ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 61 : ตอน อีกาในฝูงหงส์ (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    26 มี.ค. 63

 

ลอร์ดลอเรนต์ ดีแลน

ลอร์ดคารอส ดีแลน

 

หมับ....ชึบ!

“ ฮึ เมื่อเป็นราชโองการ แล้วข้าจะมีสิทธิ์คัดค้านสิ่งใดได้ล่ะ...” ฝ่ามือหนากำชับดาบคู่พระทัยแน่นก่อนจะหยิบขึ้นมาเหน็บยังเข็มขัดที่ทำจากหนังของปีศาจงูด้วยทีท่าหงุดหงิดงุ่นง่านพระทัยยิ่ง ร่างสูงผมสีทองอ่อนอย่างเคอร์แชตได้แต่อึมพะนำปล่อยให้ร่างโปร่งเดินกระแทกกระทั้นไหล่ของเขาอย่างแรงเพราะจนเขาเซถลาไปหลายก้าวเพราะเสียหลัก

 

“ นำทางไปสิ ” กริมจอร์หนึ่งในทหารองครักษ์เช่นเขาตวาดลั่นพลางแสยะยิ้มเหยียด นึกชอบใจนักที่เห็นเจ้าชายแสดงความกราดเกรี้ยวกับทหารระดับองครักษ์รักษาพระองค์ของจอมราชันย์แบบซึ่ง ๆ หน้า

 

“ กริมจอร์อย่าเสียมารยาท ” ร่างโปร่งเอ่ยตักเตือน แต่ทว่าน้ำเสียงของเขาหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

 

“ เช่นนั้นเชิญทางนี้พะยะค่ะเจ้าชาย ”เคอร์แชตได้แต่กำสันหมัดแน่น ก่อนจะอาสาเดินนำหน้าอีกฝ่ายไปโดยไม่ได้ทัดทานอะไร แน่ล่ะอย่างเขาจะปริปากอะไรต่อไปได้ ในเมื่อชายตรงหน้าดำรงศักดิ์เป็นถึงพระอนุชาของจอมราชันย์ต่อให้เขาไม่ค่อยถูกชะตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เขาก็มิอาจทำอะไรได้

 

นัยน์ตาสีเอกลักษณ์พินิจมองชุดคลุมของชายตรงหน้าที่ปลิวไสวด้วยแววตาหมายมาด ตราสัญลักษณ์ของทหารที่รับใช้และขึ้นตรงต่อจอมราชันย์เพียงผู้เดียว สักวันคนของข้าจะต้องได้สวมมันและหยุดยืนอยู่เคียงข้างข้า! เจ้าชายแดเนียลนึกพลางเร่งฝีเท้าไปยังทิศเหนือตามลายทางที่อีกฝ่ายใช้สปิริตแวมไพร์เร้นกายล่วงหน้าไปหลายช่วงตัว ชุดฉลองพระองค์ที่เจ้าชายสวมทับอยู่มีเพียงแค่เสื้อคลุมขนปุยสีขาวประดับอยู่ที่ท่อนบนพร้อมกับกางเกงหนังสีดำสนิทที่บัดนี้ถูกสายลมเสียดสีจนลู่แนบเนื้อกลืนหายจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับช่วงล่าง พระเกศาสีทองสกาวประกายแสงสว่างวาบยามที่แสงแห่งสุริยันต์ทอดผ่านลงมาจากยอดต้นสนกลายเป้นลำแสงขนาดย่อมมากมายอยู่กลางอากาศ แต่แล้วจู่ ๆ เสียงคำรามดังก็แทรกขึ้นมาชวนให้เหล่าทหารกล้าทั้งหลายสะบัดหน้าหันกลับไปมอง! อสูรชั้นต่ำกำลังตะเกียดตะกายกระโจนตัวจากต้นสนต้นหนึ่งพุ่งมายังทางที่พวกเขากำลังจะวิ่งฝ่าไป

 

“ ฝ่าบาท ” ลูคัสชายผู้วิ่งขนาบอยู่ข้างกายเอ่ยทัดทามเพื่อถามความเห็นว่าเจ้าชายแดเนียลจะให้เขาจัดการกับฝูงอสูรชั้นต่ำที่เริ่มประดำประเดเข้ามารอบตัวที่นี่เลยหรือไม่

 

“ ฝ่าไปลูคัส...วิ่งต่อไป! ” ฝ่ามือหนาสะบัดข้อมือของตนจนดังลั่นกร๊อบแกร๊บพลางส่งสายตาให้ทหารของเขาวิ่งฝ่าไปโดยที่ไม่จำเป็นต้องชะลอความเร็วของฝีเท้าลง กับอีแค่อสูรตัวกระจ้อยร่อยพรรณนี้ระดับเขาแล้วไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาเล่นสนุกด้วย!

 

ฉึกฉึกฉึกฉึก!!!!

‘อี๊ดดดดด อี๊ดดดดด อี๊ดดดดด’ เสียงหวีดร้องพร้อมกับเสียงของมีดปาปาปักเข้ากลางกระหม่อมเหล่าอสูรระดับล่างที่กำลังจะกระโจมจากยอดสูงเพื่อโจมตีดังเป็นระรอกคลื่น กลิ่นสาบผสมกลิ่นอายตลบอบอวลพร้อมกับเสียงของซากอสูรคล้ายเขียดตะปาดแต่ขนาดนั้นใหญ่เกือบเท่าท่อนแขนค่อย ๆ โรยกายทิ้งดิ่งลงพสุธา แม้นจะหลบหลีกเหล่าอสูรที่ตกลงสู่เบื้องล่างได้หมดแต่สุดท้ายเลือดสีข้นของมันก็ลอยกระเด้งมาโดนชุดคลุมขนปุยสีขาวจนความฟู่ฟ่องเหล่านั้นถูกย้อมจนเป็นทับทิมเข้ม

 

สัญลักษณ์ที่สลักบนกริชแหลมแบบนี้...

