ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 4 : ตอน สิ้นสุดการรอคอย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    14 พ.ย. 61




9 ปีผันผ่าน....ณ โลกปีศาจ

 

                ร่างแกร่งของผู้ทรงอำนาจกำลังเอนแผ่นหลังกว้างกับเสาต้นใหญ่ของวังชั้นในด้วยสีหน้าที่ไม่มีผู้ใดเท่าทันความคิดความอ่านของพระองค์  จวบจนใกล้ถึงวันครบกำหนดอยู่แล้วป่านฉะนี้จาริสยังไม่ได้ความคืบหน้าเลยสักนิด....เห็นทีว่าหากครบกำหนดเวลาแล้วยังคว้าน้ำเหลวเขาก็คงจะกางปีกปกป้องเพื่อการณ์นั้นไม่ได้  เพราะตามกฎมลเฑียรบาลผู้ที่ทำภารกิจที่ขึ้นตรงกับจอมราชันย์ไม่สำเร็จจะต้องโทษทัณฑ์สถานหนักเลยทีเดียว  ร่างหนาปล่อยให้สายลมหอบน้ำค้างและไอเย็นเข้าปะทะร่างเพื่อปล่อยวางอารมณ์และห้วงแห่งความวุ่นวายลง  ดวงจันทรายังคงโดดเด่นบนฟากฟ้าที่มืดสนิท  ไม่มีดวงดาราที่เขาหมายปองให้ปรากฎขึ้นมาบนฟากฟ้าเลยแม้แต่น้อย

 

นี้ก็ล่วงเลยไปกว่าสองพันปีแล้วที่ได้ครองราชย์มา...


ไฉนสัญญาณแห่งการจุติของนางยังไร้วี่แววอยู่อีก  


ชายแกร่งถอดถอนลมหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนก่อนจะปลีกกายเข้าไปในตัวห้องเพื่ออ่านรายงานและฎีกาที่ค้างไว้ให้หมด  ฝ่ามือหนาลูบไลเก้าอี้ทรงสูงที่ตั้งเด่นอยู่พร้อมทอดมองด้วยนัยน์ตาทอแสงอ่อน....ครั้งหนึ่งเคยมีร่างอุ่นๆของใครบางคนผล็อยหลับโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังทอดมองจากมุมมืดภายในห้อง  แก้มนวลสีระเรื่อเปรอะไปด้วยคราบหมึกจากการวาดรูปของเขาจนกองอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าแก่  นิ้วเรียวเลื่อนฝ่ามือไปหยุดอยู่ตรงลิ้นชักข้างใต้เพื่อเลื่อนออก  รูปภาพลายเส้นพิลึกจากคนเรือนเล็กยังคงเหมือนเดิม  แม้ทว่ากระดาษที่อุตส่าห์รักษาด้วยการเคลือบกระจกแก้วใสจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลตามกาลเวลาก็ตามที   นัยน์ตาคมทอแสงอ่อนพร้อมเอนกายพิงพำนักของเก้าอี้ราวกับคนหมดแรง   คำๆหนึ่งที่ถูกสลักลงบนรูปนี้ไม่นาน  เขายังจดจำความหมายของมันได้เป็นอย่างดี.....

 

จะให้ข้ารออีกนานเท่าไร....เจ้าถึงจะหวนคืนมาอีกครั้ง  ร่างสูงทุ้มพรึมพรำกับรูปด้วยความเหนื่อยอ่อนเต็มทน  แค่ภาระและหน้าที่ของจอมราชันย์ที่หนักจนล้นมือ การอยู่บนจุดสูงสุดนั้นเป็นเรื่องที่เหนือกำลังเมื่อต้องแบกรับทุกสิ่งเข้ามาหาตัว เพลานี้เขาจะทานไหว  มิหนำซ้ำยังมีเรื่องนู้นเรื่องนี้เข้ามาเบียดบังให้เขาได้มีเวลาเสด็จไปยังสุสานของยอดดวงใจน้อย...จนไม่รู้จะน้อยอย่างไร

 

