ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 44 : ตอน สายตามันฟ้อง (2) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    23 มี.ค. 62



ฉายาในโลกมืด
เจ้าชายหมายเลขสอง

 

            นัยน์ตาคมทอดมองใบหน้านวลที่กำลังตกตะลึงจนถอดสี  ก่อนจะเลิกคิ้วและกระตุกยิ้มอยู่ที่ริมฝีปาก  เพียงแค่แวะเวียนเพื่อจะพานพบ  ไม่นึกไม่ฝันว่าโชคชะตาจะชักนำให้เขาจะได้พบกับหญิงสาวที่หมายตาไว้จริง ๆ มีโอกาสน้อยนิดนักที่จะได้พบนางในระยะประชิดจนถึงขนาดที่ปลายจมูกได้กลิ่นหอมอ่อน ๆที่ติดตึงอยู่ที่เส้นผมของโฉมนาง  รอยนูนสีระเรื่อตรงช่วงหน้าผากเริ่มเด่นชัดขึ้นเมื่อเจ้าตัวพยายามจะผละกายออกห่างจากเขาเพื่อเว้นระยะ

 

            ขออภัยที่เสียมารยาทเพคะเจ้าชาย ร่างบางเอ่ยพลางลุดหน้าลงต่ำ 

 

            “ เดินจ้ำ ๆ มิดูลู่ดูทางชนข้าเสียตัวกระเด็น...เจ้าจักรีบไปที่ใดแต่เช้าตรู่? เสียงทุ้มแกมเอาแต่ใจเอ่ยด้วยทีท่าดุดันพลางลอบใช้สายตากวาดมอง

 

            “ ไป....ลานฝึกเพคะ สีหน้านวลนางดูอึดอัดที่จะตอบ  แต่ทว่าคำตอบที่ขาดห้วงก็ถูกขับขานจนจบประโยคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  อีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นถึงเจ้าชายแห่งแวมไพร์  การที่เธอริแข็งข้อด้วยคงไม่ต่างจากการเอาไม้ซีกไปงัดกับไม้ซุง  เผลอ ๆ ผลกระทบอาจส่งตรงไปถึงท่านพี่โดยไม่จำเป็น  ฉะนั้นการรักษาระยะและระวังคำพูดคำจาเห็นจะเป็นหนทางแก้ที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับผู้ชายคนนี้

 

ลานฝึกงั้นเหรอ?  รึว่า...บททดสอบขั้นต่อไป คือ การประลอง?

 

อันใดกัน  บดทดสอบแรกนางยังแลดูไม่ค่อยอยากจักเข้าร่วมเท่าใดเลยนี้

 

ไฉนมาหนนี้ถึงได้กระตือรือร้นนัก?

 

            ราชสำนักมิได้บอกรึ   ว่าเพลานี้ลานประลองยังไม่ว่าง ร่างโปร่งถามย้อนกลับไปยังสาวเจ้าที่ก้มหน้าอยู่ด้วยสีหน้าขลึงขลังนัก  เมื่อเห็นจากสีหน้าและบรรยากาศที่แลดูอึดอัดใจชอบกล  ข้ารับใช้สาวจึงขันอาสาตอบแทนผู้เป็นนายของตนเองโดยไม่ทันได้ระวัง

 

            บอกเพคะ แมร์รี่ตอบ  การรกระทำอันเสียมารยาทโดยการพูดแทรกทำให้เจ้าชายแดเนียลแสดงความไม่พอใจโดยการชี้นิ้วกราดและกล่าวตะคอก!

