ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 38 : ตอน ชายปากแข็ง (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    24 ม.ค. 62


     

 ซินเซีน โอเซียนเรสซี่่
ราชินีแห่งแดนเมอร์เมเดีย 

 

พรึ่บบบบ  พรึ่บบบบบ  พรึ่บบบบ

 

                เสียงกระพรือปีกเข้าหาตัวจนแรงลมเสียดสีเป็นจังหวะเนิบกำลังย่างเข้ามาใกล้อาณาเขตของพระราชวังแห่งแวมไพร์มากขึ้นเรื่อย ๆ  เสียงหวีดร้องของแวมไพร์ขนาดกลางที่ทำหน้าที่ส่งสาร์นระหว่างดินแดนปาวร้องจนพลทหารระดับสูงต้องแง้นใบหน้าขึ้นมามอง  แวมไพร์ส่งสาร์นกระพรือปีกโผบินโฉบหัวพวกเขาที่อาณารักษ์ขาอยู่ ณ ปราการชั้นกลางไปอย่างเร่งด่วน 

 

นั่นมัน...พระราชสาร์นถึงฝ่าบาท? // จากแดนใดส่งมากันนะเนี้ย?   สาร์นส่งตรงกำลังบินตรงไปยังห้องทรงอักษรตามที่ราสำนักเพาะเลี้ยงและฝึกฝนเอาไว้ด้วยความว่องไว  พระราชสาร์นที่ผูกติดมากับข้อเท้าทั้งสองเข้าที่กลัดกุมของสำคัญสีทมิฬที่ประทับตราครั่งสีทองระยับกำลังสยายปีกของตนเองด้วยความว่องไวหมายถ่ายทอดข้อความแด่จอมราชันย์เพียงผู้เดียว และแล้วเจ้าแวมไพร์สื่อสารก็เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงห้องทรงอักษรของจอมราชันย์ได้ในที่สุด  มันรีบพับปีกกว้างของตนเองลู่เข้ามาลำตัว  ก่อนจะเกาะพักบนโต๊ะทรงงานของร่างสูงเพื่อหยุดพักจนกว่าผู้เป็นนายชีวิตจะได้รับสาร์นสำคัญนี้กับมือ  มันจะไม่ยอมปลีกตัวกลับไปยังที่ที่จากมาเป็นอันขาด  และในท้ายที่สุดร่างแกร่งผู้เป็นเจ้าของชื่อที่สลักอยู่บนพระราชสาร์นก็เสด็จมาถึงห้องทรงอักษรของตนเองพอดิบพอดี....

 

พรึ่บ  พรึ่บ

 

                แกร๊กกกกกกกกกกกก  แกร๊กกกก...แรงกระพรือปีกให้เกิดเสียงดังขึ้นพร้อมกับเสียงปาวร้องที่โต๊ะทรงงาน  ทำให้ร่างแกร่งสาวเท้าไปยังต้นตอก่อนจะเห็นแวมไพร์ส่งสาร์นตัวจ้อยที่ชุบเลี้ยงและมอบให้แต่ละแดนนำไปใช้มาแต่การกลับมาของมันในบัดนี้  กลับเติบใหญ่กลายเป็นแวมไพร์ขนาดกลางพลางยังส่งเสียงและสายตาออดอ้อนเขาผู้เป็นเจ้าชีวิตด้วยความคิดถึงอีกต่างหาก

 

                 เก่งมาก  เก่งมาก....ที่ยังจำห้องทรงอักษรของข้าได้ เสียงทุ้มเอ่ยเชยชมพลางยื่นท่อนแขนอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามไปหาเพื่อให้แวมไพร์สื่อสารตนนั้นกระโดดขึ้นมาเกาะด้วยสายตาเอ็นดู 

 

พระราชสาร์นถึงข้าโดยตรงอย่างนั้นหรือ?  แดนใดเป็นผู้ส่งมากัน?

 

ตราประทับครั่งแบบนี้...แดนเมอร์เมเดีย นี่หน่า

 

ซินเซียต้องการส่งข่าวใดถึงข้ากันนะ?

