ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 42 : ตอน เงาที่กำลังคืบคลาน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    14 ต.ค. 62







ข้ายังมิได้พระสนมเอกของข้าด้วยซ้ำ  เจ้าก็บากหน้ามาเพื่อขอชายาเอกของตนเองเสียแล้ว...

 

หึ!!! แสดงว่าท่านยอมรับสินะว่า นางคือซาเลียน่า โรส จริงๆ!!!  เจ้าชายแดเนียลจงใจว่ากระทบพลางแค่นหัวเราะในลำคอจนดังลั่น  ทำให้องค์เหนือหัวสาวพระบาทเข้ามาใกล้พลางกำชับให้อนุชายสุดท้องรับรู้ถึงสถานภาพของตนเอง

 

ถ้าเพลานั้นไม่ว่าจะเจ้าจะเลือกผู้ใด...ข้าก็มิขัดข้อง 

 

“…………”

 

 รอให้พิธีนี้เสร็จสิ้นก่อน...ถึงเพลานั้นถ้าเจ้ายังอยากจักอภิเษกอยู่  ข้าจักปาวประกาศสตรีงามทั่วทั้งดินแดนมาให้เจ้าคัดเลือกก็ยังได้ ร่างสูงแย้มพระโอษฐ์จนเห็นคมเขี้ยวก่อนจะยกแย้มจนสายพระเนตรที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนผันเป็นทะเล้น  คำพูดแกมรู้ทันซึ่งความคิดที่เจ้าชายอุตส่าห์ซ่อนเร้นไว้ทำให้ชายผมบลอนต์ทองพลันขานจนเสียงหลง!

 

เสด็จพี่….!? ” ช่างจงเกลียดจงชังจนมิฟังความอันใดเลย !!!

 

ถ้าหมดธุระก็ออกไปเสีย...สิ้นพระสุรเสียงก้องกังวาน  ชายผู้ขอเข้าเฝ้าจึงผละกายออกไปตามพระบัญชา

 

ตึก ตึก  ตึก ตึก ตึก

 

หยุด! ” เสียงทุ้มเปล่งวาจาด้วยความขลึงขลัง  ก่อนจะดึงสีพระพักตร์ขรึมจนชายผมบลอนต์อร่ามหันมาสบสายพระเนตรด้วยแววตางุนงง

 

“ ? ”

 

เจ้าต้องกลับมาถวายความเคารพข้าก่อน...

 

กรอดดดดดดดด

            ร่างสูงจำต้องหันกลับมาประจันหน้าก่อนจะทรุดตัวลงไปถวายความเคารพ  เมื่อเห็นว่ายังพอควบคุมอนุชาให้อยู่ในโอวาทได้จอมราชันย์จึงยอมปล่อยไปแต่โดยดี  มีเพียงพระสุรเสียงทุ้มที่เกรี้ยวกราดใส่เหล่าทหารองครักษ์ที่ทำหน้าที่อารักษ์ขาอยู่ด้านนอกจนเสียงเล็ดลอดผ่านเข้ามายังห้องส่วนพระองค์ให้ได้รับรู้

           

ความหงุดหงิดกำลังผสมโรงกับความเกรี้ยวกราด  เหล่าข้าราชบริพารที่ทำหน้าที่ของตนอยู่ทางเขตพระราชฐานทางทิศตะวันออกพลันถูกเจ้าชายตวาดจนต้องหลีกหนีจนขวัญกระเจิดกระเจิง  ดวงเนตรสีเด่นพลันแข็งกร้าวครั้นนึกถึงคำเอ่ยแกมรู้เท่าของพระเชษฐาที่พูดจาดักคอทั้งขึ้นและร่อง  ก็รู้นี่ว่าเขาคิดเปลี่ยนใจจักไม่หันเหไปเป็นทองแผ่นเดียวกับคาร่า  ด้วยเหตุที่เขาเองก็รู้สึกกระดากใจที่ต้องอภิเษกกับเครือพระญาติที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็ก....ถึงข่าววงในจะหนาหู  แต่ชายตาเฉียบอย่างเขามองปราดเดียวก็รู้ว่าข่าวคาวที่เลืองลือนั้นคงมีส่วนจริงมากกว่าแปดในสิบส่วน    ฝ่ามือแกร่งพลันกวาดข้าวของในห้องบรรทมของตนเองจนถ้วยแก้วและขวดคริสตัลที่จุด้วยบรั่นดีพลาสม่าพลันตกแตกกระจัดกระจายจนเสียงดังสนั่น  แรงโทสะที่อัดอั้นอยู่ในอกกำลังถูกระบายออกมาด้วยการลงไม้ลงมือกับข้าวของส่วนพระองค์!!

