ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 53 : ตอน ใจกว้างตั้งใช้ให้ถูกที่ ใจดีต้องใช้ให้ถูกคน (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

  

ซินเซีย x จาริส 

อีกคู่ที่แฟน ๆ รอคอย   รูปหล่อกระชากไส้ตามที่ไรต์สัญญานะ



ณ  ตำหนักใต้

            เสียงอึกกระทึกคึกโครมอันน่าระคายหูที่เคยดังมาจากห้องรับรองที่อยู่ถัดออกไปไม่ใกล้ไม่ไกลทำให้คุณหนูวรรณะสูงที่เพิ่งจะมีสิทธิ์ได้เข้ามาประทับที่นี่อย่างเป็นทางการนั้นละมือจากการแต่งกลอนงานอดิเรกส่วนตนเมื่อปลายจมูกโด่งเป็นสันนั้นรับรู้ถึงกลิ่นอายคาวหวานที่ลอยคลุ้งมากับอากาศ

 

กลิ่นคาวเลือด...ของผู้ใดกัน 

 

มาจากห้องของดารินหรือ?

 

            คุณหนูแพทริเซียเจ้าคะ...อย่าออกไปด้านนอกเลยเจ้าค่ะ เรามิรู้ว่าด้านนอกนั้นคือเหตุการณ์ดีหรือว่าร้าย!

 

            “ เทียร์  ถ้ามิออกไปดูแล้วจักรู้หรือว่าเกิดสิ่งใดขึ้น...ลุกและตามข้ามา

 

            “ เจ้าค่ะคุณหนูท่าน ข้ารับใช้ประจำตนยอมจำนนต่อคำสั่งก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นจากพื้นเย็นและเดินตามหลังผู้เป็นนายไปด้วยใจที่พะว้าพะวง  ฝีเท้าเล็กเดินฉับ ๆ นำหน้าไปตามกลิ่นอายที่ลอยฟุ้ง  มีพลหทารที่อารักษ์ขาอยู่ด้านนอกกำลังดาหน้าเข้ามาด้านในกันด้วยความจ้าละหวั่น  อาวุธทุกตนครบครันแสดงว่ากลิ่นอายคาวหวานที่ลอยคลุ้งอยู่ในตอนนี้ใช่เรื่องดีเป็นแน่แท้  การย่างก้าวขอแพทริเซียจำต้องหยุดชะงักลงเมื่อพลทหารกางอาวุธไม่ให้เธอถือสิทธิ์เข้าไปยุ่มย่ามใกล้บริเวณด้วยสีหน้าและน้ำเสียงติดจริงจัง

 

            กรุณากลับห้องรับรองด้วยขอรับท่านแพทริเซีย...ขณะนี้ทางราชสำนักยังมิได้อนุญาตให้
ท่านออกมาเดินเล่นด้านนอกในยามวิกาล
แม้นคำสั่งจากเบื้องบนจักระบุเอาไว้ชัดแจ้ง  แต่สตรีวรรณะสูงก็ยังปรายหางตาไปยังปลายทาง  เมื่อเธอยังได้ยินเสียงคึกโครมและเสียงคำรามอยู่กราย ๆ ที่ดังสนั่นมาจากห้องของสตรีวรรณะสูงอีกนางหนึ่งอยู่ดี

 

            ข้าแค่ใคร่รู้ว่าเสียงสนั่นหวั่นไหวนั้นคือสิ่งใด...

 

            “ เกิดความวุ่นวายภายในห้องรับรองของท่านดารินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นขอรับ  ทางราชสำนักเข้าระงับและควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว  เชิญท่านแพทริเซียกลับไปพักผ่อนต่อเถิดขอรับ...อย่าได้กังวลใจต่อไปเลย

 

ความวุ่นวายเพียงเล็กน้อย...งั้นหรือ?

 

กลิ่นคาวคลุ้งจนอับอวนไปทั่วตำหนักนี่น่ะหรือเล็กน้อย?

 

            เทียร์...กลับ // เจ้าค่ะคุณหนู แม้นหญิงใบหน้าคมสันและความคิดความอ่านฉับไวจะไม่ได้ปักใจเชื่อเต็มร้อย  แต่การที่ทหารกางกั้นอาณาบริเวณไม่ให้เธอมีสิทธิ์เข้าไปยุ่งและก้าวก่ายเช่นนี้  ก็แสดงว่าสิ่งที่เธอจะทำได้ก็คือเก็บงำความใคร่รู้และกลับไปพักผ่อนตามคำเรียนเชิญ


 

สถานการณ์ ณ ขณะเวลาเดียวกันนั้น...


