ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 46 : ตอน บททดสอบขั้นที่ 2 (2) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    17 เม.ย. 62





พระหมื่นปี

เฮ้ เฮ หูวววววววววววววววววววววว

 

            เสียงโฮร้องผสมปนเปไปกับเสียงเคาะสรรพอาวุธในมือของเหล่าทหารที่รายล้อมอยู่นอกสนามประลองด้วยความคึกคะนองทันทีที่จอมราชันย์ประกาศก้องให้เริ่มการประลองได้  ทำให้ดวงใจดวงน้อยที่เคยเต้นในจังหวะเนิบช้าค่อย ๆโหมกระหน่ำดังตึกตักตึกตักไปตามจังหวะกลองทัดที่เร้าให้ผู้เข้าพิธีเข้าห่ำหั่นกันเพื่อแสดงฝีมือนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกำลังข่มอารมณ์คุกรุ่นภายใต้หมวกใบหนาที่สวมทับอยู่พลางควงดาบสองเล่มที่ถืออยู่ในมือไปมาเพื่อเตรียมความพร้อม

 

พระนางรอด...!!  เวรเอ๊ย!!!

 

ไหนเจ้าหมอนั่นมันรับประกันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่ายาที่สกัดใหม่นั้นความเข้มข้นสูงที่สุดในตอนนี้เยี่ยงไรเหล่า!!!

 

เช่นนี้ความเป็นไปได้ที่คดีที่วังกลาง 46 ห้องเคยพิพากษาไปอาจจักถูกหยิบยิกขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกหนก็ยิ่งมีสูงตามไปด้วย!

 

ถ้าเป็นแบบนี้เห็นทีคงต้องแสดงฝีมือเอาให้ขาดลอยเพื่อให้เตะตากรรมการกลางและเหล่าขุนนางฝ่ายปกครองเพื่อชนะใจให้ได้เสียแล้ว!!

 

แพทริเซียเห็นนิ่ง ๆ ไม่ค่อยพูดเจรจา  แต่เรื่องฝีมือถือว่าหนักเอาการอยู่เหมือนกัน...

 

ไม่ได้...เราต้องออมแรงเฮือกไว้ปิดฉากสุดท้ายกับนังนั่น

 

เช่นนั้น  ขยี้แม่น้องสุดท้องก่อนใคร...คงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับข้า!!!!!

 

เรเชลนึกตรึกตรองก่อนจะตัดสินใจด้วยความเด็ดขาดกวัดแกว่งกำชับด้ามอาวุธแล้วใช้สปิริตแวมไพร์ขั้นสูงสุดพุ่งเข้าโจมตีแวมไพร์สาวร่างบางที่สวมเกราะสีแดงเพลิงอย่างไม่มียั้งฝีมือ!!!!!

 


พรึ่บ  พรึ่บ  หมับ!!! เคร้งงงงงงงงงงงง!!

 

            “ ย๊า!!!!! // !!!!? ”  ดารินที่กำลังตั้งดาบของตนเองไว้ตรงหน้าพลางใช้สายตามองไปยังคู่ปรับทั้งสองอย่างเป็นระยะสลับไปมาอยู่นั้นเอง  เพียงครู่เดียวที่เรเชลวับหายไปจากตำแหน่งเดิมที่เคยยืนร่างบางก็กำชับดาบเข้าหาตัวเพื่อเตรียมรับมือในท่าป้องกันทันที!!!!