 

 

                ว่าแล้วฝ่ามือหนาก็แกะตราประทับออกแล้วดึงสาร์นที่แนบอยู่ด้านในขึ้นมาพินิจอ่านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม  นัยน์ตาคมกวาดมองตัวอักษรต่างแดนไปจนจบประโยค ก่อนที่สีหน้าที่เคยนิ่งงันจะแปรเปลี่ยนเป็นความตกพระทัยอยู่เล็กน้อย  คิ้วโก่งโค้งได้รูปของฝ่าบาทขมวดเข้าหากันเล็กน้อย   พระองค์มิได้แปลกพระทัยกับข้อความด้านในมากนัก...แต่พระองค์ก็มีคำถามผุดขึ้นมาในดวงหทัยอยู่สองถึงสามข้อกับเนื้อหาที่ซินเซียเขียนแนบมาเพื่อเชื้อเชิญให้เขานำแขกสำคัญ ๆ แห่งแดนแวมไพร์ไปร่วมพิธีมงคลที่นางจะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า  

 

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...

 

ทำไม ซินเซีย ถึงได้...โถ่เว้ย! คิดอันใดของนางอยู่กันแน่?!

 

            ฟรานซิส...ฟรานซิส!!! ”

 

                “ พะยะค่ะ....พะยะค่ะฝ่าบาท ?

 

                “ ตามตัว จาริส มาหาข้าประเดี๋ยวนี้! ”

 

                “ แต่ว่าราชรถม้าของลอร์ดแต่ละสกุล  เพิ่งจักออกจากพระราชฐานชั้นกลางไปเมื่อครู่นี้เองพะยะ....

 

                “ ......... พระราชมนูยังไม่ทันได้ขยายความจนจบประโยคดี  เมื่อเห็นสีหน้าที่กริ้วจัดขององค์เหนือหัวเขาก็รีบขานรับแล้ววิ่งแจ้นไปหยุดราชรถม้าของจาริสตามรับสั่งทันที!

 

                “ พะยะค่ะ  ทราบแล้วพะยะค่ะ ร่างสูงผมน้ำตาลแกเข้มรีบใช้สปิริตแวมไพร์วับกายหายไปในทันทีที่ได้รับบัญชา  สายพระเนตรที่กำลังเจือไปด้วยความขุ่นเคืองก็ตวัดมาถ่ายทอดบัญชากับทหารรักษาพระองค์อีกสองตนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดจนถึงขีดสุด!

 

                “ วัลแคน เคอร์แชต  พวกเจ้าสองตนเฝ้าหน้าห้องทรงอักษรของข้า  กำชับควบคุมทหารด้านหน้าด้วยว่า ห้ามมิให้หน้าไหนเข้ามากวนข้าในยามนี้เป็นอันขาด  ถ้าหนนี้พวกเจ้าปล่อยปะให้ แดเนียล เข้ามากวนข้าอีก...ข้าจักสั่งกุดหัวเจ้าเสีย! ”

 

                “ พะ พะยะค่ะ  // รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ!! ”  ชายทั้งสองรีบค้อมคำนับก่อนจะสาวเท้าออกไปจากห้องทรงอักษรตามพระกระแสรับสั่งในพลัน  ร่างแกร่งรู้สึกเหนื่อยและหนักพระทัยยิ่งที่ได้รับข่าวเช่นนี้...ถึงจะเป็นข่าวมงคล  แต่ในขณะเดียวกันพระองค์ก็รับรู้ถึงข่าวร้ายของนางที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของจาริสที่ต้องทำอันใดลงไปสักอย่าง  จนทำให้นางตกอยู่ในสภาพเช่นนี้  ร่างสูงตัดสินใจปิดเปลือกตาร้อนผ่าวของตนเองลงเพื่อไล่แรงโทสะที่กำลังอัดอั้นอยู่ในอก 

 

มินึกมิฝันว่าการที่เขาปล่อยปะความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ตัดสินและจัดการกันเองเพียงลำพัง

 

 จะกลับกลายเป็นว่า  เขากำลังหนุนนำให้จาริสถือกริชแทงซินเซียให้เป็นฝ่ายชอกช้ำเสียเอง....?