 

            “ ออกไปให้พ้น!!!! ไป๊!!!!! / พะ  พะ  เพคะ!! ” นัยน์ตาที่แข็งกร้าวหันไปชี้หน้ากราดใส่นางกำนัลที่กำลังตักเตรียมข้าวของให้ออกไปนอกบริเวณ  ก่อนที่ฝ่าพระหัตถ์แกร่งจะจัดการข้าวของที่ตั้งตะหง่านให้ลงไปกองกับพื้นเพื่อระบายซึ่งอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่น!!!


 

โครมมมมม เพล้งงงง เพล้งงงงง เคร้งงงง!!!


 

            “ ว๊ายยยยยยยยยย!!!! ” เหล่านางกำนัลที่ยังไม่ทันได้ออกไปกรีดร้องด้วยความตกใจก่อนจะรีบสาวเท้าของตนเองออกไปด้านนอกโดยพลัน

 


โครมมมมม ครามมมมมมมม  แคว๊กกกกกกกกกกกกกก  !!!!


 

คาร่าก็ไม่ได้แพทริเซียก็ยังมิประทานให้ในเพลานี้!!!

 

เช่นนั้นอำนาจทั้งหมดก็จะเทไปอยู่ในมือของเจ้าหมดน่ะซิ!!!!

 

 

            โถ่เว้ยยยยย!!!!! ”

 


รู้ทันข้าไปเสียทุกเรื่อง!!!

 

เจ็บใจ  เจ็บใจ  เจ็บใจ!!!!!!

 

ใยข้าถึงต้องประสูติมาหลังเจ้าด้วย!!!!! แคสเปี้ยน!!!!!

 

 

แคว๊กกกกกก  แคว๊กกกกก  แคว๊กกกกกกกกกกก  !!!!

 

            “ พอเท่านี้เถิดพะยะค่ะ...เดี๋ยวเศษแก้วจักบาดเอา ลูคัสทหารรักษาพระองค์คนสนิทจำต้องสาวเท้าเข้ามาห้ามปรามเมื่อเห็ว่าเจ้าชายของเขากำลังหุนหันพลันแล่นมากถึงขนาดใช้กรงเล็บจัดการห้องบรรทมเสียเละเทะจนแทบไม่เหลือเคล้าเดิม  เตียงกว้างที่ห้อยระย้าด้วยผ้าม่านผืนบางถูกจัดการจนขาดรุ่งริ่ง  หมอนที่ยัดนุ่นจนนุ่มปุยถูกฉีกรุ่ยกระจัดกระจายไปตามทางเดิน  เศษแก้วจากขวดบรั่นดีเกลื่อนกราดไปตามลายพื้น 

 

ไม่ต้องยุ่งไม่เข้าเรื่อง นัยน์ตาคมหันไปพาลใส่ข้ารับใช้คนสนิทให้รู้จักเจียมกะลาหัว  ก่อนจะเหลือเพียงเสียงหายใจเข้าออกที่กำลังฮึดฮัดของเจ้าชายที่ถูกจะสงบลงหลังจากได้ระบายความอัดอั้นบางส่วนออกไป   นัยน์ตาคมปิดเปลือกตาของตนเองลงเพื่อดึงติที่ขาดผึ่งให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง  ก่อนที่ร่างองอาจจะตัดสินใจออกไปจากห้องบรรทมของตนเอง...

 

            อ๊ะ! เจ้าชาย? / เจ้าชายแดเนียล? กริมจอร์และอาเธอร์ที่ยืนอารัก์ขาอยู่ด้านหน้าห้องบรรทมใหญ่พากันตกตะลึงเมื่อเห็นร่างของเจ้าชายที่เพิ่งเข้าไปได้ไม่ถงครึ่งชั่วยามสาวเท้าจ้ำ ๆ ออกมาโดยมีลูคัสที่วิ่งตามพลางกระหือกระหอบ

 

            “ จักเสด็จไปไหนพะยะค่ะ?! ” ลูคัสปาวร้อง  ก่อนที่นัยน์ตาสีทมิฬจักพลันเบิกกว้าง  เมื่อเห็นว่าเจ้าชายแดเนียลกำลังจะเสด็จไปไหนในยามวิกาลเช่นนี้

 

 เอ๊ะ  โถงทางเดินทิศนี้มัน....ทางที่จักไปตำหนักใต้นี้?!!!!