“ ท่านน้า....? ”

 

“ อ่า บังเอิญอะไรขนาดนี้ ” ชายผู้เป็นเจ้าพระญาติผู้ใหญ่เอ่ยขึ้นพลางเปรยยิ้มที่ริมฝีปากก่อนจะยืนเท้าสะเอวเสวนาให้กับซากอสูรตัวจ้อยนับสิบตัวที่เขาเพิ่งสังหารไปหมาด ๆ นัยน์ตาของชายวัยกลางคนยกยิ้มเมื่อเห็นร่างของหลานชายแท้ ๆ ที่เขารักดุจบุตรชายในอุทรกำลังวิ่งโล่ผ่านตัวเขากับบุตรชายไปโดยไม่ลดความเร็วลงเลยแม้เพียงครึ่งก้าว

 

กร๊อบ...

เสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งดังไล่แผ่นหลังมาอยู่กลาย ๆ ทำให้ลอร์ดลอเรนซ์จำต้องหุบริมฝีปากที่กำลังที่ฉีกยิ้มอยู่โดยพลัน ร่างโอนเอนของบุตรชายที่ไล่มาทีหลังนั้นหยุดยืนโดยใช้ท้องแขนข้างถนัดเท้าลงบนเปลือกไม้ของต้นสนพลางกำชับคอเสื้อด้วยทีท่าอึดอัดราวกับจะขาดใจ แววตาของผู้เป็นบิดาว่างเปล่า...เขาไม่มีสิ่งใดจะเปรยปากออกไปให้เปลืองน้ำลาย เพราะสภาพน่าสังเวทของบุตรชายยิ่งทำให้เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนด้อยของสกุลดีแลน ที่นับวันอำนาจทางการปกครองชักจะถดถอยเข้าไปทุกวินาที

 

“ อย่ามัวแต่อิดออดคารอส...ข้ามิได้พาเจ้ามาเดินเล่น ”

 

“ ขออภัย...ขอรับ ” คารอสเอ่ยเสียงแผ่วเมื่อคำดุด่าจากชายผู้เป็นพ่อดังแหว่วมาแต่ไกล

 

“ เร่งฝีเท้าและอย่าเป็นตัวถ่วง! รู้รึไม่ว่ารางวัลพระราชทานนั้นสำคัญเพียงไร! ”

 

“ ขอรับ...” ชายหนุ่มร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นพลางก้มหน้าลุดลงต่ำด้วยใจที่กล้า ๆ กลัว ๆ เขารู้ว่าการล่าครั้งนี้มีความหมายกับท่านพ่อมากขนาดไหน รางวัลพระราชทานอาจรวมถึงคำร้องขอบางประการที่ผู้ชนะสามารถทูลขอจากจอมราชันย์ได้โดยง่าย โอกาสเช่นนี้มิได้มีกันให้เห็นบ่อยครั้งเสียด้วยและแม้นเขามิอาจช่วยเหลือท่านพ่อได้มากนัก แต่เขาก็ไม่ต้องการเป็นตัวถ่วง!

 

“ ดี เพราะรางวัลครั้งนี้จะเป็นใบเบิกทางให้กับคาร่า...น้องสาวเจ้า ” ชายหนุ่มได้ยินคำเน้นในช่วงท้ายก็ได้แต่กำสันหมัดแน่น ความรู้สึกมากมายประดังเข้ามาจนมิอาจเปิดฝีปากแย้งอะไรได้ นัยน์ตาสีอ่อนของท่านพ่อฉายฉาบมองมายังเขาด้วยสายตาเย็นเหยียบจนสันหลังเขายังรู้สึกชาวาบ นี่ท่านพ่อยังมิล้มเหลวเรื่องของคาร่ากับเจ้าชายแดเนียลอีกงั้นหรือ!? ทำไมต้องเป็นคาร่า! ทำไมต้องพรากคาร่าไป!!!

 

“ ........ ” นัยน์ตาของคารอสสะท้อนแสงแห่งความปวดร้าวออกมาจากก้นบึ้งได้อย่างชัดเจน แม้นจะพยายามซ่อนเร้นความรู้สึกด้วยสีหน้าซีดเซียวนั่นสักแค่ไหนก็มิอาจเล็ดลอดไปจากสายตาของผู้เป็นบิดาได้ ดวงใจของเขาปวดหนึบนัก ราวกับบาปนี้ถูกส่งต่อไปไม่มีวี่แววจะจบสิ้น....

 

ดั่งกับภาพในวันวานฉายซ้อนทับลงบนร่างของแวมไพร์หนุ่มที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า จากชายผมหยักศกสีบลอนต์อ่อนใบหน้าซีดติดไปทางขาวดุจหิมะถูกทับด้วยร่างของเขาที่ครั้งหนึ่งในวัยแรกรุ่นที่ได้แต่ยืนกำหมัดนิ่งพลางขบริมฝีปากจนแทบจะกัดให้มันแหลกเหลว ร่างของเขาสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ทั้งโกรธ ผิดหวัง เศร้า ริษยา และเครียดแค้นใจยิ่งนักเมื่อรู้ว่าฝันหวานที่เขาใฝ่ฝันถึงมานานถูกชายอีกคนช่วงชิงไปราวกับฝุ่นดิน...

