ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 41 : ตอน เงามืดในแสงสว่าง (2) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    24 ก.พ. 62




 


และแล้วสายลมก็โอบประคองโคมกระดาษให้ลอยละล่องไปตามกระแสน้ำไหลเย็น  จนกระทั่งดวงไฟที่จุดอยู่ด้านในค่อย ๆฉายแสงประทีปพริ้วไหว  ให้ร่างแกร่งที่หยุดยืนรออยู่ ณ สะพานกว้างได้ทอดพระเนตรเห็นจนได้.... 

 

 

ฟรานซิสพยักหน้าส่งซิกให้นายทหารยศต่ำกว่าลงไปเก็บโคมกระดาษที่ลอยอยู่ขึ้นมาถวายแด่ฝ่าบาท  นายทหารพลันกูรีกูจอเอื้อมฝ่ามือและท่อนไม้เพื่อเกี่ยวตวัดให้โคมกระดาษนั้นเปลี่ยนทิศเข้ามายังริมธาร  จนกระทั่ง... 


 

“ หึ่ย....ทำไมมีแค่สามวะ? // ที่ลอยมาข้าเห็นมีเท่านี้จริง ๆ ” 

 

 

“ เจ้าจักบ้ารึ!!!  // จริง ๆ!! ถ้ามีมากกว่าสามก็ต้องเห็นแสงรำไรของดวงไฟแล้วซิ! ” 

 

 

“ ผู้เข้าพิธีมีอยู่สี่!!! โคมจักมีสามได้อย่างไรวะ?!  // ข้าจักไปรู้ได้อย่างไรเหล่า!! ” เหล่าทหารที่อาสาลงไปเก็บโคมเริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวายเสียงดังขึ้น  ทำให้จอมราชันย์ที่หยุดยืนรออยู่เบื้องบนเริ่มหงุดหงิด 

 

 

“ ฟรานซิส...ใยถึงช้านัก ” 

 

 

“ ขอรับ....” พระราชมนูพยักหน้ารับ  ก่อนจะตัดสินใจลงไปดูเบื้องล่างว่าเหล่าทหารถกเถียงเกี่ยงแง่อะไรกัน  ถึงได้ไม่ยอมถวายโคมกระดาษให้ฝ่าบาทได้ทอดพระเนตร! 

 

 

“ ชักช้าอยู่ใย!!!  ทำไมถึงยังไม่รีบขึ้นไปถวายฝ่าบาท!!!? ” 

 

 

“ ขะ  ขะ อภัยขอรับ...ท่านฟรานซิส  // คือว่า...โคมที่ลอยมามีแค่สามขอรับ ” 

 

 

“ อะไรนะ  ใยถึงมีแค่สาม? ”   ฟรานซิสรีบตรวจทานก่อนจะกวาดสายตาไล้มองไปทั่วทุกอณูของแม่น้ำมรกตที่ทอดยาวอยู่เพื่อไล่สายตามอง....ไม่มีแสงวูบไหวของเปลวไฟส่องสว่างเหลืออยู่เลย  รึว่าโคมกระดาษอันสุดท้ายจักมอดดับ  ไม่ก็จมลงแม่น้ำไปเสียแล้ว? 


 

“ มีเพียงสามนั้นถูกแล้วขอรับ....ท่านพระราชมนู ” เสียงของขุนนางชั้นสูงที่ทำหน้าที่กำกับพิธีคัดเลือกดังขึ้นพร้อมกับริ้วขบวนนางกำนัลสี่ห้าตน 


 

“ หมายความว่าอย่างไรท่านขุนนางฮิวต์ ? ” ฟรานซิสถามก่อนที่นางกำนัลเหล่านั้นจะอาสารับโคมกระดาษที่ว่านี้มาถือและตั้งแถวเรียงหน้ากระดาน 


 

“ ข้าถึงได้ถ่อมาที่นี่เพื่อชี้แจงให้ฝ่าบาทรับทราบอย่างไรละ....”  ขุนนางฮิวต์ไม่ตอบพลางค้อมศรีษะลงเชิงขออนุญาตไปทูลถวายกับองค์เหนือหัวด้วยตนเอง 

 

 

“ ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาท ” 


 

ขุนนางฮิวต์งั้นเรอะ.... 

 

นั่นมันโคมกระดาษนี้...ใยถึงมีแค่สามกัน ? 


 

“ ใครหมดสิทธิ์งั้นรึ....” 


 

“ คุณหนูคาร่า  จากสกุลดีแลนพะยะค่ะฝ่าบาท  นางฝ่าฝืนข้อห้ามโดยให้ข้ารับใช้ประดิษฐ์โคมกระดาษถวายแทน  ข้าเห็นว่าเหตุนี้หนักหนาเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านไป...จึงจำต้องตัดสิทธิ์พะยะค่ะ ” 

 


หึ...มิใช่ว่าลอร์คลอเรนซ์จงใจให้นางทำเช่นนั้น 


 

เพื่อหลีกหนีให้พ้นจากเงื้อมมือข้าหรอกรึ? 