ข้าคิดถึงเจ้านัก....ซาเลียน่า   ท่ามกลางเอกสารและงานที่มากล้นทำให้ร่างสูงจำต้องเก็บภาพวาดลงสู่ลิ้นชักดังเดิมก่อนที่จะเริ่มงานที่ได้คลั่งค้างเอาไว้ตั้งแต่ต้น  ทว่าขณะที่ใบหน้าคมกำลังยุ่งอยู่กับเอกสารและรายละเอียดอยู่นั้น  หากสังเกตดีๆ...กลับมีของสิ่งหนึ่งที่เด่นหลาอย่างไม่เข้าพวกกับเหล่างานที่กำลังง่วนอยู่เลยแม้แต่น้อย  ของที่ว่าก็คือ....รูปวาดเสมือนจากจิตรกรเลืองชื่อตั้งตะหง่านอยู่ข้างโต๊ะทรงงาน  เคลือบกรอบทองคำอร่ามรอบทิศพลางสลักลวดลายของกุหลาบงามไว้บนลายเส้นอย่างวิจิตรบรรจง  มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่ไม่เกี่ยวกับราชการบ้านเมืองที่จอมราชันย์ยอมให้อยู่บนโต๊ะทรงงานส่วนพระองค์  บ่งบอกความรู้สึกของชายเลือดเย็นได้เป็นอย่างดีเลยว่า....รักสตรีผู้นี้มากขนาดไหน

 

 


พรึ่บ.......กึก 


เสียงที่เสียดสีกับแรงลมเล็กน้อยด้วยความเร็ว  ทำให้ร่างสูงชะงักฝ่ามือที่กำลังทรงงานอยู่อย่างกะทันหัน  ร่างคุ้นตาของชายเรือนผมสีน้ำตาลเข้มค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆเมื่อทำความเคารพจอมราชันย์เสร็จสิ้น  ฟรานซิสที่ทำหน้าที่รักษาการแทนชายคนสนิทก็สาวเท้าเข้ามายังห้องทรงงานก่อนจะเอ่ยปากเพื่อถวายรายงาน


ขอพระทานอภัยพะยะคะ....แต่กระหม่อมมีบางอย่างที่สำคัญยิ่งจึงต้องกราบบังคมทูลพระองค์ในเพลานี้ ฟรานซิสกล่าวพร้อมกับรอสัญญาณอนุญาตจากฝ่าพระบาท  ว่าแล้วสายตาสีบลอนต์เทาก็ปรายตามองก่อนจะก้มหน้าลงไปจดจ่อกับเอกสารบนโต๊ะพร้อมออกปากอนุญาตให้ถวายรายงาน

 

ว่ามา.....คำสองคำที่เปล่งออกทำให้ฟรานซิสแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างทะเล้น  ก่อนจะโค้งศีรษะลงพลางผายฝ่ามือเชื้อเชิญจอมราชันย์ให้หยุดทรงงานที่กำลังทำอยู่

 

กระหม่อมคิดว่า....จะเป็นการดีกว่าหากฝ่าบาทได้ทอดพระเนตรด้วยตนเองพะยะค่ะ สิ้นคำกล่าวจากฟรานซิสทำให้ร่างสูงยอมหยุดอ่านฎีกาที่อยู่ในอุ้งมือ  พลางขบคิดด้วยความสงสัยใคร่อยากรู้นักหนาว่ามีอะไรที่ทำให้ชายที่นับร้อยวันพันปีไม่เคยหยอกเย้ากวนประสาทกลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดจาไม่รู้ความ แถมยังเกริ่นเชื้อเชิญด้วยสีหน้าทะเล้นผิดแปลกไปจากวิสัยเสียอีก 

 

มีอะไรที่ทำให้เขาต้องถ่อสังขารไปเห็นด้วยตาตนเองกัน….?

 

แม้สายตาที่ยังฉายแววเล่ห์นัยบางอย่างจะประสานกับดวงเนตรที่มองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกเพียงไร  ทว่าชายตรงหน้าก็ยังยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปากพลางผายมือให้จอมรัชนย์ได้เสด็จตามคำร้องขอของตนอยู่ร่ำไป

 


ขวับ.....