“ จาริสเข้าข้างในเถิดลูก  ลมข้างนอกมันหนาว ” เสียงเตือนของคุณหญิงโจลี่ดังขึ้น  เมื่อนางเห็นว่าบุตรชายเอาแต่ยืนตากลมอยู่ตรงริมระเบียงอยู่ด้านนอกได้เป็นเวลานานสองนาน  นัยน์ตาสีไข่มุกดำเหลือบมองท่านแม่ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ เชิงว่าอีกสักพักเดี๋ยวเขาจะเข้าไปด้านใน  ในหัวของชายหัวไวกำลังปล่อยความคิดไหลผ่าน  ในวันพรุ่งนี้ระบอบการปกครองคงเสียสมดุลครั้งใหญ่นับประวัติศาสตร์จนดินแดนแวมไพร์ต้องจารึก  ฝ่าบาทคงง่วนอยู่กับกิจราชการอีกนานโขกว่าระบบระบอบจะเข้าลู่เข้าทางอย่างที่มันควรจะเป็น  

 

ดูท่าว่ากว่าพิธีคัดเลือกจะเสร็จสิ้นคงจะกินเวลาไปอีกนานโข

 

แต่นั่นก็เป็นสิ่งดีสำหรับริน  ไม่ว่าจะทางไหนจะช้าหรือเร็ว

 

หมับ  แกร๊ก....ฟึ่บบบบ!


          ฝ่ามือหนาหยิบตลับบุหรี่ที่ซ่อนเอาไว้ในสาบเสื้อด้านในออกมาก่อนจะเลื่อนหยิบเอามวนบุหรี่ข้างในขึ้นมาพลางจุดเปลวเพลิงขนาดย่อมก่อนจะใช้มืออีกข้างอังเพื่อบังสายลมเย็นยะเยือกหมายให้ปลายมวนบุหรี่ที่ถืออยู่เปลี่ยนเป็นเปลวไฟจุดเล็ก ๆ สีแดง


 

ฟู่วววววววว 


          กลิ่นควันถูกอัดเข้าไปในหนึ่งลมหายใจเฮือกใหญ่  ความอิ่มเอมถูกเติมเต็มจนล้นปอดก่อนที่ร่างสูงจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจเจือควันสีเทาออกมาเป็นช่วง ๆ หัวสมองที่รู้สึกปวดตึ้บ ๆ พลันสว่างโล่งขึ้นมาเปราะนึง  เหลือเพียงความกลัดกลุ้มก้อนใหญ่ที่ยังหนักอึ้งอยู่ในหัวที่ไม่ว่าจะทดแทนด้วยบุหรี่อีกสักกี่มวน  หัวสมองของเขาก็ไม่แล่นไอเดียอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้เลย...

 

สามเดือน...

 

พิธีวิวาห์ของซินเซียก็จักมาถึง...

 

วิธีนั้นก็คงใช้ไม่ได้  ทหารและราชองครักษ์คงวางกองกำลังเอาไว้อย่างแน่นหนา

 


ฟู่วววววววว

 

ครั้นจะขอพบเป็นการส่วนพระองค์...

 

ก็ไม่มีเหตุผลมากพอที่จะเรียกร้องอภิสิทธิ์ได้ถึงเพียงนั้น

 

ไม่มีสักทางเลยรึไรนะ!! 


 “ ....... ” ฝ่ามือหนาตบเชิงระเบียงไปเต็มแรงหนึ่งทีก่อนจะเปลี่ยนเป็นบีบเข้าหากันจนแน่นครั้นนึกถึง โซ่ตรวนที่ล่ามคอเอาไว้ด้วยเงื่อนไขมากมายจนกลายเป็นปมข้อใหญ่ที่เขายังหาทางคลายไม่ออก  บัดนี้เวลาแต่ละขณะที่กำลังถูกกัดกร่อนและปลิวหายไปทีละเสี้ยว  ทีละเสี้ยว...


  ร่างสูงสูดลมสีเทาเข้าปอดอยู่พักใหญ่ ๆ ก่อนที่นัยน์คมสีไข่มุกดำจะจับสังเกตความผิดปกติบางอย่างได้  


ทำไมขบวนแถวของทหารที่ลาดตระเวรแถบทางด้านนู้น

 

...ถึงดูกูรีกูจอจนผิดสังเกต?


ร่างสูงได้แต่ครุ่นคิดก่อนจะปลีกกายกลับเข้าไปยังด้านในห้องที่ทางราชสำนักรับรองเอาไว้ให้เพื่อค้างแรมชั่วคราว  คุณหญิงโจลี่กำลังปักดิ้นทองลงบนผ้าเช็คหน้าส่วนตัวไปพลาง ๆ ในขณะที่ลอร์ดโรเบิร์ตเองก็กำลังเอนกายพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ม้าโยก

 

            อ้าว...มาแล้วหรือ  อืม...อ่ะ มาๆ เจ้าช่วยมาเล่นหมากรุกกับข้าสักหน่อยชายสูงวัยค่อย ๆ หยัดกายของตนขึ้นจากเก้าอ้าโยกทันทีที่เขาเห็นรูปชายเยื้องย่างกลับเข้ามาด้านในสักทีนึง

 

