ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 45 : ตอน บททดสอบขั้นที่ 2 (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

  

บททดสอบขั้นที่ 2 : การประลอง


 

            หญิงสาวยอมนั่งทอดน่องอยู่ด้านนอกด้วยอากัปกิริยาที่สงบเรียบร้อย  โดยที่เจ้าชายเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และอารมณ์แปรปรวนง่ายยังมิวายเยื้องย่างห่างหายไปไหนไกล  ข้ารับใช้พยายามส่งซิกทางสายตาอึดอัดและอาจจะเรียกร้องให้คุณหนูของเธอปลีกตัวออกห่างเพื่อเว้นระยะ   แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูท่านจะทำแบบนั้นไม่ได้เลยสักนิด เพราะอีกฝ่ายดำรงศักดิ์เป็นถึงแวมไพร์เชื้อพระวงศ์

 

            “………” ร่างอรชรหยุดฝีเท้าที่เดินชมนกชมไม้ในสวนหย่อมหญ้า  พร้อมกับบทสนทนาที่เงียบฉี่เสียจนร่างโปร่งที่ขันอาสาพามานั้นชักจะเริ่มหัวเสีย

 

            ใจคอจักมิขอบใจข้าสักหน่อยหรือ?  สงสัยนักว่าสกุลคาร์เตอร์อบรมบุตรีในโอวาทของตนเองอย่างไรกัน

 

            คำเหน็บแหนมเมื่อครู่ทำให้นัยน์ตาสีฟ้าสกาววาววาบจนเผลอแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างโจ่งแจ้ง  ก่อนที่เจ้าตัวจะหันเหใบหน้าและกดหัวก้มลงต่ำ


            ขอบพระทัยเพคะที่อุตส่าห์สละเวลาพาข้ามาถึงที่...หม่อมฉันผิดเองที่ทำตนมิสมควร  ถ้าพระองค์จักติติงก็ขอให้ติติงที่หม่อมฉันโดยตรงเถิดเพคะ น้ำเสียงหวานกล่าวออกมาราวกับกำลังกัดฟันกรอด  ทำให้ร่างสูงรับรู้ถึงอารมณ์กรุ่นเคืองที่โฉมนางกำลังโมโหเนื่องมาจากความปากไวของตัวเขาเองเมื่อครู่

 

            เจ้าโกรธข้าหรือคุณหนู

 

            “ มิบังอาจเพคะ ร่างบางยังคงก้มหน้าไม่ชอนสายตามองขึ้นมาหาเขาเลยสักนิด  น้ำเสียงหวานเอ่ยราวกับบอกปัดไปที  ความเย็นชาจากถ้อยวาจากำลังเป็นอาวุธที่คอยเชือดเฉือนดวงใจเขาให้ปวดหนึบ

 

            “ เจ้าโกรธ

 

            “ ….สุดแล้วแต่พระองค์จักพิจารณาเพคะ

 

            “ คุณหนูดาริน  หนหน้าข้าจักไม่…”

 

พรึ่บ  พรึ่บ  พรึ่บบบบบบ!!

 

            “ อ๊ะ  ฝ่าบาท?! // ฝ่าบาท! เสียงพรี่บพรั่บและคำอุทานอันโหวกเหวกของพลทหารที่อารักษ์ขาด้านหน้าประตู  ทำให้ชายหญิงที่หยุดยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลบ่ายหน้าหันไปมองยังต้นเสียง  จนกระทั่งร่างองอาจเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังใช้สปิริตแวมไพร์เดินฉับ ๆ มายังที่พระอนุชาหยุดยืนอยู่ด้วยสีหน้าเครียดจัด

 

            “ ถวายพระพรเพ...ร่างบางและข้ารับใช้คนสนิททรุดกายย่อพลางลืมหายใจไปชั่วขณะที่มีโอกาสได้ถวายความเคารพจอมราชันย์ในระยะเผาขนชนิดที่ไม่มีโอกาสได้ตั้งตัวทัน  แต่ดูเหมือนว่าเสียงหวานจะยังขานแสดงความเคารพได้ไม่ทันจบประโยค  พระสุรเสียงต่ำก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแกมจริงจังพลางกำชับท่อนแขนแกร่งของพระอนุชาด้วยสีหน้านิ่วคิ้วขมวด

 

หมับ!

 

          “ แดเนียล.... เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อต้นของน้องชายด้วยสีหน้าและแววตาจริงจังเสียจนชายผู้เป็นน้องนึกใจคอไม่ดี  ลืมความฉุนเฉียวอันเนื่องมาจากแรงริษยาส่วนพระองค์ไปชั่วขณะ

 

เสด็จพี่...จอมราชันย์ถึงกับใช้สปิริตแวมไพร์วับ มาหาเขาที่เพิ่งจะเดินออกมาไม่นานด้วยความร้อนรน  โดยที่ร่างกายที่โชกไปด้วยเหงื่อและชุดเกราะเองก็ยังไม่ทันได้ถูกเปลี่ยน  เหล่าทหารองครักษ์เองก็ไล่หลังจี้ตามมาติด ๆด้วยสีหน้าเครียดจัดไม่ต่างกัน  นัยน์ตาคมกวาดมองด้านหลังจอมราชันย์ผู้เป็นพี่  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์พลันเบิกกว้างพร้อมใจที่ชาวาบที่เขาเห็นข้ารับใช้คนสนิทของมิลล่า  หัวหน้านางกำนัลผู้ถวายการดูแลพระหมื่นปีอยู่ที่วังเหนือยืนปะปนอยู่กับพลทหาร

 

ไม่นะ...

 

เสด็จแม่...เสด็จแม่เป็นอะไร?!