“ ทำไมขอรับ...” เสียงข้าในตอนนั้นแหบแห้งพร้อมทั้งแววตาที่เคยทอแสงสุกสกาวนั้นเต็มไปด้วยความร้าวรอน คำสองคำถูกเอ่ยออกมาทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่บุตรชายสุดท้องเช่นเขาจะสำแดงกิริยาอันเป็นการเสียมารยาทกับบิดา

 

“ เจ้าหักใจเสียเถิด...” คำเอ่ยของบิดาเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ พลางปิดเปลือกตาลงอย่างมิอาจช่วยเหลืออะไรเรื่องนี้ต่อไปได้ ในเมื่อจดหมายเทียบเชิญถูกส่งมาพร้อมด้วยตราประทับของจอมราชันย์เขาก็มิอาจจะคัดค้านได้อีกต่อ จำยอมต้องส่งตัวบุตรสาวคนโตเข้าร่วมพิธีคัดเลือกพระสนมเอกตามกฏมณเฑียรบาลด้วยความจำนน

 

“ ข้าไม่เข้าใจ!!! ทำไมต้องเป็นลิลลี่!!! ทำไมงานวิวาห์ของข้าต้องถูกยกเลิกด้วย!!! ”

 

“ ลอเรนซ์ !!! ” ชายสูงวัยลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้พลางตวาดลั่นด้วยแววตากราดเกรี้ยว!! นึกไม่ถึงว่าบุตรชายที่เขาสู้เลี้ยงดูมาอย่างดีจะเสียมารยาทแบบนี้ได้! และด้วยความหุนหันพลันแล่นทำให้สุดท้ายตัวข้านั้นเลือกที่อาละวาดจนคฤหาสน์เละเทะไปจนเกือบสิ้น สุดท้ายแล้วข้าถูกคนของท่านพ่อคุมตัวลงไปขังยังห้องใต้ดิน...ถูกกักบริเวณอยู่นานถึงร่วมเดือนเพื่อให้สำนึกซึ่งการกระทำของตนเอง

 

นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุหนึ่งที่เขาเกลียดราชวงศ์ไวแอตเทนเจอร์นัก...เกลียดเจ้าแดร็คคิวล่า อดีตจอมราชันย์นักที่บังอาจมาเด็ดดวงใจของเขาไป เกลียดมันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด! ยิ่งตอนที่ลิลลี่ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสเขาก็ยิ่งปวดใจนัก ที่ตรงนั้นควรเป็นเขา...มิใช่ของจอมราชันย์ ยิ่งทั่วราชสำนักประกาศก้องว่าจอมราชันย์และพระราชินีทรงมีพระโอรสถึงสองพระองค์เพื่อสืบเชื้อสายเลือดแวมไพร์บริสุทธิ์ ข้าก็ปฏิญาณอยู่ในดวงหทัยว่าข้าจะจงเกลียดจงชังลูกของมันด้วยเช่นเดียวกัน...!!! แต่แล้วเมื่อพิธีฉลองครบเดือนของเจ้าชายแดเนียลมาถึง...จดหมายเทียบเชิญจากองค์ราชินีก็ถูกส่งมายังคฤหาสน์ให้ข้าผู้มีศักดิ์เป็นน้าไปร่วมอวยพร แต่เมื่อครั้งแรกที่ตัวข้าได้เห็นพระโอรสพระองค์นี้...ใจที่เต็มไปดว้ยความมืดทมิฬก็พลันรู้สึกสับสัน...

 

ไม่ใช่ผมสีบลอนต์เทางั้นหรือ...?

 

หากเว้นเพียงสีตา เจ้าชายพระองค์นี้นั้นเหมือนลิลลี่มาก...

 

เหมือนมากเสียจนเขา...เกลียดไม่ลงเลยจริง ๆ

 

“ ....... ” ตัวข้าในตอนนั้นได้แต่ยิ้มเจื่อนกลับไปก่อนจะมองแวมไพร์ตัวจ้อยในอ้อมอกของลิลลี่อย่างเต็มสองตาอีกครั้ง....จู่ ๆ ความรู้สึกบางอย่างก็อุ่นวาบขึ้นมากลางดวงใจจนข้าเผลอเอื้อมฝ่ามือของตนเองออกไปหมายจะสัมผัสเด็กชายตรงหน้าด้วยความลืมตัว และแล้วตัวข้าก็ตั้งปฏิญาณกับตัวเองใหม่อีกครั้ง...

 

แค่เรื่องราวความรักอันไม่สมหวังของเขาก็สร้างความปวดร้าวมากเกินจะทานทนอยู่แล้ว...พอถึงคราวที่เขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อคนบ้าง ดูเหมือนประวัติศาสตร์นี้ก็ยังจะตามมาซ้ำรอยอีกหน...ดุจวังวนที่หมุนเวียนไปเฉกเช่นกงล้อที่สกุลดีแลนจะต้องแบกชะตากรรมนี้สืบไปจากรุ่นนึงสู่อีกรุ่นนึง...