            ขอรับ จาริสไม่ได้ปัดปฏิเสธกลับขันอาสาไปควานจนทั่วห้องจนเจอโต๊ะที่ตีตารางกระดานหมากรุกเอาไว้ด้านบน  พ่อลูกทั้งสองทรุดกายลงนั่งตรงเก้าอี้ตรงกันข้ามกันก่อนจะเริ่มผลัดกันเดินหมากของตนเองทันที  คุณหญิงปรายตามองลูกชายเพียงตนเดียวที่บัดนี้โตเป็นผู้ใหญ่มากพอที่เธอไม่จำเป็นต้องออกปากปราม  แม้กลิ่นของควันบุหรี่ที่ติดตามเสื้อผ้าอาภรณ์ของเจ้าตัวจะลอยคลุ้งจนเธอรู้สึกแสบจมูกอยู่บ้างก็ตาม

 

            “ ดึกดื่นขนาดนี้ยังคิดจักเล่นอะไรเครียด ๆ กันต่ออีกรึ?

 

            “ แค่ฆ่าเวลาน่ะขอรับท่านแม่...อีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็หนักมิใช่เล่น

 

ตระกูลใหญ่ถูกสั่งลงโทษประหารเพราะเป็นกบฏต่อราชวงศ์

 

ข่าวที่ลือกันให้ทั่ววังเรื่องที่เรเชลฆ่าตัวตายต่อหน้าพระพักตร์

 

ก็กลายเป็นเรื่องที่ข้าหลวงทั้งหลายต่างรุมซ้ำเติมกันปากต่อปาก

 

ใครจะไปนึกฝันว่าสกุลโจนส์จะต้องมามีจุดจบเช่นนี้   คุณหญิงนึกก่อนจะถอนลมหายใจออกมาในขณะที่มือก็ปักทอดิ้นสีทองจนกลายเป็นลายบุปผา

 

            “ หือ  พอที...ให้ข้าได้หายใจหายคอบ้าง เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเพื่อให้สองแม่ลูกคุยเสวนาเรื่องน่าอดสูนี้เสียทีนึง  ใจของชายสูงวัยนั้นหนักอึ้งมากเกินกว่าจะทานทนไหว  เห็นสกุลโจนส์กันอยู่หลัด ๆ พรุ่งนี้ก็จำต้องเห็นวาระสุดท้ายอันน่าอนาจใจ      เวลาล่วงเลยผ่านไปจนได้สักระยะ  คุณสูงวัยก็ผละขอไปงีบหลับบนตั่งเตียงโดยมีคุณหญิงประคับประคองร่างและพาเข้านอนไปตาม ๆ กัน  เหลือเพียงร่างสูงผู้เป็นบุตรชายเพียงตนเดียวเท่านั้นที่วกเดินกลับไปยังจุดเดิมที่ตนเองเคยยืนอยู่  นัยน์ตาคมกวาดมองไปตามซอกซอนทุกอณูที่ตนเองรู้จักเนื่องมาจากรับใช้ฝ่าพระบาทและอยู่ในรั้วในวังนี้มานานพอสมควรจึงพอจะรู้สึกได้ว่า ความตะหงิดใจและลางสังหรณ์บางอย่างกำลังทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย

 

ทหารที่ลาดตระเวรอยู่บริเวณนี้เบาบางลงแล้ว...

 

รึว่าที่กูรีกูจอกันอยู่เมื่อสักครู่จักเป็นการคุมกันนักโทษประหารไปยังลานทับทิม...?

 

แต่กว่าแสงแรกแห่งสุริยันต์จะโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้า

 

ก็เหลืออีกตั้งเกือบห้าชั่วยาม...

 

ไม่น่าจะใช่การคุมกันนักโทษออกจากคุกใต้ดินแน่

 

เช่นนั้นทหารวิ่งวุ่นกันจ้าละหวั่นเนื่องด้วยเหตุอันใด?

 

พรึ่บบบบบ....!

 

            “ ขออภัยที่มารบกวนท่านลอร์ดในยามวิกาลขอรับ...ร่างของทหารจากหน่วยสื่อสารโผล่อยู่ในท่าชันเข่าอยู่บนระเบียงกว้าง  แม้นเสียงแห่งการใช้สปิริตแห่งแวมไพร์จะบางเบา  แต่ทว่าลอร์ดจาริส  คาร์เตอร์เองก็แทบจะไม่ตื่นตระหนก  มิหนำซ้ำยังสะบัดหน้าหันมายังทหารสองนายก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยขออภัยเสียอีก

 

            เจ้ามีธุระอะไร

 

            “ ข้าน้อยมีด่วนที่จำต้องแจ้งแก่ท่านในเพลานี้ขอรับ...

 

ดึกดื่นจนเกือบจักสว่างแบบนี้เนี้ยนะ

 

เรื่องด่วนที่ว่านี้มันเรื่องอะไรกัน?

 

เรื่องอะไร

 

เรื่อง คุณหนูดาริน ขอรับ...