 

เฮ้!!! เฮ้!!!!! โฮ่!!!! ’

 

อั่กกกก  ผู้หญิงอะไรเนี่ย! แรงเยอะชะมัด!!!!  ดารินสบถ

 

          เมื่อปลายเท้าทรงแหลมที่หุ้มด้วยเกราะคล้ายส้นสูงยังต้านกำลังอีกฝ่ายที่โหมทั้งตัวเข้ามาเพื่อปะทะกลับยั้งกำลังเอาไว้ไม่ไหว  เท้าทั้งสองข้างที่หยัดกายและยันดาบสองเล่มของอีกฝ่ายเอาไว้กำลังสั่นระริกเพราะเรี่ยวแรงและพละกำลังนั้นห่างชั้นมากกว่าที่เธอคิด!!  เศษประกายไฟจากการปะทะคมดาบของทั้งสองตนเรียกเสียงฮือฮาให้กับเหล่าคนดูจนทั้งสนามกึกก้องไปด้วยเสียงเชียร์อย่างบ้าคลั่ง  ร่างบางกัดริมฝีปากล่างของตนเองพลางพยายามต้านอีกฝ่ายด้วยการผลักดาบของนางให้ออกไป  แต่ทว่าแรงสั่นระริก ๆ ของสาวชุดเกราะสีแดงเพลิงกลับทำให้หญิงเกราะสีดำยกยิ้มด้วยแววตาและรอยยิ้มกึ่งสมเพชพลางเอ่ยเย้ยหยันอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงกระซิบ

 


อะไรกัน...นี้เจ้ามีแรงต้านข้าแค่นี้เองหรือ!! ”


 

อั่กกกก นี้นางยังแรงเยอะได้มากกว่าเมื่อกี้อีกเหรอ?!!!

 


เคร้งงงงงงงงง   เคร้งงงงงงงงง  ครืดดดดดดดดดดดดดดด!!!! 

 

เรเชลง้างปลายดาบขึ้นพลางทุ่มกำลังซ้ำไปยังดาบของสาวเจ้าอีกครั้งเพื่อลดทอนกำลังป้องกัน  ก่อนจะใช้จังหวะนี้ฟาดซ้ำไปอีกรอบจนดาบที่เคยยันไว้ใคราแรกต้านไว้ไม่ไหวจนเจ้าตัวถูกซัดเซถลาไปด้านหลังจนปลายเท้าสร้างรอยถากทิ้งไว้บนสนามประลอง!  ร่างอรชรที่ถูกซัดจนตัวกระเด็นนั้นค่อย ๆใช้ดาบยันกายขึ้นเพื่อทรงตัวให้มั่นอีกครั้ง  ก่อนที่ความเหนื่อยหอบจากการพยายามใช้ดาบเป็นการ์ดป้องกันนั้นจะสำฤทธิ์ผล  แค่ต้านไว้ไม่ให้ถูกฟันในจุดสำคัญ ๆ ก็กินแรงของเธอไปมากขนาดนี้เชียวรึเนี่ย?  อย่าว่าแต่ให้เป็นฝ่ายบุกเลย  แต่ตั้งรับอย่างเดียวก็หอบกินจะแย่อยู่แล้ว!!!  นัยน์ตาสีฟ้าสกาวำลังอับแสงไร้ซึ่งหนทาง  ในหัวขาวโพลนวางเปล่าไร้การรับรู้  ไม่มีแสงสว่างสาดลงมาให้เธอคาดหวังเลยสักนิด...ไม่มีเลย  บัดนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเรากลับมืดบอด  ขือยังเป็นยังงี้เราก็จะยิ่งถูกทอนกำลังให้ถอยไปเรื่อย ๆ เหมือนกับไก่ที่รอให้เขาเชือดให้ตายอย่างช้า ๆ คาสนาม  ความสิ้นหวังเพียงแค่ได้ปะดาบในคราแรกกำลังลดแรงแห่งความหวังละแรงฮึดสู้ที่เธอเคยมีไว้ให้จืดจางลงไปทุกที...ทุกที

 

พลังต่างกันขนาดนี้เลยหรอ?

 

นี้น่ะหรือสายเลือดบริสุทธิ์?

 

ไม่ว่าเราจะฝึกแทบเป็นแทบตาย...

