจำตัวและรูปของนางในดวงจิต  เวียนวนสลับไปมาพร้อมกับห้วงแห่งความคิดที่เริ่มตีกันไปมาเสียจนน่าเวียนหัว

 

หึ  เป็นไปไม่ได้....เสียงทุ้มนั้นเอ่ยออกมาอย่างแค่นหัวเราะ  แม้จะเอ่ยออกไปทั้งอย่างนั้นก็ตาม  แม้ความคิดจะพร่ำเสมอว่าไม่มีทาง  แต่ไฉนดวงใจกับเต้นรัวไม่เป็นส่ำขนาดนี้  เพียงแค่เห็นแสงแห่งความหวังเฉิดฉายเพียงริบหรี่  


แต่ทำไมเขาถึงได้...ใจเต้นตึกตักไม่ยอมหยุดเช่นนี้  


ทำไมกันนะ...เวลาไม่เคยทำใหเขาลืมผู้หญิงแสนธรรมดาคนนี้ไปได้เลยแม้เพียงเศษเสี้ยว

 

แล้วถ้าจริงล่ะ....ถ้าเกิดนางจุติขึ้นมาจริงๆ?

 

                เจ้ามีดีอะไรนักหนา....ว่าแล้วใบหน้าที่เริ่มเห่อแดงขึ้นเล็กน้อยเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ก็เริ่มบ่นพรำกับตนเองซ้ำไปซ้ำมา  ความคิดที่สับสนและจิตใจที่เริ่มไม่อยู่กับตัวเอ่ยพร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  จนร่างหนาต้องจรดริมฝีปากยกซดบรั่นดีชั้นยอดจนหมดแก้วเพื่อระงับความคิดที่กำลังฟุ้งซ่านเต็มทน

 

                ....ถึงทำให้ข้าเป็นได้ถึงเพียงนี้  ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานานเสร็จสายตาคมที่ทอดมองไปยังรูปวาดเสมือนบนหน้าปักนาฬิกาพกก็พลันปิดผนึกตลับลงพร้อมกับยัดมันลงไปยังที่เดิม  ก่อนจะสาวเท้าไปยังเก้าอี้ทรงสูงเพื่อสะสางชิ้นงานที่ยังอ่านค้างอยู่ให้เสร็จก่อนรุ่งสาง









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น