 

            “ ไม่มีเวลาอธิบาย ไปกับข้า...เดี๋ยว - นี้ เสียงทุ้มเอ่ยกำชับก่อนจะหันไปทอดคำสั่งกับฟรานซิสเป็นพัลวัน  ก่อนที่ปรานซิสจะถ่ายทอดคำสั่งไปยังทหารองครักษ์ให้เตรียมเส้นทางลับจากวังหลวงไปวังเหนือทันทีตามพระบัญชาและวางกำลังพลทหารลาดตระเวรให้เพิ่มกำลังกวดขันมาขึ้น  แต่มิให้เกิดเรื่องเอริกเกริก

 

            “ ............ ร่างบางไม่กล้าแม้แต่จะชอนสายตาขึ้นมา  หรือหยัดกายขึ้นมาจากท่าถวายความเคารพด้วยซ้ำ ทั้งน้ำเสียงและบรรยากาศรอบกายแลดูตรึงเครียดและสับสนอัลหม่านกันชอบกล  ยิ่งเห็นทีท่าร้อนรนและสีหน้าเครียดจัดของชายมาดขรึม มิหนำซ้ำยังไม่แม้แต่จะปรายหางตาลงมามองหรือสนใจเธอที่หยุดยืนอยู่ตรงนี้เลยสักนิด  บรรกาศมาคุที่กำลังอบอวนทำให้ร่างบางพลอยแอบนึกใจคอไม่ดีตามไปด้วย  


               ไม่นานเชื้อพระวงศ์ทั้งสองพระองค์ก็ใช้สปิริตแวมไพร์วับกายทิ้งระยะห่างหายออกไปชนิดที่เธอเองไล่สายตาตามก็ยังไม่เห็นแม้แต่ไรฝุ่น

 

            คุณหนูดารินเจ้าคะ...ต้องเกิดเรื่องอะไรแน่เลยเจ้าค่ะ ทันทีที่รอบบริเวณมิมีทหารระดับสูงรายล้อมอยู่แล้ว  ข้ารับใช้สาวจึงกล้าชะเง้อคอไปตามทางที่จอมราชันย์และเหล่าทหารรักษาพระองค์ใช้สปิริตขั้นสูงวับกายหายไป

 

            พี่แมร์รี่...ระวังหน่อย สาวเจ้าออกปากปรามเพื่อเตือนสติ  การพูดจาทาบทามโดยไม่ระวังภายในรั้วในรั้วอาจจะนำภัยมาถึงตัวได้  เมื่อแวมไพร์สาวได้ยินเสียงเอ็ดมาจากคุณหนูจึงแสดงสีหน้าสลดก่อนจะสงบปากสงบคำของตนเองทันที

 

            “ ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู

           

นั่นน่ะสิ  ชายที่แทบไม่แสดงอาการออกมาผ่านสีหน้า

 

ถึงกับหลุดอากัปกิริยาเปลี่ยนเป็นใบหน้าเครียดจัดได้ถึงขนาดนั้น

 

เกิดเรื่องอะไรกันแน่นะ...



        “ เรื่องบางเรื่อง...เราไม่รู้คงจักดีกับตัวมากกว่า

 

        “ คุณหนูท่านมิอยากรู้หรือเจ้าคะ?

 

        “ ข้าคิดถึงแค่เรื่อง การประลอง ก็ปวดหัวจนจักสำรอกออกมาเป็นเลือดอยู่แล้ว...” ว่าเสร็จสาวเจ้าก็เดินไปนั่งพักผ่อนอยู่ตรงม้านั่งที่อยู่ห่างออกไปเพื่อประวิงเวลาที่จะได้เข้าไปฝึกฝีมือ  ฝีเท้าคนเรือนเล็กเดินฉับ ๆ จนข้ารับใช้สาวต้องปาวร้องขอให้รอเธอด้วย

 

           “ คุณหนูดาริน...ระ ระ รอข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ



สามวันผ่านไป...

ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เห็นจอมราชันย์หรือเจ้าชายแดเนียลแวะเวียนมาที่สนามประลองอีกเลย  เหล่าคุณหนูเลือดบริสุทธิ์เองก็ไม่มาที่นี่  มีเพียงแค่เราที่ฝึกซ้อมอยู่คนเดียวในลานประลอง  ฝึกใช้ทั้งอาวุธประชิดและระยะไกลซ้ำไปซ้ำมาจนแมร์รี่ที่นั่งรอเริ่มออกอาการง่วงหาวนอนด้วยความเบื่อหน่าย

 

โฉ๊ะ ฉับ ฉับ ฉับ!!!

 

            “ ย๊า!!! หึ่ย!!!! ” เสียงมีดสั้นถูกกวัดแกว่งไปมากับอากาศจนเกิดเสียงฉับ  แวมไพร์สาวมองกระบวนท่าและการกวัดแกว่งอาวุธของคุณหนูไปมาพลางเอาคางเกยอยู่ตรงรั้วของอัฒจันทร์  ทีแรกนางก็นึกหวั่นเกรงว่าคุณหนูท่านอื่นอาจจะเดินทางมาฝึกซ้อมเพื่อข่มขวัญคุณหนูของเธอให้รู้สึกหดหู่ใจและท้อไปเอง  แต่เธอกลับคิดผิดถนัดท่านดารินฝึกซ้อมอยู่คนเดียวท่ามกล่างสนามประลองที่โอ่อ่าห์และกว้างขวางตั้งแต่ช่วงเช้ายาวไปจรดครบเวลาที่ทางราชสำนักอนุญาตและทำแบบนี้มาได้สามวันตามกำหนดแล้วด้วย 

 

            พอเท่านี้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ...เดี๋ยวร่างกายจักแย่เอา แมร์รี่ตะโกนโหวกเหวกด้วยความกังวล  แต่ทว่าสาวเจ้าก้ยังกลิ้งตัวและปามีดสั้นต่อโดยไม่คิดจะลดละ

