ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 6 : ตอน คิดการณ์ใหญ่ใจต้องนิ่ง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61



กลิ่นอายเย็นยะเยือกลอยคลุ้งไปทั่วคล้ายกับเป็นกลิ่นเอกลักษณ์ประจำกายของใครบางคนที่กำลังเร้นกายอยู่ในความมืดมิด  เสียงกรีดร้องมากมายดังกระหึ่มจนร่างน้อยจำต้องเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดที่ใบหูพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นด้วยความหวาดกลัว  แต่แล้วจู่ๆเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของใครบางคนก็ดังขึ้น


มานี่ซิ.........

 

เสียงทุ้มต่ำแสนดึงดูดเรียกความสนใจให้กับสาวน้อยที่กำลังหวาดวิตกได้เป็นอย่างดี  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลเลิกสั่นไหวพลางหันเหทอดมองเจ้าของเสียงทุ้มแสนนุ่มคนนั้นอย่างกระตือรือร้น

 

พ่อเหรอ....? เด็กน้อยไร้เสียงสาทำอะไรไม่ถูกเมื่อรอบๆกายมีแต่ความมืดมนจนไม่กล้าย่างก้าวออกไปไหน  มีเสียงอีการ้องให้อื้ออึง  พร้อมทั้งดวงตาสีแดงนับร้อยที่จดจ้องมาจนเธอไม่กล้าขยับ

 

ทางนี้.....เสียงทุ้มนั้นเอ่ยเรียกเย้ายวนอีกครั้ง  ท่ามกลางความสับสนแต่ทว่ากลับทำให้ขาน้อยๆที่กำลังสั่นเทาอยู่ยอมขยับก้าวเดินตามต้นเสียงที่เพรียกหา  ท่ามกลางสายตาสีแดงฉานที่กำลังจดจ้องพร้อมทั้งเสียงขู่คำรามในลำคอทำให้เด็กน้อยหวาดระแวงเพียงนิด  ความมืดมิดค่อยๆเปิดเผยเส้นทางให้ก้าวไปหา   ท่ามกลางเส้นทางที่เปิดออกนั้นมีเหล่าอีกาและฝูงค้างคาวที่บินว่อน  เธอเห็นเสือดำที่เป็นสัตว์ร้ายพาดกายนิ่งอยู่บนต้นไม้ใหญ่  อสรพิษคืบคลานอยู่โดยรอบ สัตว์ร้ายทั้งหลายเหล่านั้นกำลังรายล้อมร่างสูงสันทัดของใครบางคนที่หยุดยืนหันหลังให้

 

เด็กน้อยวัยเตาะแตะยืนตะลึงงันด้วยความงง เส้นผมยาวจรดกลางหลังของเขาเป็นเส้นสีเทาที่แสนไม่คุ้มตา  รูปร่างสูงใหญ่แต่องอาจนี้ไม่ใช่คุณพ่อเธอสักหน่อย  แต่พอหันหน้าไปด้านหลังก็พบว่ามีดวงตาสีแดงจดจ้องมาคล้ายกับกำลังรอเวลาที่จะจู่โจมอยู่  มีเพียงชายคนนี้เท่านั้นที่ดูจะเป็นที่พึ่งพิงให้เธอได้  ว่าแล้วชายท่าทางมากอำนาจคนนั้นค่อยๆหันมาช้าๆ แต่ด้วยความที่ยังเป็นเด็กจึงหันไปให้ความสนใจที่ฝ่ามือแกร่งของอีกฝ่ายที่กำลังผายยื่นเข้ามาหามากกว่า

 

คุณปู่สอนว่าอย่าคุยกับคนแปลกหน้า  อย่ารับของหรือไปไหนกับคนแปลกหน้า  แต่ทำไมกันนะเธอกลับไม่รู้สึกกลัวคนตรงหน้านี้เลยสักนิดเดียว  กลิ่นอายหอมประหลาดๆนั้นเป็นของคนๆนี้หรอเนี้ย  เด็กน้อยเอียงคอสงสัยก่อนจะกำลังชั่งใจลังเลว่าจะทำยังไงกับมือที่ยื่นมาหาดี

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นในลำคอทำให้เด็กน้อยเงยหน้ามอง   ความมืดทมิฬรอบกายเขาทำให้เห็นหน้าคนตรงหน้าไม่ชัดเลยสักนิด แต่ทว่าดวงตาที่มองมากลับอ่อนโยนมากๆ ราวกับกำลังคล้ายกับเอ็นดู  เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอ่ยกำชับ

 

มากับข้าซิ.......ซาเลียน่า  

 


(สะดุ้ง!!!!)


