ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 47 : ตอน เลี้ยงไม่เชื่อง (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

   


 กรรซ์!!!

          ข้าจักฉีกเจ้าให้เป็นชิ้น ๆ !!! ”  นัยน์ตากลมโตที่เคยสะท้อนแสงเป็นสีน้ำตาลกำลังฉาบไปด้วยสีแดงกล่ำ  ฝ่ามือเล็กที่โผล่ออกมาจากเกราะเปลี่ยนเป็นกรงเล็บสีดำทมิฬมืดและจิตสังหารที่แผ่ออกมาอย่างแรงกล้าทำให้ร่างอรชรรับรู้ถึงสัญญาณอันตราย!

 

ตาแบบนี้  กรงเล็บแบบนี้!?

 

แย่แล้วเรา…!!!

 

          ริมฝีปากบางกระจับขบเม้มเข้าหากันด้วยความตรึงเครียด  บ้าเอ๊ย  แค่แรงที่เราต้องใช้เพื่อรองรับการปะทะของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ในเวอร์ชั่นปกติก็หืดขึ้นคอจะแย่อยู่แล้ว  แล้วยิ่งอีกฝ่ายใช้ไอปีศาจเพื่อกลายสภาพให้ตัวเองเพื่อเพิ่มกำลังในการโจมตีอีกแบบนี้ถ้าโดนโจมเข้าจัง ๆ ล่ะก็เราแย่แน่ ๆ !!!

 

ไม่ได้การ!!

 

สงสัยคงต้องใช้ไม้เด็ดของเราสะแล้ว!

 

            เมื่อเห็นเรเชลตั้งใจจะใช้สปิริตแวมไพร์วับกายเข้ามาเพื่อจู่โจมในระยะประชด  ดารินจึงจำต้องใช้มีดสั้นที่พกเอาไว้เคลือบไอปีศาจของตนเองและเหวี่ยงไปยังเจ้าตัวที่กำลังจะพุ่งทะยานเข้ามา!

  

เฟี้ยววว เฟี้ยวววววว!!!!

 เคร้ง เคร้งงงงงง!!!

 

เสร็จกัน!!! 

            “ !!!!! // กระจอกหน่า!!! อีแค่ลูกไม้ตื้น ๆ !!! ” สาวเจ้าจงใจปลดเกราะที่หุ้มอยู่ที่ท่อนแขนออกทั้งสองข้างและปาให้โดนมีดสั้นจนมีดทั้งสองกระเด็นกระดอนดีดออกเพื่อหลบและเบี่ยงอาวุธออกอย่างง่ายดาย! และกรงเล็บทีทมิฬมือก็กางออกจากอุ้งมือรอหมายเชือดเฉือนแม่สาวตัวจ้อยที่เกะกะลูกหูลูกตาที่สุดในพิธีนี้ให้จมคากองเลือด!!! 

 

พรึ่บ  พรึ่บ  พรึ่บ!!!!

 

            “ เห้ย!!! // เวรแล้ว!! ”


            เสียงอะไรสักอย่างถูกปามาทางนี้จนเกิดเสียงตัดอากาศหน่วง ๆ ดังขึ้นจนร่างบางผละหางตาหันไปมองจนกระทั่งต้องดีดตัวถอยหลังเพื่อหลบการโมตีจากบุคคลที่สามที่ยืนรออยู่ริมสนามมาตั้งนานสองนานนับตั้งแต่แรกเริ่ม!

 

หวืดดดดด!!! เคร้งงงงงงงงง!!!

 

นั่นมัน...กระบองติดลูกตุ้มหนาม!


อีกแล้วหรอ ผู้หญิงคนนั้น


เหมือนจะทำทีเป็นช่วยเราอีกแล้ว!

 

สอดไม่เข้าเรื่อง!! ” เรเชลก่นด่าด้วยน้ำเสียงห้วน  พลางขบฟันกรอดด้วยความโมโหที่การโจมตีเมื่อครู่แทนที่จะสร้างรอยแผลให้อีกฝ่ายได้มีเลือดตกยางออก  กลับถูกยัยบ้านี้สกัดการโจมตีเอาไว้ด้วยการเสนอหน้าเข้ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง!