 

คิดจักกระตุกหนวดราชสีห์แล้วชิ่งหนีรึไร.... 


 

คิดว่าข้าจักปล่อยให้ผ่านไปโดยง่าย  ลอร์ดลอเรนซ์! 


 

 

“ ข้อครหาก็พอฟังขึ้นอยู่....”  นัยน์ตาคมอมยิ้มที่มุมปากเมื่อเขาเห็นช่องทางที่พอจะดัดหลังพระเจ้าน้าให้รู้ซึ้ง


 

“ พะยะค่ะฝ่าบาท   เชิญทอดพระเนตรและเลือกโคมได้เลยพะยะค่ะ ” ขุนนางฮิวต์ถอยล่นเพื่อเปิดทางให้นางกำนัลนำโคมกระดาษมาถวายต่อหน้าพระพักตร์  สายพระเนตรคมกวาดมองเพื่อพินิจดูโคมทั้งสามต่างสลักลวดลายที่งามไปคนละทิศ  อันหนึ่งเป็นลายคลื่น  อีกอันเป็นลวดลายหมู่บุบผา  และอันสุดท้ายเป็นลายขนนก   โทนสีที่อ่อนแถมยังไล่สีสันมากถึงเพียงนี้แสดงว่าโคมสีพาสเทลตรงหน้าข้าคงจักเป็นของดารินเป็นแน่.... 

 

 

พรึ่บ.... 

 

 

“ ข้าเลือกอันนั้น....” 


 

“ เพคะ ” 

 

 

หมับ 

 

ฝ่ามือแกร่งชี้จรดเรียวนิ้วเลือกโคมสีสว่างด้วยสีหน้าแย้มสรวล  เมื่อโคมกระดาษขนาดเท่าฝ่าพระหัตถ์มาอยู่ในอุ้งมือ  พระองค์ก็ตรัสสวยขึ้นมาราวกับพึมพำด้วยพระสุรเสียงทุ้มต่ำแกมอบอุ่น... 

 

“ ? ”  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์พลันชะงัก  เมื่อเขาพยายามกวาดมองหาข้อความที่ควรจะแนบอยู่ด้านในเท่าไหร่...ก็ไม่มี  


 

ไม่มีข้อความอะไรถึงข้าเลยรึนี่...น่าน้อยใจชะมัด  


 

 เอาเถิด  แค่โคมที่ทำให้ข้า...ก็ยังดีกว่ามิมีอะไรเลย 


 

ร่างแกร่งถอดถอนลมหายใจกลางกลั๊วหัวเราะอย่างชายอารมณ์ดี  พลางยื่นโมที่ว่านี้ไปยังเคอร์แชตเพื่อให้ถือเอาไว้ให้ดี 

 

 

“ เอ่อ....ยังเหลือโคมอีกสองอันนะพะยะค่ะ  ฝ่าบาทจักทรงทอดพระเนตร....? ” 


 

“ ไม่  ข้าตั้งมั่นแล้วว่า  ข้าจักเลือกแค่อันที่สะดุดตาข้ามากที่สุดเท่านั้น ” 


 

“ พะยะค่ะ  ทราบแล้วพะยะค่ะ ” ขุนนางฮิวต์จำยอม  ก่อนจะขบคิดกับตนเองด้วยความประหลาดใจ... 

 

 

นี้เป็นหนที่สองแล้วสินะ   


 

ที่จอมราชันย์ทรงโปรดปรานคุณหนูดาริน  คาร์เตอร์    


 

อ่า...เห็นทีคงต้องดึงทักษะด้านอื่นมาให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ได้เห็นมากกว่านี้แล้วกระมัง 


 

 

“ ขอเชิญฝ่าบาท...เสี่ยงทายบททดสอบขั้นที่สองพะยะค่ะ ”  นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังขุนนางฮิวต์ที่กำลังพูดพึมพำอยู่ในห้วงความคิดด้วยแววตาหมายมาด  แสดงว่าบททดสอบต่อไป  คงจะต้องงัดทักษะบางอย่างในตัวร่างบางออกมาให้ขุนนางทั้งหลายคลายข้อครหาล่ะสินะ... 


 

แย่ล่ะสิ  ถ้ามีหัวข้อนั้นปนอยู่ในนี้ล่ะก็   


 

เห็นทีว่า  หนนี้ข้าคงจักช่วยนางได้ลำบาก 

 


“ เชิญเพคะฝ่าบาท ” นางกำนัลถือถาดทองพร้อมกับแกนไม้สลักที่คว่ำข้อความของหัวข้อบททดสอบต่อไปเอาไว้พลางยื่นมาด้านหน้าพระพักตร์เพื่อให้องค์เหนือหัวได้สุ่มเลือกอย่างเป็นธรรม... 