 

                ก็ได้...นำข้าไป ว่าแล้วร่างโปร่งของคนตัวตั้งตัวดีฉีกยิ้มกว้างก่อนจะขันอาสานำฝ่าพระบาทไปยังที่ที่หมาย  ทหารที่อารักษ์ขาอยู่หน้าห้องทรงงานผงะก่อนจะถวายคำนับเมื่อเห็นจอมราชันย์กำลังเสด็จออกจากห้อง  ว่าแล้วร่างสูงโบกมือไม่ให้มีผู้ใดติดตามก่อนจะทอดมองแผ่นหลังกว้างของฟรานซิสที่เดินลิ่วไปอย่างคนเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่  ฝ่ามือหนาดึงโคมไฟที่ติดอยู่บนกำแพงเพื่อเปิดกลไก  ดวงเนตรของจอมราชันย์เบิกกว้างเมื่อพบว่าชายตรงหน้ากำลังไขประตูบานลับไปยังที่ใด

 



แอ๊ดดดดดดดดดดด.....กึกกึก

 

เสียงของประตูลับบานใหญ่ถูกเปิดผนึกออกพร้อมกับร่างของฟรานซิสที่ค้อมตัวให้ฝ่าพระบาทได้เสด็จไปทอดพระเนตรด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม

 

พาข้าไปวังเหนือทำไมกัน....เสียงทุ้มต่ำตรัสถามด้วยความไม่เข้าใจ 

 

เชิญเสด็จพะยะคะฝ่าพระบาท....”  คิ้วได้รูปจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นชายตรงหน้าไม่ยอมตอบคำถามที่พระองค์กำลังต้องการคำตอบ  เอาแต่ฉีกยิ้มอะไรก็ไม่รู้จนชายผู้เย็นชาชักจะหงุดหงิดเต็มทน  ก่อนที่จะก้าวเข้าไปยังด้านในครึ่งหนึ่งแล้วอันมากำชับกับฟรานซิสที่เอาแต่เล่นลิ้นไม่ยอมตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

 

ถ้าไม่สำคัญดั่งปากเจ้าว่า....เตรียมรับโทษจากข้าได้เลย สิ้นเสียงเอ่ยขู่จากองค์เหนือหัวทำให้ชายที่ติดตามรับใช้มาตั้งแต่นานนมยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะกล่าววาจาต่อรอง

 

....แต่หากถูกพระทัยล่ะก็ต้องมอบรางวัลด้วยนะพะยะค่ะ เมื่อได้ยินดังนั้นชายผู้นิ่งขรึมถึงกับแค่นหัวเราะในลำคอ 

 

ได้คืบจะเอาศอกเจ้าฟรานซิสต้องการให้เขาดูอะไรกันแน่  ถึงได้กล้ามาต่อรองกับข้าเช่นนี้....


           ไม่นานกลิ่นไอแห่งความคุ้นเชยก็โชยเข้าจมูก  ปราสาททรงสวยที่ถูกบูรณะยังคงสง่างามเช่นเดิม  ฝีเท้าย่างก้าวเพื่อทอดพระเนตรในสิ่งที่ถูกร้องขอให้ได้มายล  แต่ทว่าเมื่อเสด็จไปดูรอบๆใบหน้านิ่งก็ยิ่งบึ้งตึง  

ไหนล่ะที่จะให้ดู....


ว่าแล้วสายตาเจ้ากรรมก็หันไปตามแรงลมที่เพิ่งจะโชยกลิ่นคุ้นเคยจนอกด้านซ้ายเต้นไม่เป็นส่ำตามสัญชาตญาณ


กลิ่นนี้....รึว่า.....


ว่าแล้วร่างสูงสาวเท้ารัวๆไปยังต้นกำเนิดกลิ่นอันหอมหวน  ยอมเดินฝ่าเขาวงกตสูงที่ได้สร้างเอาไว้ประดับตัวปราสาทไปเรื่อยๆจนถึงใจกลางด้านใน  ที่ที่เป็นสุสานของสตรีนางหนึ่ง....ผืนธรณีมีบางสิ่งชูช่อพร้อมโอนเอนไปมาตามสายลมที่พัดผ่านอ่อนๆ  แสงจันทราเล็ดลอดมาจนเห็นลำต้นที่ชูเด่นให้เห็น  แม้นกลีบเลี้ยงยังคงห่อหุ้มกลีบดอกบุพผานี้อยู่เกือบมิด...แต่ทว่าสีชาดที่โผล่รำไรออกมาให้ดวงใจได้เต้นตึกตักกลับทำให้ชายแกร่งกำลังทอแสงแห่งความหวังจนดวงใจไหวสั่น


ฝ่ามือหนาเอื้อมไปประคองกลีบดอกที่ยังห่อม้วนเป็นดอกตูมอยู่ด้วยความเบามือ  คมหนามเล็กๆทิ่มตำเรียวนิ้วแกร่งจนสัมผัสได้ถึงความแหลมคม  ดวงเนตรทอดมองของตรงหน้าพระพักตร์ด้วยสายตาพราวระยับ พร้อมพรึมพร่ำกับตนเองคล้ายคนกำลังละเมอ


กุหลาบ....กุหลาบจริงๆ ”  ว่าแล้วจอมราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่หยัดกายขึ้นพลางยืนมองหลังตรงด้วยความองอาจ  ก่อนจะหันมาคลี่แย้มพระสรวลกว้างจนเห็นไรฟันด้วยแววตาปลื้มปิติ 

 


หมับ...!!