                เด็กน้อยสะดุ้งเฮือกจากเตียงที่นอนหนุน  เหงื่อชุ่มไปทั้งร่างเสียงหายใจหอบพร้อมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกเมื่อครู่ทำให้คนเป็นปู่รีบสาวเท้าเข้ามาในห้องนอนหลานคนโปรดโดยไม่ได้ห่วงถึงสังขาร  ทันทีที่เห็นหน้าของคุณปู่เด็กสาวโผกอดเพื่อรับไออุ่น  ฝ่ามือเหี่ยวหย่นกอดประโลมหลานสาวที่ดูท่าทางน่าจะฝันไม่ดี  ริมฝีปากพรหมจูบไปยังเส้นผมยาวสลวยเพื่อให้เธอคลายความวิตกลง

 

                ฝันร้ายรึหลาน....เสียงแหบของชายชราดังระงม  แต่หลานสาวที่ซุกอยู่ที่อกกลับส่ายหน้าไปมาเชิงปฏิเสธ

 

                มีสัตว์ร้าย  ดวงตาแดงในความมืด  แต่มีใครไม่รู้เรียกให้หนูเข้าไปหา...พอรับฟังเสียงใสๆที่กำลังเล่าตามภาษาเด็กน้อย  คนเป็นปู่ก็ปลอบใจพร้อมกับหยิบนิทานเล่มโปรดที่อยู่ใกล้ขึ้นมา

 

                แค่ฝันน่ะลูก...มาๆเดี๋ยวปู่เล่านิทานให้ฟัง



ณ  คฤหาสน์หลังงามท่ามกลางค่ำคืน


เสียงดนตรีขับกล่อมยามราตรีพร้อมกับเสียงฮัมในลำคอที่ดังระงมทั่วทั้งคฤหาสน์หลังใหญ่ ชายหนุ่มผู้ที่ตื่นตัวพร้อมทุกสถานการณ์เด้งขึ้นมาจากเตียงกว้างพร้อมกับสะบัดหน้าไปตามเสียงที่เล็ดลอดผ่านมาทางช่องประตูบานใหญ่  ฝ่ามือหนาคว้าเสื้อคลุมบางๆสวมทับก่อนจะแง้มประตูเดินออกไปตามหาต้นขั้วนั้น  เสียงไล่ระดับโน้ตค่อยๆไล่ไปมาเคล้าคลอชวนให้คนฟังอยากจะยลโฉมคนเล่นเสียเต็มประดา

 

 ใครกันช่างมามีอารมณ์ในราตรีดึกสงัดเช่นนี้?

 

แต่เมื่อฝีเท้าของพระราชมนูเยื้องย่างมายังห้องโถงที่มีเปียโนหลังใหญ่ตังตะหง่านอยู่ใจกลาง  ดนตรีหวานละมุนชวนให้ใจลอยละล่องตามท้วงทำนองของผู้ที่กำลังบรรเลงสรรสร้างก็ทำให้ราชมนูต้องชะงักลง 

 

ทว่าสายตาดุจไข่มุกดำก็พลันชะงักเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเล่นบทเพลงที่เพราะจับจิตนั้นคือชายผู้เขาเห็นแต่จับดาบ  เคร่งในระเบียบ และง่วนอยู่แต่กิจบ้านเมือง  บุรุษผู้เป็นบุตรแห่งแวมไพร์เชื้อสายบริสุทธิ์ที่เพรียบพร้อมคุณสมบัติทุกประการ  ชายที่เคร่งขรึม สุขุมและคาดเดาความคิดได้ยากมากที่สุดผู้หนึ่ง  น้อยนักที่เขาจะเห็นทีท่าที่หลุดแสดงอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด

 

  แต่เพลานี้....ไม่รู้ว่าทำไมดนตรีที่ฝ่าบาทกำลังขับกล่อมไปตามสายลมจางๆนั้นช่างจับใจยิ่ง  ชวนให้รู้สึกลอยเคว้งและต้องมนต์อย่างน่าประหลาด  นึกไม่ถึงจริงๆว่าฝ่าบาทจะมีมุมอ่อนโยนราวกับเป็นชายอีกคนที่เขาไม่รู้จักมาก่อนเช่นนี้  มีเรื่องอะไรดีๆกันแน่นะ?  จาริสนึกอย่างตริตรองตามภาษาหนุ่มไหวพริบดี

 