 

                รถม้าประจำสกุลคาร์เตอร์ขับเคลื่อนจนเกือบจะถึงประตูด่านสุดท้ายของวังหลวงอยู่รอมร่อ  แต่ทว่าม้าเร็วอย่างฟรานซิสพร้อมกับพลทหารอีกสองสามนาย  ก็รีบกระพรือปีกบินบึ้งมาหยุดยั้งขบวนรถม้าของชายมาดขรึมได้ทันในที่สุด!!!  ประตูรถม้าถูกนายทหารมหาดเล็กเคาะเรียกจากด้านนอกจนชายผู้ดำรงศักดิ์เป็นถึงท่านลอร์ดพลันขมวดเรียวคิ้วก่อนจะตัดสินใจลงมาจากราชรถเพื่อดูสถานการณ์อันน่าสับสนอัลหม่าน

 

เจ้าฟรานซิส กับ ทหารระดับสูง ?

 

                หยุดรถม้าของข้าไว้ใยกัน? น้ำเสียงเจือคุกรุ่นเอ่ยพลางกำชับเสื้อคลุมของตนเองให้เข้าที่เข้าทาง

 

                ขออภัยท่านลอร์ดจาริส...ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ด่วน พะยะค่ะ

 

เข้าเฝ้า...ด่วนงั้นรึ?

 

                “ ? ”

 

เขตพระราชฐานชั้นใน

 

 สิ้นคำของพระราชมนูคนใหม่  ลอร์ดจาริสก็จำต้องเดินทางกลับเข้าไปในเขตพระราชฐานชั้นในเพื่อเข้าเฝ้าตามพระบัญชา  ร่างสันทัดของเจ้าชายแดเนียลกำลังโหวกเหวกโวยวายดังขึ้น  พาลใช้น้ำเสียงและถ้อยภาษาฉุนเฉียวแสดงความไม่พอพระทัยที่เหล่าทหารอารักษ์ขากางอาวุธหันเข้าใส่พระองค์ที่พยายามจะฝ่าเข้าไปเข้าเฝ้าพระเชษฐาของตนเอง!!

 

                “ หึ่ย!!!! ข้า แดเนียล ไวแอตเทนเจอร์  เจ้าชายแห่งแวมไพร์  พระอนุชาของจอมราชันย์องค์ปัจจุบันนะ!!! เจ้าพวกไพร่!!!! หลีกทางไปเดี๋ยวนี้!!!! ”

 

                “ ถ้าพระองค์ยังดื้อดึงมิฟังรับสั่งของฝ่าบาท...เห็นทีว่าพวกข้าจักมิยอมออมมือแล้วนะพะยะค่ะ!!! ” เสียงของวัลแคนเอ่ยปรามดังขึ้นอย่างมิหวั่นเกรง  ขณะเดียวกันพระราชมนูก็นำตัวลอร์ดจาริสเข้ามาถึงด่านสุดท้ายที่เหล่าทหารอารักษ์ขากำชับพื้นที่  ตรวจตราแวมไพร์เข้าออกกันอย่างขมักเขม้น

 

                “ จาริส  คาร์เตอร์...เจ้ามาทำอันใดที่นี่? // ถวายพระพรพะยะค่ะ  เจ้าชายแดเนียล ชายสูงศักดิ์หันขวับกลับมามองเมื่อพบว่าแขกหน้าใหม่ที่มีไอปีศาจระดับสูงกำลังเยื้องย่างเข้ามาในเขตพระราชฐาน คือ ชายที่เขาไม่ค่อยถูกชะตาสักเท่าใด

 