 

                “ ขอบใจมาก...ฟรานซิส ฝ่ามือหนาตบไปที่บ่าของชายที่รู้ใจด้วยความหนักแน่นก่อนจะเดินผ่านเลยด้วยใจที่กำลังร้อนรนจนกักเก็บความปลื้มปริ่มแห่งด้วยทหัยเอาไว้ไม่อยู่  เสียงหัวเราะรวนของชายที่ขึ้นช่อว่าคนสนิทอีกคนยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าจอมราชันย์ที่หน้านิ่งและไม่เคยยิ้มมานานเกือบสามพันปีนั้นแย้มพระสรวลได้อบอุ่นเช่นไรเมื่อได้เห็นดอกกุหลาบงามเบ่งบานในวังเหนืออีกครั้ง  ก่อนที่เขาจะวิ่งแจ้นตามพระองค์ไปด้วยความว่องไว

 


ตึก ตึก ตึก ตึก

 

                พรแห่งการ์ญ่าประจักษ์แล้ว....นางมาแล้ว 

การจุติของนางอยู่บนโลกมนุษย์แล้ว!!!!!  


          นตัวสูงคะนึงคิดถึงคำกล่าวของเทพธิดาที่เคยประทานพรให้เมื่อนานแสนนาน  และแล้วจอมราชันย์สาวเท้าคืนกลับไปยังห้องบรรทมเพื่อความว่องไว  ไวเสียจนฟรานซิสติดตามแทบจะไม่ทัน  ฝ่าบาทเดินลิ่วจนชุดฉลองค์ปลิวไสว  หางตาพระองค์ไม่สนเหล่าทหารและข้าราชบริพารที่กำลังถวายคำนับยามวิกาลเลยแม้แต่น้อย  ดวงจิตของเขาในตอนนี้ได้โลดแล่นไปใกล้ถึงอีกฝั่งฟากของมิติประตูเป็นที่เรียบร้อย  ร่างสูงรีบควานหากล่องที่บรรจุแหวนแห่งซัลวาทอร์ที่จะใช้ป้องกันกายจากแสงอาทิตย์ที่เก็บเอาไว้ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ จนข้าวของกระจัดกระจายเละเทะทั่วบริเวณ 

 

เคร้งงงง โครม โครม....ตุบ ตุบ!!

 

       มันอยู่ไหน...อยู่ไหนกัน! ” เสียงบ่นงึมงำดังขึ้นเป็นระรอกสลับกับเสียงข้าวของที่หล่นร่วงลงบนพื้นกว้าง

 

ฟรานซิสรีบตามเสด็จก่อนจะจัดทรงให้เข้าที่เพื่อเปนแบบอย่างให้ทหารที่อารักษ์อยู่ด้านหน้าประตูห้องบรรทม  พลางสาวเท้าเข้าไปด้านในก่อนที่สายตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นท่าทางเร่งรีบจนผิดสังเกตขององค์เหนือหัว

 

ฝ่าบาท.... ดูเหมือนเสียงทุ้มของเขาจะส่งไปไม่ถึงพระองค์เลยแม้แต่น้อย  องค์เหนือหัวยกฝ่าพระหัตถ์ขึ้นเพื่อให้เขาหยุดถามขัดจังหวะในยามนี้  ว่าแล้วกล่องไม้ที่เก็บรักษาธำมรงค์ก็ปรากฎตัวจนได้....ร่างแกร่งเดินประคองของที่ต้องการไปจนถึงเตียงกว้างพลางเปิดผนึกบานพับขึ้นมาเพื่อทอดพระเนตรแหวนสำคัญที่ตอนนี้เหลืออยู่เพียงสองวงเท่านั้น.... 