 

ผ่าง!!!!  ขวับ!!!


          ทันทีที่สิ้นเสียงคำเอ่ยดวงใจที่เคยด้านชานั้นถึงกลับหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มร่างสูงที่เคยรักษาอาการนั้นถึงกลับถอดสีหน้า  ก่อนจะเบิกตากว้างพลางคาดคั้นเอาคำตอบจากทหารของหน่วยสื่อสารอย่างเอาเป็นเอาตาย!

 

ดาริน...!

 

            “ ทำไม...น้องสาวข้าเป็นอะไร!? ”

 

            “ รายละเอียดปลีกย่อยนั้นมีมาก...เรียนเชิญท่านลอร์ดไปกับพวกข้าจักดีกว่าขอรับ

 

            ที่ใด

 

            “ เหตุเกิดที่ตำหนักใต้ขอรับ...รบกวนมาเพียงลำพังด้วยขอรับ  พระองค์ไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่สะพัดออกไปจนกลายเป็นเรื่องใหญ่

 

พระองค์งั้นหรือ...


รึว่าจะเป็นพระหมื่นปี...?

 

เกิดเรื่องอะไรในตำหนักใต้กับรินกันแน่!

 

ทหารที่ทำการอารักษ์ขาก็คุ้มกันด้านนอกอย่างแน่นหนาอยู่แล้วนี้!

 

คนนอกมิน่าจักเข้าไปกร่ำกรายได้  ยิ่งเป็นในสถานการณ์เช่นนี้แล้วยิ่งไม่มีทาง

 

การอารักษ์ขาและการลาดตระเวรนั้นยิ่งแน่นหนากว่าครั้งไหน ๆ

 

รึว่าจักเป็น...ฝีมือของคนใน?!!!

 

          สายลมเย็น ๆ พัดผ่านร่างสูงไปอย่างผะแผ่ว  คำตอบสุดท้ายผุดขึ้นมาโดยพลันเพียงแค่คำเอ่ยรายงานของทหารเพียงไม่กี่ประโยค  ร่างสูงไล้สายตาพลางประมวลความคิดก่อนจะพยักหน้าเชิงรับทราบและเต็มใจจะเดินทางโดยใช้สปิริตแวมไพร์ไปพร้อม ๆ กับนายทหารทั้งสองตนทันที!


 

หมับ...

          ท่อนแขนเรียวเอื้อมจับบริเวณปากแผลที่บริเวณต้นแขนข้างซ้ายเพราะเป็นส่วนที่รองรับกรงเล็บของแมร์รี่และเกิดการฉีกขาดหนักที่สุดด้วยสีหน้าเหยเก  ความรู้สึกที่เคยเจ็บนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความชาผสมปนเปไปกับความปวดตึบ ๆ ที่ร้องท้วงอยู่ข้างใน  มิลล่าเหลือบหางตามองประปรายพลางอดคิดมิได้ว่ารูปร่าง  ลักษณะนิสัยนั้นเหมือนกับผู้ปลดพันธนาการของจอมราชันย์มากจริง ๆ หัวหน้านางกำนัลพาฝ่าเหล่าทหารองครักษ์ที่รักษาการณ์อย่างเนืองแน่นพร้อมแสดงตราประทับประจำพระองค์ของพระหมื่นปี ก่อนจะพาร่างบางเยื้องย่างเข้ามาในตำหนักเหนือเพียงลำพัง

 

          “ คุณหนูดาริน  คาร์เตอร์มาถึงแล้วเพคะ มิลล่าเอ่ยขึ้นทันทีที่พาเข้ามายังห้องโถงกว้างที่มีร่างสมส่วนเอนกายนอนพลางเท้าท่อนแขนราบไปกับที่พำนักพลางยิ้มที่มุมปากบาง ๆ  แม้นใบหน้าจะเริ่มมีรอยริ้วอยู่บ้างเป็นประปราย แต่ผิวพรรณโดยรวมก็ยังหลงเหลือเคล้าแห่งความงามเอาไว้ทุกสัดส่วน  ทั้งใบหน้า เรียวคิ้ว  ตา จมูกและปากรับกันทุกส่วน  ขนาดเพลานี้พระองค์ไม่ได้แต่งเติมเครื่องประทินผิวก็ยังงามจนเรายังถึงกับตะลึงเส้นผมสีเดียวกับเจ้าชายแดเนียลเลย...งั้นสีผมของจอมราชันย์ได้มาจากผู้ใดกันละนี้

 

โหวววว...นี้หรือพระหมื่นปี

 

พระมารดาของจอมราชันย์และเจ้าชายแดเนียล

 

สวยชะมัด...!