 

            ไม่ได้ ! ”

 

            “ คุณหนู! อย่างน้อย ๆวันสุดท้ายก็ควรจักพักให้เต็มที่นะเจ้าคะ  พรุ่งนี้เป็นวันประลองจริงแล้วนะเจ้าคะ!!! ”

 

            “ นั่นแหละ  ข้าถึงต้องฝึกให้หนัก! เพราะว่า...ข้า! ย๊า!!!  โง่เขลา!!! ย๊า!!! แล้วก็...อ่อน แอ ไง!!! ”

 

            “ โถ่ คุณหนู!! ” คุณหนูดารินแทบจะไม่หยุดพักดื่มเลือดดับกระหายเลยสักนิด  เอาแต่ฝึก ฝึก และก็ฝึกจนต้องหายใจเข้าและออกทางปากด้วยความเหนื่อยหอบ  แมร์รี่ได้แต่ห่วงจนแทบจะบ้าอยู่ ณ นอกลานประลอง  ยิ่งเห็นสีหน้า แววตา และความมุ่งมั่นที่จะรักษาชื่อเสียงของสกุลเอาไว้มิให้แปดเปื้อน  สาวใช้ที่รับใช้สกุลคาร์เตอร์นึกอยากจะขอให้คุณหนูท่านหยุดและพักเสียที

 


          จุดอ่อนของเจ้าคือ พลัง...พี่คงไม่ต้องสารยายหรอกนะว่าเป็นเพราะเหตุใด? ร่างสันทัดของชายผมดำขลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเล็กน้อย  เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าที่รินต้องลำบากลำบนฝึกแทบเป็นแทบตายแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่ทางผู้ใหญ่คาดหวังนั้นเป็นเพราะเขามีส่วนกับเรื่องนี้เต็ม ๆ

 


          ‘………….’ เพราะเราเป็นมนุษย์มาก่อน  จะเอาพลังปีศาจจากไหนมาหนักหนาล่ะ

 


          ‘ ถ้าเจ้าใช้มันได้อย่างคล่องมือ...ไม่จำเป็นต้องใช้ได้ถี่ยิบและโจมตีเป็นร้อย ๆ เลย  ขอเพียงแค่รู้จักมองและใช้ช่องโหว่เล็ก ๆ และนี้คือผลที่ได้….!!!! ’ ท่านพี่ควงมีดสั้นในมือไปมาก่อนจะเอี้ยวตัวไปด้านหลังตรงที่ลานฝึกหลังคฤหาสน์และปาด้วยจังหวะเดียว!!!

 


โครมมมมมมม   โครมมมมมมมมม   โครมมมมมมมมมมมมม

 

            ‘ ต่อให้เป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ก็เถอะ....ถ้าโดนแบบนี้เข้าจัง ๆ ล่ะก็ แย่แน่ ๆ

          แท่นปาเป้าสามอันที่วางซ้อนกันในแนวเดียวถูกมีดสั้นอันที่ท่านพี่ใช้เมื่อครู่ทะลุทะลวงจนหักระเนระนาดไปหมดโดยการปาไปแค่ครั้งเดียว

 

          โหหหหห  ท่านพี่  ท่านพี่บอกเคล็ดลับน้องหน่อย!! ’

 

เจ้าก็เห็นแล้วหนิ...เรียนรู้และจดจำเอาเองซิ  ริน แม้หญิงสาวจะออดอ้อนขอให้บอกเทคนิค  แต่สิ่งที่ได้คือรอยยิ้มน้อย ๆ ของพี่ชายและฝ่ามือก็ขยี้หัวไปมาด้วยสายตาเอ็นดู

 

ได้โปรดเถิด...

 

ขอให้ข้าใช้วิธีนี้ได้คล่องมือสักที...

 

ขอให้ข้าควบคุมพลังนี้ได้สักทีนึงเถิด!!!

 

            และแล้วคำอธิษฐานผสมผสานกับความอุสาหะก็สัมฤทธิ์ผลออกมาให้ผู้เป็นเจ้าของได้ประจักษ์  เมื่อเสี้ยววินาทีของการเพ่งสมาธิบวกกับการควบคุมไอปีศาจที่พอเหมาะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นไปตามที่ใจนางปรารถนา!!!

 

เฟี้ยววววววววว  โฉ๊ะ  ฉึกกกก เคร้งงงงงง!!!!!

 

            “ !!!!? ” เพียงแท่นปาเป้าแผ่นที่หนึ่งถูกทะลวงได้สำเร็จ  แต่พอมีดสั้นปะทะเข้ากับแท่นปาเป้าแผ่นที่สองก็ดีดออกอย่างน่าเสียดาย  ความสำเร็จเล็ก ๆ เนื่องมาจากความเพียรทำให้หญิงสาวชักจะเริ่มจับจุดมาได้ถูกทาง  ร่างบางจึงเดินไปยังอาวุธที่เพิ่งใช้ซ้อมเมื่อครู่ก่อนจะทรุดตัวลงไปเก็บมันขึ้นมาด้วยแววตาที่วาววับไปด้วยแสงแห่งความหวัง

 

            “ คุณหนูท่าน!!! สุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ!!!! ” พี่แมร์รี่ถึงกับตื่นตายวายเต้นกับการโจมตีเมื่อครู่ที่ตัวเธอไม่เคยเห็นการจู่โจมแบบนี้ที่ไหนมาก่อน

 

ปู่คะ  ช่วยเป็นกำลังให้รินด้วยนะคะ...

 

            เอาใหม่อีกรอบ! // เอ๊ะ!! ยังจักซ้อมต่ออีกรึเจ้าคะ?!! ”


วันต่อมา...

