ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 48 : ตอน เลี้ยงไม่เชื่อง (2) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    16 ต.ค. 62


เมื่อแผนการทั้งหมดล้มเหลวไม่เป็นท่า...

ชื่อเสียงที่บรรพชนอุตส่าห์สั่งสมมา...

ก็ต้องถูกปวงชนตราหน้าว่าเป็น  กบฏ



 “ ช่วยข้าด้วย  ช่วยข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ....”  

 

ร่างสะบักสะบอมค่อย ๆ คืบคลานโดยที่โซ่ตรวนยังล่ามแขนที่ไขว่อยู่ด้านหลังพลางล้มลุกคลุกคลานไปหายังนายเก่าของตนด้วยน้ำตาที่เจิ่งนองไปทั่วทั้งใบหน้า  เสียงซุบซิบเริ่มฮือฮาให้หนาหูให้มากขึ้นเมื่อแขกทั้งหลายรับรู้และเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างพร้อมกันโดยมิมีใครทันได้คาดคิด!!! 

 

จะคลานมาหาข้าทำไมเล่านังโง่!!!

 

ข้าสั่งเจ้าแล้วนี้ว่าถ้าแผนแตกหรือมีอะไรผิดพลาด!

 

ให้เจ้าโบ๊ยความผิดทุกอย่างไปที่นังแพทริเซียนั่นต่างหาก!!!!

 

สาวร่างสมส่วนพลันขบริมฝีปากล่างของตนเองจนใบหน้าแทบจะขึ้นสีด้วยความโมโหในใจเธอทั้งร้อนลุ่มไปด้วยโทสะและความกลัวที่กำลังสุมอยู่ข้างใน  เจ้าตัวได้แต่นึกก่นด่าหญิงรับใช้หน้าโง่ของตนเองที่ดันหาเรื่องไม่เป็นเรื่องให้ราชวงศ์นึกสงสัยในตัวเธอและสกุล!

 

สารเลวนัก!!!  เจ้าจงใจใส่ร้ายน้องข้า!!!! // ใช่แล้วเพคะ!!!  สกุลโจนส์ขอความเป็นธรรมด้วยเพคะ!!  ” เสียงกู่ตะโกนร้องแย้งปฏิเสธทุกข้อครหาจนสาวนางในที่ยอมจำนนนั้นพลันส่ายหน้าปักปฏิเสธด้วยน้ำตาก่อนจะหันกลับมากราบบังคมทูลว่าเธอไม่ได้อาจหาญโกหกต่อเบื้องสูง!

 

ข้ารับใช้คุณหนูเรเชลจริง ๆ เพคะฝ่าบาท....ข้ามิได้โป้ปดเพคะ! ”

 

ชาติ- ชั่ว!!  เจ้าใส่สีตีไข่ข้าให้มีราคิน!!!! ที่นางกล่าวมาล้วนมิเป็นความจริงเลยแม้สักเสี้ยวเดียวเพคะฝ่าบาท!!!  ข้ามิได้ทำ!!! ” ร่างบางแทบจะพุ่งทะยานเข้าไปบีบคอผู้กราบบังคมทูลเสียจนตัวสั่น  แต่ท่อนแขนแกร่งของเหล่าทหารที่จับกุมและรั้งร่างของเธอไว้ทั้งสองวงแขนก็ทำให้เธอได้แต่ก่นด่าและปัดปฏิเสธ!

 

ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างถกเถียงกันไปกันมา หากปล่อยทิ้งไว้เรื่องก็จักยิ่งยืดเยื้อก็จักยิ่งสร้างความโกลาหลให้วุ่นวายกันไปยกใหญ่

 

            “ พอที!  ถ้าเจ้าพูดจริงล่ะก็  พิสูจน์ให้ข้าเห็น....!! ” จอมราชันย์เชิดหน้าของนางในตนนั้นขึ้นพลางตรัสยื่นคำขาด!  บัดนี้แม้แต่เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่เคยให้การสนับสนุนและหนุนหลังนั้นเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าพลิกไปเป็นเช่นนี้แล้ว  พวกเขาก็เลือกที่จะนั่งนิ่งขอมิมีส่วนเกี่ยวข้องอีกต่อไป  มีเพียงสมาชิกในสกุลโจนส์เท่านั้นที่เอาแต่โหวกเหวกคล้ายกับพวกเขาไม่ได้ความเที่ยงธรรม!