 

เจ้าหรือ...บุตรีบุญธรรมของสกุลคาร์เตอร์ เสียงนุ่มทุ้มฟังและเสนาะหูดังขึ้นพร้อมกับค่อย ๆ หยัดพระวรกายขึ้นมานั่ง 

 

เอ่อ...คาราวะพระหมื่นปี...ใช่แล้วเพคะ ร่างอรชรได้สติเลยรีบย่อตัวลงไปถวายความเคารพก่อนที่จะขานรับคำถาม  เมื่อเห็นว่าหญิงตรงหน้าสีผมสีดุจทองคำ  ดวงตาสีฟ้าสกาว และมีกลิ่นอายจาง ๆ คลับคล้ายกับกลิ่นกุหลาบพระนางก็ได้ความกระจ่างแจ้ง  หญิงตรงหน้าคือบาปที่พระโอรสของตนก่อเอาไว้  ความผิดมหันตร์ที่รอเวลาพิสูจน์  บัดนี้ในรั้วในวังหลงเหลือขุนนางที่มีอายุราชการสองแผ่นดินน้อยตนนัก  แต่มองปราดเดียวเป็นผู้ใดก็ต้องคิดว่าเหตุใดหญิงสาวตนนี้ใยถึงได้เหมือนนัก  ขนาดมิลล่านางกำนัลของข้ายังนึกแคลงใจแต่ก็มิกล้าเอ่ยปาก...เนื่องด้วยหากคำพูดนั้นเป็นการดูหมิ่นเกียรติให้สกุลใหญ่ต้องมัวหมองโทษที่ได้รับนั้นหนักหนาเกินกว่าจะชดใช้ด้วยชีวิตของตนเพียงลำพัง   

 

ร้ายจริงหนา...จาริส  คาร์เตอร์

 

แหมะ...แหมะ  แหมะ

 

          หยดเลือดไหลทะลักออกมาตามง่ามนิ้วก่อนที่จะทิ้งตัวลงพื้นห้องโถงสีนวลจนเกิดเป็นหยดดวงสีแดง  

 

เลือดเหรอ...?

 

มาไกลจนถึงนี้ก็ยังมิหยุดอีกรึ   พระหมื่นปีคิดก่อนจะตรัสหามิลล่า

 

        “ มิลล่า...พระหมื่นปีแทบไม่จำเป็นต้องตรัสให้มากความ  หัวหน้านางกำนัลก็ขานรับอย่างเข้าใจในคำสั่งที่พระองค์กำลังถ่ายทอด

 

          “ เพคะ

 

นั่งซิ...ข้าอยากจักดูแผลเจ้า ดวงหทัยที่เคยขุ่นเคืองก็ค่อย ๆ ทุเลาลง...เมื่อพระนางแยกแยกได้ว่าความผิดบาปนั้นสตรีตรงหน้าไม่ได้รู้อีโน่อีเหน่ด้วย  ร่างบางรู้สึกเกร็งไปหมด กระอักกระอ่วนรู้สึกมวนท้องอย่างบอกไม่ถูก  เมื่อจู่ ๆ ฝ่าพระหัตถ์ของพระหมื่นปีก็ตบลงบนที่พำนักส่วนพระองค์เชิงกำชับว่าให้เธอสามารถนั่งตีตนเสมอพระองค์ได้  ร่างบางขบเม้มริมฝีปากก่อนจะเยื้องย่างขึ้นไปหา  แต่ทว่าเธอกลับเลือกที่จะทรุดกายของตนเองลงข้าง ๆ ที่พำนักของพระหมื่นปีแทน

 

“ ? ”

 

          หามิได้เพคะ...ข้าน้อยมิกล้าตีตนเสมอบารมี ถ้อยคำที่ลั่นวาจาพร้อมด้วยกิริยาที่สำรวม  ความนอบน้อมถ่อมตนของหญิงสาวทำให้หญิงสูงวัยรู้สึกถูกโฉลกขึ้นมาอีกครั้ง  แม้นนางจักขัดคำสั่งแต่ทีท่าและใบหน้าที่โน้มต่ำทำให้พระนางรู้สึกเอ็นดูมากกว่าพิโรธ

 

ซาเลียน่ายังอยู่ในตัวเด็กตนนี้...หลายส่วนนัก

 

เช่นนั้น...ขยับมาใกล้ ๆ ข้า เอวบางผงกหัวรับก่อนจะเขยิบายเข้าไปใกล้พระวรกายพระหมื่นปีให้มากขึ้น  พระองค์จับแขนตั้งสองข้างของสาวเจ้าขึ้นมาจนได้ระยะก่อนที่จะเข้าใจโดยกระจ่างชัด  ปากแผลแทบจักไม่ฟื้นฟูขึ้นมาจนเต็มด้วยซ้ำ  รอยฟกช้ำเองก็ดูเหมือนจะไม่มีแววจืดจางลงไปเฉกเช่นกรณีแวมไพร์ตนอื่น ๆ ที่ผ่านพิธีกรรมรับเข้าสกุลใหญ่ 

 

รึว่าเหตุที่สมานตัวช้าอาจมิได้เกิดจากการโจมตีที่อยู่ภายนอก? 