 

ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

 

          ร่างบางได้แต่ยืนนิ่งชะงัก  แม้จะเห็นแวมไพร์ในคราบชุดเกราะสีดำที่กวัดแกว่งดาบทั้งสองเล่มกำลังเร่งฝีเท้าสาวเข้ามาหาเธอจนเกือบจะถึงตัวอยู่ลอมร่อแล้วก็ตาม  ไม่มีเสียงใดเข้ามาในหัวของเจ้าตัวอีกต่อไปแล้ว  แม้แต่เสียงฝีเท้าของเรเชลที่กำลังใช้สปิริตแวมไพร์วับมาหาก็ไม่มี  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลเหลือบหางตาไปมองยังเก้าอี้สี่ตัวที่ตั้งตระหง่านดูอยู่บนอัฒจันทร์กว้าง  ทั้งสายตาและสีหน้าผิดหวังของเหล่าสกุลอื่นกำลังค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเห็นการต่อสู้ที่จืดชืดไร้รสชาติ   ไร้ซึ่งลีลาและไหวพริบของสกุลคาร์เตอร์ที่ลือชื่อเรื่องการประลอง

 

            ลอร์ดจาริส...สกุลคาร์เตอร์แลดูตกต่ำลงไปจมเลยนะ  ช่างน่าผิดหวัง   ” เสียงทุ้มไม่พูดเปล่าพลางเหลือบหางตาไปหาชายผู้อยู่ตำแหน่งเดียวกันด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนจะยิ้มเยาะเชิงสมเพช

 

          “.........” เสียงเหน็บแนมจากชายผู้อาวุโสทำให้แม้แต่คุณท่านที่เป็นชายใจเย็นยังแอบหัวร้อนแทนบุตรชายที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่ได้โต้ตอบคารมณ์ไปตามเกมส์ปั่นประสาทของอีกฝ่าย

แหม ข้าก็อุตส่าห์มาเพื่อชมฝีมือของหนูคาร่า เสียหน่อย...น่าเสียดาย ยังไม่ทันไรก็หลุดจากพิธีเสียแล้ว ” คุณหญิงโจลี่ คาร์เตอร์เปิดปากปะทะอีกฝ่ายด้วยตนเองกันแบบซึ่ง ๆ หน้า  โดยที่ลอร์ดลอเรนซ์ถึงกับหน้าหงาย  ใจนึกอยากจะยอกย้อนคุณหญิงวัยเดียวกันให้หน้าชาว่าเขาจงใจให้บุตรีของเขาหลุดจากเงื้อมมือมัจจุราชเลือดเย็นต่างหาก  แต่ท่านก็ทำได้แค่ปิดปากเงียบ 

 

            “………” ร่างสูงได้แต่นิ่งเงียบไม่คิดจะตอบโต้  แม้สีหน้าที่เฉยชาของเขาจะแลดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อนเมื่อเห็นดารินกำลังเพลี่ยงพล้ำ  แต่ใจจริง ๆ ของคนเป็นพี่นั้นแทบอยากจะลุกพรวดพราดลงไปยังลานประลองและปกป้องคนเป็นน้องใจจะขาด!!!  แต่ตำแหน่งและแผนการณ์ใหญ่ที่ค้ำคอเอาไว้นี้ราวกับโซ่ตีตราที่มัดตรึงร่างของเขาเอาไว้ให้นั่งติดอยู่บนเก้าอี้และมองดูจนกว่าการประลองนี้จะจบเท่านั้น

 

ริน...สู้มัน!  อย่ายอมแพ้!!

 

เจ้ามีสายเลือดของคาร์เตอร์ไหลเวียนอยู่!

 

จงเชื่อ...จงเชื่อในพลังของเจ้าเอง! เชื่อซิริน! เชื่อว่าเจ้าทำได้!!