“ น้องเจ้ากำลังจักมีอนาคตที่สดใสรออยู่...เจ้าเองก็จะน้อยหน้านางมิได้ เข้าใจหรือไม่คารอส ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเอาไว้...เขาไม่อยากให้ลูกสาวและลูกชายของเขาเจริญรอยตามรอยบาปที่เขาเคยตกหลุมพรางลงไป...เพราะถ้าหากแวมไพร์ริจะมีรักแล้วล่ะก็ พวกเราจักมีเพียงแค่รักเดียว...รักเดียวชั่วนิรันดร์

ณ ขณะเดียวกันนั้นร่างสูงสันทัดของชายมาดขรึมก็กำลังเร่งฝีเท้ารุกคืบเข้าไปยังใจกลางป่าสนด้วยเส้นทางที่เขาคุ้นเคยความรกทึกของเศษซากกิ่งไม้ใบหญ้าที่ขึ้นสูงเป็นเนินกลบรอยทางเก่ากรังที่แทบไม่มีผู้ใดใช้สำหรับการสัญจรมานานเนิ่นไม่แปลกนักที่บุคคลนอกจะไม่รู้ว่ายังมีอีกเส้นทางหนึ่งหลบซ่อนอยู่

 

“ รินให้ไวกว่านี้” เสียงทุ้มเอ่ยตักเตือนเมื่อเห็นว่าร่างบางที่ติดตามอยู่ด้านหลังเดินตามมาด้วยความเร็วที่ต่างกันลิบลับ

 

“ ท่านพี่นี่เรากำลังจะไปที่ใดกันแน่คะ ไหนบอกว่าจะมาล่าอสูร” เสียงหวานร้องท้วงด้วยน้ำเสียงเจือหอบกระเซ่าเพราะความเหนื่อย จะไม่ให้เหนื่อยได้อย่างไร ในเมื่อพี่จาริสเล่นจ้ำเอา ๆ ชนิดที่ไม่คิดจะหยุดฝีเท้ารอกันเลยสักนิดแถมยังเดินติด ๆ กันมาเกือบจะครึ่งชั่วยามอยู่แล้ว! ร่างบางบ่นปนนิ่วหน้าขมวดเรียวคิ้วด้วยความเหนื่อยล้า

 

ไอปีศาจเมื่อครู่นี้มัน...จิตสังหาร!?

“ !!!! /// !!!! /// !!!! ” แต่ทว่าทันทีที่สายลมอมน้ำค้างรอบบริเวณผืนป่าพัดโชยผ่านมา ชายหญิงทั้งสามตนก็ได้แต่ยืนผงะด้วยความตกใจกับกลิ่นอายปีศาจที่เจือมากับสายลมที่บางเบาเมื่อครู่จนบรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด แอชตันค่อย ๆ ใช้มือข้างถนัดเอื้อมไปจับดาบสั้นที่เหน็บอยู่บนเข็มขัดหนังกลัดที่ซ่อนเอาไว้ใต้ชายเสื้ออย่างแนบเนียนในขณะที่ลอร์ดจาริสได้แต่ยืนรักษากิริยานิ่งงันเหมือนเดิม

 

ไอปีศาจเมื่อครู่เป็นของพวกอสูรระดับกลางหรือว่าแวมไพร์รับจ้างกันล่ะนี้นัยน์ตาสีไข่มุกดำทอดมองไปยังแอชตันด้วยแววตาลุ่มลึกรับรู้กันเป็นนัย ๆ ว่าตอนนี้สถานการณ์ตรงหน้าไม่มีเวลามาอธิบายปากเปล่าได้ นัยน์ตาคมทอดมองเห็นใบหน้าซีดเผือกของดารินที่กำลังมีสีหน้าหวาดหวั่นจนนัยน์ตาสีฟ้าของนางกำลังสั่นระริกด้วยความกลัวความรู้สึกที่รับรู้ได้ถึงจิตสังหารของศัตรูที่เผลอแผ่ออกมาเพียงเสี้ยวทำให้ในที่สุดผู้เป็นน้องของเขาก็เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าได้มากยิ่งขึ้น นี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่จู่ ๆ เหล่าอสูรนานาพันธุ์มารวมตัวกันโจมตีขบวนเสด็จประพาส...แต่เป็นฝีมือของใครบางคนที่กำลังชักใยอยู่ต่างหาก

 

“ เร่งหน่อย...(อยู่ใกล้ ๆ พี่ไว้อย่าได้ห่างแม้แต่ก้าวเดียว)” ร่างสันทัดเอ่ยแกมตะโกนพลางหันหลังกลับไปนำกลุ่มเช่นเดิม แต่ขณะที่กำลังก้าวฝีเท้าต่อไปนั้นก็กระซิบกระซาบให้ผู้เป็นน้องสาวได้ยินสัญญาณอันตรายไปพลาง ๆ ว่าขณะนี้พวกเขาทั้งสามกำลังตกอยู่ในอันตราย

 

“ จะ เจ้าค่ะ” ทั้งสามเดินหายไปโดยมีร่มเงาของต้นสนสูงเสียดฟ้าทอดผ่านจนดำสนิท นัยน์ตาของเหล่านักล่าที่แอบสะกดตามลอบสายตาสาดส่องแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาคมกริบดุจจันทร์เสี้ยวเพื่อจดจ้องไปยังเป้าหมายว่าเร้นกายเดินหายไป ณ จุดใดของผืนป่าแล้วฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกวัดแกว่งสัญญาณให้พรรคพวกที่เหลือค่อย ๆ ขยับกายเคลื่อนไหวเพื่อติดตามแวมมไพร์ระดับสูงทั้งสามต่อ แต่แล้วเมื่อพวกเขาวับกายสะกดรอยตามมาจู่ ๆ เป้าหมายที่ควรจะหยุดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกลับหายไปโดยไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของฝีเท้าที่ก้าวเดิน!? เหล่าแวมไพร์ใต้สาบเสื้อคลุมที่ปกปิดอำพรางใบหน้าได้แต่ยืนตะลึงงันหนึ่งในคนของเขาใช้เรียวนิ้วไล้ไปตามผืนพรมที่ปูไปด้วยหญ้าและรอยดินที่ขึ้นชื้นเพราะสภาพอากาศรอบบริเวณ ไม่มีแม้ร่องรอยของทั้งสามผู้อยู่เลยแม้แต่เศษเสี้ยว นี้มันหมายความว่ายังไงกัน! ก็พวกมันเพิ่งจะใช้ทางนี้ผ่านไปอยู่หยก ๆ มิใช่หรือ!!!