 

            “  ทีแรกก็ว่าจักไม่ยุ่ง...แต่เกรงว่าถ้าข้ารอจนถึงตอนนั้นข้าคงได้เส้นยึดไปก่อนแน่ ๆ เลย  ”  สาวเกราะสีน้ำเงินเข้มกวัดแกว่งกระบองลูกตุ้มหนามอีกอันที่อยู่ในมือไปพลาง ๆ ก่อนจะเอื้อมมือที่ว่างเปล่าอยู่นั้นไปปลดโล่ที่เหน็บเอาไว้ที่แผ่นหลังลงมาเป็นการบอกเป็นนัย ๆ ว่าการต่อสู้ที่เคยเป็นแบบตัวต่อตัว  จะมาเป็นคุณหนูทั้งสามตนจะทุ่มกำลังจู่โจมเข้าห่ำหั่นกันโดยไม่สนว่าข้างไหนทั้งนั้น!

 

เฮ้  หึ่ย  หึ่ย หึ่ย หึ่ย หึ่ย!!! ’

 

            เมื่อเห็นว่าสนามประลองกำลังจะเพิ่มความดุเดือดเข้าไปอีกขั้น  ทหารหาญที่คุ้มเชิงอยู่ที่ข้างสนามก็ร้องเฮกันอย่างชอบอกชอบใจเสียงร้องท้วงดังกระหึ่มขึ้นโดยพร้อมเพรียงกันหมายให้คุณหนูทั้งสามตนแสดงฝีมือให้สมกับการรอคอย  เรเชลในคราบชุดเกราะสุดดำควงดาบข้างหนึ่ง  ขณะที่มืออีกข้างก็ขยับกรงเล็บไปมาอยู่เนือง ๆ  เสียงกระบองลูกตุ้มหนามที่ถืออยู่ในมือของแพทริเซียเองก็กำลังตวัดตัดอากาศไปมาจนเกิดเสียง  ขณะเดียวกันที่เราเองก็กำชับด้ามดาบคู่ใจพลางเดินเลียบไปรอบสนามการประลองอย่างช้า ๆ เพื่อหยั่งเชิงว่าใครจะเป็นฝ่ายเข้ามาโจมตี


               “ หึ่ยยยยย!!! // ย๊า  ย๊า  ย๊า // ย๊ะ!!!! ”


เคร้งงงง เคร้งงงง โครมมมม เปรี๊ยะ  เปรี๊ยะ!!!!

 

และแล้วทั้งสามก็ไม่รีรอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เริ่มเปิดศึก! ต่างคนต่างทำแต้มรุกด้วยตัวของเธอเอง!!!  กรงเล็บสีทมิฬยกสูงขึ้นเพื่อง้างกวาดไปข้างหน้า  แต่ทว่าถูกรัศมีของโล่บดบังจนสร้างได้เพียงรอยครูดกระบองลูกตุ้มหนามที่ตวัดตัดกับอากาศก็ไม่ปล่อยให้จังหวะนี้หลุดลอยเจ้าของอาวุธก็กวัดแกว่งหมายจะโอบรัดไปยังปลายสรรพอาวุธของร่างบางแล้วฉุดกระชาก  แต่ทว่าร่างอรชรกลับไหวตัวทันทำให้ลูกตุ้มหนามนั้นตวัดเกี่ยวโอบรัดท่อนแขนข้างซ้ายของเธอเอาไว้แทน!!!

 

อั่ก!!! // ย๊า! หึ!!  // หน็อย!!! ”

 

อืม  นึกไม่ถึงว่าเอาเข้าจริง...ฝีมือของนางก็พอใช้ได้ //  หึ  แค่หลบหลีกน่ะหรือพอใช้ได้  เสียงถกเถียงของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่แบ่งความเห็นชอบออกเป็นฝักเป็นฝ่ายเริ่มชัดเจนและหึ่งจนหนาหูขึ้น  ทำให้ขุนนางฮิวต์ผู้เป็นเจ้าของงานจำต้องปรามสงครามเย็นนี้ด้วยภาษาสุภาพแต่เฉียบคม  

 

อย่างไรเสียพิธีนี้ก็จัดขึ้นเพื่อยลความสามารถอยู่แล้ว  สุดท้ายแล้วพวกท่านก็ต้องมาชั่งน้ำหนักกันภายในอีกทีนี้หน่า  จักแย้งกันไปกันมาในเพลานี้ให้ได้กระไรเหล่าขอรับ...