เวลาผันผ่านล่วงเลยไปจนในที่สุดบททดสอบขั้นที่ 2 ก็มาถึง  ขบวนรถม้าของแวมไพร์สกุลใหญ่เดินทางมาถึงยังวังหลวงจนได้  ขบวนรถม้าหยุดนิ่งเมื่อถึงที่หมาย  เหล่าคุณหญิงทั้งหลายค่อย ๆเยื้องย่างลงมาพลางทักทายกันพอหอมปากหอมคอ  ก่อนที่เหล่าทหารยศระดับสูงจะเชื้อเชิญให้แขกคนสำคัญเข้าไปด้านในยังโซนอัฒจันทร์ที่ได้ถูกตักเตรียมเอาไว้ให้

 

ขออภัยท่านลอร์ดและคุณหญิงทุกท่านนะขอรับ...แต่ข้าต้องขอความร่วมมือให้ทุกท่านส่งอาวุธประจำกายหรือของมีคมที่พกติดตัวมาทุกชนิดแก่ทหารยามด้านหน้าขอรับ

 

อะไรกัน  ปิ่นปักผมข้าก็ห้ามรึไร? // แย่จริงเชียว เสียงโอดครวญสวนใหญ่จะเป็นของคุณผู้หญิงทั้งหลายที่จำต้องถอดเครื่องประดับบางชิ้นส่งให้พลทหาร  เหล่าลอร์ดทั้งสี่ก็จำต้องถอดดาบที่อยู่ในฝักประจำตัวให้กับพลทหารที่รักษาความปลอดภัยด้านหน้าเฉกเช่นเดียวกัน  แม้มาตรฐานความเข้มงวดจะไม่ได้มีบ่อยครั้ง  แต่พวกเขาก็พอเข้าใจได้ว่านี้เป็นหนึ่งในกฎข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เข้าพิธีคัดเลือกและแขกผู้มีเกียรติที่เข้ามารับชม....

 

เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลยขอรับ...สิ้นเสียงจากทหารที่คุมเข้มเหล่าแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ก็ค่อย ๆ ทยอยเข้าไปด้านใน  นำโดยสกุล โจนส์ รัชเชรด คาร์เตอร์ และดีแลนตามลำดับ 

 

พรึ่บ!

 

            “ ขออภัยขอรับท่านลอร์ดลอเรนซ์ก่อนที่ท่านจะเข้าไป  เกรงว่าท่านต้องส่งไม้เท้าประจำตัวท่านให้ทางการด้วยขอรับ...คำเอ่ยเสียงเข้มของทหารที่ทำหน้าที่ตรวจตราไม่ได้เอ่ยปากเปล่า  หลังจากที่ลอร์ดจาริสและคนในตระกูลเยื้องย่างเข้าไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ ทหารด้านหน้าก็กางอาวุธในมือลงมากางกั้นลอร์ดผู้ใหญ่ที่ตามหลังเขาอย่างไม่มีความเกรงกลัว  ร่างสูงผมดำขลับจึงผละฝีเท้าก่อนจะบ่ายหน้ามามองด้วยความสงสัย  ชายผิวซีดเรือนผมสีบลอนต์ติดหยักศกหน่อย ๆ ที่ยืนขนาบข้างอยู่กับลอร์ดลอเรนซ์นั่นมัน...ลอร์ดคารอส ดีแลนนี่หน่า  ไหนว่าร่างกายอ่อนแออยู่ป่วย ๆ มิใช่หรือ?  รึเกรงว่าจอมราชันย์จักสั่งถอดถอนยศถึงได้โผล่มาที่นี่ได้?

 

            “ มันก็แค่ไม้เท้า...ลอร์ดลอเรนซ์กลั๊วหัวเราะ ก่อนจะยกไม้เท้าของตนเองให้กับทหารยศต่ำกว่าผู้นี้ดูชัด ๆ ว่าของประจำตัวของเขาไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร

 

            “ ทางเลือกของท่านมีแค่ ส่ง หรือ ไม่ส่ง ขอรับ...ทหารที่ทำหน้าที่ตรวจตรายืนกรานเสียงแข็ง  ทำให้แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์อย่างลอร์ดลอเรนซ์กัดฟันรอดด้วยความโมโห  ก่อนที่นัยน์ตาของเขาจะวาวโรจน์ด้วยความคับแค้นใจที่ถูกหักหน้า!

 

กรอดดดดด

            “ ก็ได้

 

            “ ขอบพระคุณขอรับ...เชิญด้านในขอรับท่านลอร์ด

 

            “ อู้ว นั่นลอร์ดจาริสมิใช่หรือ // สวัสดีขอรับท่านหญิงแอนนา  ร่างโปร่งที่กำลังให้ความสนใจกับสกุลสุดท้ายอยู่นั้นพลันต้องรีบหันมาเอ่ยทักทายคุณหญิงแห่งรัชเชรดที่ออกปากทักทายตามมารยาท

 

            หล่อเหลาเอาการไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ คู่หมายคงจักหวงแย่ // ท่านหญิงก็งามมิเปลี่ยนแปลงเลยขอรับ รอยยิ้มบาง ๆ ของชายมาดขรึมทำให้คุณหญิงละคุณหนูตัวน้อยแห่งสกุลใหญ่พลอยระทวยกันเป็นแถว ๆ

 