                “ ลอร์ดจาริสเชิญเข้าด้านในได้เลยขอรับ  ฝ่าบาทกำลังรอท่านอยู่ เมื่อเห็นว่าทั้งสองทักทายกันพอประมาณ  พระราชมนูจึงขันอาสาแหวกเหล่าทหารอารักษ์ขาที่กางอาวุธอยู่รอบนอกและพาตัวลอร์ดจาริสเข้าไปด้านในโดยง่าย  ในขณะที่ชายน่าสันทัดที่ดำรงศักดิ์เป็นถึงอนุชาในสายพระโลหิตแท้ ๆกลับเข้าไปด้านในไม่ได้!!!  ยิ่งเห็นการถูกหมางเมินโดยแวมไพร์ต่ำศักดิ์กว่าริบังอาจทำการข้ามหน้าข้ามตา  วิสัยเอาแต่พระทัยและเลือดร้อนขององค์ชายก็พลันสำแดงเดชฤทธิ์เกรี้ยวกราดใส่พลทหารระดับสูงที่กันเขามิให้ฝ่าเข้าไปให้จงได้!!!

 

                “  อะไรนะ!! หมายความว่ายังไง!!!? ใยข้าถึงพบเสด็จพี่ไม่ได้!!!! ”

 

ขออภัยพะยะค่ะองค์ชาย...ข้าขอตัวก่อน ลอร์ดจาริสหันมาคำนับขออภัยอย่างสุภาพก่อนจะสาวเท้าเข้าไปในห้องทรงพระอักษรขององค์เหนือหัวตามที่ได้รับพระบัญชา 

 

ปล่อยข้านะ!!!! พวกเจ้ากล้าดีอย่างไร!!!! ” ในขณะที่ด้านนอกกลับกำลังต้านทานพละกำลังของเจ้าชายแดเนียลที่พยายามจะฝ่าฝืนบัญชาเพื่อเข้าเฝ้าจอมราชันย์ให้จงได้!!!

 

แอ๊ดดดดดดดดดดดดดดดด....ปังงงงง

 

                เสียงผนึกของประตูบานใหญ่ดังขั้นพร้อมกับร่างสูงที่หยุดยืนอยู่ ณ ตำแหน่งโต๊ะทรงงานเช่นเดิม  เส้นพระเกศายาวสลวยจรดกลางแผ่นหลังนั้นช่างองอาจนัก  ทั้งข้าวของ กลิ่นอาย ตลอดจนถึงความเงียบสกัดภายในห้องนี้กลับทำให้ชายผมดำขลับเป็นมันนั้นหวนนึกคะนึงถึงวันวานอันเก่าก่อนที่โชคดีเหลือเกินที่ครั้งนึงในชีวิตนี้ได้มีโอกาสได้รับใช้พระองค์ในนามพระสหายมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์วัย

 

                ฝ่าบาทเรียกหาข้า...มีสิ่งใดจักมอบหมายแก่ข้ารึพะยะคะ?

 

                “ ข้ามิได้เรียกเจ้ามามอบภารกิจ...จาริส

 

                “ ? ”

 

                “ ข้าเรียกเจ้ามายลสิ่งนี้ด้วยตาตนเองต่างหาก...!!!! ”

 

พระราชสาร์นถึงจอมราชันย์แคสเปี้ยน ?

 

สัญลักษณ์ครั่งแบบนี้จากแดนเมอร์เมเดียนี่

 

                “ ....ขออนุญาตพะยะค่ะ

 

หมับ...

 

                เรียน  จอมราชันย์แคสเปี้ยน  ไวแอตเทนเจอร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแวมไพร์  ใคร่เรียนเชิญท่าน  พระอนุชา คณะแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์และผู้ติดตามตามที่ท่านเห็นสมควรมาร่วมเป็นสักขีพยานแห่งรักในงานอภิษกสมรสของข้า  ซินเซีย  โอเชี่ยนเรสซี่  (ราชินีแห่งเมอร์เมเดีย)  กับ  เจค็อบ เอลอร์ดี  (แม่ทัพ)  ที่จะจัดขึ้นในคืนจันทร์เพ็ญที่ 15 เดือนแปด  ณ  แดนเมอร์เมเดีย  ขอแด่พระองค์โปรดส่งรายชื่อคณะผู้ติดตามที่จะมาร่วมพิธีของข้าทันทีที่ได้จดหมายฉบับนี้     

ด้วยรักและเคารพ  ซินเซีย

 

สักขีพยาน...