 

 

“...........”  เรียวนิ้วกรีดทาบพลางตัดสินใจหยิบแกนไม้ที่แนบข้อความของบททดสอบต่อไปขึ้นมาให้กับขุนนางฮิวต์พินิจอ่านให้พระองค์สดับรับฟัง   


  

ขออย่างเดียว...อย่าให้เป็นสิ่งนั้น 


  

ขอให้ข้าอย่าได้จับได้บททดสอบนั่นเลย 


  

                พระพักตร์ที่นิ่งงันพลางบ่ายหน้าเอียงมาฟังเล็กน้อยราวกับไม่ได้สนพระทัยมากนัก  แต่ความเป็นจริงแล้วในดวงหทัยกำลังร้อนลุ่มจนแทบจักเป็นบ้า  เมื่อพระองค์ทรงทราบว่าการสุ่มบททดสอบในครานี้มีหัวข้อที่เขาไม่อยากให้ร่างบางได้รับการวัดฝีมือมากที่สุดอยู่ด้วย!!! 


  

“ บททดสอบขั้นที่ ก็คือ  การประลอง  พะยะค่ะ”  สิ้นเสียงของขุนนางฮิวต์เรียวคิ้วหนาก็พลันขมวดปมพลันดึงสีหน้าขลึงขลังเสียจนน่ากลัว 

 


การประลองงั้นเรอะ.... 


 

ข้าดันเลือกสิ่งที่มิอยากได้ขึ้นมาเสียเองอีก!!! 

 

 

“ เช่นนั้นข้าพเจ้าฯ  ขอทูลลาพะยะค่ะ...” และแล้วริ้วขบวนของคณะกรรมการกลางก็เดินจากไปจนลับสายตา  มีเพียงร่างของฝ่าบาทที่ยังหยุดยืนทอดพระเนตรหมู่ดาราอยู่บนท้องนภาอันกว้างใหญ่  สายลมอมน้ำค้างพัดผ่านร่างจนพระเกศาและชุดฉลองพระองค์โบกสะบัดไปมา  ฟรานซิสสังเกตเห็นความกังวลที่อยู่ในดวงตาขององค์เนหือหัวจึงจำขานเรียกจ้าวชีวิตด้วยความเป็นห่วง... 

 


“ ฝ่าบาทพะยะค่ะ...อย่าได้ทรงกังวลพระทัยไปเลยพะยะค่ะ ”  แม้นคำปลอบของฟรานซิสจะดันผะแผ่วขึ้นหมายให้เขาสบายใจขึ้น  แต่ทว่าบททดสอบขั้นต่อไปที่สาวเจ้าจำจะต้องเผชิญนั้นก็หนักหนาสาหัสสากรรจ์จนเขาก็อดห่วงไม่ได้ 


 

“ มิห่วงคงมิได้หรอกฟรานซิส....เจ้าเองก็รู้อยู่เต็มอก ” 


 

“ พะยะค่ะ ” 


 

การประลองของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์   


 

ขนาดเลือดบริสุทธิ์ด้วยกันเองยังหืดขึ้นคอ.... 


 

แล้วนางจักไปเหลือหลออันใดกันเหล่า.... 


 

ดาริน  หนนี้เจ้าต้องช่วยเหลือตนเองแล้วนะ  




เมื่อเห็นว่ามิอาจลงมือทำอะไรได้นอกจากเฝ้าภาวนาอยู่ในดวงหทัย  ร่างสูงจึงจำใจเดินผละกลับเข้าไปยังพระราชฐานชั้นในของตนเอง  แวมไพร์ทหารระดับสูงที่สวมชุดเกราะหยุดการผลัดเปลี่ยนเวรยามพลางหันมาถวายความเคารพ  ความต่างชั้นของขุมพลังเพียงแค่จอมราชันย์เสด็จพาดผ่านเหล่าทหารระดับล่างก็พลันขนลุกซู่ด้วยความยำเกรง  และแล้วกลิ่นสาบแสนบางเบาก็โชยเข้ามายังเรียวจมูกของแวมไพร์จนทุกผู้มีสีหน้าเหยเกเล็กน้อย  กลิ่นสาบของปีศาจหน้าขนลูกผสมที่เป็นที่กล่าวขานทำให้ไม่ต้องมีมหาดเล็กคอยรายงาน  เหล่าทหารองครักษ์ก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าผู้ขอเข้าเฝ้าจอมราชันย์เป็นการส่วนพระองค์ในค่ำคืนนี้คือ  แอชตัน  คอนเนอร์  สุนัขรับใช้ของฝ่าบาท... 

 


เจ้าหมอนั่นมันนักวิจัยที่อยู่กับจาริส? 


 

ความหูตาว่องไวของฟรานซิสที่เผลอพร่ำอยู่ในห้วงความคิด  ทำให้ร่างสูงบ่ายหน้าหันมาออกคำสั่งด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง  จนพระราชมนูปรายตาไปเห็นทหารตนอื่น ๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้การณ์ลับที่พระองค์กำลังดำเนินการอยู่ 


 

“ พวกเจ้ารออยู่ด้านนอก ” 

 


 “ พะยะค่ะ...”  องค์เหนือหัวออกคำสั่งเสร็จฟรานซิสก็วางกำลังอารักษ์ขาตามหน้าที่ทันที! 