            ลอร์ดโรเบิร์ตกับคุณหญิงโจลี่นั่งอยู่ไหนจ๊ะ  ข้าอยากจะไปเสวนาด้วยซักหน่อย // ข้านำทางเองขอรับ ร่างแกร่งอาสานำทางมายังโซนที่นั่งที่อยู่ถัดออกไปไม่ใกล้ไม่ไกลเพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากันอย่างเป็นส่วนตัว  จากนั้นร่างสูงจึงเดินไปยังที่นั่งสำหรับตนเองพลางทรุดตัวลงนั่งและกวาดมองไปรอบบริเวณ  เก้าอี้ทรงสูงสี่ตัวที่วางเรียงหน้ากระดานอยู่แถวหน้าสุด ณ บนอัฒจันทร์กว้างเป็นที่นั่งรับรองสำหรังสกุลขุนนางขั้วอำนาจ  ฝั่งตรงข้ามเป็นของพวกทหารและขุนนางระดับสูง  ส่วนที่นั่งของเชื้อพระวงศ์ถูกจัดไปให้ทอดพระเนตรอยู่ ณ เฉลียงกว้างที่ตั้งตะหง่านอยู่ทางทิศเหนือของลานประลอง

 

            “  ลอร์ดจาริส...นั่งแง่วอยู่ตรงนี้มิเหงารึขอรับ? เสียงทุ้มแกมทะเล้นดังขึ้นพลางใช้แขนเท้าอยู่ตรงพำนักพิงหลังของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ

 

            หึ หึ แล้วใยเจ้าถึงไม่ไปเสวนากับลอร์ดและคุณหญิงทั้งหลายทางฟากนู้นเหล่า...มาอยู่กับข้าเดี๋ยวก็ เหงา แย่ คำพูดแสนมีชั้นเชิงของร่างโปร่งดังขึ้น  ทำเอาเจ้าของคำถามก่อนหน้าถึงกับหัวเราะเสียงแห้ง  ชายผมดำขลับพูดพลางเบนสายตาไปมองด้วยแววตาลุ่มลึก  มีแขกผู้ใหญ่มากหน้าหลายตาที่เข้าไปแลกเปลี่ยนพูดคุยกับสกุลโจนส์กันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง  ผิดกับสกุลอื่น ๆ ที่ได้แต่ทักทายและพูดคุยกันเองเงียบ ๆ

 

            แหม  ถ้าข้าไปก็ดูกระไร กระไรอยู่....ฮึ่บ! ให้ข้านั่งคุยกับท่านตรงนี้ยังดีเสียกว่า ร่างสูงจอมทะเล้นมองด้วยสายตาชิงชังที่ซ่อนเร้น  นึกหัวเสียมิใช่น้อยที่เหล่าผู้ใหญ่ตนอื่น ๆ รีบตีตนคิดว่าผู้ยืนหนึ่งในพิธีคัดเลือกคงไม่พ้น เรเชล โจนส์  หึ!  

 

               มิได้ถามข้าเลยว่า  ข้าอยากจะนั่งอยู่ตรงนี้เงียบ ๆ คนเดียวหรือไม่  จาริสนึกพลางแอบถอนลมหายใจกับตนเองเบา ๆ   ทั้งคู่ก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเสียงกลองก็ตีระรัวขึ้น  นั่นเป็นสัญญาณให้เหล่าแวมไพร์ตนอื่น ๆ ที่อยู่ในอัฒจันทร์ลุกขึ้นยืนเพื่อถวายความเคารพ


       ดูท่านเงียบ ๆ ห่วงน้องสาวบ้างหรือไม่ท่านลอร์ดจาริส

 

ห่วงซิ... ไม่ห่วงได้ยังไง  ประโยคต่อมาร่างสูงไม่ได้พรั้งปากพูดออกไป  ได้แต่พร่ำอยู่ในใจเพียงลำพัง  เพราะเขาจำต้องรักษาวาจา  ท่าทาง และระยะห่างเอาไว้  เพื่อมิให้คนนอกจับจุดอ่อนที่จะเล่นงานเขาด้วยการเบนเป้าไปที่ริน

 

แหม  ไม่น่าเชื่อว่าชายเย็นชาแบบท่าน  จะรักจะห่วงน้องสาวเป็นกับคนอื่นเขาด้วยนะเนี่ย  ถึงนางจะเป็นแค่น้องบุญธรรมก็เถอะ ไม่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายที่เอ่ยซักไซร้เรื่องส่วนตัวของเขาทำไมให้มากความ  แต่การประโยคสุดท้ายเมื่อครู่ก็ทำให้ชายมาดขรึมอย่างจาริส  คาร์เตอร์ฉุนจนเกือบขาดอยู่เหมือนกัน

 

           ไม่ใช่ธุระของเจ้า  ไม่ต้องยุ่ง ” 


               “ โว่  โว่ โว่  ใจเย็นขอรับท่านลอร์ดจาริส  ข้าแค่แหย่เล่นนิดเดียวเอง ^^) ” เมื่อเห็นว่าคำพูดของเขาเป็นการกระตุกหนวดเสือให้เกรี้ยวกราด  ลอร์ดบารอนจึงยอมลดราวาศอกเรื่องกระเซ้าเหย้าแหย่ให้อีกฝ่ายแสดงอารมณ์ของตนเองลงทันที 



ตึ่ง ตึง ตึง ตึง ตึง ตึ่ง ตึง ตึง

 

เสียงกลอง...?

 

            ทันทีทีเสียงกลองรอบอัฒจันทร์ดังรัวระทึกบ่งบอกเป็นสัญญาณการมาเยือนของจอมราชันย์ที่เสด็จมาถึง ณ ลานสนามประลองกว้างเป็นที่เรียบร้อย  แวมไพร์แห่งสกุลใหญ่ทั้งหลายลุกพรวดขึ้นพลางจัดระเบียงให้เข้าที่  ไม่เว้นแม้แต่ลอร์ดทั้งสี่ที่บัดนี้มาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าเก้าอี้ประจำแต่ละสกุลของตนเพื่อเตรียมตัวถวายความเคารพ  ร่างสูงเรือนผมดำขลับเป็นมันปรายหางตาไปเห็นชายจอมยียวนตนข้าง ๆ ที่กำลังกำชับสาบเสื้อของตนเองให้เรียบร้อย  ลอร์ดบารอนเป็นชายเจนจัดในสนามรบ  แต่ถ้าพูดถึงหัวข้อเรื่องในการบทสนทนานับว่าเป็นชายที่น่ารำคาญเป็นอันดับต้น ๆ ถ้าเลือกได้คงคุยกับลอร์ดเสตนาร์ทชายผิวเข้มน้ำเสียงดุดันหรือไม่ก็ลอร์ดคารอสที่นั่งนิ่งไปพลางไอไปพลางจะดีเสียงกว่า  แต่ตำแหน่งที่ค้ำคออยู่ในตอนนี้ก็ทำให้เขาเลี่ยงการเสวนาเช่นนั้นได้ลำบากเหลือเกิน