 

แต่เป็นการที่ร่างกายของนางที่เคยเป็นมนุษย์มาแต่กำเนิดนั้น

 

กำลังต่อต้านเลือดแวมไพร์บริสุทธิ์ที่อยู่ภายในร่าง?

 

          ดื่มเลือดครั้งสุดท้ายเมื่อใด

 

          “ เอ่อ...เมื่อวาน...เพคะ

 

          ...เมื่อใดแน่ เมื่อเจอสายตาพิฆาตรที่มองลงมาอย่างขาดลอยทำให้หญิงสาวรับรู้ได้โดยในทันทีว่าสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าจับไต๋เธอได้เสียแล้ว

 

          “ เมื่อวานซืน...เพคะ

 

นั่นประไร...ว่าแล้วเชียว  พระหมื่นปีนึกก่อนจะทรงตรัสถามความจากนางต่อ

 

            ใยถึงมิดื่มให้ครบถ้วนกัน...

 

            “………..”

 

            “ หรือว่ารสชาติของเลือดในรั้วในวังมันย่ำแย่ถึงขนาดที่เจ้ากระเดือกมิลงรึ? ”

 

            “ หา...หามิได้เพคะพระหมื่นปี

 

            “ เช่นนั้นเพราะเหตุใด

 

            “ ข้าเพียงแค่  อยากดื่มเฉพาะตอนที่กระหายจริง ๆ เท่านั้นเพคะ

 

            “ ช่างเขลานักแล้วดูผลของการกระทำอันโง่เขลาของเจ้า  หาได้มีสิ่งดีเกิดขึ้นมาไม่ คำพูดดังกล่าวไม่ได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระดากเลยสักนิด  แต่นั่นกลับทำให้หญิงหัวรั้นอย่างดารินนั้นถึงกลับสลดจนคอตก  เธอได้ตระหนกและเห็นถึงผลเสียที่ตามมาอย่างไม่คาดฝันว่ามันจะร้ายแรงถึงขนาดนี้...ถ้าพี่แมร์รี่ต้องต้องโทษสถานหนักเธอคงไม่มีวันอภัยให้ตัวเองที่เป็นตัวต้นเหตุแห่งความดื้อรั้น

 

            “………….” เมื่อเห็นว่านัยน์ตาสีฟ้าสกาวกำลังหดหู่  พระหมื่นปีก็กรีดเรียวนิ้วเชยปลายคางของโฉมนางให้ขึ้นมาสบสายตากับพระองค์โดยตรงก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้สาวตรงหน้าได้ผงะ

 

            “ ไม่ดื่มแล้วเจ้าได้สิ่งใดกลับมา...ตัวตนเจ้าหรือ ?

 

ผ่าง!!?

ตัวตนเหรอ!?  พระหมื่นปีกำลังพูดถึง...เรื่องอะไร!

 

            “ !!!! ” ขณะที่นัยน์ตาสีฟ้ากำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจจนถึงขีดสุด  ดวงเนตรของพระหมื่นปีกลับสะท้อนเพียงแค่ความนิ่งจนร่างบางนึกกลัวว่าพระองค์จะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นดังโครมคราม!

 

            “ มิลล่าเร็วหน่อย...เดี๋ยวนางจักเลือดหมดตัวเสียก่อน

 

            “ เพคะ หัวหน้านางกำนัลคนสนิทขานรับก่อนจะรีบจ้ำอ้าวนำอุปกรณ์และขวดเลือดที่ผสมยาปีศาจมาถวายจนถึงพระหัตถ์  สตรีสูงศักดิ์รับก่อนจะจับเรียวแขนได้รูปของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วจัดแจงปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ด้วยตัวของพระองค์เอง  แม้นบาดแผลบางจุดจะค่อนข้างน่ากังวลแต่พระองค์บรรจงทำให้โดยที่ดารินไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดมากไปกว่าเดิมเลยสักนิด  มิลล่าขันอาสานำขวดเลือดผสมยาแล้วยื่นให้หญิงสาวดื่มเพื่อให้การฟื้นตัวนั้นกลับคืนเป็นปกติโดยไว

 

            คุณหนูคาร์เตอร์เชิญดื่มนี้ด้วยเจ้าค่ะ...ดื่มให้หมดนะเจ้าคะ

 