 


“....เคอร์แชตเจ้าคุ้มกันฝั่งนั้น  วัลแคนเจ้าคุ้มกันทางเข้าออกตรงนี้  ส่วนข้าจักคุ้มกันรอบนอก  แยกย้ายได้ ! ” 

 


“ ขอรับพี่ฟรานซิส // เข้าใจแล้ว ”   ทั้งสามกระจายกำลังออกเป็นสามชั้นก่อนจะแยกย้ายไปตามจุดที่ตกลงกันไว้พร้อมกับเหล่าทหารในอาณัติอีกสี่ถึงห้าตน  หน่วยองครักษ์ใช้สปิริตแวมไพร์วางกำลังคุมเข้มเพื่อป้องกันความปลอดภัยจอมราชันย์ที่กำลังทรงงาน 

 


พรึ่บบบบบ  พรึ่บบบบบ  พรึ่บบบบบ!!! 

 


 

“ ฝ่าบาทเชิญเสด็จพะยะค่ะ ” แอชตันก็อาสาเปิดประตูใหญ่ให้ชายจ้าวแผ่นดินได้เข้าไปเสวนาลับกันเป็นการณ์ส่วนพระองค์ด้านในเพียงลำพัง  โดยมีวิลเลียมเดินต้อย ๆตามเข้าไปและตบท้ายด้วยแอชตันที่อาสาลงกลอนประตู 


 

แอ๊ดดดดดดดดดดดดด  ปังงงงงงงงงง 


 

“ ว่าไงวิลเลียม...เจ้ามาไวกว่าที่ข้าคาดการณ์เอาไว้เสียอีก ” 

 


“ พะยะค่ะ  เรื่องที่ฝ่าบาทให้ข้าลองนำไปวิเคราะห์นั้น...ได้ผลลัพธ์ที่น่าตกใจอยู่มิใช่น้อย ข้าจึงรีบบึ่งมานี้เพื่อให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองจักดีที่สุด ” 

 


“ แอชตัน  ส่งมาให้ข้า! ” พระสุรเสียงที่ติดร้อนรนเจือไปด้วยโทสะ  ทำให้แอชตันรีบพยักหน้ารับก่อนจะสาวเท้าไปรับหลอดทดลองที่ปิดด้วยจุกไม้ในมือวิลเลียมให้องค์เหนือหัวได้ทอดพระเนตรใกล้ ๆ  

 


“ สันนิษฐานทข้อแรกที่ฝ่าบาทสงสัย  มิใช่ของที่คนร้ายใช้ลอบสังหารองค์พระหมื่นปีพะยะค่ะ ” 

 


ผ่างงงงงง!!!! 


 

 .......!!? ” หลอดทดลองอันแรกที่ถูกตั้งสมมติฐานเอาไว้ถูกปัดปฏิเสธไปโดยปริยายจนร่างสูงนึกหงุดหงิดในพระทัยเป็นอย่างยิ่ง!!   

 


“ พะยะค่ะข้าพเจ้าฯลองใช้พัดวี  ทำทั้งกลิ่นหอมของมัน  เนื้อผ้าที่เป็นวัสดุ มาทดสอบกับน้ำ  เลือด หรือแม้แต่บรั่นดีพลาสม่า  ก็มิพบสิ่งใดพะยะค่ะ...” 


 

ไม่ใช่อย่างงั้นเหรอ?! 


 

เช่นนั้นใยพ่อค้าคนกลางที่อาสาข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อขายผ้าลายฉลุหายากผืนนี้... 


 

ถึงได้ถูกสั่งฆ่าปิดปาก?!!! 

 

 

“ แล้วข้อสันนิษฐานข้อที่สองของข้าล่ะให้ผลเช่นไร? ” 

 

 

“ ลิปสติกสีน้ำตาลแกมเข้มนี้ที่ฝ่าบาทให้ข้ามานั้น...กลับสำแดงปฏิกิริยากับบรั่นดีพลาสม่าพะยะค่ะ ” 



 “ !!!!!! ”  ร่างแกร่งเบิกตากว้างก่อนจะปรายตามองไปยังหลอดทดลองสองอันที่ให้สีเดียวกันมิมีผิดเพี้ยน!!!! 



นั่นประไร!!! 


 

 ข้าว่าแล้วว่าลิปนั่นมิใช่สีที่เสด็จแม่ของข้าใช้อยู่เป็นนิจ!!!! 