 

ข้าถามนายของเจ้า  สู่รู้นัก! // ขะ  ขะ ขออภัยเพคะ แมร์รี่พลันสะดุ้งโหยงนึกกลัวเสียจนตัวสั่น  ก่อนที่ร่างบางจะโอบมือเอี้ยวไปแตะตัวนางให้หลบอยู่ด้านหลังเธอโดยพลัน

 

อภัยให้แมร์รี่ด้วยเพคะ...นางเพียงแค่ตอบแทนข้าเท่านั้นเอง // คุณหนูท่าน... ร่างบางแก้ต่างให้ด้วยน้ำเสียงใจเย็น  ก่อนจะฉีกยิ้มจาง ๆ การออกโรงปกป้องเธอที่เป็นเพียงแวมไพร์ต่ำศักดิ์ของท่านดารินนั้นสร้างความซาบซึ้งใจให้แก่แมร์รี่เป็นอย่างมาก

 

ชิ้งงงงงงงงงงงงงง

 

            “ …… // !!!!! ” นัยน์ตาคมลอบมองการกระทำเหล่านั้นพลางส่งสายตาพิฆาตรไปยังแวมไพร์ที่เร้นกายหลบอยู่ด้านหลังด้วยแววตาคาดโทษ  แต่พอเขาเห็นสีหน้าและทีท่าอันสงบของคุณหนูตรงหน้าความโกรธาที่เคยมีก็พลันถูกปัดเป่าออกไปโดยง่าย

 

ฮึ  เห็นแก่คุณหนูดาริน...ข้าจักปล่อยผ่านไปสักหนนึงก็แล้วกัน

 

            “ ขอบพระทัยเพคะ...ร่างอรชรย่อลำตัวของตนเพื่อแสดงความเคารพต่อความใจกว้างของชายตรงหน้าตามหน้าที่  ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของชายผมบลอนต์ทองจะเอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตาที่มองลงมาด้วยแววตาจับพิรุธอีกครั้ง

 

            ในเมื่อรู้ว่าลานฝึกยังมิว่าง...แล้วใยถึงยังฝ่าฝืน ?

 

ตึก  ตึก  ตึก...

 

 ร่างโปร่งไม่พูดเปล่า  เสียงทุ้มต่ำนั้นไล่เข้ามาใกล้พร้อมกับลมหายใจเย็นเหยียบที่รดอยู่บนโคนเส้นผม  ร่างบางตะลึงงันกับคำถามไล่จี้อยู่พักนึง  ก่อนที่จะตัดสินใจตอบแบบกลาง ๆ ไปอย่างข้าง ๆคู ๆ

 

            “ ข้าแค่เพียงอยากจะไปยลลานฝึกและรอจนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสมที่จะใช้ได้ก็เพียงเท่านั้นเพคะ...มิได้มีจุดประสงค์อื่น

 

            หึ ! ” คำพูดคำจาที่ไม่ว่าจะฟังยังไงก็ฟังไม่ขึ้น  ทำให้ชายเจ้าอารมณ์แค่นหัวเราะเชิงเย้ยหยันก่อนจะตวัดคว้าท่อนแขนของหญิงร่างบางเข้ามาหาตัว  พลางกระซิบกระซาบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่กัดฟันกรอด

 

หมับบบบบ!?

 

            “ !!!! ” (สะดุ้ง!!!)

 

            คิดจักโกหกก็หาอะไรที่มันมีน้ำหนักได้มากกว่านี้ถ้าให้ข้าเดา...เจ้าคงคิดจักไปดูวิถี การประลองของชาวแวม...

 

แวม...งั้นเหรอ?  เมื่อกี้นี้เขาจะพูดว่าแวมไพร์งั้นเหรอ!!?

 

            “ !!!? ”

 

การประลองของชาววังเสียมากกว่ากระมัง....ก็เจ้าน่ะไม่ใช่แวมไพร์นี้ เสียงทุ้มที่เอ่ยแกมสองแง่สามง่ามกำลังทำให้ร่างบางตกใจจนใจหายวูบนัยน์ตาคมที่ทอดมองลงมาพร้อมกับน้ำเสียงเมื่อครู่นี้ทำให้สันหลังของเธอชาวาบจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก

 

ผ่างงงงงงงงงงงง!!