ฟรานซิสเริ่มปะติดปะต่อความคิดของท่านแคสเปี้ยนทันแล้ว  แต่ทว่าความสงสัยที่แคลงใจอยู่ในตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจการกระทำขององค์เหนือหัว  เขาแค่ให้พระองค์ได้ยลกุหลาบที่บังเอิญงอกที่ที่เป็นสุสานของพระสนมเอกเท่านั้น  ทำไมฝ่าบาทจะต้องควานหาแหวนแห่งซัลวาทอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย? ร่างแกร่งวับภายไปหยิบกระดาษพร้อมกับถ่ายทอดคำสั่งเป็นตัวหนังสือก่อนจะลงตราประทับแล้วมอบให้ฟรานซิสเป็นผู้ส่งสาร์นสำคัญ


ข้าฝากให้แดเนียลด้วย....ว่าความเสร็จองค์เหนือหัวก็ผละกายออกไปทันที  แต่ทว่าพอเห็นจอมราชันย์คว้าเสื้อคลุมและสวมใสธำมรงค์ลงบนนิ้ว  ชายตรงหน้าจึงขอถือวิสาสะพินิจข้อความที่แนบอยู่ด้านในก่อนจะเบิกตาโตพลางกูรีกูจอไปทักท้วงองค์เหนือหัวจนเสียงหลง!!!


ฝ่าบาท!!!  รอก่อนพระเจ้าค่ะ!!! ร่างสูงที่หยุดยืนอยู่ริมระเบียกว้างเพื่อโผบิน กลับต้องชะงักฝีเท้าที่กำลังจะย่างก้าวออกจากตัวพระราชวัง  เมื่อร่างของชายคนสนิทเข้ามาขัดขวางด้วยสายตาที่มองเขาอย่างไม่เข้าใจ


จะเสด็จฯไปที่นั้นด้วยเหตุใดพะยะค่ะฝ่าบาท!? ” เมื่อเห็นองค์เหนือหัวแสะยยิ้มอย่างร้ายกาจก็ทำเอาฟรานซิสถึงกับผงะไป  เอ๊ะแต่ว่าฝ่าบาทรู้ได้เช่นไร

 

...รึว่าพระสนมจะถือกำเนิด? 

 


ผ่างงงง!!!!


                และแล้วความคิดผสานเข้ากับความรู้สึกอันเฉียบคม  ชายที่มากความสามารถในการเชื่อมต่อเรื่องราวก็รวมร่างกันเป็นหนึ่งอีกครั้ง....จนสีหน้าของชายคนสนิทถึงกับเปลี่ยนไปเมื่อได้คำตอบความคิดบางอย่างจะทำให้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้

 

กุหลาบนั่น?!!  เมื่อเห็นความคิดที่ฉายเด่นอยู่ในโสตประสาทของคนที่อ่านใจได้  ก็ทำให้รอยยิ้มที่ยกขึ้นแสยะออกจนเห็นคมเขี้ยว  ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะเหวี่ยงธำรงค์วงโตให้ชายคนสนิทพร้อมกับตรัสถามชักชวนจนชายตรงหน้าต้องตะลึงงัน

 

ถ้าจะตามมาก็ให้ไว...แต่ถ้าไม่  ก็ฝากเก็บด้วยแล้วกัน

 

 

 “………!!!”

 

 ยังไม่ทันได้ฉุกคิดถึงคำตอบ  ร่างของจอมราชันย์ที่ยืนอยู่บนริมระเบียงจนน่าหวาดเสียวนั้นก็ทิ้งตัวดิ่งลงในห้วงอากาศ !!!  ร่างของพระองค์ทิ้งดิ่งลงก่อนจะโฉบขึ้นมาเป็นร่างของพญาค้างคาวที่สีแห่งท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นกลืนกินจนแทบจะมองไม่เห็น  ฟรานซิสแค่นหัวเราะกับการกระทำที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของฝ่าบาทที่เพิ่งเคยได้เห็นเป็นครั้งแรก  ว่าแล้วฟรานซิสก็ถ่ายทอดบัญชาของจอมราชันย์โดยมอบสาร์นสำคัญให้นายทหารที่อารักษ์ขาหน้าห้องบรรทมเป็นมั่นเป็นเหมาะ  ก่อนที่จะทำเนียนปลีกเข้ามาในห้องบรรทมเพื่อรับใช้ฝ่าพระบาท  แล้วจำแลงร่างโผบินตามไล่หลังองค์เหนือหัวที่บินทิ้งระยะห่างไปจนเกือบลับสายตา

 

 ท่านซาเลียน่าทำให้จอมราชันย์ผู้เคร่งในกฎระเบียบและเยือกเย็น สุขุมนุ่มลึก 

เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ?....