 

ในงานอภิเษกสมรส...งั้นเหรอ

 

คืนจันทร์เพ็ญที่ 15 เดือนแปด  


ก็อีกสามเดือนนับจากนี้น่ะสิ...

  

นางตัดใจจากข้า...ได้ไวกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีก

 

อ่า...น่ายินดีนัก  น่ายินดียิ่งจริง ๆ

 

                ช่างเป็นข่าวมงคล...อะไรเช่นนี้พะยะค่ะ  ข้านึกว่า...จักมีเหตุด่วน...เหตุร้ายอันใดเสียอีก แม้เจ้าตัวจะพร่ำด้วยน้ำเสียงปกติ  แต่ทว่าสีหน้ากับแววตาที่สะท้อนมายังร่างสูงผู้เป็นเจ้าของพระราชสาร์นนี้กลับแสดงให้เห็นแต่ความทุกข์ระทมและความร้อนรอนจากข้างใน  

 

                “ จาริสเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าสองตน?  

 

                “ มิมีสิ่งใดพะยะค่ะ  ข้าเพียงยินดีกับพระนางจริง ๆ พะยะค่ะ...ฝ่าบาท เจ้าตัวปัดปฏิเสธ  ก่อนจะคลี่ยิ้มเจื่อน ๆให้จอมราชันย์ที่หยุดยืนมองด้วยแววตานิ่งงัน

 

                “ เจ้ารู้สึกเช่นนั้นจริง ๆน่ะหรือ...จาริส?

 

      งานมงคลเช่นนี้...จักมิให้ดีใจได้อย่างไร...ฮ่ะฮะฮ่า  ฮ่ะฮะฮ่า

 

    “……………”

 

    “ ขอพระราชทานอภัยโทษพะยะค่ะ...ข้าขอสูบสักมวนนึง ชายผมดำขลับทอดน่องเดินไปยังหน้าต่างก่อนจะล้วงหยิบม้วนบุหรี่ที่ซ่อนเอาไว้ในสาบเสื้อขึ้นมาจุดเพื่อระงับอาการเศร้าของตนเอง  มิให้จิตคิดฟุ้งซ่านจนจอมราชันย์อ่านความคิดของเขาและห่วงจนเกินไปในทันที  เปลวเพลิงขนาดย่อมถูกจุดประกายก่อนจะอังบุหรี่ที่คาบอยู่ที่ริมฝีปากเพื่อสูบเอาลมควันสีหมอกเข้าเต็มปอดหมายคลายความระทม  ที่บัดนี้ดวงใจที่เคยคิดว่าเตรียมใจมาพร้อมรับกับข่าวร้ายที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้ามานาน...แต่พอวันนี้มาถึงจริง ๆเขาก็กลับรู้สึกชาเสียจนขาแทบจะเซล้มลง

 

ใช่แล้ว...ตัวข้าเองย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ 

 

ว่าเช่นไรจุดจบของความสัมพันธ์ของเรา...ก็ต้องมีวันนี้

 

วันที่นางจักได้คู่ครองที่คู่ควร...

 

ซึ่งที่ตรงนั้น...ข้าไม่มีสิทธิ์ยืนเคียงข้าง

 

ทั้งน้ำเสียงที่เอ่ยอย่างขาดห้วงเพื่อประคับประคองมิให้น้ำเสียงสั่นและรักษาอากัปกิริยาให้เคร่งขรึมดังเดิมของเจ้าตัว  ยิ่งเห็นจาริสผู้เป็นพระสหายรักของพระองค์จากชายที่มาดขรึม  รักษาอาการและความสงบเยือกเย็นเอาไว้ข้างในผู้นั้นมีสภาพเช่นนี้  ร่างสูงยิ่งทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้!!!