            เพียงแค่เสี้ยววิสั้น ๆ ที่สาวเจ้าได้เพ่งมองก็เห็นร่างสูงสมส่วนของพี่ชายที่กำลังเท้าแขนข้างถนัดเพื่อมองการประลองโดยแววตาและสีหน้านิ่งเช่นทุกครั้งที่ได้เจอะเจอ  นัยน์ตาสีฟ้าพลันเบิกกว้างด้วยใจที่พองโต...เมื่อพี่ชายพูดน้อยยิ้มน้อยของเธอกำลังยกยิ้มจาง ๆตอบกลับทันทีที่สายตาสอดประสานกันเพียงชั่วครู่!!  กองเพลิงที่กำลังจะมอดดับลงไปเมื่อเจ้าตัวได้กำลังใจเพียงเล็กน้อยกลับจุดเปลวไฟของเลือดนักสู้ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของสาวเจ้าให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง!!

 

ท่านพี่....ฮึ่ย!!!!!

 

เคร้งงงงงง   โฉ๊ะ!!!!!


               “ ?!  ” เรเชลชะงักเมื่อเห็นท่าทางและการโจมตีของอีกฝ่ายกำลังเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม

 

            “ ย๊า!!! ข้าไม่ยอมแพ้เจ้าหรอก!!!!!! ” ประกายไฟจากปลายอาวุธเกิดขึ้นมาอีกครา  เมื่อสายตาแห่งความหวาดกลัวและสิ้นหวังเมื่อครู่ จู่ ๆก็เปลี่ยนเป็นแววตาของนักสู้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น!! ร่างบางไม่เป็นฝ่ายแค่ตั้งรับอีกต่อไป  แต่กลับทุ่มกำลังของตนเองเพื่อเป็นทั้งรับละรุกอีกฝ่ายไปในคราวเดียว!!!!

 

เคร้งงงง กึก ๆ ๆ  กึก ๆ ๆ

 

            โอ้ว แรงอันน้อยนิดแค่นี้ของเจ้าน่ะหรือจักทำอะไรข้าได้!!! แรงสั่นจากปลายอาวุธที่กำลังเข้าปะทะกันของทั้งสอง  พร้อมกับคำพูดคำจาแสนอวดดีของแวมไพร์เลือดโสโครกทำให้เธอชักจะเลือดขึ้นหน้าพลางแค่นหัวเราะเย้ยหยันตอบ!!!!

 

          เฮ้!!! เฮ้!!!!!! โจนส์  โจนส์  โจนส์!!!! ’

 

            ร่างอรชรที่กำลังเดือดดาดไปด้วยเพลิงร้อนกระหน่ำปลายดาบในมือจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีก  เสียงฮือโฮร้องเรียกชื่อเรเชลให้กึกก้องสนามเมื่อเห็นว่าคุณหนูแห่งตระกูลโจนส์นั้นสำแดงฝีมือได้ดุดันเพียงไรแม้นสตรีในคราบชุดเกราะสีเพลิงจักมีตอบโต้เพลงดาบสวนกลับไปบ้างเป็นปะปลายแต่ก็ไม่ได้ผลอย่างที่ใจเธอต้องการเมื่อเห็นการข่มเขี้ยวของนักรบสาวสองตระกูลกำลังเข้าห่ำหั่นกันอยู่ตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย  หญิงงามที่ยืนรอริมสนามก็คอยลอบมองเพื่อหาจังหวะเหมาะ ๆ

 

เคร้งงงงงง  เคร้งงงงง!!  โครมมมมมมม!!!


          เมื่อกระบวนท่าที่โจมตีไปหลายยกยังไม่ได้ผล  ทำให้เรเชลเป็นฝ่ายได้เปรียบตวัดดาบของดารินออกพลางยกปลายรองเท้าส้นสูงของตนเองถีบเข้าไปที่ช่องท้องของอีกฝ่ายแบบไม่ยั้งฝีเท้า!!!