 

            ปาน...ใช่แล้ว  ปานเพคะฝ่าบาท! ”

 

ปานงั้นเหรอ...?


          ร่างสูงเอ่ยพึมพำอยู่ในดวงหทัยก่อนจะลอบมองอีกฝ่ายที่เผยหลักฐานที่เขาไม่คาดคิดออกมาด้วยแววตาจับพิรุธ 

 

            ก่อนเข้ามาเป็นนางในในวังหลวง  ข้าเคยรับใช้คุณหนูเรเชลมานานเพคะ...คุณหนูเรเชลมีปานขาวอยู่ตรงก้นกบเพคะ

 

กรอดดดดดด!!!!

            “ เจ้า....!!!!! ” เรเชลนั้นเดือดจนถึงขั้นคิดจะใช้โอกาสนี้ปิดปากนังสารชั่วนี้ให้ตายคามือ  แต่ทว่าเหล่าทหารร่างกำยำรวมถึงฟรานซิสเองก็ไหวตัวทันเข้ามาขวางและหิ้วปีกของคุณหนูเรเชลที่ออกอาการพยศและร้อนรนผู้นี้ให้ออกห่างจากจำเลยในทันที!!!


หมับ!


ทหาร!!!!  ลากตัวนางไปให้กรรมการกลางตรวจดูว่านางมีปานขาวอยู่ตำแหน่งนั้นตามที่จำเลยเอ่ยจริงหรือไม่!!!! ”  พระสุรเสียงถ่ายทอดคำสั่งการพร้อมกับแววตาที่จับผิดอีกฝ่ายที่กำลังร้องท้วงพลางพร่ำด่านางในตนนั้นด้วยคำหยาบโลนมากมายจนแขกผุ้มีเกียรติรอบบริเวณจำต้องส่ายหัว

 

แดเนียล...

 

พะยะค่ะ

 

เจ้าจับตาและคุมสกุลโจนส์เอาไว้...อย่าให้มีใครได้เล่นอะไรตุกติก พระสุรเสียงต่ำเพรียกหาพระอนุชาที่ยังประทับอยู่บนเฉลียงให้ไปควบคุมสถานการณ์ด้านบนเอาไว้ด้วยใบหน้าและสายตาเยือกเย็น  จนแม้แต่ฟรานซิสเองยังเท่าทันความคิดขององค์เหนือหัวว่าพระองค์ไม่ได้เพียงแค่ให้เจ้าชายแดเนียลคุมเชิงสถานการณ์ด้านบนเอาไว้เท่านั้น  หากว่าทางราชสำนักประกาศว่าคุณหนูเรเชลมีปานขาวตามที่นางในตนนี้กราบบังคมทูลจริงขึ้นมาล่ะ...เห็นทีว่าในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าทั่วทั้งบริเวณนี้คงได้กลายเป็นสนามนองเลือด!

 

หลังจากเวลาผ่านไปได้ไม่นาน  เหล่านางกำนัลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรือนร่างของคุณหนูอย่างละเอียดก็เดินออกมาพร้อมกับเหล่าทหารร่างกำยำที่หิ้วปีกและล็อคท่อนแขนทั้งสองข้างของคุณหนุเรเชลให้ทอดน่องลงมายังสนามประลองพร้อม ๆ กัน

 

นางมีปานขาวที่ก้นกบจริง ๆเพคะ  ถึงจะเล็กและกลืนกับสีผิว  แต่ตรวจสอบแล้วนางมีอยู่จริงเพคะฝ่าบาท...มิลล่าหัวหน้านางกำนัลหลวงอาสาตอบคำตอบที่ทุกคนกำลังตั้งตารอคอยด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ก่อนจะค้อมศีรษะคาราวะจอมราชันย์หนึ่งทีเมื่อกล่าวรายงานจบ  

 

ชาติชั่ว  ต่ำช้า  !