 

ฉึกกก ฉึกกกกก....!!!

“ โอ๊กกก อ๊ากกกกกกก ขะ ขวา!! ” เสียงจู่โจมจนเลือดสาดดังขึ้นติด ๆ กันถึงสองจังหวะพร้อมกับเสียงขาดห้วงที่บอกตำแหน่งที่โดนลอบโมตีทำให้พรรคพวกส่วนที่เหลือกางกรงเล็บเตรียมโต้กลับได้อย่างทันควัน!

 

ชิขนาดตัวตายยังมิวายบอกตำแหน่งให้พรรคพวกรู้อีก เช่นนั้นเจ้าพวกนี้คงเป็นพวกทหารรับจ้าง จาริสนึกพลันนึกด้วยความสุขุมก่อนจะหลบหลีกการกรงเล็บนับสิบที่พวยพุ่งเข้ามาประชิดตัวทุกสารทิศ!!! ประสาทสัมผัสทั้งหกรวมกันเป็นหนึ่งเดียวทันที ร่างสันทัดเอี้ยวตัวหลบหลีกกรงเล็บและมีดสั้นที่อีกฝ่ายพุ่งโจมตีเข้ามาได้อย่างหวุดหวิดและว่องไว แต่จำนวนที่มีมากกว่าทำให้เขาต้องเลี่ยงการปะทะเพื่อลดความเสียหาย ร่างสูงจับข้อมือของศัตรูที่พุ่งตัวเข้ามาในระยะประชิดก่อนบิดกระดูกจนอีกฝ่ายกรีดร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด ท่อนขาก็ตวัดเตะย้อนหลังเพื่อถีบส่งศัตรูที่กำลังลอบโจมตีจากด้านหลังให้กระเด็นออกไปจนชนเข้ากับลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะทรุดตัวในท่าย่อและเตะตัดข้อพับศัตรูที่เขาบิดข้อมืออยู่ก่อนให้ล้มพับลงไปด้วยความว่องไวจนอีกฝ่ายสวนกลับไม่ทัน! กรงเล็บสีทมิฬมืดที่ไม่ได้กางออกมานานก็พลันงอกขึ้นมาตามใจนายผู้เป็นเจ้าของร่างร่างสูงกระสวดร่างของศัตรูที่อยู่ในอาณาเขตของเขาจนเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นอาบทั่วไปทั้งผืนพรมหญ้า ขณะที่ลอร์ดจาริสกำลังง่วนอยู่กับศัตรูที่อยู่เบื้องล่างถึงห้าตน ศัตรูอีกสองตนที่เคลื่อนไหวอยู่บนต้นไม้เห็นทีท่าพรรคพวกกำลังย่ำแย่ก็ริจะซ้ำอีกฝ่ายจากด้านบน เพียงเสี้ยววินาทีลอร์ดจาริส คาร์เตอร์ผู้นี้ก็เก็บพวกของเขาไปได้ถึงสองรายโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวใด ๆ ทั้งสิ้นฉะนั้นต้องรีบจัดการชายตรงหน้าเห็นจะเป็นการณ์ดีที่สุด!!!

 

เฟี้ยววววว!!! เคร้ง!!!

เพราะนึกชะล่าใจนึกว่ากำลังต่อกรกับแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่หยุดยืนอยู่บนที่โล่งอยู่เพียงตนเดียว ไม่ทันไรเสียงเสียดสีของอาวุธดังขึ้นเข้ามาใกล้ทำให้แวมไพร์ที่เร้นกายซ่อนอยู่บนที่สูงจำต้องตั้งการ์ดก่อนจะกระโดดหลบเหลีกคมอาวุธ! กริชสีเงินปักคาอยู่บนเปลือกไม้อยู่สองด้าม ส่วนอีกด้ามที่เขาปัดป้องได้นั้นกระเด็นออกไปจนปักคาที่ลำต้นของสนต้นอื่นที่อยู่ไม่ไกล ทำให้ศัตรูอ่านทิศทางและตำแหน่งของผู้เป็นเจ้าอาวุธได้อย่างไม่ยากเย็น!!!! แต่กระนั้นแอชตันก็ไม่รอช้ารีบกระโจนเข้าสู้ด้วยการต่อยอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้ตำแหน่งเขาที่สุดให้ร่วงลงไปยังด้านล่าง!!! เสียงตุบดังขึ้นพร้อมกับการตีลังกากลับหลังพลางชูชันอาวุธคู่กายขึ้นมาตั้งแง่ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดคาบคาวหวานที่อังอยู่ที่ริมฝีปากให้ออกไปอย่างลวก ๆ ฝีเท้าหนักอะไรปานนี้...นัยน์ตาสีนิลประกายหรือว่าชายผู้นี้คือแอชตัน ชายเลือดผสม!!?