 

          “ อึ่ก….!! ” แรงถีบที่ส่งมาทำเอาร่างบางที่ผอมแกนดุจกิ่งไม้นั้นเซล้มจนเสียหลักจนต้องใช้เข่าข้างนึงยันเพื่อรับน้ำหนักของตนเองไว้ได้ทัน! เมื่อเห็นอีกฝ่ายเสียท่าหญิงผู้ทะนงก็หมายจะซ้ำเพื่อให้นางพ่ายจนหมดรูปด้วยการง้างอาวุธในมือ้างถนัดหมายจะเฉือนเนื้อหนังบนใบหน้าให้ติดปลายดาบไปสักเซนสองเซน!

 

เคร้งงงงง!!! หวืดดดดดด  ผลั่กกก  ตุบบบบบบ!!!?

 

            “ !!!!!! ” เรเชลพลันฉงนจนตาโตเมื่อปลายอาวุธคู่ใจแทนที่จะได้ครูดหรือเชือดเฉือนเนื้อหนังของอีกฝ่ายให้ได้ลิ้มรสคาวเล่น  กลับกลายเป็นนางใช้เกราะที่หุ้มที่อยู่ที่ท่อนแขนมาบังวิถีการโจมตีก่อนจะใช้เท้ากวาดขาของเธอจนต้องล้มคว่ำคะมำหงาย  ในขณะที่ดารินเองก็รีบลุพรวดขึ้นมาก่อนจะเตะดาบคู่เล่มหนึ่งที่เรเชลเผลอปล่อยให้หลุดออกจากเงื้อมมือให้ออกนอกสนามการประลอง!!!


 

          ‘ เฮ้!!! เฮ้!!!!!! คาร์เตอร์  คาร์เตอร์  คาร์เตอร์!!!! ’

 


          “ นังเด็กมิรู้จักที่ต่ำที่สูง...!!!! ” ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อชื่อที่กู่ร้องก้องสนามกลับเป็นของเด็กมิมีหัวนอนปลายเท้าที่ทำให้นางขายหน้าด้วยการใช้จังหวะทีเผลอเรเชลกำชับสันดาบแน่นพลางขบเม้มริมฝีปากล่างพร้อมกับนัยน์ตาที่แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำเพราะความโมโหที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด!!  จอมราชันย์เห็นสัญญาณอันตรายเช่นนั้นก็แทบจะหยัดพระวรกายเพื่อลุกพรวดขึ้นจากบังลังค์ใหญ่ทันที  แต่ทว่าเสียงทุ้มหวานของพระหมื่นปีก็ดังขึ้นเพื่อเรียกสติ!

 

            “ เหล่าขุนนางและทุกผู้ในที่นี้คงได้แคลงเคลืองใจในการกระทำอันออกหน้าออกตาของฝ่าบาทแน่  หากว่าท่านลุกพรวดพราดลงไปช่วย! ” เสียงกระซิบที่รับรู้กันโดยนัยทำให้ฝ่าพระหัตถ์กว้างทำเพียงกำชับแท่นพำนักและทอดพระเนตรการประลองที่เริ่มดุเดือดนี้โดยที่ทำอะไรมิได้เลย!!!

 

กรอดดดดดด


เวรเอ๊ย!!!!  แอชตัน!!! ให้ไวหน่อย!!! 

           

 