 

ตึ่ง ตึง ตึง ตึง ตึง ตึ่ง ตึง ตึง


            เสียงกลองเริ่มถี่และดังระงมจนกระทั่งจบท่วงทำนองสุดท้ายให้เหล่าแวมไพร์ทั้งหลายได้รับทราบโดยพร้อมเพรียงกันว่า  บัดนี้จอมราชันย์เสด็จมาถึง ณ เฉลียงที่นั่งสำหรับทอดประเนตรการประลองเป็นที่เรียบร้อย...

 

            จอมราชันย์และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาถึงแล้วววววววววววววว มหาดเล็กลากเสียงยาวเพื่อปาวประกาศเพื่อให้ทุกผู้ทรุดกายถวายความเคารพ  แต่ทว่าคำว่าพระบรมวงศานุวงศ์ที่ถูกเปล่งออกมาก็ทำให้เหล่าขุนนางและแขกผู้ใหญ่ถวายความเคารพพร้อมกับเบนสายตามองกันไปมาด้วยความแคลงใจ

 

ถ้าเจ้าชายเสด็จ  มหาดเล็กก็จักกล่าวแค่จอมราชันย์และเจ้าชายเสด็จมาถึงเท่านั้น...

 

แต่หนนี้กลับปาวประกาศเช่นนี้   รึว่า...!!!

 

            สิ้นร่างองอาจของจอมราชันย์ที่กำลังไปหยุดยืนประทับอยู่ ณ บังลังค์กว้างบนเฉลียงสีนวล  ก็มีร่างสมส่วนของหญิงมากอำนาจพลันเสด็จตามมาติด ๆ มีเจ้าชายแดเนียลที่คอยประคองพระวรกายของพระองค์อยู่มิไกลห่าง  ท่ามกลางเสียงฮือฮาของเหล่าขุนนางและแขกผู้ใหญ่ที่เหลือที่ต่างไม่มีใครคาดฝันว่า พระหมื่นปี ที่รับการรักษาพิษร้ายจากการถูกลอบปลงพระชนพ์ในครานั้นจะมาปรากฏตัวในพิธีคัดเลือกนี้ได้!!!?

 

ร่างสูงผู้เป็นอดีตพระราชมนูพลันโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นพระองค์ทรงปลอดภัย  แต่ทว่าสายเลือดแห่งนักฆ่าก็ใช้จังหวะนี้สอดสายตาคมดุจเยี่ยวของตนเองเพื่อจับพิรุธ  สีหน้าของลอร์ดตนอื่น ๆต่างก็ดูตกใจเล็กน้อย  แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมากจนผิดสังเกต  แต่ทว่า...นั่นอาจจะเป็นเพียงเปลือกนอกที่จงใจปกปิดเอาไว้ก็เป็นได้  ชายหัวกะทินึกทวนไปถึงเหตุที่ถูกทหารเข้มงวดและกวดขันเรื่องอาวุธที่ถูกริบไปจนเกิดความกระจ่างแจ้ง 

 

ข้าเข้าใจแล้วพะยะค่ะฝ่าบาท...

 

ว่าเหตุใดถึงมีรับสั่งให้พลทหารริบอาวุธจากเหล่าแวมไพร์จากสกุลใหญ่ไปทั้งหมด...

 

          ภายใต้ใบหน้าที่ดูมิได้แตกตื่นผิดไปจากลอร์ดตนอื่น ๆ ที่ยืนเรียงรายถวายความเคารพจนเสร็จสิ้น  มือหนากลับพยายามข่มความประหม่าที่สุมอยู่ในทรวงให้สงบและเยือกเย็นลงดั่งเฉกเช่นเดิม  พระนางรอด...! ผิดคาดชะมัด!!!  ความเข้มข้นของยาพิษมิเพียงพอรึนี้ บ้าชะมัด!!!  เอาเถิดใจเย็นไว้...ข้าต้องใจเย็นเข้าไว้  วังกลาง 46 ก็ประกาศชัดแล้วว่าหลักฐานที่ทางการมียังไม่เพียงพอที่จะให้สกุลใดรับผิดชอบเลยนี้  แล้วลูกพี่ลูกน้องของข้าก็กำชับอย่างมั่นใจแล้วด้วยนางได้ตักเตรียมข้ารับใช้ที่ทำการณ์ใหญ่ไว้สำหรับพลิกสถานการณ์แล้ว  ถึงนังโง่ที่จะเป็นแพะรับบาปแทนสกุลของเราจักมิรู้เรื่องที่น้องของมันหลบหนีออกจากคฤหาสน์ไปได้เกือบห้าวันแล้วก็ตามทางการจักระแคะระคายได้ยังไง! ไม่มีอะไรหรอกหน่า  อาวุธที่ถูกริบไปก็เป็นเพียงแค่มาตรการรักษาความปลอดภัย  ไม่มีอะไร...ไม่มีอะไรทั้งนั้น  

 

ท่านลอร์ดสเตนาร์ท...!! ”

 

(สะดุ้งเฮือก!)