 

หนึ่งในสองที่มีหน้าที่สุ่มโจมตีจากด้านบนเห้นทีท่าไม่ดีจึงรีบแปลงกายเปลี่ยนสภาพกายหยาบในคาบของร่างมนุษย์คืนสู่ร่างแวมไพร์เพื่อจู่โจมการทิวทัศน์ที่ได้เปรียบกว่าทันที ลอร์ดจาริสก็กำลังตึงมืออยู่เบื้องล่าง เจ้าลูกครึ่งแวร์วูฟนั่นก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ฉะนั้นแมโฉมสะคราญนั่นมุดอยู่ที่ใดกัน! หึ จะซ่อนอยู่ที่ใดก็ไม่เป็นการณ์สำคัญแค่ทำให้นางออกจากที่ซ่อนเสียเองก็จบเรื่อง!!!!! คิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้าปีกกว้างที่เคยกางสยายอยู่หุบเข้าหาลำตัวพลางใช้ความเร็วหมายโฉบเฉียวลงมาเพื่อโจมตีลอร์ดจาริสที่กำลังชุลมุนด้วยการเบี่ยงตัวหลบหลีกลูกสมุนที่อยู่เบื้องล่างจนไม่ทันได้ระแวดระวังการจู่โมจากทางอากาศ นัยน์ตาสีไข่มุกดำลพันเบิกตากว้างเพราะระยะและความเร็วของอีกฝ่ายที่กำลังพุ่งพรวดลงมายังเขาจากฟากฟ้าทำให้ตอนนี้เขามิอาจเบี่ยงหลบการโมตีระยะระชิดนี้ได้เท่าทัน!!! อีกฝ่ายที่อยู่ในคราบค้างคางตัวเต็มวัยอ้าคมเขี้ยวและกรงเล็บที่กางรอพร้อมขย้ำเหยื่ออันโอชะตรงหน้าทันทีหมายใจว่าอย่างน้อยเขาก็ต้องได้กรีดเนื้อหนังของชายตรงหน้าให้มีรอยริ้วหนึ่งถึงสองแผลเป็นอย่างต่ำ!!!

 

ฉึกกกกกกก!!!

กรงเล็บของเขาจ้วงพลาดหวิดต้นคอของอีกฝ่ายไปได้อย่างน่าเสียดาย! แต่ส่วนปลายเล็บอันคมดุจกริชเงินนั้นก็ครูดเอาหนังสีขาวสะอาดนั้นออกไปได้ส่วนหนึ่งจนได้! กลิ่นอายคาวหวานกำลังคลุ้งไปทั่วบริเวณพร้อมกับเสียงของแผ่นหลังที่กระแทกเป็นจังหวะกระดอนอยู่สามถึงสี่จังหวะ!!! ในขณะที่ร่างของค้างคาวตัวเต็มวัยที่ควรจะกระเด็นออกไปในทิศเดียวกันกับลอร์ดจาริส  กลับกระโดดกระเด้งไปยังทิศตรงกันข้ามเพราะมีฝีเท้าปริศนาพุ่งตัวออกมาช่วยชายผู้เป็นพี่ได้อย่างหวุดหวิด!

 

“ ริน...เจ้ามิฟังคำพี่เอาเสียเลย” เสียงทุ้มต่ำของร่างสูงเอ่ยขึ้นพลางกระโจนถอยหลังกลับไปตั้งหลักต้นคอเขามีรอยกรีดของกรงเล็บนั้นฝากฝังเอาไว้เป็นรอยถากที่บาดลึกมากเลือดสีกร่ำกำลังอังขึ้นมาจนคอเสื้อสีดำให้ฉ่ำไปด้วยเลือดของแวมไพร์บริสุทธิ์ ไอ้หมอนั่นมันกะจะขย้ำต้นคอข้าด้วยสองกรงเล็บ

 

“ ก็ร่างกายข้ามันขยับออกไปเองหนิเจ้าคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นพลางยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาเชิงกำหมัดแน่นอยู่ในท่าเชิงมวยพร้อมปะทะกับศัตรูที่เหลืออยู่ในระยะประชิดด้วยมีแผ่นหลังของชายผู้เป็นพี่ประกบติดอยู่ ณ อีกฝั่งเพื่อคอยปกป้องภัยจากศัตรูที่หยุดยืนอยู่ ณ ฝั่งที่เธอมองไม่เห็น

คำพูดไร้เดียงสาที่กล่าวออกมาอย่างไม่มีเหตุและผลทำให้ชายผู้เป็นพี่ฟังแล้วใจที่เคยด้านช้าก็พลันรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หากมิได้ลูกเตะของดารินช่วยเอาไว้เมื่อครู่เลือดข้าคงได้ไหลอาบมากกว่านี้แน่ ร่างสันทัดได้แต่ครุ่นคิดแต่ก็ปากหนักเกินกว่าจะเอ่ยคำขอบคุณแก่หญิงผู้เป็นน้อง เพราะใจเขาอยากให้รินเร้นกายหลบในมุมอับไปจนกว่าจะจัดการเจ้าพวกนี้ได้จนหมดสิ้นเองแท้ ๆ บ้าจริง ผิดแผนไปหมด จาริสนึกพลันแค่นหัวเราะเสียงแห้ง

“ กฎข้อแรกของการสู้ระยะประชิดคืออะไร... ” เสียงทุ้มของชายผู้เป็นพี่เอ่ยถามอย่างไม่หยีระกับสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าเลยสักนิด นี่มันใช่เรื่องที่จะถามหากฎเกณฑ์ประจำตระกูลตอนหน้าสิ่วหน้าขววานไหมเนี่ย!!!! ดารินสบถอยู่ในใจแต่ก็จำใจตอบคำถามแต่โดยดี

“ อย่าให้ศัตรูไหวตัวทัน // ตอนนี้แหละ!!!! ”สิ้นเสียงของร่างบาง จาริสก็ส่งสัญญาณให้บุกทะลวงอีกฝ่ายด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อปิดฉากการต่อสู้ทันที!!! กลิ่นคาวเลือดของทั้งสองฝ่ายกำลังประดำประเดผสมปนเปกันจนมั่วไปหมด ดารินดึงศัตรูไว้ที่ตนเองได้แค่หนึ่ง ในขณะที่ท่านพี่ถูกตะลุมบอนอยู่กับศัตรูตั้งสามตนส่วนแอชตันก็เหมือนจะรู้ผลการต่อสู้เป็นที่เรียบร้อย!! ทุกอย่างกำลังไปได้สวย!!! ถ้าเสร็จจากตรงนั้นแอชตันคงจะเข้ามาเป็นกำลังเสริมให้ได้!!!