ขณะที่ตอนนี้ชายผู้บรรเลงปล่อยอารมณ์ที่อยู่ก้นบึ้งนั้นโลดแล่นไปตามแป้นเปียโนนั้น  ริมฝีปากของเขาไม่ได้ยกยิ้มแต่อย่างใด  แต่ความรู้สึกเปี่ยมล้น เป็นสุข ดีใจและความอัดอั้นที่กำลังท่วมท้นได้ถูกปลดไปตามเสียงเปียโนเปล่าเรียบร้อยแล้ว  เรียวนิ้วไล่ระดับโน้ตไปมาจนค่อยๆชะลอความเร็วให้ช้าและช้าในที่สุด  เสียงคีย์โน้ตตัวสุดท้ายถูกปลดปล่อยพร้อมกับเปลือกตาที่ค่อยๆบรือขึ้นมาเพื่อรับแสงจันทราดวงใหญ่ที่สาดส่องเข้ามาตามช่องหน้าต่างบานกว้าง   ใบหน้าคมลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้เปียโนหลังงามด้วยทีท่าที่งามสง่า จาริสรีบเร้นกายหลบใต้หลังผ้าม่านโดยไวหมายจะไม่ให้องค์เหนือทรงทราบว่าเขาแอบมาเห็นบางสิ่งที่ไม่สมควรเข้า 

 

และแล้วร่างสูงสันทัดขององค์เหนือหัวก็ทอดผ่านเขาไปจนถึงบันไดขั้นที่หนึ่ง  จาริสแอบลอบถอนหายใจเบาๆที่การได้มาเห็นของดีในเพลานี้นั้นไม่ถูกจับได้จนความแตกเสียก่อน  ขณะที่ใบหน้าของชายผมดำขลับเป็นมันนั้นกำลังแอบคลี่ยิ้ม  จู่ๆเสียงทุ้มต่ำขององค์เหนือก็ดังขึ้นลอยๆคล้อยกับกำลังกึ่งตะโกนจนเสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณดังกล่าว


เมื่อไหร่จะกลับไปนอน  ข้าง่วงแล้วนะ.....

 

(สะดุ้ง!!!!?)

 

ฝ่าบาทรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย!!?

 

จาริสพลันสะดุ้งก่อนจะสาวเท้าออกมาจากที่หลบซ่อนพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ  องค์เหนือหัวแอบลอบยิ้มแต่ก็ไม่ได้ตำหนิอะไรใส่ชายคนสนิท  ว่าความเสร็จร่างสันทัดแสนองอาจก็ทอดกายยาวไปจนสุดทางเดิน  ปล่อยให้ราชมนูที่ถูกจับได้ยืนเก้กังทำตัวไม่ถูกอยู่ผู้เดียว


ประตูห้องนอนใหญ่ถูกปิดลงพร้อมกับฝ่ามือหนาที่กำลังปลดเปลื้องกระดุมแขนเสื้อที่ยาวจรดข้อมือออกด้วยความลำคาญ  ริมฝีปากได้รูปกระจับยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดีดวงจิตห้วนนึกถึงใบหน้าไร้เดียงสาของสตรีที่เฝ้ารอคอยมานานแสนนาน  เรือนผมสีทองคำ  ดวงตาสีฟ้าทะเลและกลิ่นกายแสนเอกลักษณ์นั้นโชยคลุ้งไปจนทั่ว  ดวงใจเขาเต้นตึกตักจนผิดจังหวะร่างแกร่งทิ้งตัวลงบนเตียงหนานุ่มปล่อยให้เรือนผมที่ตอนนี้สั้นปะบ่าสยายตัวไปตามผืนเตียงกว้าง  ฝ่ามือหนาทอดกายสัมผัสก้อนเนื้อที่กำลังกระทุ้งราวกับกำลังจะระเบิดออกมาเสียให้ได้  เรือนกายสันทัดบิดเอี้ยวไปมาราวกับคนที่ดีใจจนแทบจะอยู่ไม่สุข  รอยยิ้มบางๆยังคงเปื้อนอยู่บนใบหน้าไม่รู้คลาย  หน้าผากที่สมานตัวจนสนิทแล้วนั้นเขายังคงนึกขอบคุณ  การรอคอยที่แสนทรหด  และความเจ็บปวดที่แสนทรมาณทั้งหลาย  ขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้ข้าได้พานพบนาง....