 

เสียดายที่รับใช้ราชนิกุลแห่งข้ามาได้หลายสหศวรรษ!!! 


                     เจ้าชายแดเนียลก็ไม่รอช้าชักปลายอาวุธที่อยู่ในฝักของตนเองออกมาแล้วตวัดเฉือนใบหน้าของลอร์ดเสตนาร์ท โจนส์ที่นั่งอยู่แถวหน้าไปด้วยเพลิงแห่งความเครียดแค้น!!!


ฉึกกกกกกกกกกกกกกกกกก


               “ อั่กซ์.....  ” ความเจ็บแปล๊บที่ถูกคมดาบกรีดเฉือนใบหน้าส่วนหนึ่ง  ทำให้ชายที่เคยนั่งอยู่ ณ จุดสูงสุดนั้นล้มพับลงไปก่อนกลับพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลบากลงมาอาบทั่วใบหน้าคมสันของตนเอง


ถุ้ยยยยยยยยยย!! 


ระ - ยำ! ” แดเนียลถมน้ำลายใส่หน้าร่างสูงผิวสีที่ก็ทำหน้าที่สอดส่องและดูแลบ้านเมืองในฐานะขั้วอำนาจใหญ่มาได้ก็เนินนาน  แต่กลับเป็นหนึ่งในตัวการที่บงการการลอบสังหารพระมารดาเขาเสียเอง!  ยิ่งเห็นมันยังกลับมานั่งหน้าเชิดไม่แสดงสีหน้าแห่งความสำนึกเขาก็ยิ่งแค้นใจแทบอยากจะเสียบดาบให้ทะลุร่างมันไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด!!!!


  จบแล้วหรือ?  สกุลโจนส์แห่งข้า...?  


หึ  เจ้าพวกหมาที่เคยมาโลมเลียครั้นยามที่เรารุ่งโรจน์นั้นหายหัวไปไหนเสียหมดแล้ว...?  


อ่า  ข้าเจ็บใจ!  เจ็บใจตนเองยิ่งนักที่แผนการนั้นไม่สำเร็จดังที่หมายไว้!!!    


“ ........... ”  ลอร์ดเสตนาร์ทได้แต่ใช้ฝ่ามือขอตนปาดคราบของเหลวเหนียวหนืดที่เปรอะอยู่ตรงหน้าโดยที่มิอาจทำการสิ่งใดตอบโต้ได้  ทหารมากฝีมือห้อมล้อมขนาดนี้  ต่อให้เขาคิดริสู้โดยการยืดยุทธ์เอาดาบในมือของเจ้าชายมาได้  สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรทหารหน่วยลับก็คงจักมิทนอยู่นิ่งเฉยอีก

 

            กลิ่นคาวของสายเลือดบริสุทธิ์นั้นลอยคละคลุ้งจากอัฒจันทร์รับรองลงมายังลานสนามประลองที่อยู่เบื้องล่าง  เรเชลเองก็ได้แต่ร้องไห้จนน้ำบวมกับข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์  กลิ่นคาวเหม็นจนร่างสูงรู้สึกแขยงและรังเกียจ   สายเลือดชั่ว ๆ แบบนี้  เก็บไว้ก็มีแต่จะกัดกลืนสมดุลที่ราชนิกุลเยี่ยงข้าสู้อุตส่าห์ทำนุบำรุงและรักษากฏเกณฑ์ต่าง ๆ ของแดนแวมไพร์เสียโดยเปล่า  โทษสถานหนักของการริคิดเป็นกบฏ  มิอาจปล่อยผ่านหรือผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

 