            เสียงโหวกเหวกที่เล็ดลอดออกมาผ่านช่องระบายอากาศและช่องจากบานประตูทำให้หนุ่มร่างสันทัดค่อย ๆ เยื้อย่างสาวเท้าเข้าไปใกล้บานประตูใหญ่ด้วยความใจเย็น  ปลายจมูกสูดเอาอากาศรอบกายเข้าไปเพื่อตรวจสอบว่าปลายทางสุดท้ายที่หนูตัวร้ายใช้ลอบซ่อนตัวนั้นเร้นกายอยู่ที่ไหน  และแล้วดวงตาสีนิลก็มันวาวเป็นประกายเมื่อฝีเท้าทั้งสองข้างของเขามาหยุดอยู่ที่บานประตูใหญ่ที่กางกั้นอยู่ตรงหน้า  ขณะที่กองกำลังเกินกว่าครึ่งกำลังเทไปเพื่อทำหน้าที่คุ้มกันและรักษาความปลอดภัยที่สนามแห่งการประลอง  บัดนี้กำลังมีทหารลับที่เคลื่อนไหวภายใต้เงามืดภายใต้วังหลวงดำเนินการลับตามคำสั่งของชายลูกผสมที่กำลังส่งสัญญาณให้พวกเกระจายกำลังโอบล้อม  เพียงแค่ใบหน้าคมสันสบตาพลางพยักหน้าและส่งสัญญาณเป็นรหัสมือ  เหล่าทหารฝีมือฉกาจที่ร่วมกันทำงานกันอยู่เนือง ๆ ก็ประจำแต่ละจุดและรอคอยการระบุตัวยืนยันเป้าหมายจากชายผู้เป็นเจ้าของภารกิจลับทันที 

 

ห้องเครื่องงั้นหรือ...?

 

หลบอยู่ที่นี่นี้เอง

 

            เปิดประตู...

 

  ขะ  ขอรับท่านแอชตัน ”  นายทหารระดับ่างรีบกูรีกูจอเบิกทางให้ทหารผู้เลืองชื่อที่ขึ้นตรงต่อจอมราชันย์ได้เข้าไปด้านในทันทีโดยมิมีอิดออด

 

แอ๊ดดดดด  แอ๊ดดดดดดดดดดดด

 

            ทันทีที่บานประตูห้องเครื่องประจำพระราชวังถูกเปิดออก  ร่างสันทัดก็สัญญาณให้ทหารของเขาบางส่วนเข้าไปยังด้านในเพื่อทำการกระจายกำลังทันทีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม  ท่ามกลางความมึนงงของเหล่านางในที่รับใช้อยู่ในก้นครัวที่ต่างแตกตื่นพลางส่งเสียงอุบอิบให้อื้ออึงเมื่อเห็นเหล่าทหารหน้าตาน่าเกรงขามเข้ามาป่วนเปี้ยนพลางขอกู่ร้องให้พวกนางถลกแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้างพลางกำชับด้วยน้ำเสียงขลึงขลังกันยกใหญ่!

 

            เอ่อ  ท่านแอชตัน  บัดนี้ห้องเครื่องจำต้องเร่งตักเตรียมภัตตราหารให้แล้วเสร็จ...ต้องขออภัยที่ข้าต้องเรียนถามท่านโดยตรงนะเจ้าคะว่าเกิดเรื่องอะไรกันหรือเจ้าคะ? หัวหน้าผู้กำกับดูแลห้องเครื่องรีบปี่เข้ามาสอบถามด้วยตนเองเมื่อเห็นทหารหาญเข้ามาตรวจค้นคนของนางกันให้วุ่นจนหัวหมุนไปหมด

 

            หนึ่งในบรรดาคนของเจ้าเป็นผู้ร้ายที่หลบหนีคดีอาญาหลวงฯอยู่

 

            อะไรนะเจ้าคะ!? คดีอาญาหลวงฯ!!? เสียงร้องอุทานของหัวหน้าห้องเครื่องดังขึ้นทำให้เหล่านางในที่รับใช้ในก้นครัวพลอยพากันแตกตื่นก่อนจะเหลียวซ้ายแลซ้ายกันให้จ้าละหวั่นในขณะที่ เช สาวผู้เจ้าของรอยตำหนินั้นขบริมฝีปากล่างพลางกำชายเสื้อของตนเองเอาไว้แน่น  สายตาพลันเห็นทหารนับสิบตนกำลังไล่ต้อนตรวจสอบเหล่านางในกันอย่างขะมักเขม้น!!  นวยหน้าหวานรีบสอดส่องหาช่องทางหนี  แต่ก็พบว่าประตูทางเข้าบัดนี้ถูกทหารด้านหน้าปิดตายเป็นที่เรียบร้อย! แม้นเจ้าตัวจะไม่รู้ว่าทำไมทางการถึงได้สาวความสืบเสาะเบาะแสจนมาถึงตัวนางได้ไวขนาดนี้  แต่เจ้าหล่อนก็จำจะต้องค่อย ๆ ลัดเลาะลอบออกไปจากห้องเครื่องนี้ให้จงได้!!