 

            “ เจ้าชาย  เพลานี้ไม่เหมาะที่จักไปนะพะยะค่ะ!!! ”

 

            หุบ ปาก!!!

 

ฉึกกกกกกกกกกก!!!!

 

สายพระเนตรที่กำลังขึ้นสีหันมาเตือนคนของเขาให้หยุดห้ามปรามด้วยแววตาจริงจัง  กรงเล็บสีรัตติกาลงอกเงยก่อนจะหันกลับไปตวัดกรีดหน้าอีกฝ่ายจนได้กลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วบริเวณ  ลูคัสที่ถูกตบด้วยกรงเล็บพลันชะงักที่ความหวังดีของเขาถูกสำเร็จโทษ  จิตสังหารที่แผ่ออกมาทำให้กริมจอร์กับอาเธอร์ที่ไล่ตามมาติด ๆ ถึงกลับชะงัก  นึกไม่ถึงว่าเจ้าชายแดเนียลจะคิดลงไม้ลงมือแม้กระทั่งลูคัสที่เป็นคนสนิทและรับใช้ใกล้ชิดมานานด้วยอีกคน?!!

 

อย่าได้ริตีตนเสมอข้า!!! ” ความเกรี้ยวกราดถูกบันดาลโทสะพร้อมกับคำประกาศิตที่ปาวให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงสถานะของตนเอง  ลูคัสจึงจำต้องหยุดฝีปากของตนเองแล้วถือโอกาสขอขมาลาโทษ  บัดนี้เจ้าชายแดเนียลกำลังกริ้วจนถึงขีดสุด...ขือพูดออกไปในตอนนี้ก็คงมิฟังอยู่ดีสินะ

 

            “ ขะ  ขะ  ขออภัยพะยะค่ะ ” แม้ลูคัสจักไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกปากห้าม   แต่การที่มันสามหาวริมาออกปากปรามเขาผู้ดำรงศักดิ์สูงกว่าถึงหลายชั้นก็จำต้องถูกสำเร็จโทษสถานเบาเสียบ้างให้หลาบจำ!  พระวรกายหนาเดินจ้ำไปข้างหน้าในขณะที่ห้วงแห่งความคิดก้ได้แต่นึกตอกย้ำตนเองมิให้ยอมจำนนต่อหนทางที่มืดบอด


ไม่มีใครเข้าใจข้า  ได้ดีเท่าตัวของข้าเอง


เจ้าไม่ได้เกิดมาเป็นเจ้าชายหมายเลขสองอย่างข้ากันนี่


การที่ต้องเกิดมาอยู่ใต้เงาและบารมีของพี่ชายคนโตนั้นรสชาติมันเป็นอย่างไร


พี่ชายที่ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง  พี่ชายที่เก่งกาจไปเสียทุกเรื่อง


พี่ชายที่ได้รับความเอ็นดูจากเสด็จพ่อ  หรือแม้แต่ความคาดหวังจากเสด็จแม่


สายตาข้าราชบริพารรอบข้างที่จับจ้องและเทิดทูน  !!


ไม่ว่าข้าจักตะเกียดตะกายไปสักเท่าใดก็เหมือนกับไม่เคยออกมาพ้นร่มเงาของคนเป็นพี่สักทีนึง!!!


ความมืดที่ปกคลุมตัวข้า...ราวกับโซ่ตรวนที่ถูกตีตราและล่ามเอาไว้!


หนนั้นข้าจำต้องเสียนางไปและไม่มีสิทธิ์ช่วยอะไรเลย   แต่มาหนนี้ข้าจักต้องได้!


ข้าจักต้องได้นางมา  ไม่ว่าจักต้องแลกด้วยวิธีไหนก็ตามที!!!!  