 

เมื่อถูกขุนนางผู้เยาว์วัยกว่าถอดหงอกกันแบบซึ่ง ๆ หน้า  เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่อาวุโสก็ทำได้แต่มองขุนนางฮิวต์ตาเขียวปั๊ดและชมการประลองตรงหน้าของตนเองต่อ  คาร่าเองก็ได้แต่อึดอัดเพราะนอกจากจะถูกปลีกตัวแยกโซนออกมาให้นั่งชมพิธีบ้าบอนี้เพียงลำพังยังมิพอ  ยังต้องมาเห็นความขัดแย้งทางการเมืองที่เธอไม่ได้เต็มใจจะรับรู้อีกต่างหาก!

 

พรึ่บ พรึ่บ  พรึ่บ  พรึ่บ!!

 

หื้ม....?

 

นั่นเสียงอะไร

 

ตุบ  ตุบ  ตุบ  ตุบ  ตุบ

 

                “ ปลดอาวุธ! ”

 

เอ๊ะ  ทหารเหรอ?!

 

                ว๊ายยยย!!!! //  พวกเจ้า...!!!? // หมายความว่ายังไง!!!  ”ร่างอรชรชะงักและละสายตาออกไปจากการต่อสู้อันดุเดือด  ก่อนจะเห็นเงาสีดำตะคุ่มนับสิบลอยเคว้งทอดลงมาบนพื้นสนาม

 

                “ อย่าขยับนะขอรับ!  ”   คุณหนูทั้งสามตนที่กำลังยืนฉงนกันอยู่ก็ถูกผู้บุกรุกโรยตัวลงมาพลางสาดซัดอาวุธของแต่ละคนให้ลอยละลิ่วออกไปนอกสนามพลางโอบล้อมแต่ละคนให้หยุดนิ่งอยู่เฉย ๆ

 

เสื้อผ้าอาวรณ์เช่นนี้...นี่มันทหารสังกัดหน่วยลับ!

 

                “ นี้มันอะไรกัน!!! ” ลอร์ดลอเรนซ์ลุกพรวดจากเก้าอี้พลางตวาดลั่นอย่างหัวเสียเป็นที่สุด  ทันทีร่างค้างคาวผู้บังอาจแปลงกลับคืนสภาพเดิมและกล้าทำให้พระราชพิธีอันสำคัญถูกหยุดชะงักกลายคัน!

 

นั่งลงไปขอรับ ทหารผิวซีดที่สวมทับหน้ากากลายหนามเอ่ยกับชายตรงหน้าที่มีศักดิ์และวรรณะสูงกว่าด้วยคำสั่งกึ่งสุภาพ  แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมทำตามทหารสังกัดหน่วยลับก็จำเป็นต้องใช้กำลัง!

 

ลอร์ดลอเรนซ์...นั่งเถิดขอรับ เสียงทุ้มต่ำของชายมาดขรึมอย่างจาริสดังขึ้นพลางเบือนหน้าหันมาคุยด้วยเป็นนัย ๆ ว่าอย่างริหือด้วย  นัยน์ตาสีไข่มุกดำทอดมองอย่างรู้วิสัยดีเพราะเขาเองก็เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับหน่วยลับ  รู้ดีว่าทหารพวกนี้ยอมตายเพื่อจอมราชันย์ขนาดไหน แสดงว่าภารกิจที่ได้รับให้สะสางในครานี้  ต้องเป็นภารกิจที่เป็นภัยต่อราชวงศ์ขั้นร้ายแรง  เหล่าทหารจากหน่วยลับถึงได้ริทำการอุจอาจไม่เกรงใจแม้แต่สมาชิกของตระกูลขั้วอำนาจแบบนี้