 


 

“ ....เกิดเป็นของเหลวใสไร้กลิ่นและรส  ข้าลองหยดลงในเลือดของแวมไพร์แล้วได้ผลคล้ายกับสารสกัดจากดอกเวอร์เวนชนิดความเข้มข้นสูงพะยะค่ะ ” 

 

 

ถ้าเช่นนั้น...แสดงว่าเจ้าของลิปสีน้ำตาลไหม้นี่ 

 

 

คือ  ผู้ร้ายตัวจริงที่ริอาจจักลอบสังหารเสด็จแม่ของข้า!!!! 

 

 

หมับ....กรอดดดดดด!! 

 

พระหัตถ์กว้างบีบกำชับจนหลอดทดลองแก้วพลันเกิดรอยร้าว!!!!  สายพระเนตรสีบลอนต์เทาประกายฟ้าระเรื่อพลันเปลี่ยนสี  กลายเป็นสีแดงทับทิมก่ำแกมเข้มจนน่าหวาดกลัว  ลมหายใจที่เห็นเข้าออกด้วยความเยือกเย็นนั้นร้อนลุ่มดุจเปลวไฟพร้อมด้วยการเหยียดแย้มสรวลจนเห็นซึ่งคมเขี้ยวที่อยู่ในโพรงปาก!!!  แรงจิตสังหารช่างแรงกล้าจนวิลเลียมเองนั้นถึงกลับหายใจไม่ทั่วท้อง  สีหน้าและแววตาของพระองค์ที่กำลังอาฆาตรช่างแลดูน่าสยดสยองชอบกล  แม้แต่แอชตันเองก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็น?! 


 

“ ขอบใจเจ้ามากวิลเลียม  ข้าจักพูนบำเหน็บอย่างงามแก่เจ้าทีหลัง.... ” 

 

 

“ หามิได้พะยะค่ะ เช่นนั้นข้าขอกราบทูลลาฯ ” วิลเลียมถวายความเคารพเสร็จ  ชายลูกผสมก็ขันอาสาเปิดประตูให้พร้อมกับกำชับให้ทหารในอาณัติของเขาคุ้มเชิงไปส่งนักวิจัยหัวกะทิผู้นี้ให้ถึงชานเรือน  เสียงเปิดผนึกของประตูบานใหญ่ถูกปิดลงพร้อมกับอุณหภูมิในห้องทรงงานที่เคยเย็นเหยียบก็ผันเปลี่ยนเป็นร้อนฉ่าราวกับมีเปลวเพลิงซุ้มอยู่กลางห้อง 

 


“ แอชตัน...ข้าอยากจักไหว้วานให้เจ้าหาสตรีนางหนึ่ง ” 

 

 

“ นางเป็นใครรึพะยะค่ะ....” 

 

 

“ นางกำนัล...ในวังข้า ”   สายพระเนตรของจอมราชันย์ในตอนนี้ช่างดูเลือดเย็นที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา...

 

 

นางกำนัลในวังหลวงงั้นเหรอ? 

 

 

รึว่าจะเป็นหนอนบ่อนไส้ที่มีส่วนเอี่ยวกับเรื่องนี้? 

 

 

“ นางมีรูปพรรณสันฐาน  หรือ ลักษณะเด่นอะไรรึไม่พะยะค่ะ? ” ชายลูกผสมทูลถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ  ทั้งสีหน้าและแววตาที่ดูมุ่งมั่น และความซื่อสัตย์ที่รับใช้เขามานาน...ทำให้งานสะสางแบบลับ ๆนี้เป็นอีกหนึ่งความสามารถที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจให้แอชตันลงมือทำ 


 

“ สัญลักษณ์คล้ายตำแหน่งดาวแมงป่องที่ท้องแขน....”  


 

“ พะยะค่ะกระหม่อมทราบแล้ว  ” 

 


“ อย่าให้เรื่องนี้แพร่งพราย  ข้ามิต้องการให้ หนูร้าย มันตื่นตระหนก....”  คำสองคำที่ถูกเน้นย้ำกำชับมา  ทำให้ลูกผสมแวร์วูฟและแวมไพร์อย่างเขารับรู้ถึงสถานภาพของจำเลยที่เขากำลังจะไปนำตัวมาถวายให้จอมราชันย์ในทันที....


 

“ พะยะค่ะ ”  


 

“ จับตัวเป็น ๆ มาให้ข้า....ไป - ได้  


 

“ ทูลลาพะยะค่ะ ” 


 

และแล้วชายลูกผสมก็ขอตัวพลางสาวเท้าออกไปจากห้อง  ทิ้งไว้เพียงชายที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงโทสะที่กำลังไล้สายตามองหลอดทดลองสีใสที่ของเหลวด้านในให้ผลลัพธ์เป็นสีเดียวกันกับพระโลหิตของเสด็จแม่ของเขาเองด้วยแววตาหมายมาด!  