 

อะไรนะ  ทำไม...หมอนี้ถึงได้รู้เรื่องนี้ได้!?

 

อะไรนะ...เพคะ รินพยายามข่มอารมณ์และความกลัวไว้ในใจ  และตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้จนสุดกำลัง  สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คืออีกฝ่ายผละใบหน้าคมสันออกไปก่อนจะที่ใช้ฝ่ามือลูบไล้ที่ปลายคางของตนเองไปมาพลางคลี่ยิ้มทะเล้น

 

ไม่ซิ ๆ ข้านี้ก็พูดผิดไปเสียได้! ขออภัยคุณหนูคาร์เตอร์  ข้าหมายถึง  เจ้าน่ะไม่ใช่แวมไพร์ที่นี่...สักหน่อย นัยน์ตาสีบลอนต์เทาพลันวาววาบที่ได้แหย่สาวตรงหน้าให้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกเล่น  ก่อนจะแสยะยิ้มกับตนเองอย่างนึกชอบใจกับคำเอ่ยทีเล่นทีจริงเมื่อครู่นี้ที่สามารถทำให้เจ้าตัวถึงกับหน้าถอดสีไปไม่เป็น

 

เห้ออออ โล่งอกไปที

 

  นึกว่าเขาจะรู้สะอีกว่าเรา...ไม่ใช่แวมไพร์มาก่อน

 

            “…….”

 

หมับบบบบ

 

            “  หื้ม?  ว่ายังไง  ที่ลานฝึกไม่ว่างในช่วงเช้าตรู่เช่นนี้ก็เป็นเพราะทหารหาญกำลังฝึกบรือฝีมือกันอยู่โดยจะผลัดเวรกันใช้ทีละกอง  เจ้าอยากไปเห็นไหมล่ะ...การประลองของชาว....วังน่ะ ร่างโปร่งยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์  ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วเกี่ยวตวัดปลายเส้นผมสีโดดของอีกฝ่ายขึ้นมาปอยนึงเชิงเกี้ยวพาราสี  คำเอ่ยในประโยคสุดท้ายถูกเว้นวรรคพลางเน้นหนักให้สาวเจ้าได้ใจหายเล่นไปพลาง ๆ ในขณะที่เธอเองก็ทำการปัดป้องความลุ่มล่ามของอีกฝ่ายไม่ได้มากอย่างที่ใจนึกเสียด้วย!

 

อยู่กับหมอนี้...เปลืองตัวชะมัด

 

หาทางเลี่ยงดีกว่าเรา

 

            “ ขอรับไว้เพียงน้ำพระทะ.....!! ” เสียงหวานกำลังจะบอกปัด แต่จู่ ๆ เรียวนิ้วเย็นชืดของอีกฝ่ายก็ทาบลงมาพลางส่งเสียงให้เธอคิดทบทวนใหม่ดูอีกสักทีนึง

 

            “ ชู่ววววววววว์  ชู่ว์ ๆๆๆ....หยุดเลยคุณหนูคาร์เตอร์...อย่างไรเสียข้าก็ต้องไปลานฝึกอยู่ดี  จักพาเจ้าไปยลอีกสักตนก็ยังได้...แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน

 

ข้อแลกเปลี่ยนงั้นเหรอ? 

 

รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ๆเหมือนกันแหะ

 

เอาว่ะ  ลองหยั่งเชิงพี่แกดู!!!

 

            “ แลกเปลี่ยนกับอะไรเพคะ?  คำถามของร่างบางทำให้ร่างโปร่งยกยิ้มก่อนจะบอกข้อเสนอที่ง่ายเสียจนอีกฝ่ายร้องเสียงหลง!