“ ….ลากคอสกุลโจนส์ลงคุกใต้ดินให้หมด  พรุ่งนี้เช้าพวกเจ้าจักต้องเดินรอบเมืองเพื่อถูกประนามและต้องได้รับโทษประหาร ณ ลานทับทิมเดือด พระสุรเสียงทุ้มกังวานตรัสโพร่งขึ้นมาห้วน ๆ สายพระเนตรทอดมองมายังเธอด้วยแววตาแข็งกระด้างพร้อมกับบทลงทัณฑ์ขั้นสูงสุดที่ทรงมอบให้กับตระกูลใหญ่ที่ริเป็นภัยคุกคามกับราชวงศ์   ก่อนที่เจ้าชายแดเนียลชักดาบที่เหน็บอยู่เอวออกมาพลางกำชับให้ทหารจากหน่วยลับจับกุมตัวทั้งลอร์ด คุณหญิงคุณท่านของสกุลโจนส์ที่นั่งอยู่ที่อัฒจันทร์รับรองไปยังคุกใต้ดินตามพระกระแสรับสั่งของพระเชษฐา!   

 

เลื่อนพระราชพิธีอันสำคัญนี้ไปก่อน   ส่วนบททดสอบในวันนี้ก็ถือเป็นโมฆะ...ร่างแกร่งเอ่ยโดยที่นัยน์ตาสีเอกลักษณ์นั้นเหลือบหันมามองร่างของสตรีทั้งสองที่ยังยืนสำรวมกิริยาโดยมีทหารสังกัดหน่วยลับกางกั้นด้วยสายตานิ่งงัน  เสี้ยววินาทีที่ได้สัมผัสกับนัยน์ตาหม่นที่แสนเย็นชานั่น  ใจดวงน้อยของร่างบางก็พลันกระตุกและรู้สึกโหวงแปลก ๆ ที่ช่องท้องน้อย 

 

อะไรกันเมื่อกี้นี้  


ใจเราจู่ ๆ มันก็ชาวาบขึ้นมา

 

ดารินได้แต่ตะลึงกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยเจอ  ก่อนจะค้อมศีรษะละใบหน้าของตนเองลงกับพื้นกว้าง  เมื่อรับรู้ว่าบัดนี้ร่างของชายมากอำนาจกำลังเสด็จพาดผ่านจนชายชุดฉลองพระองค์สีรัตติกาลสะบัดไหวไปมาพร้อม ๆกับแอชตันที่ลากตัวจำเลยตนนั้นให้ออกไปจากลานประลอง



ขณะที่วงแขนทั้งสองข้างถูกคล้องโดยชายฉกรรจ์ร่างหนาสองตนที่แหบจะหิ้วปีกกึ่งลากกึ่งจูงให้เธอจ้ำเดิน  ทั้งสายตาและคำเหยียดหยามมากมายถาโถมกู่เข้ามาในคราวเดียวราวกับโลกที่เคยงามสง่าพลันมืดบอด  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเจิ่งนองไปด้วยรื้นน้ำตาที่อังอยู่ที่ดวงตาคู่สวย  ความร้อนผ่าวที่เจืออยู่นั้นกำลังจะระเบิดเมื่อเธอได้ยินเสียงหวีดร้องคนผู้เป็นแม่ที่ร้องออกมาครั้นเมื่อถูกทหารหน่วยลับกุมตัวพลางใช้พละกำลังหักหาญบังคับ  ไม่ต่างกันกับข้าในเพลานี้...นัยน์ตาคู่โตพลันแง้นหน้าขึ้นทั้งทียังมีปรอยผมบางส่วนปรกลงมาด้วยความกระเซอะกระเซิงจากการถูกฉุดกระชากลากถู  แผ่นหลังองอาจของชายที่ข้าได้แต่เฝ้ามองกำลังไกลออกไป...ภาพฝันที่จะได้ดำรงตำแหน่งองค์ราชินีเคียงข้างท่านกำลังลางเลือนออกไป...ไกลจนดวงใจข้านั้นปวดหนึบ  พระสุรเสียงที่ประกาศบทลงทัณฑ์ขั้นสูงสุดที่ประทานให้ยังคงกึกก้องอยู่ข้างในได้เป็นอย่างดี  ทั้งแววตาและสีหน้าที่มองมายังข้านั้นเย็นชาเสียยิ่งกว่าผลึกน้ำแข็ง   

 

จบแล้วงั้นหรือ...