“ ข้าใกล้จักเดินถึงตัวเจ้าแล้วนะ...แม่สาวน้อย   

 


ห้องเครื่อง

 

แม้นเวลายามคืนค่ำจะเป็นช่วงเวลาที่เหล่าข้ารับใช้จากหน่วยต่าง ๆ พากันพักผ่อน  แต่ทว่าแม้นดวงจันทราดวงใหญ่จะค่อย ๆคล้อยเลยจากกลางกระหม่อมแล้ว  เหล่าข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่ตักเตรียมสำรับและอาหารคาวหวานภายในวังหลวงกลับต้องตื่นตั้งแต่ดวงจันทร์ยังไม่ทันได้ลับขอบฟ้า  พวกนางขมักเขม้นเกี่ยวกับเครื่องเทศน์ปีศาจ  รับและชำระล้างซากอสูรตั้งหลายที่เหล่าลาดตระเวรไปล่าและทยอยนำมาลำเลียงยังคลังเสบียงหลวงด้วยความแข็งขัน  เสียงชะหละและเสียงลงมีดดังฉับ ๆ ขึ้น  พร้อมกับเสียงโหวกเหวกของเหล่าแม่ครัวที่ปาวร้องให้แต่ละคนรีบเตรียมเครื่องสำรับให้พร้อมสับโดยไว  แผนกรีดเคร้นเลือดอสูรกำลังง่วนอยู่กับการจัดร่างอสูรขนาดกลางลงบ่อหมักของราชสำนัก  แต่แล้วไม่นานเหล่านางกำนัลปลายแถวที่ถูกส่งมาให้ช่วยงานที่นี่ก็ย่างฝีเท้าเข้ามาหาหัวหน้าที่ทำหน้าที่กำกับและดูแลที่นี่พลางทยอยแสดงความเคารพ

 

พวกข้านับแต่นี้จักมาช่วยงานในห้องเครื่องเจ้าค่ะ

 

งั้นรึ  ดี ๆ ตอนนี้กำลังวุ่นอยู่เชียว...พวกเจ้าสามตนไปช่วยแผนกบ่มบรั่นดี  มีอสูรอีกมากที่ต้องเร่งมือรีดเลือดสด ๆ ออกมาให้ทัน  ส่วนเจ้าสองตนมาช่วยงานข้าทางนี้! ” นางกำนัลสาวสามตนค้อมศีรษะพลางผละเดินไปตามคำสั่ง  ในขณะที่แวมไพร์หน้าใหม่อีกสองตนก็จำต้องเดินตามอีกฝ่ายต้อย ๆไปด้วยสีหน้านอบน้อม...

 

ทางนี้เป็นส่วนปรุงอาหารคาวและหวานให้กับขุนนาง  พวกเจ้าต้องเปลี่ยนเป็นชุดที่มิดชิดมากกว่านี้...เอารับไป

 

เจ้าค่ะ ”  ภายใต้ความสำรวมกลับมีรอยยิ้มแสยะอยู่ภายใต้เงามืด  หวนนึกถึงถ้อยคำพันธะสัญญาที่ตนลั่นวาจาเอาไว้พลางหยิบอาภรรณ์ใหม่เข้ามาในอ้อมแขนก่อนจะตัดสินใจสวมใส่  เสื้อผ้าอาภรณ์ที่บางเบาของเหล่านางกำนัลในตำหนักใต้ถูกผลัดเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ของเหล่านางในห้องเครื่องที่ต้องสวมชุดหนา  คลุมปาก  รวบมวนผมและทับด้วยผ้ากันเปื้อนทับอีกชั้นจนบัดนี้รอยตำหนิใต้ท้องแขนถูกบดบังจนมิมีผู้ใดอาจสังเกตได้เท่าทัน  นัยน์ตาหวานลอบอมยิ้มให้กับแผนการณ์ของคุณหนูท่านที่กำลังดำเนินต่อไปโดยที่ยังไม่มีใครได้ไหวตัวทัน  นางปะปนไปกับเหล่านางในจนมิอาจมีผู้ใดแยกแยะออกได้อีก

 

อย่างน้อยก็คงหลบหลีกไปได้สักพักใหญ่ ๆ ...เจ้าจงระวังตนด้วย

 

คุณหนูอย่าได้กังวลเจ้าค่ะ... ข้าน้อยจักมิให้ความสาวถึงตัวท่านแน่นอน

 

ส่วนเรื่องของน้องสาวเจ้าก็มิต้องกังวล...ข้าให้ท่านพี่ช่วยนางออกมาได้แล้ว

 

จะ  จริงรึเจ้าคะ!!?  ขอบพระคุณเจ้าค่ะ! ขอบพระคุณ  ข้าจักมิลืมบุญคุณครั้งนี้แน่! ”

 

แล้วข้าจะรอดู...ความสัตย์ซื่อของเจ้า ”     

 

คุณหนูกำชับแล้วว่าหากเสร็จเรื่องให้หาลู่ทางปลีกตัวมาเร้นกาย เพื่อผลัดเปลี่ยนหน้าที่มาทำงานอยู่ในห้องเครื่องแทนการเป็นนางกำนัลที่รับใช้อยู่ในตำหนักใต้  อย่างไรสะพวกทหารรับจ้างก็ยังเป็นพวกที่ไว้เนื้อเชื่อใจมิได้  เกิดถูกจับทรมารณหรือว่าโดนเงินตราหลอกล่อมินานคงคลายความลับจนหมดสิ้น!  อย่างน้อย ๆ พวกทหารจากราชสำนักคงจะควานหาตัวได้ยาก   ไม่แน่อาจจะหาตัวข้ามิเจอด้วยซ้ำไป!