            ร่างบางรับมาก่อนจะพินิจมองนิ่งอยู่ชั่วครู่นึงด้วยใจที่ปวดหนึบ...นึกเสียใจที่ตนนั้นจำต้องดื่มเลือดให้เป็นนิจเฉกเช่นปีศาจตนอื่น ๆ เขา  นัยน์ตาสีฟ้าสกาวร้อนผ่าวจนน้ำใส ๆ นั้นคลอจนเกือบจะไหล  คงต้องรับสถานภาพของตนเองว่าเป็นแวมไพร์โดยสมบูรณ์แล้ว  เมื่อหยุดดื่มเลือดนานวันเข้านับวันก็มีแต่เหตุการณ์ที่ย่ำแย่มากขึ้นไปทุกที  แบบนี้ฝันที่หวังว่าจะกลับไปโลกเดิมคงต้องสลาย...ฝันที่อยากจะไปเยี่ยมเยียนสุสสานของคุณปู่ก็คงต้องพังทลายลง  พร้อม ๆ กับความเป็นมนุษย์ในกายของเราเอง...ร่างบางคิดก่อนที่ดวงตาโตปิดเปลือกตาแน่นเพื่อไล่ความรู้สึกที่กำลังเอ่อล้นนั้นให้ย้อนกลับคืนไปเพราะไม่อยากจะให้ใจต้องมาคิดฟุ้งซ่านในยามนี้...

 

หลานขอโทษค่ะคุณปู่...

 

            อากัปกิริยาที่นิ่งสงัด  แถมยังสะท้อนความโศกศัลย์ของดวงใจที่รวดร้าวนั้นสะท้อนออกมาผ่านหน้าต่างแห่งดวงใจจนหมดสิ้น  พระหมื่นปีผู้รับรู้เบื้องหลังนึกอ่อนใจ  พระองค์ได้แต่สงสารสตรีตรงหน้าที่ถูกดึงเข้ามายังโลกต้องห้ามโดยที่มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ว่า นางคงไม่ได้ต้องการให้ทุกอย่างกลับกลายมาเป็นเช่นนี้มาแต่แรก...

 

          คิดถึงบ้านหรือ...สตรีสูงศักดิ์ตรัสถามด้วยแววตาทอแสงอ่อนพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเบา ๆ ทำเอาสาวเจ้าที่สู้อุตส่าห์สะกดอารมณ์เอาไว้ถึงกลับบ่อน้ำตาแตก  ภาพวันวานนั้นไหลเข้ามาในห้วงแห่งความทรงจำจนไม่อาจนับคณา  ภาพของตนเองในแต่ละช่วงวัย  ซ้อนทับด้วยภาพแห่งรอยยิ้มและคราบน้ำตาโดยมีท่านพี่คอยดูแลและเคียงข้าง และภาพสุดท้ายที่ทำให้เธอคิดถึงที่สุด...นั่นก็คือใบหน้าเปื้อนยิ้มกริ่มที่มุมปากและคำพร่ำสอนมากมายที่มอบไว้ให้ก่อนจะลาลับไปจากโลก...

 

คุณปู่คะ...รินคิดถึงคุณปู่

 

คิดถึง...คิดถึงมาก ๆ

 

            “ (พยักหน้าหงึก ๆ) ” แม้นเอวบางอยากจะตะโกนจนสุดกู่ว่า คิดถึงบ้านมากขนาดไหน  แต่ก็ทำได้แค่ปิดริมฝีปากที่กำลังจะเอ่ยเสียงปนสะอื้นเอาไว้แล้วก้มหัวพลางพยักหน้ารับ  น้ำตาไหลพรากอาบทั้งสองพวงแก้มความคิดถึงผสมปนเปประดังไปกับความรู้สึกนับล้านที่กำลังพรั่งพรู ความจริงที่ซ่อนเอาไว้ลึกสุดข้างในทำให้สาวเจ้าได้แต่นั่งบีบฝ่ามือของตนเองแล้วปล่อยให้น้ำตาเป็นเครื่องแสดงว่าตอนนี้นางกำลังเศร้าสร้อยแค่ไหน...น้ำใส ๆ เอ่อล้นรดรินหยดลงดังเผาะ...เผาะที่ท่อนแขนขาวนวล  ยิ่งเห็นว่าร่างบางนั้นระบายความระทมออกมาจากก้นบึ้งถึงเพียงนี้  สตรีสูงศักดิ์ยิ่งรู้สึกร้าวระทมเผอเรอโผเข้าโอบกอดร่างอรชรเพื่อปลอบขวัญ...

 

          มิเป็นไรลูก...เจ้าอยู่บ้านแล้ว...เจ้าอยู่บ้านแล้ว ”  มิลล่าตกใจเป็นอย่างมากที่จู่ ๆ พระหมื่นปีก็โผเข้าไปกอดปลอบประโลมคุณหนูคาร์เตอร์ที่ทรุดกายนั่งลงอยู่เบื้องล่างโดยไม่ถือพระองค์เช่นนี้ 

 

นานมากแล้วนับตั้งแต่สิ้นท่านซาเลียน่า...