ร่างแกร่งเดินทอดน่องมาจนถึงโถงทางเดินสุดท้ายที่จะเชื่อมตรงไปถึงตำหนักใต้และสระมรกตที่อยู่ด้านหน้า  ทหารรักษาการณ์ที่อยู่โดยรอบค่อนข้างหละหลวม  แต่กระนั้นทหารที่เดินเวรยามรอบ ๆ กลับหนาแน่นจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้ฝ่าเข้าไป...ลูคัสได้แต่เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดนึกหวั่นใจพลางได้แต่ภาวนาให้เจ้าชายอย่าได้คิดทำอะไรผลีผลามโดยการบุกทะลวงลักลอบเข้าไปในตำหนักใต้เลย!!!

 

เจ้าชาย...ลูคัสตัดสินใจขานเรียกพระองค์ด้วยน้ำเสียงผะแผ่ว 

 

เอ่อ  เจ้าชายพะยะค่ะ  เจ้าชาย?! ” ร่างโปร่งจะไม่ได้ขานตอบแล้วเดินดิ่วไปด้านหน้าราวกับกำลังจะมุ่งไปยังตำหนักใต้ในยามวิกาลจนชายคนสนิทถึงกับหน้าถอดสี?!

 

เอาจริงรึนี่!!!! เจ้าชายแดเนียลคิดจะทำจริง ๆรึนี่!!?

 

            คาราวะเจ้าชายแดเนียลพะยะค่ะ ทหารกล้าที่ทำหน้าที่อารักษ์ขาในยามค่ำเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันก่อนจะลอบมองแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่นาน ๆจะได้เห็นในระยะประชิด

 

            ขณะที่ฝีเท้าของชายผู้สูงศักดิ์กำลังจะถึงหน้าตำหนักใต้ที่ตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้าหยุดชะงักฝีเท้าลงแต่โดยดีแล้วหยุดมองอยู่นานสองนานจนเหล่าทหารที่กางกั้นอาณาเขตอารักษ์ขาได้แต่ทำความเคารพแล้วพากันมองหน้าซึ่งกันและกันด้วยความงุนงง

 

นัยน์ตาสีบลอนต์เทาทอดมองด้วยแววตาหลากหลายความรู้สึก  ไม่มีแสงไฟจากเชิงเทียนสาดส่องออกมาด้านนอกเลยสักดวง  นางผู้นั้นคงจักเข้านอนแล้วเป็นที่เรียบร้อยสินะ...นัยน์ตาคมกวาดมองเหล่าทหารหาญที่กำลังผลัดเปลี่ยนเวรยามกันอย่างแข็งขัน  พลางทอดสายตาไปเห็นยอดหอคอยอริชาที่ตั้งตะหง่านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล  ทันใดนั้นดวงใจที่หมายมันก็กำสันหมัดจนแน่น...

 

ถ้าข้ายังไร้ซึ่งกำลังอยู่เช่นนี้...

 

สิ่งที่ข้าหมายปองให้ได้มาครอบครองก็จักมิมีวันได้มาอยู่ในมือ 

 

เจ้าพี่คงพอดูออกว่าข้าจักตอบรับไมตรีของนางสินะ

 

ถึงได้ดักคอเอาไว้ว่าให้ข้ารอ...

 

หึ  ทำได้แค่รอสินะ...

 

รอ ข้าเกลียดคำนี้ชะมัด

 

            ร่างโปร่งคิดได้ดังนั้นจึงปรายหางตาไปยังยอดของหอคอยที่อยู่ไม่ไกล  หวนนึกถึงไมตรีอันดีงามที่สาวเจ้าเป็นฝ่ายหยิบยื่นให้ด้วยแววตาภักดี  มิรู้ว่าเป็นเหตุที่ข้าช่วยชีวิตนางไว้ในคราวนั้นรึไม่  หรือว่านางจักมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงก็ช่างหัวมัน  การที่นางพึงใจให้ข้ามากกว่าเสด็จพี่ก็นับเป็นเรื่องที่ดีมิใช่น้อย ท่านพี่เป็นชายที่ถ้าไม่สนใจก็มิมีวันแลเหลียว  แม้แต่หางตาก็มิมีวันทอดมองเสียด้วย  ยิ่งต้องตบแต่งกับสตรีที่มิมีใจให้ด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางแน่...ฉะนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้เห็นทีจักมีเพียงแค่  แพทริเซีย รัชเชรดเท่านั้นซินะที่พอจะหนุนกำลังให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นมาได้

 

            “ ลูคัสไปกันเถิด พระสุรเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดในคราแรกพลันมลายสิ้นจนน่าใจหาย  ก่อนที่ชายเจ้าของนามจะขานกลับด้วยน้ำเสียงเงอะงะ

 

            พะยะค่ะ...”  ชายคนสนิททำได้เพียงแค่เดินติดตามเจ้าชายไปเงียบ ๆ แต่ดูเหมือนว่าความเกรี้ยวกราดที่มีจักถูกมลายสิ้นหมดแล้วสินะ

 


ณ หอคอยอริชา...