 

“ อ่ะฮ่า!!! ” อีกฝ่ายเผลอหัวเราะรวนเมื่อเห็นฝีมือที่ต่างชั้นเชิงของหญิงสาวที่ตนเองกำลังปะมือด้วย นางสวนคืนด้วยรูปแบบกระบวนท่ามาตรฐานโดยไม่สามารถปรับใช้การโจมตีให้หลากหลายได้เท่ากับฝั่งของชายผู้เป็นพี่ที่มีฝีมือกินขาดมากกว่า ทำให้เขาจับทางของคุณหนูตรงหน้าได้จนหมดสิ้น และเมื่อนางกวาดท่อนแขนซ้ายเข้ามาหาเขา นางก็หมุนตัวหนึ่งรอบเพื่อเตะหนึ่งครั้ง...และนั่นก็เป็นจริงดั่งที่เขาคาดเอาไว้!!!

 

เพี๊ยะ!!!!!!!

ด้วยประสบการณ์ในการต่อสู้แตกต่างกันทำให้อีกฝ่ายใช้จุดบกพร่องเล็ก ๆ นี้และใช้มันให้เป็นต่อดารินยังไม่ทันได้สวนกลับอีกฝ่ายก็ง้างฝ่ามือรอและออกแรงตบจนเธอถึงกลับทรุดเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้นเพราะเสียหลักทันที

“ อั่กกกกก! ถุย” ร่างบางรีบสะบัดหน้าพลางตั้งสติให้ไวที่สุด นี้ไม่ใช่การซ้อมหรือการประลองแต่เป็นการสู้เพื่อเอาชีวิครอด!! การเสียจังหวะทำให้อีกฝ่ายการจู่โจมเข้ามาซ้ำเธอจนถึงปางตายได้   เพราะฉะนั้นนี่แหละคือจังหวะดีที่เราจะสวนกลับชนิดที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ระวังตัว!!!! เมื่อเห็นว่าสาวเจ้าทรุดกายล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับถ่มน้ำลายปนคาวเลือดออกมาทำให้เขารีบปิดฉากการต่อสู้กับสาวตรงหน้าตามเป้าหมายที่ผู้เป็นนายจ้างนั้นมอบหมายทันที!!

 

“ จบแค่นี้แหละนังหนู!!!! ”

 

“ ริน!!!! // นายหญิงขอรับ!!!! ” ชายทั้งสองที่ได้ยินดังนั้นจึงสะบัดหน้าหันมามองสถานการณ์ของร่างบางที่จู่ ๆ พวกเขาหันเหมามองอีกทีนางก็อยู่ในท่าทรุดตัวลงไปกองกับพื้น แต่แล้วรอยยิ้มแสยะของร่างอรชรก็ผุดขึ้นในขระที่ศัตรูพุ่งตัวเต็มกำลังเข้ามาหาด้วยกรงเล็บและปีกที่สยายออกเพราะใช้ความเร็วสูงสุด เธอกระโจนเข้าหาศัตรูแบบซึ่ง ๆ หน้าโดยที่อีกไม่ช้ากรงเล็บสีมืดก็จะคว้าร่างของเธอได้เต็มทั้งสองฝ่ามือ แต่ทว่าจู่ ๆ ร่างที่ควรจะคว้าได้กลับว่างเปล่าสาวเจ้าย่อตัวเบี่ยงหลบกรงเล็บได้แลกายเป็นว่าช่วงตัวส่วนหนึ่งอยู่นอกวงแขนของอีกฝ่ายที่ถาโถมเข้ามาหาตัวเธอเองอย่างเต็มกำลัง!! แขนขวาของเธอกางออกและโอบช่วงต้นคอและแขนข้างขวาของอีกของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะใช้แขนซ้ายเอื้อมจับและล็อคอีกฝ่ายจากด้านหลังและล็อคท่อนแขนของตรงเองในลักษณะแขนตั้งฉากและขัดข้อกันเพื่อล็อคให้อีกฝ่ายแว้งกัดเธอไม่ได้!!! แรงที่โถมใส่เข้าหากันทำให้ฝ่ายที่เสียหลักล้มกลายเป็นร่างค้างคาวที่ประมาทเธอจนเกินไป เสียงตุบดังขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเป็นฝ่ายพลาดพลั้งล้มลงจนหงายหลังไปเอง!!!

 

“ แอชตัน!!!! ” เสียงหวานร้องเรียกความช่วยเหลือให้ชายลูกผสมที่เพิ่งขย้ำเหยื่อเสร็จให้รีบบึ่งมาช่วยปิดฉกอีกฝ่ายที่กำลังพยายามตะเกียดตะกายหมายให้ท่อนแขนของเธอที่ล็อคอยู่นั้นคลายออก!!! ร่างสูงได้ยินดังนั้นก็รีบพุ่งกระโจนเข้ามาด้วยนัยน์ตาของนักฆ่า ปลายดาบของเขาง้างออกจนสุดแขนพลางเล็งไปที่ตำแหน่งหัวใจของอีกฝ่ายหมายจะฆ่าให้ตายในจังหวะเดียว แต่ทว่าเสียงทุ้มต่ำของลอร์ดจาริสที่เพิ่งจัดการสังหารศัตรูอีกสามตนได้ก็ดังสวนขึ้นมาได้ทันเสียก่อน...