 

คำคร่ำครวญของหญิงสาวได้แต่นึกตัดพ้อกับตนเองซ้ำไปซ้ำมาก่อนที่จังหวะเยื้องย่างจำต้องสะดุดล้มลงจนร่างบอบบางที่ยังสวมชุดเกราะนั้นลงไปนั่งอยู่กับพื้นด้วยสภาพที่ดูไม่จืด 

 

ลุกขึ้น!!! ให้ไว!!! ”  

 

ดูคำแคลนเหล่านี้ซิ  เจ้าเป็นแค่แวมไพร์ต่ำศักดิ์กว่าข้าผู้นี้แท้ ๆ

 

แต่กลับกล้ามาตะเบ็งเสียงใส่

 

หึ หึ หึ หึ หึ.....ร่างบางที่ทรุดกายอยู่บนพื้น  ทั้งทีเส้นผมนั้นปรกอยู่บนหน้าจนเกือบมิด  วงแขนทั้งสองข้างของนางยังถูกรวบอยู่เสียงหัวเราะรวนของเจ้าตัวทำให้ชายที่ทำหน้าที่ควบคุมตัวชักเริ่มหัวเสีย  เมื่อเขาเห็นว่าฝ่าบาททรงหยุดเสด็จและหันพระพักตร์กลับมามองด้วยสายพระเนตรคมกริบ

 

ขำบ้าบออะไร! ข้าสั่งให้ข้าลุกขึ้น!! ” หนึ่งในชายฉกรรจ์ที่ทำหน้าที่กุมตัวคุณหนูเรเชลอยู่ตัดสินใจใช้กำลังบีบบังคับให้อีกฝ่ายลุกขึ้นโดยที่ตนนั้นไม่ทันได้ระวังตัว!

 

ผลั่กกกกก!!!! หมับบบบบ!!!!

 

            เพียงช่องโหว่เล็ก ๆ ไม่กี่เสี้ยววินาที เรเชลก็ใช้จังหวะนั้นชิงอาวุธในมือของแวมไพร์ตนนั้นมาได้พลางเหยียดเท้าตรงในท่านั่งชันเข่าแล้วใช้จังหวะนี้กวาดข้อเท้าของทหารอีกตนที่รวบวงแขนของเธอไว้จนเซหลักล้มไม่เป็นท่า!!!

 

            “ ดาบข้า!!! // ล้อมนางไว้!!!! ” ทหารที่ตั้งขบวนตามเสด็จอยู่พลันปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยการยกอาวุธขึ้นและโอบล้อมอีกฝ่ายที่เป็นสตรีเพียงตนเดียวที่มีอาวุธ

 

เจ้าพวกนี้!!  กุมตัวกันอย่างไรให้นางชิงอาวุธไปได้!!!

            ฟรานซิสถึงกลับหัวเสียที่ทหารพวกนี้ทำการณ์ชะล่าใจจนอีกฝ่ายปลดอาวุธและชิงไปได้โดยง่ายอะไรปานนี้ทั้ง ๆ ที่นางก็เป็นเพียงสตรีตนเดียวที่ถูกกุมตัวและใช้เส้นทางแยกกับเหล่าสมาชิกของสกุลโจนส์ตนอื่น ๆ  ร่างสูงผมน้ำตาลเข้มกัดฟันกรอดด้วยความโมโหพลางจะออกคำสั่งให้เข้าชาตอีกฝ่ายด้วยกำลังทั้งที่มี!!

 

            “ ทหาร....!!! ”

 

          “ ฟรานซิส...

 

ชะงัก!?