 

ชิ! ” เมื่อชายผู้เป็นอดีตมือขวาเอ่ยปากด้วยตนเองถึงขนาดนี้แล้วเขาจะกล้าหือด้วยงั้นหรือ  ลอร์ดลอเรนซ์ทำอะไรไม่ได้เลยจำต้องทรุดกายลงไปนั่งพลางลอบมองเหล่าทหารร่างกำยำที่จากเดิมวางกำลังเพื่ออารักษ์ขาแต่ละสกุล  บัดนี้กลับหันหน้าจากสนามประลองเปลี่ยนมาเป็นโอบล้อมแต่ละสกุลไว้แทน!

 

                “ ฝ่าบาท!!  นี่มันหมายความว่าอย่างไรพะยะค่ะ?! // ฝ่าบาท!!! โปรดชี้แนะด้วยพะยะค่ะ!!! ” เสียงนกเสียงกาที่กำลังเริ่มร้อนรนเริ่มส่งเสียงแหกปากให้องค์เหนือหัวรู้สึกระคายหูยิ่ง  ใบหน้าคมสันไม่ได้ตอบคำถามหรือแยแสเสียงเห่าหอนเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย  พระองค์ยกพระหัตถ์กว้างเชิงออกคำสั่งให้พวกขุนนางจอมโหวกเหวกโวยวายนั้นหุบปากเงียบเสียงของตนเองลง  ทั้งสายพระเนตรที่ทอดมองอย่างเย็นชาจนเสียวสันหลังวาบท้ายที่สุดแล้วพวกขุนนางจอมตื่นตูมก็จำยอมทรุดกายนั่งลงไปอย่างสงบเสงี่ยมดังเดิม

 

เสด็จพี่...รู้อยู่ก่อนแล้วนี้เอง

 

ขวับ

                นัยน์ตาสีบลอนต์เทาเหลือบมองพระเชษฐาที่แลดูไม่ได้ตื่นตระหนกกลับเหตุการณ์ตรงหน้าพระพักตร์เลยสักนิด  ในทางกลับกันข้ากลับรู้สึกถึงแรงดันปีศาจที่อยู่รอบ ๆ กายท่านพี่ที่กำลังเปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจน! ตอนนี้ไอปีศาจมันกำลังอัดแน่นและเต็มไปด้วยจิตสังหาร!

  

จอมราชันย์...ท่านคิดจักทำอะไร?

 

            พระหมื่นปีเองก็ตกพระทัยไม่น้อยที่เห็นกองกำลังของหน่วยลับเข้ามาหยุดชะงักพระราชพิธีกลางคันแบบนี้ด้วยตาของพระองค์เอง  จอมราชันย์ปรายหางตาไปหาพระหมื่นปีที่ตรัสถามพระอง์ผ่านทางห้วงความคิด  แต่ร่างสูงท่าทางขรึมผู้นี้ก็ไม่ได้แม้แต่จะเอ่ยปากท้าวความกับเชื้อพระวงศ์ของพระองค์เอาไว้ก่อนแต่อย่างใด  เพราะคำตอบของเรื่องทั้งหมดนี้กำลังจะเดินเข้ามาให้แวมไพร์ทุกผู้ได้เห็นเป็นที่ประจักษ์กันอยู่แล้ว....รู้มาก  ก็มากเรื่อง  ยิ่งรู้เยอะ  โอกาสที่หนูร้ายจักไหวตัวก็ยิ่งเยอะตาม  ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจให้เหยียบภารกิจลับนี้เอาไว้ให้มิดที่สุดเท่าที่จะมิดได้

 