รุ่งสาง  ณ  วังหลวง

 

            ไพร่พลต่างชุลมุนดูเหล่าทหารกล้าที่เร่งรีบผิดวิสัย  แต่กระนั้นเหล่าข้าราชบริพารชั้นผู้น้อยกลับไม่รู้ว่าตัววังชั้นในเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่  เหล่าพลทหารและเหล่าแม่ทัพบางหัวเมืองรีบเร่งฝีเท้าเข้ามายังเขตวังชั้นใน  สีหน้าเคร่งเครียดของแม่ทัพที่กำลังถวายรายงานตามจริงต่อชายผมบลอนต์ทองอร่ามที่บัดนี้สีหน้าขึงขังจนน่าหวาดกลัวยิ่งนัก  ดวงเนตรสีแดงฉานกล่ำตามแรงน้ำโห!!!!  เรียวนิ้วชี้หน้าด่าตวาดลั่นแด่นายทหารระดับสูงทั้งหลาย!

 

           “ ทำงานภาษาอะไร!!!! จอมราชันย์หายตัวไปทั้งคนทำไมไม่มีผู้ใดคอยอารักษ์ขา!!!!! ” เสียงแห่งความกริ้วพลันปะทุเมื่อย่ำรุ่งมีพลทหารที่ถวายการอารักษ์ขาท่านพี่นำราชสาร์นสำคัญมาส่งให้เขาถึงมือ


................. เหล่าแม่ทัพก้มหน้าสำนึกกับความผิดร้ายแรงที่เกิดขึ้น  หากฝ่าบาทเกิดแม้นแต่รอยขีดข่วนขึ้นมาล่ะก็พวกเขาคงมิอาจให้อภัยตนเองที่ทำงานสะเพร่าและเลินเล่อถึงขนาดนี้

 


ปังงงงง!!!

 

(สะดุ้งโหยง)

 

และแล้วเสียงทุบพำนักเก้าอี้ที่องค์ชายประทับอยู่ก็ดังขึ้นราวกับระบายโทสะที่กำลังโหมกระหน่ำ  สายพระเนตรยังคงไม่มีวี่แววว่าจะคืนกลับซึ่งสีบลอนต์เทาอมฟ้าเฉกเช่นเดิม  แม้เหล่าพลทหาระดับสูงและแม่ทัพที่ทำหน้าที่รับผิดชอบจะคำนับจนแทบเท้าเพียงไร  มีเพียงแรงสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจที่เห็นท่าทีน่าหวาดหวั่นขององค์ชายที่เจ้าสำราญ

 

 “ พาพวกมันไปรับโทษชั้นที่สามให้หมด! โทษฐานละเลยซึ่งหน้าที่....!!! ”  สิ้นกระแสรับสั่งทหารหน่วยก้านดีก็มาลากผู้เกี่ยวข้องไปตามพระบัญชา  ฝ่ามือหนาลูบทั่วกระพักตร์เมื่อต้องเผชิญหน้ารับกับสถานการณ์ตรึงเครียดเพียงลำพัง  และแล้วเสียงเพรียกของมหันต์เล็กก็ดังขึ้นเมื่อเห็นร่างอรชรของผู้มากด้วยบารมีและสง่าราศีกำลังย่างกายก้าวเข้ามาในเขตพระราชวังชั้นใน

 

พระหมื่นปีเสด็จจจจจจจจจจ

 

คำขานทำให้เจ้าชายแดเนียเงยหน้าขึ้นทอดมองร่างของพระมารดาที่กำลังสาวเท้าเข้ามายังตัวท้องพระโรงกว้าง  ทหารหาญที่อยู่บริเวณโดยรอบรีบถวายความเคารพก่อนที่เจ้าชายจะรีบสาวเทาไปประคองแขนพระมารดาด้วยทีท่าที่อ่อนโยนและนุ่มนวลขึ้นผิดจากเมื่อครู่จนถนัดตา