 

            วาด - รูป

 

            หา!? ”

 

            วาดรูปข้า 1 แผ่น  แลกกับ การที่จะเจ้าจะได้เข้าไปดูการประลองของทหาร...  ข้อเสนอง่าย ๆถูกหว่านล้อมออกมาจากปากของเจ้าชายเจ้าอารมณ์  ที่บัดนี้กำลังหยิบยื่นเงื่อนไขเรียบง่ายต่อสตรีตรงหน้าที่แลดูจะตะลึงงันกับข้อเสนอของเขาไปหลายขุม

 

หูฉันฝาดรึเปล่า! รอยยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อกี้นี้กับข้อแลกเปลี่ยนนั่น!

 

วาดรูปเหรอ!? แค่วาดรูปให้เนี่ยนะ!!?

 

ฟังดูเข้าท่าไม่ใช่ย่อยนะนั่น!

 

 

            “ ……….” รอยยิ้มและแววตาของเจ้าหมอนี้ทำไมมันดูเจ้าเล่ห์ชอบกล  แต่ว่าข้อเสนอนี้ก็นับว่าพอให้แลกเปลี่ยนได้อยู่...ร่างบางครุ่นคิดพลางหักลบความคุ้มค่า  ทว่าความรู้สึกตงิด ๆใจบางอย่างที่อยู่ข้างในก็ยังคงร้องท้วง  แต่ความอยากรู้อยากเห็นของเธอก็มีมากเสียจนไม่ได้นึกระแวดระวัง

 

            ว่าไง ร่างโปร่งย้ำกำชับเพื่อเร่งรัดคำตอบ  นัยน์ตาสีบลอนต์เทาแพรวพราวพลางใจเต้นนึกลุ้นจนตัวสั่นอยู่เช่นกันว่าหญิงใจกล้าตรงหน้าจะปัดปฏิเสธเงื่อนไขดี ๆของเขารึเปล่า  แต่ทีท่าที่ดูชั่งใจอยู่นานสองนานก็ทำให้เขารับรู้ได้ว่าเหยื่อชิ้นโตที่วางเอาไว้กำลังไปได้สวย  โอกาสที่จะได้ชิดใกล้กับนางกำลังจะเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น...หากว่านางยอมรับเงื่อนไข

 

ก็แค่วาดรูปให้เองนี้...

 

คิดแล้ว...ดูเราจะได้เสียเปรียบอะไร

 

อย่างน้อย ๆ เราก็ได้ไปดูวิถีการต่อสู้ของที่นี่ไว้สักหน่อยคงไม่เสียหาย

 

          “ เพคะ หม่อมฉันตกลง เมื่อหญิงร่างเล็กตอบตกลง  ชายร่างโปร่งถึงกับฉีกยิ้มจนเห็นคมเขี้ยว  เศษเสี้ยวแห่งเวลาที่จะได้อยู่กับโฉมนางให้มากและมากขึ้น  มีเพียงแค่ตอนนี้เท่านั้น...ตอนที่นางยังจดจำอะไรมิได้  มีแค่ตอนนี้เท่านั้นที่ใจนางยังคงเป็นศูนย์  โอกาสนี้เท่านั้นที่ข้าพอจักช่วงชิงหัวใจนาง...มาจากเจ้าได้!!! แดเนียลนึก   

 

            เลือกได้ดี (^    ^) ร่างโปร่งผมบลอนต์ทองอร่ามยิ้มร่าด้วยความทะเล้นก่อนจะเหลียวหลังเดินนำไปยังทิศของลานฝึกในทันทีที่ได้คำตอบ  เส้นผมสีทองส้มของร่างบางพลันสยายไปตามแรงลมที่โชยอ่อน  บัดนี้แสงของสุรินยันต์กำลังไล่ขึ้นมากลายเป็นแสงแดดอ่อน ๆในยามเช้าทีละนิด  ความตงิดใจบางอย่างที่อยู่ข้างในกำลังทำให้เธอรู้สึกกังวล...