 

นานมากแล้วจริง ๆที่พระองค์มิได้รักใคร่เอ็นดูบุตรีหน้าไหนเลย  มิลล่านึกพลางลอบยิ้มโดยที่หางตานั้นแอบมีน้ำใส ๆ ซึมอยู่เล็กน้อย

 

            ไออุ่นจากอ้อมกอดพร้อมกับฝ่ามือที่ลูบไล้แผ่นหลังขึ้นและลงอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังให้ทั้งกำลังนั้นช่วยได้เป็นอย่างมาก  ราวกับน้ำตาที่เคยสะกดเอาไว้นั้นไหลพรากออกมาอีกล็อตเมื่อร่างบางได้ยินคำว่า เจ้าอยู่บ้านแล้ว  มันช่างเป็นคำที่อบอุ่นจนใจนั้นพองโตไปด้วยความสุขที่ล้นปริ่ม 

 

            อาญามิพ้นเกล้าฯ....ท่านลอร์ดจาริสมาถึงแล้ว...พะยะ...ค่ะ

ขณะเดียวกันนั้นเองทหารสองนายที่ฝ่าราชองครักษ์ที่ทำหน้าที่อารักษ์เข้ามาได้นั้นก็จำต้องชะงักฝีเท้า  เมื่อเห็นว่านายเหนือหัวนั้นกำลังกอดปลอบขวัญคุณหนูสกุลใหญ่ที่ร้องไห้โอปนกระซิกอยู่มิคลาย

 

บังอาจนัก!!  มันกล้าดีอย่างไร!!!

 

 ร่างสูงผู้ถูกเรียกตัวมาถึงกลับผงะไปเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าน้องสาวของตนนั้นร้องไห้โฮจนดวงตาบวมเป่งมากถึงเพียงไหน! ยิ่งร่างสูงไล้สายตาความโกรธาก็เพิ่มเป็นเท่าทวีราวกับไฟที่ถูกราดด้วยน้ำมัน!  ดารินถูกห่อด้วยผ้าพันแผลที่ห่อแขนทั้งสองข้างจนเกือบครบ!! เห็นดังนั้นฝ่ามือหนาก็กำเข้าหากันจนสันหมัดในมือข้างถนัดนั้นถึงกลับสั่นเทาจนแทบจะสะกดเอาไว้ไม่อยู่!

 

ถวายบังคมพะยะค่ะ

 

            “ จาริสเองหรอกหรือ...

 

            อ๊ะ...ทะ  ท่านพี่... ร่างอรชรรีบใช้หลังฝ่ามือถูคราบน้ำตาที่อาบอยู่บนพวงแก้มอย่างลวก ๆ ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาเย็นเหยียบของชายผู้เป็นพี่ที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

            “ ขออภัยพะยะค่ะ...แต่ข้ามิอยากให้ความต้องยืดเยื้อ  ขอพระองค์แจ้งให้ข้าทราบเถิดพะยะค่ะว่าเป็นฝีมือของผู้ใด ยิ่งเห็นสายตาของจาริสที่เอ่ยออกมา  พระหมื่นปีที่รู้จักอุปนิสัยชายตรงหน้ามาหลายต่อหลายพันปีก็ยิ่งนึกหนักพระทัย  บัดนี้ชายที่สุขุมที่สุดผู้หนึ่งตอนนี้กำลังเดือดดาดจนแววตานั้นสะท้อนเพียงแรงเครียดแค้น 

 

ฆ่าแน่...ท่านพี่ฆ่าแมร์รี่แน่!!

          พระหมื่นปีเพคะ...ได้โปรดเถิดเพคะ พระหมื่นปีลอบถอนหายใจเมื่อหันพระพักตร์ไปเห็นสายตาวิงวอนร้องขอของหญิงตรงหน้าที่มิอยากให้เรื่องทุกอย่างนั้นกลับกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่ทว่าพระองค์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลังฉะนั้นเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ปล่อยผ่านไปมิได้เด็ดขาด

 

          “ เบิกตัวนางมา...

 

 _______________________________________________________________________________

Writter: ไรต์รู้ว่าหายไปนาน เลยมาทั้งที็เลยอัพให้อ่านกันแบบไม่มีสะดุดสักหน่อย  แต่อตนนี้ไรต์ง่วงงะ

ไรต์ขอโทษจริง ๆ ตั้งใจว่าจะอัพรวดเดียวเลยสักสองตอน  แต่ตอนนี้มันไม่ไหวจริง ๆ งื้อออออ

ตาจะปิดแล้ว  ไรต์ขอวาร์ปก่อนน้าาาาาา  พาร์ทนี้จะเป็นความคิดความอ่านของจาริสแบบรัวๆ 

สาว ๆ ท่านใดที่โหยลอร์ดคาร์เตอร์มานานก็เสพให้สมใจอยากเลยนาจา  เพราะต่อไปพระเอกเราจะไม่ยอมให้จาริสอ่อยแล้วเด้อออออ  ไปนอนก่อนละค่าาาา  จุ๊บ ๆ  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #113 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 10:48

    โอ๊ยยยยย จาริสเราเกรี้ยวกราดแล้วแก ฮือออออ

    ดารินมีพี่ดุนะฝ่าบาทไหวเหรอ

    #113
    0
  2. #112 mochi mochi narek (@mewnarek-2507) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 19:25
    รออยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #112
    0