            พระสุรเสียงของฝ่าบาทที่ตรัสขึ้นมากลางอากาศทำให้ฟรานซิสพระราชมนูคนสนิทพร้อมทั้งทหารรักษาพระองค์ตนอื่น ๆ พลันชะงักและหันมามองพระองค์กันเป็นตาเดียวด้วยสายตาที่รอพระบัญชา

 

ฝ่าบาท พระราชมนูที่เคยหัวร้อนพลันค่อย ๆ ลดอุณหภูมิของตนลงอย่างฮวบฮาบ เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ฝ่าบาทยังเผลอแผ่ซ่านออกมาเนื่องมาจากเพลิงพิโรธที่ยังปิดเอาไว้ไม่มิด  ฝีเท้าของชายมากอำนาจค่อย ๆ เยื้องย่างเข้าไปเพื่อพินิจเนตรมองดูให้เห็นชัดเต็มสองตา  ร่างแกร่งเอียงคอดูอีกฝ่ายที่ตั้งดาบพลางหมุนรอบตนเองเพื่อไม่ให้ทหารตีวงล้อมเข้ามาถึงตัวของนางได้โดยง่าย....

 

สุดท้ายแล้วชะตาชีวิตเจ้าจักดิ้นหนีอย่างไรพ้น  เรเชล 

 

ต่อให้เจ้าชิงอาวุธจากทหารของข้าไปได้ 

 

ก็ใช่ว่าจะหนีทหารทั้งวังหลวงไปได้ด้วยกำลังของตนเองเพียงตนเดียว

 

            ความรู้แวบนึงที่แล่นเข้ามาทำให้ร่างบางที่กำลังตะเกียดตะกายพลันชะงักพลางเหลียวกลับไปเห็น  ร่างองอาจมากรัศมีกำลังหยุดขบวนเสด็จและทอดพระเนตรมายังเธอด้วยแววตาแสนว่างเปล่า  ราวกับชายที่รอดูหนูติดจั่นตนนึงที่พยายามจะหลีกหนีหาทางเอาตัวรอด...เมื่อเห็นว่าชายที่เธอรักนั้นเลือดเย็นที่จะมองดูจุดจบได้หน้าตาเฉยขนาดไหน  ดวงใจของนางก็ปวดหนึบจนแน่นหน้าอกไปหมด  น้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาจนใบหน้างามนั้นเปรอะเปื้อน  ทั้งเสียใจ  ผิดหวัง  โกรธ และได้แต่สมเพชตนเองที่เอาแต่วาดวิมานอันหวานหอมจวบจนบัดนี้  วินาทีสุดท้ายก็ยังแอบหวังอยู่ลึก ๆว่าถ้าแผนการณ์ลุล่วงไปได้ด้วยดี  ป่านนี้ตำแหน่งราชินีก็คงเป็นของเธอ... 

 

            ดาบที่เคยตั้งแง่ใส่ทหารที่โอบล้อมพลันเปลี่ยนไป  เรียวแขนทั้งสองข้าที่เคยตั้งท่าพร้อมตอบโต้ค่อย ๆ ลู่ลงแนบลำตัวก่อนจะจรดคมดาบขึ้นแล้วจี้อยู่ตรงบริเวณจุดตายสำคัญของตนเองสร้างความตื่นตกใจให้กับทหารที่กำลังโอบล้อมเข้าจับกุม!

 

          ขอให้ฝ่าพระบาทได้องค์ราชินีที่เหมาะสมเพคะ...

 

อะไรกัน?  จงใจสั่งเสียอย่างนั้นหรือ? แคสเปี้ยนนึกพลางจ้องมอง

 

และข้าขอสาปแช่งให้นางนั่นแหละเป็นเหตุให้บ้านเมืองของท่านต้องลุกเป็นไฟ! และขอให้พระราชวงศ์ของท่านจักต้องสูญสิ้นเช่นเดียวกับสกุลโจนส์ของข้าบ้าง!!  ”

 

กรอดดดดดดดดด

          เจ้า….!!!!! ”

 

ฉึกกกกกกก!!!!