ถึงจะไม่รู้สึกถูกชะตากับชายตรงหน้าสักเท่าไหร่  


แต่ถ้าไม่มีเขาช่วยให้เราเข้าไปดูการฝึกของทหาร  


ตลอดระยะเวลาสามวันนี้ก็คงสูญเปล่าอยู่ดี...


เอาเถอะ  เราคงคิดมากไปเอง 


 

นัยน์ตาคมเหลือบมองคนร่างเล็กผ่านหางตาเป็นระยะ ๆ ในขณะที่ตัวเขานั้นต้องเป็นฝ่ายนำทาง  มีเพียงระยะห่างสองช่วงตัวที่ทอดทิ้งไว้กางกั้นจนเกิดเป็นช่องว่างระหว่างชายหญิง  ร่างโปร่งพาสาวเจ้าเดินทอดน่องมาจนถึงจุดหมายในที่สุด  กำแพงสูงที่สโลพไล่ระดับกันลายล้อมลานประลองกำลังตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้า  เสียงสรรพอาวุธกำลังกระทบกันไปมาพร้อมกับเสียงเฮที่กู่ร้องจนกึกก้อง   ร่างโปร่งเดินพาดผ่านเหล่าทหารที่ควบคุมการเข้าออกอยู่ด้านหน้ากำลังจะกางอาวุธลงมากั้นสตรีวรรณะสูงที่ไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้ามาที่นี่ก่อนเวลา  แวมไพร์ที่ร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเพ่งมองมายังร่างบางด้วยแววตาดุดันก่อนที่ฝ่ามือแกร่งของชายสูงศักดิ์จะยกยั้งขึ้นเชิงห้ามปราม

 

หมับ!

 

          “ เจ้าชายแดเนียล...แต่ว่า

 

          “ นางมากับข้า... ประโยคบอกเล่าที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริงแล้วชายชาติทหารกลับเข้าใจความหมายแอบแฝงอย่างชัดเจนว่า  เจ้าชายแดเนียลกำลังบอกพวกเขาเป็นนัย ๆ ว่า พระองค์จะรับผิดชอบผลเสียทั้งหมดด้วยพระองค์เองอย่างโจ่งแจ้ง  ทำให้แวมไพร์ร่างกำยำลอบสบสายตาซึ่งกันและกันด้วยความหนักอกหนักใจมิใช่น้อยก่อนจะผละฝีเท้าถอยและยกอาวุธในมือของตนเองลงไปแนบข้างลำตัวตามคำสั่ง

 

            “ พะยะค่ะ

 

เข้ามาซิ...ที่นี่แหละลานประลอง

 

เพคะ เสียงหวานขานรับ  ก่อนที่ชุดฉลองพระองค์สีสำลีของชายตรงหน้าจะสะบัดพลิ้วพลางเดินลิ่วนำทางเอวบางให้เข้าไปด้านใน  สตรีฝีเท้าเล็กค่อย ๆเยื้องย่างเข้ามาด้านในผ่านขั้นบันไดเพื่อเยื้องย่างขึ้นไปยลการประลอง ณ อัฒจันทร์ชั้นที่สอง  เสาสลักลายเรียบ ๆ ต้นใหญ่เรียงรายนับร้อย ๆ ต้นตั้งตะหง่านค้ำจุนให้เกิดร่มเงา  ลานประลองฝีมือสุดกว้างขวางยากจะนับเส้นผ่านศูนย์กลางสะท้อนแสงอยู่ด้านล่าง  มีพลทหารนับร้อยกำลังรายล้อมรอบลานประลองฝึก  โดยมีร่างสันทัดของแวมไพร์สองตนกำลังเดินเลียบไปเลียบมาเพื่อหยั่งชั้นเชิงซึ่งกันและกัน  ฝ่ามือเล็กกระทัดรัดของร่างอรชรลูบไล้ไปตามเสาสลักที่ตั้งเรียงรายห่างกันเพื่อเว้นระยะช่องไฟให้ผู้ที่จะมีสิทธิ์ได้ทอดมองไปยังลานประลองสุดกว้างขวาง  เสียงโครงเคร้งของสรรพอาวุธดังสนั่นกึกก้องสะท้อนขึ้นมาจนแม้แต่เธอที่ยืนอยู่ลิบตาที่อัศจรรย์ยังได้ยินเสียงกระทบกันของปลายอาวุธหัวใจของสตรีตัวน้อยพลันเต้นระรัวในขณะที่นัยน์ตาสีฟ้าก็ทอดมองการต่อสู้อันดุเดือดตรงหน้าด้วยใจที่ลุ้นระทึก  แม้ชายร่างฉกรรจ์ทั้งสองจักเป็นแวมไพร์ชาติทหาร  แต่ทั้งสองตนก็สวมเกราะหุ้มไปทั้งเรือนร่างจนเธอแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร!?