 

ดีจริง ๆที่ข้าตัดสินใจเข้าถูกฝั่ง...

 

สตรีที่ทั้งงามและชาญฉลาดเช่นคุณหนูท่านเท่านั้นเจ้าค่ะ

 

ที่ควรคู่จะดำรงตำแหน่งราชินี...!!!  

 

ท่ามกลางแสงเงินของจันทราที่สาดส่องเข้ามาผ่านช่องหน้าต่าง  ถึงจะส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดเพียงไร  ไม่ว่าอย่างไรท้องนภาที่อาบไปด้วยสีมืดก็ย่อมมีมากกว่า  ยิ่งแสงส่องสว่างและเจิดจ้ามากเท่าใด  ความมืดมืนก็ยิ่งดำทมิฬมากขึ้นเท่านั้น....!!!

 


ตึก...ตึก...ตึก


ร่างแกร่งทอดกายออกจากห้องส่วนพระองค์หมายจะออกไปทอดน่องเพื่อฆ่าเวลา   แต่ทว่าเมื่อทอดน่องไปได้สักพักนึงจมูกคมสันก็รับรู้ถึงกลิ่นอายปีศาจชั้นสูงแสนคุ้นจมูกที่โชยมากับลมก็ทำให้เจ้าตัวจำต้องหยุดชะงักฝีเท้าก่อนจะสาวเท้าไปยลด้วยตาของตนเอง  ภาพตรงหน้าพลันปรากฏให้เห็น...ร่างสันทัดของชายละหม้ายคล้ายพระองค์กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้าตำหนักเหนือด้วยทีท่าสงบนิ่งจนผิดวิสัย  เรียวคิ้วโก่งพลันเลิกขึ้นด้วยความฉงนความเอาแต่ใจและเลือดร้อนของพระอนุชานั้นหายไปไหนเสีย?  เหล่าทหารที่ทำหน้าที่อารักษ์ขารอบตำหนักประสานอาวุธกางกั้นอย่างเข้มงวดตามรับสั่งของเขาก็จริง  แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจก็คือ  ชายที่หุนหันพลันแล่นอย่างเจ้านั่นน่ะหรือจะยอมคุกเข่ารอ?

 

วัลแคน....พระสุรเสียงทุ้มแสนเป็นเอกลักษณ์ของจอมราชันย์ดังขึ้น  ทำให้ชายเคร้าหน้าคมที่ป้องด้วยผ้าปิดใบหน้ารีบใช้สปริตแวมไพร์มาถวายรับใช้โดยพลัน

 

พะยะค่ะฝ่าบาท


 

แดเนียลคุกเข่ารออยู่นานเท่าใด? ” 


 

เห็นทหารหน้าตำหนักบอกว่า  เจ้าชายคุกเข่าขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทอยู่อย่างนั้นมาสี่ชั่วยามแล้วพะยะค่ะ

 

“……….” สายพระเนตรคมคายทอดมองด้วยแววตาลุ่มลึก  เส้นผมสีบลอนต์ที่เหมือนท่านแม่กำลังปลิวไสว  ไม่ว่าข้าจะคิดไปสักกี่ตลบก็คิดไม่ออกเลยว่า...เจ้าหมอนั่นมีเรื่องอะไรร้อนใจถึงขนาดยอมคุกเข่าศิโรราบราวกับต้องการจะขอเข้าเฝ้าข้าอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้?

 


จะให้ทำเยี่ยงไรดีพะยะค่ะ?


 

“………...” นี่มันผิดวิสัยของเจ้าหมอนั่นเห็น ๆ  มีเรื่องอะไรถึงกับต้องวิงวอนขอเข้าเฝ้าข้าเป็นการส่วนพระองค์เร่งด่วนถึงเพียงนี้กันแน่? 


 

เอ่อ...ฝ่าบาทพะยะค่ะ?


 

ให้เจ้าชายเข้ามา...สิ้นพระสุรเสียงก้องกังวานเหล่าทหารหาญที่อารักษ์ขาอยู่ก็พลันเก็บอาวุธที่ประสานกันอยู่ในทันที!!!


 

ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ เจ้าชายแดเนียลเข้าเฝ้าได้!!!!! ”


 

พรึ่บ  พรึ่บ  พรึ่บ!!!!!

 


ในที่สุด... เพียงพรึ่บพรั่บโดยพร้อมเพรียงกันเก็บอาวุธของเหล่าทหารกล้าทำให้ในที่สุดการสละซึ่งศักดิ์ศรีและยอมรอจนกว่าเสด็จพี่จะมีพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าก็สำฤทธิ์ผล!!!