 

“ แอชตันอย่าเพิ่งฆ่ามัน!!! ”

 

(ชะงัก!!?) ฉึกกกกกกก!!!

ชายผู้เป็นเจ้าของชื่อได้แต่ชะงักดาบค้างไว้ชั่วครู่นึงก่อนจะตัดสินใจจ้วงปลายอาวุธลงไปยังส่วนของปีกของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้มันริคิดหลบหนีไป!!! ค้างคาวใหญ่พลันดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดและปวดแสบปวดร้อนเพราะฤทธิ์ของดาบที่หล่อขึ้นจากแร่เงินบริบุทธิ์ที่ปักคาอยู่บนเรียวปีกทำให้เขากำลังเหมือนกับตายทั้งเป็น

 

หมับ....

“ ใครส่งเจ้ามา”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพลางปรายตามองด้วยสายตาเย็นเหยียบ เลือดสีแดงสดที่อาบอยู่ทั่วลำตัวของชายตรงหน้ายิ่งทำให้เขายิ่งดูเลือดเย็นสมดั่งฉายาประจำตระกูลมืดที่ใคร ๆ ก็ต่างกล่าวขานจนขวัญหนีดีฟ่อเพียงแค่เอ่ยถึงนามสกุลที่พ่วงท้าย รอยยิ้มแสยะของอีกฝ่ายที่พ่ายแพ้หมดรูปนั้นยกขึ้นพร้อมกับริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกเพราะความปวดแสบปวดร้อนของแร่เงินที่ปักคาอยู่บนเรียวปีกพลางแค่นหัวเราะด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว

 

“ ใครจะส่งมานั้นหาได้สำคัญไม่...ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ฆ่าข้าอยู่ดี!!! ”

 

“ ฮึ” ร่างสูงได้ยินคำตอบก็แสยะยิ้มพลางแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะชักดาบที่ปักคาอยู่ตรงปีกขึ้นแล้วจ้วงไปที่ตำแหน่งหัวใจของอีกฝ่ายเพียงดาบเดียวร่างที่สั่นสะท้านและร้องจนเสียงหลงนั้นก็แน่นิ่งไปพร้อม ๆ อายปีศาจที่ค่อย ๆ บุสลายและหายไปกลางอากาศดารินได้แต่ตกตะลึงแต่ก็ไม่คิดจะห้ามปรามศพของเหล่าแวมไพร์ปริศนาที่ลอบโจมตีสวมทับด้วยชุดคลุมศีรษะเหมือนกันหมด แอชตันจัดการเช็คร่องรอยและรอยตำหนิของเหล่าแวมไพร์ที่นอนจมกองเลือดทีละราย แต่ก็ไม่ได้ซึ่งเบาะแสอื่นใดเลยแม้แต่น้อยนิด พวกเขาเป็นมืออาชีพดั่งที่เขาคิดจริง ๆ ทั้งฝีมือในการสะกดรอยและการโมตีที่มีรูปแบบและแบบแผนในการทำงานเป็นทีม มิหนำซ้ำหากภารกิจล้มเหลวก็ไม่เหลือความอะไรให้สืบสาวไปยังนายจ้างอีกด้วย

 

“ ท่านจาริสขอรับ...” แอชตันนิ่วหน้าพลางเอ่ยด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นยิ่งนักราวกับว่าการเสี่ยงอันตรายในครั้งนี้ศูนย์เปล่าหาตัวการที่คิดจะลอบทำร้ายผู้มีพระคุณของเขาไม่ได้เลยแม้แต่ปลายเส้นผม!!!

 

“ ข้ารู้” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำเชิงเข้าใจนัยยะที่แอชตันต้องการจะสื่อถึง

 

“ มีคำตอบที่คิดไว้ในใจหรือไม่ขอรับ”

 

“ .....” มีน่ะมันมีอยู่แล้ว แต่คนที่เราคิดอาจจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารในครานี้ก็เป็นได้ จาริสนึกพลันปิดเปลือกตาลงครู่นึงชายลูกผสมได้แต่ทอดสายตามองด้วยความเป็นห่วงด้วยความจริงใจแต่แล้วร่างสันทัดของชายมาดขรึมก็จัดแจงตนเองอีกครั้ง เส้นผมที่เกรอะกรังและเหนียวเหนอะไปด้วยเลือดของสัตรูทำให้ปรอยผมบางส่วนปรกลงมาบังทัศนวิสัย เจ้าตัวจึงจำต้องปลดถุงมือหนังที่มีปลายเชือกร้อยอยู่ออกแล้วใช้มันมัดรัดเส้นผมที่น่าลำคาญใจนั้นขึ้นอย่างลวก ๆ

 

“ ไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า อีกไม่ช้าพวกอสูรชั้นต่ำจะต้องตามมาอีกเป็นระรอกคลื่นแน่”

 

“ จริงดั่งที่ท่านจาริสกล่าวขอรับ เชิญคุณหนูก่อนเลยขอรับข้าจักระวังหลังให้ ” ชายลูกผสมเห็นด้วยก่อนจะผายมือเชิงให้ร่างบางนำหน้าเขาไปก่อนได้เลย ดารินจึงพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามผู้เป็นพี่ไปอย่างเงียบ ๆ

 

“ เข้าใจแล้ว”

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #126 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 00:32
    ได้กลิ่นมาม่าโชยมาหละ
    #126
    0
  2. #125 นิยายคือชีวิต()(( (@jeen555) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 00:31
    ค้างงงงงง
    #125
    1