 

            “ ...มีอะไรรึลอร์ดคารอส แวมไพร์ผิวเข้มกลับมาตั้งสติ  ก่อนจะหันไปหาชายผิวซีดร่างบอบบางด้วยแววตานิ่งงัน

 

            “ ท่านหน้าซีดเผือกเลย  ไม่สบายรึ? ความห่วงใยที่หลุดออกมาจากปากชายที่มีร่างกายอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่รู้จักกันมา  ทำให้ร่างสูงผู้เป็นคู่สนทนานึกติดตลกจนแค่นหัวเราะในลำคอ

 

            “ ถูกชายเยี่ยงเจ้าถามคำถามนี้...ข้ารู้สึกชอบกลนัก สิ้นบทสนทนา  ก็ตามด้วยเสียงปรบมือจากแขกผู้มาเยือนทุกผู้เมื่อร่างองอาจของจอมราชันย์หยัดพระวรกายขึ้นจากบังลังค์แล้วเริ่มกล่าวต้อนรับ

 

          วันนี้เป็นวันน่ายินดีนักที่เสาค้ำจุนแห่งแดนแวมไพร์นำโดย สกุลโจนส์  รัชเชรด คาร์เตอร์และดีแลนมากันชุมนุมกันที่นี่โดยพร้อมเพรียง...และที่น่าปิติยิ่งไปกว่านั้นคือพระหมื่นปี  เสด็จแม่แห่งข้าทรงมีพระอาการดีขึ้นตามที่พวกท่านทั้งหลายได้เห็น   สายพระเนตรสีเอกลักษณ์กวาดมองโดยที่มีรอยแย้มพระสรวลเล็กน้อยที่มุมพระโอษฐ์  พร้อมกับสีพระพักตร์ของพระหมื่นปีที่หันมาแย้มสรวลกับพระโอรถของพระองค์ด้วยใบหน้าใจดี  แต่พอละออกจากกันสายตาของพระองค์นั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่ลุ่มลึกจนมิมีผู้ใดเข้าใจ รับรู้เพียงว่าการประลองในครั้งนี้...จะต้องไม่ใช่แค่การประลองธรรมดา ๆเป็นแน่!

 

            ข้าขอเปิดบททดสอบขั้นที่ 2 ณ บัดนี้....พระสุรเสียงทุ้มกังวานกล่าวเปิดพิธีก่อนจะทรุดพระวรกายนั่งลงไปยังบังลังค์จำลองของตนเองด้วยสายพระเนตรแวววับ  คุณหนูทั้งสามผู้ที่รอประตูเปิดจากด้านล่างให้ขึ้นมายังลานประลองนั้นยังมิมีผู้ใดล่วงรู้ว่ามีแขกคนสำคัญของราชวงศ์นั่งประทับดูด้วยแววตาเยือกเย็น  คุณหนูคาร่าก็ถูกกักบริเวณให้นั่งแยกโซนอยู่ ณ ฝั่งตรงกันข้ามกับเหล่าสกุลใหญ่ โดยมีทหารระดับสูงคุมกันอย่างแน่นหนา  ตอนนี้ก็เหลือเพียงเวลาที่จะถูกประวิงไปเรื่อย ๆ  ร่างสูงยกฝ่ามือขึ้นพลางใช้สันคางได้รูปของตนเองเท้าที่หลังฝ่ามือแล้วปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามวิถีที่เขาได้วางเอาไว้...

 

ข้าอุตส่าห์วางจั่นตะล่อมทางเดินของหนูร้ายไว้หมดทุกเส้นทางแล้ว...

 

ดูซิว่าเจ้าหนูตัวดีนี้จะแดดดิ้นและหาทางหนีอย่างไร?!

 

 คาร่านั่งตรงไหน...หรือว่าอยู่ที่เดียวกับผู้เข้าพิธี?

 

ท่านพี่จัดให้นางนั่งอยู่ฟากนู้นพะยะค่ะ แดเนียลอาสาตอบคำถาม  ก่อนจะปรายสายตาบอกเป็นนัย ๆ พระหมื่นปีตามศักดิ์แล้วก็เป็นป้าของคุณหนูคาร่า ดีแลน  แต่การที่หลานของเธอถูกดึงลงมาให้มีรอยด่างพร้อยแบบนี้ก็ทำให้หัวอกของหญิงสูงวัยนึกคับแค้นใจยิ่งนัก  แม้นแคสเปี้ยนจะบอกว่ายังไม่มีหลักฐานระบุยืนยันแน่ชดว่านางมีส่วนเกี่ยวหรือว่าไม่มี  ข้าก็ขอปักใจเชื่อก่อนแล้วกันว่าหลานสาวข้ามิมีวันทรยศต่อข้าได้ลงคอ

 

งั้นหรือ... พระนางขานรับก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับลานประลองด้านล่างที่บัดนี้ประตูกำแพงสามในสี่บานกำลังถูกยกสูงขึ้นเพื่อเปิดตัวผู้เข้าพิธีให้ออกมาถวายความเคารพต่อแวมไพร์วรรณะสูง   ร่างอรชรได้สัดส่วนสองตนและร่างบอบบางราวกับกิ่งไม้กำลังสาวเท้ามายังใจกลางของลานประลองพลางค่อย ๆ ปลดหมวกที่สวมศรีษะของตนเองและใช้วงแขนหนีบเอาไว้  ผู้สวมเกราะสีดำกำลังค่อย ๆปลดเปลื้องหมวกของตนเองออกเผยให้เห็นเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนและใบหน้าได้รูป ที่แท้ก็เป็น เรเชล โจนส์ นี้เอง   พระหมื่นปีทอดมองไปยังผู้เข้าพิธีลำดับต่อไปสตรีที่ผู้สวมเกราะสีเงินก็ปลดหมวกของตนเองออกในเวลาไล่เลี่ยกัน...แพทริเซีย รัชเชรด  เช่นนั้นสตรีร่างบอบบางราวกับกิ่งไม้แห้งผู้นี้คงจักเป็นบุตรีบุญธรรมแห่งสกุลคาร์เตอร์ซินะที่มิลล่าเปรยกับข้าเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเหมือนกับซาเลียน่าจนนางยังต้อง...ตก...ใจ

 

เอ๊ะ...?