 

            ภายในห้องรับรองที่เล็กเท่ารูหนูที่ที่เป็นที่กักบริเวณจากบทลงทัณฑ์ของจอมราชันย์ผู้เลือดเย็น  ชายร่างแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามและความองอาจที่แผ่รัศมี  กำลังทำให้อิสตรีชั้นสูงที่ให้ข้ารับใช้หวีแปรงเส้นผมอยู่นั้นได้แต่ลอบมองฟากฟ้าผ่านช่องระบายอากาศรูเล็ก ๆ  ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มจนข้ารับใช้ที่รับใช้มานานจำต้องเอ่ยถามด้วยความแคลงใจ

 

            ยิ้มอันใดรึเจ้าคะคุณหนู?

 

            “ ข้าแค่อยากให้ถึงวันรุ่งเร็ว ๆ

 

            “ ทำไมล่ะเจ้าคะ?

 

            “ นังโง่!!!! ข้าจักได้รู้ไงว่าบททดสอบต่อไปคืออะไร!!!! ”

 

            “ ขะ  ขออภัยเจ้าค่ะท่านเรเชล

 

            “ เอาเถอะ  จักเป็นอันใดข้าผู้นี้ก็มิหวั่น

 

            “ เจ้าค่ะ  คุณหนูของข้าน่ะงดงามและโดดเด่นที่สุดในบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่ด้วยกันอยู่แล้วเจ้าค่ะ

 

            “ หึ  เรื่องประจบล่ะเป็นหนึ่งเชียว...// แหม  คุณหนูล่ะก็

 

            ทีแรกข้าเองก็แอบหวั่นตระกูลดีแลนกับรัชเชรดอยู่เหมือนกัน  แต่พอตระกูลดีแลนถูกตัดสิทธิ์อีกต่างหาก แม้นตระกูลคาร์เตอร์เองก็ส่งสตรีมิมีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาร่วมพิธี  ตำแหน่งพระสนมเอกในคราวนี้คงมิวายพ้นข้าเป็นแน่  หมดสิ้นศัตรูผู้จักมาเป็นมารขัดแข้งขัดขา...อีกมินาน นังแพทริเซียก็คงจะถูกข้าขยี้ในอีกมิช้าก็เร็ว  รอเพียงเวลาที่ฝ่าบาทจะสาวหาตัวการณ์ที่ลอบวางยาพระหมื่นปีเท่านั้น...แผนการณ์ที่ข้าอุตส่าห์ตักเตรียมและรอจังหวะมาเนิ่นนาน  คงจะสำแดงเดชด้วยหลักฐานที่อุตส่าห์หลอกล่อให้มันติดกับคงจักค่อย ๆรัดตัวมันให้ตายไปเอง...

 

เร่งมือหน่อยสิเพคะฝ่าบาท  สืบสาวหาความจริงเข้า...

 

ค่อย ๆเดินไปยังเหยื่อที่ข้าวางเอาไว้เร็ว ๆ

 

  ข้าชักอยากจักเห็นสีหน้าของหญิงที่ชอบวางท่านั่นถูกโทษประหาร

 

เสียจนเนื้อตัวแทบจักสั่นเต็มทีแล้ว!!!


 

            “ ว่าแต่คุณหนูเจ้าคะ  หัวข้อการประลองก็อยู่ในหมวดที่สามารถใช้ทดสอบได้ใช่ไหมเจ้าคะ?