และแล้วเรียวนิ้วทั้งห้าก็หยิบยกธำมรงค์วงงามที่เป็นของคู่กายเขาขึ้นมาดูต่างหน้า  สัญลักษณ์ประจำตัวนี้ที่ยังเสมือนเครื่องเตือนใจว่าเขาจะไม่พลาดปล่อยดวงใจตนเองให้หลุดลอยไปไกลอ้อมกอดเป็นครั้งที่สองอีกเป็นแน่

 

หึๆ...อ่า  เมื่อยปากชะมัด ว่าแล้วชายร่างแกร่งก็จำต้องเอาสันหมัดเคร้นนวดคลึงแก้มสากทั้งสองข้างที่ดันยกยิ้มไปวี่วันไม่ได้หยุดจนรู้สึกเหนื่อยล้าแต่ทว่าสุขอุราจนไม่รู้จะสรรหาคำบรรยายใดมาเปรียบ

 


บรืนนนนนนนนน


                เสียงเครื่องยนต์รถคลาสสุคสุดหรูเคลื่อนตัวออกไปจากตัวคฤหาสน์แต่เช้าตรู่อีกแล้ว  ภาพแบบนี้เริ่มเกิดขึ้นมาได้หลายขวบปีแล้วก็จริง แต่สิ่งที่ชักจะผิดสังเกตไปจากทุกที่นั้นก็คือฝ่าบาทจะต้องเลือดตกยางออกกลับมาทุกครั้งไปสะด้วยนี่น่ะซิ  ตามไปเคร้นคอจากเจ้าฟรานซิสก็แล้วด่าว่าก็แล้วว่าทำไมไม่ดูแลฝ่าบาทให้ดีก็พบแต่ความเงียบไม่ยอมปริปากเล่าอะไรสักคำเอาแต่ยิ้มกริ่มไม่พูดไม่จา 

 

ไอ้เจ้าบ้าฟรานซิสเอ๊ย...มันจะต้องซ่อนงำความจริงอะไรไว้แน่ๆ  ราชมนูนึกพร้อมกับกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ แต่ก็ทำอะไรใส่เจ้าสหายคนสนิทไม่ได้เลย

 

แอชตัน...คราวนี้ฝ่าบาททำอะไรก่อนไป คำถามกึ่งแกมบังคับทำให้ลูกผสมถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหนักอก  แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังจากท่านราชมนูจอมดุก็ทำแค่รายงานเสียงอุบอิบเท่านั้น

 

คราวนี้เหมือนจะติดต่อวิศวกรกับร้านเพาะต้นไม้ขอรับ....สิ้นคำรายงานแบบคร่าวก็ทำเอาร่างโปร่งถึงกับขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ  สองหัวข้อที่กล่าวมาไม่มีความเชื่อมโยงกับเลยสักเพียงนิดฝ่าบาทคิดจะทำการณ์สิ่งใดกันแน่นะ  ไม่นานวิลเลียมก็เดินทอดน่องเข้ามาหาชายผู้เป็นหัวหน้าภารกิจลับด้วยทีท่าคลี่ยิ้มกว้างทีผิ่ดแปลกไปจากวิสัย

 

ท่านคาร์เตอร์ข้าอยากจะเชิญท่านมาห้องวิจัยของข้าหน่อย....

 

ได้นำข้าไป.....เมื่อได้ยินคำกล่าวดังนั้นร่างโปร่งถึงกับชะงักถ้วยชาที่จรดอยู่ที่ริมฝีปากก่อนจะรีบลุกพรวดตามแผ่นหลังกว้างของชายหัวกะทิไปโดยไว 

 

แอชตันที่ถูกทอดทิ้งให้ง่วนอยู่แต่งานของพ่อบ้านก็ได้แต่ลอบถอนหายใจด้วยความหนักอก  หันไปทางไหนก็มีแต่คนคอยคาดคั้นทั้งนั้นอึดอัดจะตายอยู่แล้ว...ว่าแล้วเจ้าตัวก็ขันอาสาไปทำความสะอาดตามห้องพักของแต่ละคนตามหน้าที่  เมื่อฝีเท้าเดินทางมาถึงปีกตะวันตก ณ ห้องบรรทมชั่วคราวขององค์เหนือหัว ในห้องบรรทมของฝ่าพระบาทข้าวของทุกชิ้นแทบจะอยู่ที่เดิม วางในตำแหน่งและองศาเดิมเสมอ  ช่างเป็นบุรุษที่เคร่งครัดและอยู่ในกรอบจนเขาเองยังอดนึกภาพเวลาพระองค์จะเผลอหลุดออกจากเส้นที่ขีดไว้นั้นจะเป็นยังไงกันน๊า  นึกไม่ออกเลยจริงๆ 