 

ว้าว...เก่งจัง ”  คำสามคำที่ร่างบางเอ่ยพึมพำกับตนเองราวกับละเมอ  ทำให้ร่างโปร่งที่หยุดยืนอยู่เคียงข้างหันขวับกลับมามอง  ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อภาพที่เขาเห็นคือความหวานละมุนจนดวงใจของเขาชาวาบไปทั้งดวง  ริมฝีปากอวบอิ่มกำลังยกยิ้มจนสุดริมฝีปาก  นัยน์ตาสีฟ้าสุดแพรวพราวนั่นกำลังทอดมองไปยังเบื้องล่างราวกับผืนน้ำยามต้องแสงอาทิตย์  แดดอ่อน ๆกำลังไล้ไปตามผิวพรรณและใบหน้าจนเส้นผมสีทองคำนั้นผลัดผิวพรรณของโฉมนางให้สว่างวาบขึ้นมาทันตาเห็น... ยิ่งยามที่เรือนผมนุ่มสลวยนั้นบิดพลิ้วไปตามแรงลมจนยุ่งเหยิงนิด ๆ แล้วเจ้าตัวค่อย ๆใช้เรียวนิ้วเกี่ยวตวัดปอยผมบางส่วนให้ทัดไว้อยู่ที่ใบหู....ความเป็นธรรมชาติที่ไม่ได้แต่งเติมจริตกำลังสะกดใจเจ้าชายเจ้าสำราญให้นิ่งอึ้งเป็นใบ้ไปชั่วขณะ 

 

แปล๊บบบบบบบบบบบ

 

“ //////// ดวงใจที่เต้นเนิบนาบบัดนี้กำลังสั่นระรัวเพียงแค่จมูกได้กลิ่นกุหลาบจาง ๆ ลอยโชยมากับลม 

 

ข้าละสายตา...ไปจากนางมิได้เลย  

 

อยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้ตรงนี้เหลือเกิน...

 

อยากให้เวลาผ่านไปช้า ๆได้หรือไม่?

 

 ให้ข้าได้อยู่เคียงข้างกับนางแบบนี้ต่อไปได้รึเปล่า?

 

          ร่างโปร่งได้แต่พร่ำคำอธิษฐานเอาไว้ในใจเพียงลำพังซ้ำ ๆ โดยที่สายตาก็ยังไม่อยากละออกไปจากตรงนี้เลยสักนิด  จนกระทั่งเสียงตื่นตายวายเต้นของแวมไพร์สาวผู้เป็นข้ารับใช้ของร่างบางหวีดร้องตื่นเต้นกกับการประลองสุดเมามันส์ที่อยู่เบื้องล่าง  จนร่างโปร่งนั้นหลุดออกจากภวังค์ก่อนจะเบนสายตาลงไปมองการประลองด้วยความใคร่รู้

 