                สายลมลูกใหญ่พลันสาดซัดเข้ามาถ่ายเทอากาศที่อยู่ด้านในสนามประลองจนแวมไพร์ทุกผู้รับรู้ถึงกลิ่นสาบเหม็นที่คอยเคว้งเข้ามาใกล้ทุกขณะจนเหล่าบรรดาแขกอันทรงเกียรติทั้งหลายที่ไม่ค่อยคุ้นชินรีบยกไม้ยกมือขึ้นมาอังปลายจมูกที่มีประสาทสัมผัสว่องไวให้หยุดสูดดมกลิ่นอันไม่น่าพึงประสงค์นี้เข้าสู่จมูกของตนได้อีกต่อไป!!  และแล้วเงาจากอัฒจันทร์ก็ค่อย ๆ เผยให้เห็นชายร่างสันทัดผู้มีดวงตาสีนิลพรายที่กำลังฉุดกระชากลากถูหญิงสาวสภาพดูไม่จืด  แขนทั้งสองข้างของนางถูกรวบไขว่ไปด้านหลังพลางล่ามด้วยด้วยโซ่ตรวนโดยมีชายผู้เดินนำหน้ามานั้นกระตุกปลายโซ่เชิงบังคับอยู่กลาย ๆ!

 

แอชตัน!?  ทำไมแอชตันถึงได้...!!

 

                ดารินสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณเมื่อชายตรงหน้าที่เธอเห็นมาแต่เล็กนั้นกลับเดินลิ่วผ่านเธอไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ทั้ง ๆที่ในมือเขาล่ามและฉุกกระชากผู้หญิงที่เดินตามให้เร่งฝีเท้าราวทาสในบริวารไม่มีผิด!!  ความโหดร้ายของชายที่มีชื่อว่า แอชตัน ที่ทุกผู้ได้แต่ยืนจับจ้องและไม่คิดจะปริปาก  ราวกับว่าในตอนนี้เธอไม่เคยรู้จักชายตรงหน้านี้มาก่อน!!!

 

ข้าขอกราบอภัยโทษแด่จอมราชันย์  พระหมื่นปี  เจ้าชาย ท่านลอร์ดและเหล่าขุนนางทุกท่าน  แต่เกรงว่าข้าจำต้องเข้าถวายรายงานเรื่องสำคัญ ณ เพลานี้... 

 

แอชตัน...เจ้าใช้กำลังทางทหารเข้ามาทำไมตั้งมากมาย !” ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ไม่พอใจเป็นอย่างมากที่พิธีการอันสำคัญนี้ถูกหยุดชะงักลงโดยพลทหารนอกคอกที่ไม่ใช่แม้แต่แวมไพร์โดยเนื้อแท้!

 

ฝ่าบาทมอบหมายภารกิจลับระดับ S ให้แก่ข้า  โดยมีรับสั่งให้ข้านำตัวผู้ร้ายที่ลอบปลงพระชนพ์มาลงทัณฑ์ให้จงได้...และนางก็คือหนึ่งในผู้ร่วมกระบวนการลอบปลงพระชนพ์พระหมื่นปี!! ” คำรายงานของชายลูกผสมทำให้เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ถึงกลับนั่งไม่ติด  นัยน์ตาของพระหมื่นปีถึงกับจ้องเขม็งไปยังหญิงสาวที่ถูกทหารระดับสูงหิ้วปีกลากเข้ามาด้วยสีหน้าและร่างกายที่สะบักสะบอมอันเนื่องมาจากการจับกุมและสืบสวนสอบสวน!!


 

กึกก  ตุบบบบ!!!

 

อั่ก!! ”  ชายลูกผสมจงใจกระตุกโซ่ตรวนในมือให้ตึงจนอีกฝ่ายเซถลาทรุดตัวล้มลงเพราะเสียหลัก  เข่าทั้งสองข้างและใบหน้าบางส่วนครูดไถลไสลด์ไปกับพื้นของสนามประลอง  ก่อนจะค่อย ๆใช้ปลายคางของตนเองหยัดกายขึ้นมาจากพื้นด้วยความทุลักทุเล 

 

อย่ามาสำออยเสียงอ่อยสารภาพความผิดของเจ้าต่อหน้าพระพักตร์เสีย!!!  โทษหนักจักได้ผ่อนเป็นเบา!!! ” ชายลูกผสมด่ากราดพลางกระตุกดึงปลายโซ่ตรวนให้นางในตนนั้นที่ตนจับมาเป็น ๆ ลุกขึ้นมาสารภาพแต่โดยดี!!!