 


            “ ก็ใช่อยู่...เจ้าถามทำไม ใบหน้าคมผายฝ่ามือเชิงให้ข้ารับใช้ของตนหยุดหวีแปรงเรือนผมก่อนจะหันมาชักสีหน้าด้วยอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกซักไซร้จนมากความ


 

            “ ถ้าเป็นเช่นนั้น  คุณหนูอยากจักประลองฝีมือกับใครกันล่ะเจ้าคะ? สิ้นคำถามแสนโง่เขลาของแวมไพร์สาวผู้คอยปรนนิบัติ  รอยยิ้มและแววตาแสนร้ายกาจของคุณหนูเรเชลก็พลันผุดขึ้นจนน่าสยดสยอง  ดวงตาสีน้ำตาลและริมฝีปากอวบอิ่มกำลังยกยิ้มเมื่อนึกถึงความสนุกสุดหรรษาหากว่า  รุ่งขึ้นบททดสอบต่อไปเป็นไปดั่งที่ข้ารับใช้ตนนี้กล่าว

 

            หึ  ประลองกับใครก็ได้ทั้งนั้น  แต่ถ้าได้น้องสุดในตระกูลใหญ่ก็คงจักดี...



            “ น้องสุดที่ว่า  คุณหนูท่านหมายถึง...คุณหนูดาริน แห่งคาร์เตอร์รึเจ้าคะ?

 

          “ ใช่แล้ว  ข้าจักได้ถือโอกาสนี้ขยี้ให้แขกผู้ใหญ่ชมเป็นขวัญตาอย่างไรล่ะ! ”

 

 

            เมื่อความดำมืดกำลังค่อย ๆ ถูกลบเลือนด้วยแสงสว่างไปทีละน้อย ทีละน้อย  ดวงจันทราดวงใหญ่ที่เคยเฉิดฉายค่อย ๆ คล้อยลงต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนเกือบจะพ้นเส้นขอบฟ้า  นัยน์ตาสีนิลจะกว้างมองไปผืนป่าสนต้นใหญ่ที่ค่อย ๆ ทยอยหดหายความเย็นอมชื้นกำลังถูกมลายหายไปและแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเหยียบจนจับขั้วหัวใจจนคร่าชีวิตได้  หากอสูรหรือปีศาจไร้ขนปกคลุมริเดินทางมากล่ำกลายที่นี่ในยามวิกาล  แต่ครั้นหากจะริลอบเข้ามาในยามกลางวัน  ความร้อนของเปลวเพลิงแห่งดวงตะวันก็คงจะทำให้การเดินทางยากเย็นเข้าไปอีก  เขตแดนที่เต็มไปด้วยทะเลทรายและหินผาที่สลักซับซ้อน  สุดยอดชัยภูมิแห่งหนึ่งที่สำคัญยิ่งของแดนแวมไพร์  กว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ได้ช่างลำบากเสียจริงเชียว...

 

กรรซ์  กรรซ์

 

ถึงสักที....         

 

ร่างแวร์วูฟสายเลือดผสมพร่ำบ่นออกมาเป็นภาษาแวร์วูฟ   อุ้งเท้าหนาเยื้องย่างเข้าไปยังอุโมงค์ใหญ่ที่มีเสาทรายสองต้นตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้าทางเข้า   ปีศาจหน้าขนเยื้องย่างเข้าไปยังจุดนัดหมายพลางสูดดมกลิ่นอายเพื่อลอบสำรวจพื้นที่ไปพลาง ๆ เพื่อตรวจสอบว่ามิมีแขกไม่ได้รับเชิญหน้าไหนลักลอบเข้ามา  

 

พรึ่บบบบบบ  ตุบบบบ  ตึก  ตึก

 

            ข้ากำลังรออยู่เลย...แวมไพร์ที่จำแลงร่างในร่างสมบูรณ์พลันโรยตัวลงมาจากท่าห้อยหัวลงมายังด้านล่างพลางคืนสภาพกลับเป็นกายหยาบดังเดิม  ชายผิวซีดที่สวมชุดหนังสีดำมันเหลื่อมทั้งตัวเอ่ยพลางใช้แขนเท้าสะเอวคลายความเมื่อยล้า

 