 

            ดวงใจของหญิงสูงวัยพลันหล่นวูบไปกองที่ตาตุ่ม  ทั่วทั้งร่างสั่นเทิมพลางเบbกตากว้างด้วยความตกตะลึง  มือไม้ชาวูบวาบจับจดสิ่งใดไม่ถูกอีกต่อไป  สตรีที่ชุดเกราะสีแดงเพลิงปลดหมวกของตนเองออกเผยให้เห็นเส้นผมสีดุจทองคำที่ถูกรวบสูงอยู่ด้านหลัง  ใบหน้าสมส่วนและดวงตาสีฟ้าดุจท้องนภานั่นคลับคล้ายซาเลียน่า โรส อดีตผู้ปลดพันธนาการและเป็นหญิงที่ข้ารักและเอ็นดูที่สุดในวังหลวงเลยก็ว่าได้!! 


เป็นไปมิได้   


คนๆหนึ่งจักมีลักษณะเหมือนกับอีกคนได้มากถึงขนาดนี้เชียวหรือ!!! 


 ข้ามิเชื่อ!!!!

 

            “ มีใครจักอธิบายกับข้าเรื่องนี้บ้าง... พระสรุเสียงแหบพร่าของพระหมื่นปีตรัสถามเสียงแผ่วเพราะยังตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น  แม้ผู้เข้าพิธีทั้งสามตนจะสวมหมวกของตนเองและเริ่มเว้นระยะโดยการเดินไปยังริมสนามของการประลองเพื่อรอสัญญาณจากฝ่าพระหัตถ์เพื่อให้เริ่มสู้

 

            “ ……. ” เจ้าชายแดเนียลก็รู้คำตอบอยู่เต็มอกแต่ก็มิกล้ายืนกราน  ทำเพียงแค่ปรายสายตามองดูเสด็จพี่และเสด็จแม่ว่าจะลงเอยเรื่องนี้กันอย่างไร

 

            จอมราชันย์  ตอบข้ามา...ว่านี้มันเรื่องอะไรกัน พระนางเอ่ยเสียงแผ่วพอที่จะมั่นใจได้ว่าจะได้ยินกันเองอยู่แค่สามตน  แม้ใบหน้ามีรอยริ้วจะทำเป็นให้ความสนพระทัยกับสนามประลองด้านล่างอยู่ก็ตาม!

 

            ท่านแม่... คำสองคำนั้นแทนคำตอบได้เป็นอย่างดี  เมื่อน้ำเสียงที่เคยดุดันและเย็นยะเยือกของผู้เป็นลูกกำลังขานพระนามของพระนางด้วยน้ำเสียงเบาและแผ่วบางแทนคำตอบทั้งหมด

 

          “ เจ้ามันบ้าไปแล้ว…!! ” พระนางกัดฟันกรอดด้วยความกริ้ว  ความวัวยังไม่ทันได้คลี่คลายก็ต้องมาเจอปัญหาชิ้นโตนี้เข้าให้อีก!!!  ถึงขุนนางชั้นผู้ใหญ่สมัยข้าจะถูกปลดประจำการออกไปจนเกือบสิ้นก็ใช่ว่าจะปลอดภัย!! ให้ตายซิ แคสเปี้ยนนี้เจ้ายอมลงทุนลงแรงเพื่อเปลี่ยนนางให้เป็นชาวเราและพากลับมาที่นี่เพื่อที่เจ้าจะได้สมหวังในรักงั้นหรือ?!!  อ๋อ  มิหน่าถึงได้ให้จาริสถอดจากการเป็นพระราชมนูและกลับไปรับตำแหน่งเดิมตามที่ควรจะเป็นอีก!! เจ้าลูกตนนี้กำลังส่งเสริมและปกปิดการกระทำที่ผิดกฎมณเฑียรบาลอันเก่าแก่ของราชวงศ์!!!!!

 

            “……”

 

          “ หึ่ย!!! นี้ซินะเจ้าถึงได้อยากให้ข้าอุดอู้อยู่แต่ในวังเหนือของเจ้านักหนา!! ” เสียงฮึดฮัดจากพระหมื่นปีทำให้เจ้าชายแดเนียลและจอมราชันย์ที่นั่งขนาบอยู่เคียงข้าง ได้แต่นั่งนิ่งไม่ปริปากพูดอะไรให้พระนางระคายหู  แม้นการกระทำของพระโอรสสมควรที่จะต้องต้องอาญาหลวงขั้นร้ายแรง  แต่ทว่าการทำแบบนั้นก็เท่ากับพระนางฆ่าตัวตายชัด ๆ มิหนำซ้ำยังพลอยให้ถูกล้มล้างราชวงศ์ไวแอตเทนเจอร์เอาเสียง่าย ๆ! ข้ารู้ว่าเจ้ารักนาง รักมากกว่าสิ่งใด  แต่การการกระทำนี้เป็นสิ่งที่ข้ามิอยากยอมรับ!!!

 

พรึ่บบบบบ!!!

 

            จอมราชันย์มิได้โต้เถียง  ทำเพียงแค่หูทวนลมเป็นไม่ได้ยินคำก่นด่าจากพระหมื่นปีและยกพระหัตถ์กว้างขึ้นเหนือศีรษะและให้สัญญาณการประลอง!

 

          เริ่มประลองได้…..!!!! ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #108 mochi mochi narek (@mewnarek-2507) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:18
    รอน้าาาาา
    #108
    0