            ร่างแกร่งที่กำลังโกรธาจนฟางเส้นสุดท้ายที่อุตส่าห์เก็บและกดมันเอาไว้พลันขาดสะบั้น!!  แต่ทว่าเขาก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว  นางจงใจให้ขข้าหยุดฟังคำสาปส่งจนจบสิ้นก่อนจะลงมือปลิดชีพตนเองด้วยการเสียบดาบตรงจุดตายสำคัญ  คือ ตำแหน่งหัวใจของตนเอง ภายในดาบเดียว...พลังปีศาจชั้นสูงพลันสลายหายไปในพริบตาเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณที่ทรุดกายล้มลงอย่างน่าอนาจลงบนพื้น  เพลิงพิโรจส์ทำได้เพียงยืนมองและฟังคำสาปส่งของอีกฝ่ายที่พ่นออกมาพร้อมกับมอบวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของตนเองให้เขาได้ทอดพระเนตร  ถึงบทสรุปสุดท้ายจะไม่ใช่แบบที่เขามุ่งหวังเอาไว้...แต่นางก็ได้ตายสมกับความปรารถนาเดิมของเขาอยู่แล้ว  เปลือกตาคมพลันปิดลงเพื่อไล่ความร้อนอันเนื่องมาจากแรงโทสะและเพลิงพิฆาตรที่เกิดขึ้นไวมากเมื่อครู่ให้สลายออกไป  ออกจะหันมามอบหมายให้พระราชมนูคนสนิทจัดการกับร่างไร้ชีวิตนั่นให้เรียบร้อย

 

เอาเถอะ  อย่างไรนางก็ต้องตาย

 

จะตายแบบไหนก็ต้องตายอยู่ดี....

 

          ฟรานซิสอย่าให้เลือดมันทำให้วังของข้าเปื้อน...เก็บกวาดเสีย

 

            “ พะยะค่ะฝ่าบาท

 

__________________________________________________________________

 

               Writter:  ช่วงหยุดยาวไรต์ห่างหายไปนานเลย  ต้องขออภัยผู้อ่านทุกคนเลยนะคะ  
ไรต์มีข่าวจะมาแจ้งนะ   คือเดือนหน้าไรต์เนี่ยกำลังเริ่มฝึกงานเนอะ   ซึ่งอาจจะว่างหรือไม่ว่างมาอัพไปบ้างก็อย่าเคืองกันเด้อ (-/\-)  ไม่ได้หายไปไหนเน้อ เพราะงั้นสบายใจได้นะคะ  เอาเป็นว่า ศ. ส. อา. เนี่ยจะเป็นวันอัพของไรต์นะคะ  (คือจะอัพประมาณช่วงสุดสัปดาห์)  ยังไงก็อย่าเพิ่งทิ้งกันเน้อ  กราบงาม ๆ สามทีให้กับคนที่ตามไรต์มาตั้งแต่แรกเริ่ม  ยิ่งแฟนที่ตามมาตั้งแต่ภาคแรกแล้วตามต่อนี้ยิ่งต้องกราบเลย  (อุตส่าห์ทนไรต์มาได้555555)  เพราะกว่าจะอัพจนจบได้จำได้ไรต์ดองนานมาก   ยืดเยื้ออยู่หลายปีกว่าจะจบ  ยังไงก็ขอบคุณนะคะ   ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ตลอดเลยนะแล้วเจอกันน้า  รักทุกคนจ้า  จุ๊บ ๆ 































































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #109 jeen555 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 20:44
    รอได้เสมอค่าาาา
    ตอนนั้นจำได้เลย ไรต์หาเกือบครึ่งปีแนะ 555
    #109
    4
    • #109-3 mewnarek-2507(จากตอนที่ 48)
      21 มิถุนายน 2562 / 18:52
      การบรรยายของไรท์ยังสนุกเหมือนเดิม ชอบค่ะ
      #109-3
    • #109-4 mystical1(จากตอนที่ 48)
      13 กรกฎาคม 2562 / 20:59
      อ่านแบบนี้แล้วก็ชื่นใจ >< ขอบคุณมากนะคะ
      #109-4