ขออภัยท่านแอชตัน...ท่านช่วย เอ่อ เร็วหน่อยก็ดี กลิ่นสาบที่คละคลุ้งเริ่มสำแดงผลจนแวมไพร์หน้าละอ่อนผู้นี้จำต้องผละถอยพลางหัวเราะแห้ง ๆ แทนคำตอบ  ชายลูกผสมเห็นปฏิกิริยาดังนั้นจึงคืนร่างกลับสภาพเฉกเช่นกัน  ขนสีทมิฬมืดค่อย ๆสลายและลดลงเหลือเพียงเส้นผมสีดำขลับที่ปรกอยู่ที่ใบหน้า  จากร่างแวร์วูฟที่ยืนอยู่ด้วยสี่ขาก็ค่อย ๆ หยัดกายขึ้นเหลือเพียงสองขาพร้อมกับเหยียดสันหลังตรงเพื่อเจรจาเป็นภาษาแวร์พิก  ร่างชายผิวเข้มนิด ๆ พลันปรากฏ  คมสันของกรามนูนชัดจนน่าพินิจมอง  มัดกล้ามแน่น ๆ ตามช่วงแขนค่อย ๆโผล่ขึ้นมายังสาบเสื้อยามเมื่อคืนร่าง  ไม่นานนักเสียงทุ้มปนแหบก็ค่อย ๆ ดังขึ้น

 

ขอโทษที...กว่าจักเดินทางรอนแรมมาถึงนี้  ใช้สี่ขาไวกว่าสองหลายขุมนัก

 

ขอรับ  ข้าเข้าใจอยู่  อ๋อ หัวหน้ากำลังออกพื้นที่จึงมาด้วยตนเองมิได้...ข้าจึงอาสามาแทนขอรับ

 

งั้นหรือ...แย่จริง  ว่าแต่ได้มาไหม?  ชายลูกผสมเอ่ยอย่างนึกเสียดาย  สงสัยสาร์นลับที่ให้ค้างคาวสื่อสารล่วงหน้ามาส่งที่นี่คงจักมาช้ากว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้สินะ  ทั้ง ๆที่มีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับข้อมูลนางกำนัลผู้มีสัญลักษณ์แมงป่องอยู่ที่ท้องแขนนั่นสักหน่อย

 

  ขอรับ...หาได้เพียงเท่านี้เองขอรับ แวมไพร์ตนนั้นเอ่ยพลางล้วงไปหยิบของสำคัญที่ซุกอยู่ในเสื้อหนังกั๊กแบบสวมของตนเองออกมาแล้วยื่นให้ชายดังกล่าว  แอชตันรับมาพลางคลายหนังอสูรที่หีบห่ออยู่รอบหลักฐานชิ้นสำคัญที่อยู่ด้านในออกมาอย่างเบามือ

 

            ขอบใจ

  

            เศษผ้าแค่นี้...เพียงพอหรือขอรับ ?  

 

หมับ!

 

ฟุด ๆ ฟิด ๆ....ฟุด ๆ

ฟุด ๆ ฟุด ๆ

 

            อืม..... ชายลูกผสมขานตอบอย่างปัดไปที ก่อนจะรีบน้อมหน้าลงไปใกล้ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าจมูกเป็นจังหวะเพื่อซึมซับและจดจำกลิ่นอายปีศาจที่ยังติดอยู่บนของสำคัญดังกล่าวโดยไว เพื่อมิให้สายลมหอบหิ้วจนพัดเอากลิ่นอายปีศาจของผู้เป็นเจ้าของเลือนหายไป...

 

เอ่อ....ขณะที่แวมไพร์ผู้ทำหน้าที่สำคัญในหน่วยข่าวกรองได้แต่อ้าปากอ้ำอึ้ง  ไม่นึกไม่ฝันว่าชายตรงหน้าจะก้ม ๆ เงย ๆ ดม ๆ ด้อม ๆ เศษผ้าโสมมของผู้ต้องครหาที่พวกเขาจับมาทรมาณและไม่ได้ให้มันอาบน้ำอาบท่ามาเกือบสัปดาห์ด้วยสีหน้าจริงจังแถมไม่นึกรังเกียจได้อยู่อีก ?!

 

ชิ้งงงงงงง!  ขวับ!!!!!?

 

          ได้แล้ว...ทางนั้น   แอชตันสบถในใจ


โสตประสาทแห่งการจดจำและรับรู้ถูกกลิ่นอายปีศาจนี้ซึมซับเข้าไปจนจำฝังใจ  ความสามารถที่แพรวพราวก็ถูกจุดกระตุ้นในให้เลือดของนักล่าหน้าขนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง  นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างไปทางทิศทางลมที่กำลังหอบหิ้วกลิ่นเดียวกันลอยไปยังทิศทางเดียวที่เขาเพิ่งจำจากมาสืบสาวหาเบาะแส  ทิศนั้นมันทางเดียวกับวังหลวงของฝ่าบาทนี่หน่า  แสดงว่านางกำนัลนั่นยังไม่ได้หนีหายไปไหนไกลเลยสักนิด...!