เสด็จแม่....ระวังพะยะคะ ริมฝีปากที่คลี่ยิ้มอ่อนของหญิงสูงวัย  ทำให้เจ้าชายที่เป็นพระโอรสถึงกับแย้มพระสรวลด้วยความตื้นตัน  ร่างสูงประคองร่างอันบอบบางของพระมารดาจนมาถึงที่นั่งประจำตำแหน่ง ก่อนจะทรุดกายลงนั่งข้างๆพลางโบกมือไล่ให้ทุกผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปด้านนอก  และเมื่อได้อยู่กันตามลำพังฉันแม่กับลูก  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์ก็ทอดมองใบหน้าอันโรยราของหญิงสูงศักดิ์ด้วยความกังวลที่เกิดขึ้นจนอัดแน่นท่วมท้นฤทัย


เสด็จแม่...ท่านพี่หายไปพะยะค่ะ ทั้งเหตุผลที่ทรงทิ้งไว้ให้ข้าดูต่างหน้า ความปลอดภัยของท่านพี่และไหนจะเรื่องของความมั่นคงอีก...ข้าห่วงจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว เมื่อได้ยินถ้อยคำที่อัดแน่นไปด้วยความสัตย์จริง  พระหมื่นปีก็ยิ่งแย้มพระสรวลกว้างพลางจับพระหัตถ์ได้รูปของโอรสอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยบางอย่าง

 

หมับ

 

                แดเนียล.....เสียงอันอิดโรยตามอายุทำให้เจ้าชายผู้อยู่ในวัยแรกรุ่นรีบขานรับด้วยความตั้งอกตั้งใจฟัง

 

                พะยะคะ....

 

                “แม่ดีใจนัก...ที่เจ้ารักพี่ชายของเจ้ามากกว่าที่แม่เคยคิด คำกล่าวที่ไม่ใช้คำราชาศัพท์มากั้นกางระหว่างกันของแม่  แล้วยังทอดมองมาด้วยแววตาเปี่ยมสุขราวกับกำลังชื่นชม ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหญิงชราผู้นี้ดับมอดไฟแห่งโทสะที่โหมกระหน่ำเมื่อครู่จนหมดสิ้น



                “ ไม่ว่าพี่เจ้าเขาจักไปด้วยเหตุผลอะไร....ก็จงเชื่อมั่นเถิดว่า  พี่เจ้านั้นจะต้องไปด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างจริงๆ ราวกับพระหมื่นปีรับรู้ถึงข้อความที่แนบมาในสารนที่มีแค่เขาคนเดียวที่ได้รู้  ดวงเนตรเบิกกว้างก่อนจะทอดมองเสด็จแม่ผู้ปราญช์เปรืองพลางพยักหน้ารับ



                         ท่านแม่รู้...?” ร่างโปร่งตรัสถามด้วยความประหลาดใจนัก  ก่อนที่หญิงชราจะเบือนหน้าไม่ตอบคำถามของลูกชาย



                ตอนนี้ก็ปล่อยให้พี่ได้พักกาย...พักใจบ้างเถิดหนา  สองพันกว่าปีมานี้แคสเปี้ยนเองก็โหมงานหนักทุกวัน เจ้านั้นรู้ดีเสียยิ่งกว่าข้าอีกนี้หน่าลูกแม่  ว่าแล้วฝ่ามือที่เต็มไปด้วยความเหี่ยวย่นตามกาลเวลาก็ลูบไล้เรือนผมยาวสลวยของบุตรชายด้วยสายตาอ่อนโยนยิ่ง 


                ค่อยๆลุกพะยะค่ะ....ว่าแล้วเจ้าชายก็จำต้องประคองร่างของเสด็จแม่ที่กำลังทำท่าจะลุกขึ้นพลางประคองเดินเคียงคู่ข้างกายไม่ยอมปล่อยให้พระองค์กลับตำหนักเพียงลำพัง

 


ตึก  ตึก  ตึก ตึก

 

                ร่างขององค์เหนือหัวที่ทอดกายไปตามทางเดินพร้อมกับความเงียบเฉียบ  มีเพียงแสงแดดยามเช้าที่ค่อยๆฉายแสงสีทองประกายจนเห็นท้องฟ้าที่สดใส  กลิ่นอายควาสดชื่นโชยมาจนพระหมื่นปีฮึมฮัมด้วยความอารมณ์ดีพลางหันไปคลียิ้มให้แดเนียล  โอรสองค์เล็กที่บัดนี้ว่านอนสอนง่าย  เอาการเอางานช่วยแบ่งเบากิจธุระแคสเปี้ยนและไม่เที่ยวดื่มน้ำจัณฑ์จนหัวราน้ำ หรือเมามายในนารีเฉกเช่นแต่ก่อน  โตเป็นผู้ใหญ่จนผิดลูกผิดตานักนับตั้งแต่สิ้นมหาสงคราม  ว่าแล้วเจ้าชายก็ประคองร่างของพระหมื่นปีมาส่งจนถึงตำหนักประทับ  ก่อนที่พระนางจะทิ้งท้ายแง่คิดให้องค์ชายได้คะนึงถึง