 

หนึ่งในผู้ลอบปลงพระชนพ์!!

                ดารินนึกพลางได้แต่ยืนนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก  เมื่อพิธีการคัดเลือกที่เคยตึงเครียดในสนามประลองถูกเปลี่ยนเป็นการพิพากษาโทษร้ายแรงอย่างกะทันหัน!!  นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลแอบชำเลืองมองไปยังร่างสูงที่ประทับอยู่บนเฉลียงทางทิศเหนือด้วยใจที่เต้นระทึก  เดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายที่มักจะเงียบขรึมจะมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้อย่างไร!

 

พรึ่บ....ตุบ!!

 

                จอมราชันย์.... //  สะ  เสด็จพี่?! ”  เมื่อสดับรับฟังคำถวายรายงานมามากจนเกินพอ  ร่างสูงก็หยัดกายแกร่งของตนเองขึ้นจากบังลังค์กว้างก่อนจะกระโดดจากเฉลียงและสาวพระบาทมาหาหนึ่งในตัวการด้วยสีหน้าเรียบเฉยความเงียบเฉียบที่น่ากลัวของจอมราชันย์ทำให้พระราชมนูและเหล่าองครักษ์รีบกระโจนตามลงไปยังด้านล่างเพื่อรักษาความปลอดภัยในทันที  เหลือเพียงแต่เจ้าชายแดเนียลและพระหมื่นปีที่ยังนั่งประทับอยู่ด้านบนรอดูสถานการณ์ว่าหญิงตรงหน้าจะมีชะตาชีวิตเช่นไรต่อ!

 

ตึก....ตึก....ตึก....ตึก....ตึก

 

                ร่างสูงเดินเลียบเข้ามายังหนูร้ายที่กำลังถูกสุนัขรับใช้ของเขาล่ามด้วยโซ่  บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงย่างก้าวสามขุม  เพียงแค่รับรู้ถึงแรงดันปีศาจอันมากมายมหาศาลจากจ้าวแห่งดินแดนแวมไพร์  หญิงสาวตรงหน้าก็พลันหน้าซีดตัวสั่นจนมิอาจเก็บอาการหวาดกลัวของตนเองได้อีก  ทั้งจิตสังหาร  สายพระเนตรแสนเย็นยะเยือกที่กำลังมองมายังเธอนั้นราวกับมีคมมีดนับพันเชือดเฉือนและทิ่มแทงเธอให้จำต้องขยาด!

 

                “ ฝะ  ฝะ  ฝ่าบาท...มะ  มะ หม่อมฉัน....หม่อมฉัน ”  หญิงสาวในชุดนางในของราชสำนักพลันตกใจกลัวตายจนถึงขีดสุด  ร่างสูงทอดพระเนตรเห็นรอยตำหนิบนแขนที่ไขว่อยู่ด้านหลังของสาวเจ้าก็เป็นอันรับรู้ได้ว่า  หญิงตรงหน้าที่แอชตันจับมาและจำต้องถวายรายงานเป็นการด่วนนั้นคือตัวจริงเสียงจริงอย่างมิต้องสงสัย  รอยตำหนิรูปดาวแมงป่อง...เป็นเครื่องบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า  นางผู้นี้รู้ดีว่าใครกันแน่ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง!!!!

 

จับมันเงยหน้าขึ้น ” 

 

พะยะค่ะ ฟรานซิสขันอาสา  ก่อนที่จะสาวเท้าเข้าไปหานางผู้นั้นและออกแรงรวบตึงเรือนผมกะเซอะกะเซิงของเจ้าตัวและออกแรงรวบทึ้งจนเจ้าตัวต้องแง้นหน้าสบสายตาองค์เหนือหัวของเขาอย่างมิอาจขัดขืนได้!