จริงเจ้าค่ะ   ว๊ายยย!!  ถูกซัดจนหมวกปลิวไปแล้วเจ้าค่ะ!!!  //  สู้กันเก่งไม่เบา.... ”  ร่างบางทอดมองและวิเคราะห์การต่อสู้ของคู่เอกที่อยู่ใจกลางลานประลองด้วยความตั้งใจ  แวมไพร์สองตนที่ผลัดกันรุกและรับจนเธอผละไปดูคู่อื่นไม่ได้เลย  ก็คือคู่ของแวมไพร์ที่สวมหมวกปิดไว้ครึ่งหน้าและชุดเกราะสีทองกำลังใช้อาวุธในมือคือดาบหนึ่งเล่มค้ำยันตนเองที่เสียหลักเซจนหมวกกระเด็นลอยละลิ่วไป  แวมไพร์อีกตนที่สวมเกราะปิดใบหน้าครึ่งล่างไว้ชุดเกราะสีทมิฬโดยมีเคียวคู่คล้องโซ่ที่เป็นฝ่ายโจมตีเมื่อครู่ค่อย ๆ หยัดขึ้นเพื่อตั้งหลักอีกครั้ง....

 

เคร้งงงง  เคร้งงงง  เคร้งงงงง


          หมวกที่สวมอยู่บนศีรษะลอยละลิ่วกลิ้งเกลือกไปยังอีกฟากของลานประลองจนคู่อื่น ๆ หยุดชะงักการต่อสู้ของตนลงแล้วหันมาชมการประลองของคู่เอกโดยพลัน  บรรยากาศสุดอึมครึ่มของทั้งสนามพลันเปลี่ยนเป็นความเงียบเมื่อชายที่สวมชุดเกราะสีทองนั้นค่อย ๆ เสยผมและแสยะยิ้มขึ้นทีละน้อย

 

          ไหนว่าแค่ฝึก? ”  

 

ข้าแค่อยากเห็นฝีมือที่แท้จริงของท่านพะยะค่ะ

 

          หึ ทำให้ข้าเอาจริงให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูด...และแล้วเส้นผมที่เคยรวบไว้ในหมวกก็พลันสยายลงมาที่กลางแผ่นหลัง  แดดของแสงสุริยันพลันต้องสะท้อนจนจ้าสว่างศรี  เส้นผมสีบลอนต์เทาที่โดดเด่นและขับใบหน้าของชายผู้เป็นเจ้าของให้คมสันและดูเย็นชาเสียยิ่งกว่าใคร  ริมฝีปากที่เคยเรียบตึงกำลังยกแย้มและแสยะยิ้มด้วยความชอบอกชอบใจกับการประลองเมื่อครู่ไม่หยอก  แววตาที่อ่านไม่ออกกำลังขบขันกับคำสบประมาทของชายตรงหน้าและเหล่าทหารกล้ากำลังร้องท้วงที่จะชมฝีมือของเขาต่อกันอย่างคึกคัก 

 

นั่นมัน...แคสเปี้ยนแน่เหรอ?

 

ไม่นึกว่าชายขี้เก๊กและพูดน้อยคนนั้น...

 

กำลังยิ้มและหยอกล้อกับทหารอย่างเป็นกันเอง?  ดารินนึกในขณะที่ภาพตรงหน็กำลังสลักเอาไว้เป็นความประทับใจเล็ก ๆ ในห้วงความทรงจำของเธอโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้รู้สึกตัว

 


          “ จัดให้ตามบัญชาพะยะค่ะ...ฝ่าบาท

 


          ‘ เฮ้!!!!!! ฮู้ววววววววว!!!! ’ เสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งของพลทหารที่อยู่รอบสนามดังกระหึ่มเพื่อปลุกเร้าไฟสู้ของชายฉกรรจ์ที่กำลังฝึกซ้อมนั้นแสดงฝีไม้ลายมือใส่กันจนแทบจะรอไม่ไหว!