 

                ระหว่างนี้ก็จงเป็นหูเป็นตารอจนกว่าจะครบวาระที่พี่เจ้าจะกลับมาเสีย  อย่ามัวแต่ควานหาเหตุผลที่อาจจะไม่มีคำตอบรอเจ้าอยู่....

 

                “ ข้าจักจำใส่ใจไว้พะยะค่ะ....ท่านแม่ไม่ต้องกังวล เมื่อได้ยินคำตอบจากชายผู้เป็นลูกกล่าวเป็นคำมั่นสัญญา  องค์พระหมื่นปีก็เสด็จเข้าไปในตำหนักพร้อมกับข้ารับใช้ที่รีบมาประคองร่าง  ชายตรงหน้าได้แต่ทอดมองความอิดโรยของพระมารดาที่มีแต่จะอ่อนแอลงไปทุกวี่วันอย่างปวดพระทัย  ยิ่งคิดถึงการณ์ข้างหน้าก็ยิ่งยังไม่อยากให้ถึงวันนั้น....วันที่เขาจะต้องเสียพระนางไปอีกคน  จนเหลือครอบครัวอันสุขสันต์อยู่เพียงสองคนพี่น้อง ว่าแล้วสองฝ่ามือก็กำเข้าหากันแน่นเมื่อใจดวงหนึ่งต้องแบกรับความเจ็บปวดแห่งการสูญเสียเอาไว้ให้พร้อมทุกสถานการณ์

 

เจ้าชาย....จะทำเช่นไรต่อพะยะค่ะ ลูคัสทหารชายรับใช้พระยุคคลบาทเอ่ยขานเรียกสติองค์ชายที่หยุดยืนอยู่นานจนผิดสังเกต

 

.....พาข้าไปห้องทรงงานส่วนพระองค์ของท่านพี่เดี๋ยวนี้  ”  เมื่อได้ยินบัญชาชายตรงหน้ารีบค้อมคาราวะก่อนจะเป็นผู้นำทางนายเหนือหัวไปยังที่หมาย  ฝ่ามือหนากำราชสาร์นที่จารึกชื่อเขาไว้บนม้วนใหญ่พร้อมกับถ้อยประโยคหนึ่งที่ทิ้งไว้ให้ได้ประจักษ์ 



ข้าจักเสด็จประพาสหนึ่งปี....ขอฝากฝังทุกสิ่งอย่างเอาไว้ในมือเจ้าด้วย

 


ทันทีที่ได้เห็นข้อความด้านในนั้น  ดูเพียงผิวเผินอาจเหมือนผลักภาระอันใหญ่หลวงมาให้ แต่ทว่าหากพินิจดูความนัยที่แฝงมาดีๆแล้ว  จะเห็นถึงว่าไว้เนื้อเชื่อใจของท่านพี่ที่มอบให้  พี่ชายที่เขาไม่เคยคิดสักเพียงเศษเสี้ยวว่าจะหวนมาเคารพความยิ่งใหญ่แห่งพลัง  ฝีมือที่โดดเด่น ความปรีชาในหลายๆด้านและความเด็ดขาดเลยแม้แต่น้อย  แต่พอได้เปิดอกคุยกันเป็นจริงเป็นจังก็กลับเข้าใจอย่างถ่องแท้เป็นที่สุดว่า....คนที่ไว้ใจและรักข้ามากกว่าใครก็คือ ครอบครัว


ไม่ว่าท่านจะมีเหตุผลอันใด....ข้าก็จักสานงานของท่านพี่ต่อเอง


ไม่ต้องห่วงพะยะค่ะ  ข้าจะทำให้สุดความสามารถที่มี

 

 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #6 FCตัวยง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 20:30

    เรื่องหาน่าสนใจมากๆคะ ตามมาตั้งแต่ภาคแรก///

    #6
    0