 

ว่าแล้วฝ่ามือก็เริ่มทำตามหน้าที่ดึงผ้าปูผืนใหญ่รวบเข้ามาหาอกกว้างจัดการฝุ่นละอองที่ลอยคลุ้งจนเรียบร้อย จัดการถอดผ้าม่านทั้งหลายหลากลงมาเพื่อจะเอาไปจัดการแต่ทว่าสายตาเจ้ากรรมก็หันไปเห็นแจกันใบงามที่มีดอกกุหลาบสีแดงสดประทับอยู่  ฝ่ามือหนาพลันชะงักก่อนจะแอบทอแสงอ่อน....ร่างสูงของชายเลือดผสมเดินดิ่วตรงหน้ายังแจกันใบงามพร้อมกับทอดมองด้วยความถวิลหา

 

มีเพียงแจกันกับกุหลาบนี่เท่านั้น...ที่ดูจะไม่เข้าเข้าฝ่าบาทเลย  แอชตันนึก 


 แต่เขาเองก็รู้ดีว่าองค์เหนือหัวคงคิดถึงท่านซาเลียน่ามากขนาดไหน  แถมยังใส่พระทัยดูแลดอกกุหลาบนี้ไม่ให้มันเฉาก่อนเวลาของมันอีก

 

นายหญิงขอรับ....ฝ่าบาททุกข์ระทมเหลือเกิน  กลับมาอยู่เคียงข้าท่านเถิดขอรับ ”  มีเพียงเสียงพรึมพรำที่ดังระงมอยู่กับตนเอง  ไม่มีเสียงขานตอบมีเพียงคงามเงียบสงัดที่ปล่อยให้สายลมพัดผ่านร่างจนเขาจำต้องลอบถอนหายใจ  แม้จะได้ถวายการรับใช้ท่านผู้นั้นเพียงไม่กี่อึดใจนัก  ช่วงเวลามากมายที่มีทั้งสุขทุกข์ทั้งหลายนั้นแสนเป็นช่วงเวลาที่แสนล้ำค่าจนเขาเองก็ยังทำใจรับกับการจากไปของนายตนไม่ได้เลยแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมานานขนาดนี้แล้วก็ตาม  ชายแกร่งอยากจะเอื้อมมือไปยังบุพผางามที่บานสะพรั่งอยู่ตรงหน้าเพียงไรแต่ก็ทำได้แค่ชะงักฝ่ามือแล้วหยุดอยู่แค่นั้น  ไม่เคยมีผู้ฐานันดรสูงศักดิ์ผู้ใดใจดีและมากในน้ำพระทัย  แถมยังไม่เคยแม้แต่จะดูแคลนเขาที่ต่ำต้อยทางสายเลือดเนื่องจากเป็นลูกผสมที่หกระเหเร่ร่อนมาพึ่งพิงในดินแดนผู้อื่นเช่นนี้เลยสักผู้  มีเพียงนายหญิงเท่านั้นที่ยิ้มอย่างเป็นมิตร  หัวเราะและคอยให้กำลังใจ ไม่เคยคิดดูถูกเหยียดยหยามหรือถากถางให้ช้ำใจเลยสักหน  จะหาใครดีเทียมเท่าท่านผู้นั้นคงไม่มีอีกแล้วสินะ.....นัยน์ตาสีนิลทอดมองด้วยความเศร้าสร้อยที่เพิ่งเคยแสดงออกมาเป็นครั้งแรก....ก่อนจะพรั่งปากเอ่ยบางอย่างที่เก็บงำมาโดยตลอด

 

ข้าคิดถึงท่านเหลือเกินขอรับ...นายหญิง

 



ณ หมู่บ้านในเขตชานเมือง

 

ชายวัยกลางคนที่ควบตำแหน่งถึงผู้ใหญบ้านต่างถอดถอนหายใจเมื่อเห็นว่าเหล่าสมาชิกภายในหมู่บ้านเองยังคงไม่เข้าใจแง่คิดที่แสนดีจากชายหนุ่มมาดผู้ดีคนนี้เลยสักผู้  แถมยังพากันแอนตี้ไม่เอาแถมยังไม่คิดจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาภายในหมู่บ้านตามคำเสนอของชายหนุ่มเสียด้วย  ร่างโปร่งลอบถอนหายใจให้กับสิ่งมีชีวิตเบาปัญญาที่ยังคงตั้งแง่แถมยังอคติจนไม่มองไปยังจุดประสงค์ที่จริงแท้ของเขาเลยสักนิดด้วยความอ่อนใจ  หากไม่ติดว่านี่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้เธอคนนั้นมีชีวิตกินดีอยู่ดี ไม่อัตคัดแบบนี้ล่ะก็  เขาคงไม่จ้ำจี้จ้ำไชฝืนมาคอยพัฒนาทัศนียภาพของหมู่บ้านนี้เป็นแน่  ฟรานซิสจำต้องม้วนแผนการที่อุตส่าห์ตักเตรียมมาเสียดิบดีด้วยความเหนื่อยใจ 