 


            ร่างกำยำที่ยืนเด่นอยู่ใจกลางลานประลองและต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใครกำลังสะกดใจอิสตรีที่ยืนมองอยู่ด้านบนด้วยแววตาที่แปรเปลี่ยนไปวูบนึง  ทีท่ารวมทั้งสายตาที่กำลังสั่นไหวของนวลนางทำให้ดวงใจของชายเจ้าสำราญนั้นหล่นวูบ  นัยน์ตาสีฟ้าที่กำลังสะท้อนเงาของชายที่สวมชุดเกราะสีทองที่กำลังงัดฝีมือกับทหารรักษาพระองค์ตนใหม่อย่างเอาเป็นเอาตาย  ทำให้ฝ่ามือหนาบีบแน่นและกำเข้าหากันอยู่บนตัก

 

ใครจักไปนึกว่าเสด็จพี่จักลงมาฝึกฝีมือกับพลทหาร!

 

ถ้ารู้ว่าจักเป็นวันนี้ เพลานี้ข้าคงไม่พานางถ่อมาถึงนี้!!

 

บัดสบเอ๊ย!!! ทั้งท่าทางและแววตาของนางกำลังเปลี่ยนไป...!

 

หงุดหงิดใจชะมัด!!!!!!

 


 “ พอที...หมดเวลาของเจ้าแล้วสาวน้อย ร่างโปร่งลุกพรวดขึ้นจากอัฒจันทร์กว้างก่อนจะบ่ายหน้ามาเอ่ยกับร่างบางด้วยน้ำเสียงทุ้มแกมหงุดหงิดงุ่นง่านใจ


 

เพคะ?  เอ่อ...ข้านึกว่าท่านจักให้ข้าอยู่ดูจนกว่าจักถึงเพลาของ...ร่างน้อยเอ่ยขานด้วยความงุนงงเพราะเจ้าตัวนึกว่าชายที่เสนอเงื่อนไขจะให้เธอชมการประลองจวบจนได้เวลาของเธอเอง

 


ข้าบอกว่า พอ !!! ” นัยน์ตาคมหันมากล่าวตะคอกด้วยน้ำเสียงดุดันและแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงพิโรจน์  จนข้ารับใช้สาวรีบกูรีกูจอมาจับท่อนแขนของคุณหนูท่านเชิงให้รีบลุกจากที่นั่งโดยเร็ว

 


“………”


 

เจ้าอยากมาข้าก็พามา  เจ้าอยากจักดูการประลองข้าก็ให้ดู...เจ้าจักเรียกร้องสิ่งใดอีก? ร่างโปร่งย้อนคำถามด้วยแววตาแข็งกร้าว  ก่อนจะก้าวสามขุมเข้าไปกึ่งประชิดตัวเพื่อถามคำถามเชิงแดกดัน!

 


ก็จริงอย่างที่เขาว่า...

 

เราก็ได้ครบทุกจุดประสงค์จริง ๆ

 


          เพคะ ไม่มีเพคะเมื่อเหตุผลที่ถูกหยิบยกมานั้นสมเหตุสมผลร่างอรชรจึงจำต้องขานรับทั้ง ๆที่ใจนึงก็ยังอยากจะดูการประลองตรงหน้าให้จบ  แต่เวลาที่เธอจะมีสิทธิ์เข้ามาใช้ก็เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วยาม  การที่ได้เข้ามาดูก่อนเวลาก็นับว่าได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าใครแล้ว

 


          “ ออกไปกันได้แล้ว...เสียงกัดฟันกรอดเล็ดลอดออกมาจากโพรงปากก่อนจะเดินลิ่วจนชุดฉลองพระองค์ปลิวไปพร้อมกับใจที่คล้ายกับมีเปลวไฟมาสุมอยู่ในทรวง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #107 mochi mochi narek (@mewnarek-2507) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:18
    ใจนึงก็สงสารแดเนียล อีกใจนึงก็แบบ เห้อออ
    #107
    0
  2. #105 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:18
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-09.png รอจ้าาาา รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอรัว ๆแบบนี้บ่อยๆน้าาาา
    #105
    0