 

เชิญด้านในพะยะค่ะ...เจ้าชายแดเนียล ฟรานซิสที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าอารักษ์ขารอบนอกจำต้องผละถอยให้อีกฝ่ายเข้ามาตามพระบัญชาของจอมราชันย์  และใบหน้ายิ้มแสยะก็เหยียดขึ้นพลางจดจ้องพระราชมนูอีกตนที่ชอบเข้ามาขวางทางเขาอยู่ร่ำไปด้วยแววตาชิงชัง

 


เจ้าเป็นแค่แวมไพร์วรรณะกลางมิมีสิทธิ์มาสั่งข้า...! ” แวมไพร์ผู้ดำรงฐานันดรศักดิ์เป็นถึงเจ้าชายแวมไพร์เชื้อสายบริสุทธิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกัดฟัน

 


“…………..” คำดูแคลนรอบที่ล้านนับตั้งแต่เข้ามาเป็นทหารที่นี่ทำให้ร่างสูงเรือนผมน้ำตาลกมเข้มอย่างฟรานซิสได้แต่ก้มหน้านิ่งและปิดปากเงียบมิอาจโต้เถียง  แม้ใจจะรู้สึกเจ็บใจ...แต่ก็เป็นดั่งที่อีกฝ่ายคอยเหน็บแนมจริง ๆ

 


ลูคัส กริมจอร์ อาเธอร์  พวกเจ้ารออยู่ข้างนอก...

 


พะยะค่ะ /  พะยะค่ะ / พะยะค่ะ

 

ฝีเท้าแกร่งทอดน่องไปตามโถงทางเดินจนกระทั่งทหารองครักษ์สองตนที่ยืนกำกับอยู่หน้าห้องส่วนพระองค์ของจอมราชันย์ก็ค้อมศีรษะคำนับด้วยสีหน้าและท่าทางอึดอัดก่อนจะเปิดบานประตูใหญ่ให้เจ้าชายเข้าไปด้านในเพื่อเข้าเฝ้าจอมราชันย์ตามหน้าที่  ร่างโปร่งตัดสินใจทอดน่องเข้าไปหาพระเชษฐาที่หยุดยืนนิ่งด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้  แต่ทว่ายังไม่ทันได้พูดจนจบประโยคดี...อีกฝ่ายก็สวนขึ้นมาดักคอราวกับรู้เท่าทัน

 


เสด็จพี่...ข้ามีเรื่องจักทูลพะยะค่ะ



หึ  เรื่องอันใดเหล่าน้องข้า....เรื่องของคาร่า หรือว่า แพทริเซียล่ะ? ชุดฉลองพระองค์สีดำทมิฬหยุดยืนอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้องกำลังค่อย ๆ เอียงใบหน้าคมมาหาด้วยแววตาจับพิรุธ....

 


ถึงข้าจักมาเกลี่ยกล่อมเรื่องของคาร่า....



ก็รู้นี่ว่า  ข้ามิชอบขี้หน้าลอร์ดลอเรนซ์มากขนาดไหนแล้วใยเจ้าถึงคิดจักไปเข้าเป็นทองแผ่นเดียวกับมันกัน  

 

อย่างไรลอร์ดลอเรนซ์ก็เครือพระญาติกับเรานะพะยะค่ะ

 


มันปลิ้นปล้อน!  ไว้ใจไม่ได้! ”


 

ท่านอาจอคติมากเกินไป


 

คาร่า ดีแลนมีข่าวคาวจากวงในหนาหูเพียงไร!!!  ถ้าคิดจักมีชายาเอกทั้งทีก็หาที่มันดีกว่านี้หน่อย! ” คำต่อว่าที่เจ็บจนถึงทรวงของพระเชษฐาทำให้ความอดกลั้นของเจ้าชายแดเนียลพลันระเบิด!  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์คู่นั้นสบเข้าหานัยน์เนตรสีเดียวกันด้วยแววตาแข็งกร้าวพร้อมกับกล่าวแกมทีเล่นทีจริงด้วยน้ำเสียงสุดจะกลั้นอีกต่อไป!

 


แล้วถ้าข้าปรารถนาจักขอดาริน คาร์เตอร์เล่า  ท่านจักประทานให้ข้ารึไม่! ”

 


ข้า - ไม่ - ให้ พระสุรเสียงเย็นยะเยือกตรัสพลางจดจ้องอนุชาด้วยแววตาข่มเช่นเดียวกัน  น้ำเสียงที่ดุดันแกมตวาดทำให้ชายผมบลอนต์อร่ามกระจ่างแจ้ง! 


ที่แท้นางก็เป็นดั่งที่เขาจริง ๆ เสียด้วย!!!


แสดงว่า เสด็จพี่ที่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของจาริส!!!




 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:20

    รอจ้าา

    #97
    0