 

เอาเป็นว่าก็ทำในส่วนที่ทำได้ไปก่อนเถอะนะพ่อหนุ่ม....ลุงเข้าใจว่าเอ็งน่ะเจตนาดีกับหมู่บ้านนี้จริงๆ รอยยิ้มอ่อนจากชายวัยกลางคนท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นพลางตบมาที่บ่าของเขาราวกับกำลังมอบกำลังใจให้  ร่างสูงทำเพียงแค่ยิ้มรับก่อนจะพยักหน้ารับเชิงเข้าใจในความหมายนั้น

 

งั้นวันนี้ก็เริ่มจากปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่นสินะ  ม่ะ...ลุยๆๆๆ!!! ” ว่าแล้วชายวัยกลางคนก็จับฝ่ามือหมุนไปยังหัวไหล่ทั้งสองข้างก่อนจะเริ่มบิดกายไปมาเพื่อให้พร้อมกับงานใหญ่ที่ดูแล้วน่าจะมีคนช่วยไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ

 

ฟรานซิสเจ้าไปช่วยลุงคนนั้นก่อน....คำสั่งจากองค์เหนือหัวดังขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้มีฟรานซิสเพียงผู้เดียวที่อยู่กับเขา  ชายหัวใสหันมาทอดมองพระพักตร์ก่อนจะเบนสายตาไปยังบ้านหลังเก่าที่พระองค์ทอดมองไปอย่างรู้ว่าที่แท้พระองค์ก็จะเอาของกำนัลไปให้คุณตาขี้โมโหอีกตามเคย

 

ข้าไม่เห็นวี่แววว่าคุณตานั้นจะยอมใจอ่อนนะพะยะค่ะ...เห็นทีท่าที่ต้อนรับแต่ละครั้งแล้วราวกับตาแก่นั้นมีสัญชาตญาณรับรู้ว่าพระองค์หมายปองหลานสาวอย่างนั้นแหละ ฟรานซิสเอ่ยพร้อมกับแค่นหัวเราะเบาๆ  เสียงกลั๊วหัวเราะในลำคอขององค์เหนือหัวดังขึ้นเป็นระรอกก่อนจะจดจ้องไปยังบ้านหลังใหญ่ด้วยแววตาหมายมั่น

 

น้ำหยดลงบนหินทุกวันมันยังกร่อนเลยฟรานซิสเอ๋ย....คอยดูต่อไปเถิด ว่าเสร็จร่างโปร่งขององค์เหนือหัวก็ทอดกายไปยังตัวรถเพ่อหยิบของกำนัลที่เตรียมไว้ออกมา  เป็นกระเช้าผลไม้และของเล่นสำหรับเด็กสาวรูปร่างน่ารักสองสามชิ้นก่อนจะหิ้วพลางกระหยี่ยิ้มย่องไปยังบ้านหลังเก่านั้น 

 

ข้ารู้ว่าพระองค์นั้นความอดทนสูงเพียงไรพะยะค่ะ....เพื่อสิ่งที่หมายปองแล้วยอมทุ่มหมดหน้าตักขนาดไหน  แม้แต่เคอร์แชตเองยังทราบดี ฟรานซิสแอบหัวเราะแต่กระนั้นก็จ้ำอ้าวไปช่วยคุณลุงผู้ใหญ่บ้านที่กวักมือเรียกขอแรงให้ช่วยยกต้นไม้ลงจากรถกระบะที่บรรจุพันธุ์ไม้มาจนเต็มคันด้วยความกระตือรือร้น





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #7 GhostTigerMaya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 11:42
    ตัดจบได้ดีมากค่ะ!//กัดฟันยิ้ม
    #7
    1
    • #7-1 mystical1(จากตอนที่ 6)
      5 มิถุนายน 2561 / 13:36
      คิคิ เดี๋ยวจะได้ยิ้มมากกว่านี้ค่า
      #7-1