 

            ขอบใจมาก  ข้าไปล่ะ // เอ๊ะ?  แค่นี้...แค่นี้หรือขอรับ?

 

          ใช่  แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับข้า เมื่อเสร็จสิ้นธุระชายลูกผสมก็กำชับอาภรณ์ก่อนจะเยื้องย่างออกไปยังปากอุโมงค์กว้างที่ก้าวเข้ามา  ทันทีที่ความดำมืดของฟากฟ้าถูกสลายและหายไปด้วยแสงแรกของอรุณ  ความเย็นเหยียบที่เคยมีก็ค่อย ๆ มลายและเปลี่ยนเป็นความร้อนระอุของผืนทรายที่อยู่รายล้อมแทน  ชายร่างสันทัดเมื่อครู่ค่อย ๆ กลับเป็นร่างแวร์วูฟอีกคราแล้วก็เร่งฝีเท้าวิ่งฝ่าความร้อนฉ่าออกไปด้วยความว่องไว   เส้นขนสีดำขลับเป็นมันวาวเด่นหลาอยู่ท่ามกลางเม็ดทรายสีอ่อน

 

            เศษหน้าชิ้นน้อยแค่นี้...เนี่ยน่ะหรือเพียงพอ? แวมไพร์หนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าที่ยังนึกแคลงใจก่อนที่จะเดินทางกลับฐานที่มั่นของหน่วยข่าวกรองไปแต่โดยดี

 

ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

 

กรรรรรรรซ์   กรรรรรรรรรรรซ์!!!!!


หึ  หึ  เส้นผมบังภูเขาจริง ๆคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในวังแล้วข้าจักหามิเจอรึ!!!! ช่างเขลานัก!!!! ’

 

พรวดดดดดดดดดดดดดดดด!!!



 

            !!!!! ”  จิตสังหารอันแรงกล้าของนักฆ่าถูกส่งตรงมาถึงตัวของเหยื่อสาวจนเจ้าตัวพลันสะดุ้งโหยง!!! ดวงตาสีนิลที่เห็นในฝันเมื่อครู่   เสียงคำรามขู่ราวกับสัตว์ร้ายที่รอขย้ำพร้อมกับคำร้องแสนโหยหวนชวนน่าขนลุกนั่นยังติดตรึงและกึกก้องอยู่ในหัวมิรู้คลาย

 

เช้าแล้ว!!! ลุก ๆ เลิกนอนได้แล้ว!!!! พวกนางกำนัลกำลังจะมาเอาอาหารคาวหวานไปเสิร์ฟแล้ว เร็วเข้า!!! ไป ๆ!!! จัดจานและทุกอย่างให้พร้อม!!!! ”  เสียงโหวกเหวกโวยวายของหัวหน้าห้องเครื่องดังขึ้นพร้อมกับเคาะปลุกให้เหล่าลูกสมุนตื่นจากที่พำนักนอน

 

ฝันเมื่อกี้มัน...อะไรกัน?!

 

ใจคอไม่ดีเลย...

 

สีหน้าซีดเซียวและชุ่มไปด้วยเหงื่อที่แตกพลั่กทำให้สาวเจ้าที่นอนอยู่เคียงข้างแตะที่บ่าแวมไพร์สาวเบาด้วยความเป็นห่วง

 

เช เป็นอะไรรึเปล่า?

 

เปล่า...ข้าแค่รู้สึกเพลีย ๆ แวมไพร์สาวปัดปฏิเสธก่อนจะรีบกำชับสาบเสื้อให้ปิดรอยตำหนิตรงท้องแขนของตนเองไว้ให้มิดชิดกว่าเดิม  ฝันร้ายเมื่อครู่กำลังทำให้ข้ากังวล...ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวิตกกังวลเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อคืนรึเปล่าถึงทำให้เก็บมาฝันไม่ดีเช่นนี้?  คงมิมีอันใดหรอกหน่า...ไม่มีอันใดหรอก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #103 moon_lovers (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:14

    สนุกมากๆค่า

    #103
    0
  2. #102 mewnarek-2507 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:17
    มาต่อเร็วๆน้าา
    #102
    0