 

            คนของเจ้ามีอยู่เท่าไหร่!  ”

 

            “ เกือบสองร้อยเห็นจะได้เจ้าค่ะ

 

 ค้นให้ทั่ว!!!!!  นางมีรอยตำหนิอยู่ที่แขนเป็นรูปดาวแมงป่อง...พวกเจ้าจงถกแขนเสื้อทั้งสองข้างของพวกเจ้าขึ้นให้หมด!! ใครขัดขืนก็จับตัวไปขังคุกใต้ดินเสียให้ลืมเดือนลืมตะวัน!!!! ” เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยกำชับคำสั่งแกมตวาด  จังหวะที่เหล่าทหารที่ตรวจตราอยู่ด้านในกำลังชุลมุน  เชจึงตัดสินใจทำทีเดินแสร้งเดินไปต่อแถวนางในตนอื่น ๆ ที่อยู่รั้งท้าย  โดยที่หางตาก็คอยชำเลืองหาช่องหลบหลีกเพื่อลอบหนีออกไปทางช่องส่งเสบียงที่อยู่ประตูด้านหลัง!
และขณะนั้นเองสายลมก็หนุนนำเป็นใจให้ชายลูกผสมที่อยู่ใต้ลมได้ลอบดมกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ที่กำลังเปลี่ยนทิศทางออกไปไกลอีกหน

 

เคลื่อนไหวแล้วอย่างนั้นหรือ...

 

เจ้าหนูตัวน้อย

 

ตึก...ตึก...ตึก 


            นัยน์ตาคมสีนิลพราวเป็นประกายก่อนจะค่อย ๆ แทรกกายปะปนไปตามกลางนางในที่กำลังถูกทหารของเขาตรวจสอบ  บัดนั้นเขาก็สังเกตเห็นร่างบอบบางของสตรีนางหนึ่งที่เดินสวนทางผิดแปลกไปจากนางในตนอื่น ๆที่กำลังเดินเรียงคิวเข้ามายังประตูหน้าเพื่อทำการพิสูจน์และระบุตัวตน  ในขระที่นางผู้นั้นกลับเหลียวหลังกลับและเดินฉับ ๆ ไปยังฝั่งตรงกันข้ามและเมื่อจิตสังหารถูกส่งผ่านไปยังอีกฝ่ายที่กำลังถูกหมายหัวจนเจ้าตัวลอบหัวกลับมามองรอบบริเวณที่บัดนี้กำลังมีทหารอีกสามสี่นายเดินขนาบอยู่กลาย ๆ ทั้งซ้ายและขวา  มิหนำซ้ำชายลูกผสมนามว่าแอชตันที่ใคร ๆในแดนแวมไพร์ก็รู้จักก็กำลังเดินยกยิ้มที่มุมปากให้นางอีกต่างหาก!!!


ตึก  ตึก  ตึก  ตึก  ตึก !!!!! 