           

            ใคร พระสุรเสียงทุ้มกังวานตรัสถามด้วยแววตาน่าหวาดกลัวเสียจนสาวเจ้าตรงหน้าที่มิอาจหลีกหนีความผิดนี้ได้ถึงกลับปล่อยโฮออกมานึกรักตัวกลัวตายก็เพลานี้...เพราะเจ้าหล่อนรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่า ไม่ว่าอย่างไรชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าผู้นี้ก็มิวายปล่อยนางให้มีชีวิตต่อไปเป็นแน่

 

ฮึก ฮือ...ฮือ

 

ใคร!!!!! ” เสียงตวาดดังลั่นขึ้นอีกครั้งเมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ 

 

ฮึก ฮือ...ฝะ ฝ่าบาท  ฮึก ฮือ...เมตตาด้วยเพคะ น้ำตาที่อาบจนนองหน้าของนางในไม่ได้ทำให้จอมราชันย์นึกสั่นไหวหรือเห็นพระทัยเลยแม้แต่น้อย!!  มันสมรู้ร่วมคิดริทำแผนชั่ว!!!  ลอบสังหารพระมารดาเขาจนเกือบปางตาย!!!  แล้วคิดจักมาวิงวอนร้องขอความเมตตาอะไรกันในตอนนี้!!!!

 

ข้าถามว่า เจ้าทำงานรับใช้ใคร!!!!! ” ร่างสูงตรัสถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบที่ดูเหมือนจะเริ่มหมดความอดทนเต็มที  ความเย็นชาแพร่ไพรศาลออกมาจนร่างบางที่ยืนดูสถานการณ์ตรงหน้าอยู่มิใกล้มิไกลยังรู้สึกจนหัวลุกได้เป็นอย่างดี  ทั้งสายตา ท่าทางและคำพูดช่างคมกริบดุจผนึกน้ำแข็ง!

 

คะ  คะ  คุณหนูท่านเจ้าคะ...”  เมื่อเห็นว่าไม่ว่าอย่างไรเสียนางก็คงไม่รอด  เช่นนั้นก็ถึงคราวที่จะต้องลากคอหญิงใจเหี้ยมตนนั้นให้ลงเหวมาตายตกไปตาม ๆ กันเสียเลยให้รู้แล้วรู้รอด!แม้นพระราชมนูจะกำชับเรือนผมของนางและบังคับให้หันหน้าไปยังพระพักตร์ที่แสนเยือกเย็นของจอมราชันย์  แต่เมื่อแม่สาวนางในเบือนใบหน้าที่อาบน้ำตาและหันไปร้องขอความช่วยเหลือจากอิสตรีนางหนึ่ง  ก็สร้างความกระจ่างแจ้งบางประการแก่สายตาของเหล่าแวมไพร์รอบบริเวณ!!!!

 

            “ !!!!!! ” เจ้าตัวแสดงสีหน้าซีดเผือดจนถึงขีดสุด  เมื่อไม่นึกไม่ฝันว่าแผนการณ์ที่อุตส่าห์ตักเตรียมเอาไว้ว่าให้คนของเธอต้องรับบาปและตกตายไปเพียงผู้เดียวนั้นจะต้องมาพินาศ  เพราะนังนี้เกิดรักตัวกลัวตายขึ้นมาเสียดื้อๆ !!!! อุตส่าห์ใช้ชีวิตของน้องสาวมันที่กักขังไว้ในคฤหาสน์อันเป็นเครื่องรับประกันไว้อยู่แล้วเชียว!!!  นังบ้านี้ก็ยังมิวายหันมาทำให้เธอต้องตกกระไดพลอยโจนรับเคราะห์กรรมไปด้วยอีก!!!

 

            “ ช่วยข้าด้วย  ช่วยข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ....”  ฟรานซิสค่อย ๆคลายเรือนผมกะเซอะกระเซิงนั่นออกแล้วปล่อยให้นางในผู้นี้แสดงคำตอบออกมาให้ทุกผุ้ได้ประจักษ์คำตอบว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้บงการแผนการลอบปลงพระชนพ์  และแน่นอนทันทีที่ได้รับอิสระเพียงกึ่งครึ่งนางในผู้รักตัวกลัวตายนี้ก็พลอยใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหมายจะกระเสือกกระสนคลานไปหายังเจ้านายเก่าแทนคำรับสารภาพ!!!





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น