            เมื่อความตายกำลังไล่เข้ามารดที่คอหอยหนูร้ายตัวจ้อยก็จำต้องใส่เกียร์หมาเพื่อเอาตัวรอด!!!!  นางผลักเพื่อนนางในให้ล้มระเนระนาดพลางคว่ำเครื่องเทศน์ที่ขวางหูขวางทางให้กระจัดกระจายหมายให้ถ่วงเวลาพวกทหารที่กำลังติดตามเสียหวีดร้องโวยวายดังขึ้นเมื่อเกิดการวิ่งชุลมุนเพื่อจับตัวผู้ร้ายที่กำลังทำการหลบหนีแอชตันส่งสัญญาณพลางระบุตัวตนผู้ต้องสงสัยในทันทีที่รับรู้ได้ว่ากลิ่นอายที่เขาตามหานั้นเป็นของนางมิผิดตัวแน่!

 

จับตัวนางให้ได้!!! ไป!!!!! ”

 

          ท่านแอชตัน!! นางกำลังจะหนีไปทางส่งเสบียงเจ้าค่ะ! ”

 

ข้ารู้อยู่แล้วว่านางต้องไปทางนั้น...

 

ถึงได้วางกำลังทหารบีบให้นางต้องหลบหนีไปเส้นทางนั้นอย่างไรล่ะ

 

          นัยน์ตาสีนิลลอบมองการแดดดิ้นของเหยื่อที่เขากำลังหมายตาพลางทำเป็นไม่ทุกข์ไม่ร้อน  เมื่อเห็นว่าทหารจำนวนหนึ่งกำลังไล่กวดและตามหลังนางออกไปติด ๆ ใบหน้าคมสันลอบมองเหยื่ออันโอชะตัวเป้งที่กำลังไม่ทันได้รู้สึกตัวว่าบัดนี้กำลังถูกตะล่อมให้เข้าไปในกับดักที่วางล้อมรอบเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้น  นี้แหละ...กระบวนการออกล่าของแวร์วูฟ  เล็งเป้าหมาย  วางแผน  จู่โจมและกำชัยชนะได้ในที่สุด!

 

          “ หยุดประเดี๋ยวนี้!!!! นี้คือคำเตือนครั้งสุดท้าย!!!!! ”


            เชที่หลบหนีโดยใช้เส้นทางส่งเสบียงกลับต้องพบจุดจบในที่สุด  เมื่อมีกองกำลังทหารลับกางอาวุธดักล้อมปิดตายทางหนีเอาไว้ทั้งสองทางกลายเป็นหนูที่วิ่งโลดเข้ามาติดจั่นโดยสมบูรณ์พร้อม  เหล่าปลายอาวุธที่ถือจี้อยู่เร่งเร้าให้นางยกมือขึ้นสูงเลยหัวก่อนที่ทหารร่างกำยำจะรวบท่อนแขนและดัดหลังเอาไว้ก่อนจะถกชายแขนเสื้อเพื่อยืนยันตัวตน


หมับ  หมับ  หมับ!!!! 


               “ อยู่นิ่งๆ!!! // อั่ก  ข้าเจ็บนะ!!! ” 


พรึ่บ!! ผ่างงงงงง!?

 

          รูปดาวแมงป่องขอรับ!!!! ” เมื่อได้ยินสัญญาณแห่งชัยชนะ  ร่างสันทัดของชายลูกผสมก็เดินทอดน่องออกมาจากห้องเครื่องเพื่อทอดมองผลงานชิ้นโบว์แดงด้วยสายตาเชือดเฉือน  ฝ่ามือหนาจงใจบีบกรามของหญิงสาวพลางบังคับให้นางเฉิดหน้าขึ้นมามอง


                “ อึ่ก !!! ” ความแรงที่กดอยู่ที่ขากรรไกรทำให้เสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดของสาวตรงห้าเล็ดลอดออกมาพร้อมกับดวงตาที่กำลังสั่นระริกไปด้วยความกลัว  ทันทีที่นางได้สบสายตากับดวงตาสีนิลที่มองลงตาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก 

 

            ...ไปหานายของเจ้าด้วยกันสักหน่อยเป็นไร


 ________________________________________________________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #111 mewnarek-2507 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 17:33

    ชอบค่ะ
    #111
    0