 

                จาริส...ข้ามิรู้เจ้ารู้ความลับข้อนี้ของชาวเงือกรึไม่  แต่ตอนที่ข้ามีโอกาสได้เข้าเฝ้าท่านโพเซดอน  ตอนที่พระบิดาข้ารับสั่งให้เราไปแลกเปลี่ยนการรบกับแดนเมอร์เมเดียเป็นเวลาหนึ่งเดือนนั้น...พระองค์เคยเปรยกฎธรรมชาติของเงือกให้ข้าได้สดับรับฟัง....

 

                “ กฎธรรมชาติ  อย่างนั้นหรือพะยะคะ?

 

  หากเงือก  ถ้ารักแล้วมิได้อยู่ มิได้สัมผัสกับคู่ของตนเองล่ะก็  ดวงใจของพวกนางจักค่อย ๆเย็น...และเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ายังปล่อยให้เป็นเช่นนั้นต่อไป...ดวงใจก็จักหยุดเต้นและตายไปในที่สุด  ในวันที่แดนเมอร์เมเดียถูกช่วงชิงคลอโรซิสไปก็เป็นเพราะท่านโพเซดอนเสียองค์ราชินีไปได้ไม่นาน  เวลาผ่านไปเพียงสามเดือนดวงหทัยของพระองค์ก็แข็งตัวและสิ้นพระชนพ์....

 

 “ !!!? ”

 

เพียงแค่สามเดือน...ท่านโพเซดอนก็สิ้น

 

งั้นรึว่า  งานอภิเษกนี้ 

 

 นาง...จะตายงั้นเรอะ?!!

 

รึว่าที่นางให้ข้าหนีไปด้วยกันจะเป็นเพราะเหตุนี้?!

 

บ้าเอ๊ย!!!!!!  ไฉนข้าถึงมิทันฉุกคิดว่าต้องมีเหตุสำคัญอันใดบางอย่าง!!

 

 

แสดงว่าคืนนั้นที่ข้าให้เจ้าไปช่วยซินเซียออกมาจากเงื้อมมือศัตรู  เจ้าตัวมิได้เล่าถึงสาเหตุที่แท้จริงของการสูญเสียพระบิดาของนางให้เจ้าฟังสินะ   เมื่อร่างสูงได้ยินคำสบถมากมายในห้วงคะนึงของเจ้าตัวที่เผลอเรอด่าทอตนเองในใจ  แสดงว่าเขาคิดถูกแล้วว่าจาริสปัดปฏิเสธรักจากซินเซียโดยเด็ดขาดด้วยเหตุผลส่วนตนบางประการ  โดยมิรู้กฏธรรมชาติของชาวเงือก

 

 เจ้าบ้าจาริสเอ๊ย...เจ้าทำอะไรลงไป  ร่างสูงนึกก่นด่า

 

ฝ่าบาท  เช่นนั้น  นาง...นางจักต้องตายรึพะยะค่ะ    ” นัยน์ตาดำดุจไข่มุกที่ไม่เคยไหวเอนต่อสิ่งใดในโลก  กำลังสั่นสะท้านจนแสดงสีหน้าที่จริงแท้แห่งห้วงความรู้สึกออกมาจนหมดสิ้น

 

ถ้าภายในสามเดือนนี้  นางไม่ได้รับสัมผัสจากเจ้าเลยล่ะก็...ใช่  นาง ตาย แน่  

 

“ !!!!! ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #101 mochi mochi narek (@mewnarek-2507) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:22
    โอ๊ยยยย จาริสสส น่าสงสารอ่ะฮืออ
    #101
    0
  2. วันที่ 14 มกราคม 2562 / 08:22
    จาริสสสสสสไปเลยลูกกกกกกกกกกไปแต่งเลยยยยคู่หมั้นก้ชั่งมันสลัดให้หลุดดดด5555
    #95
    0
  3. #94 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 16:03

    จาริสสสสสสสสสสสสสสสส!!!! บึ่งไปเลยยยยยผัวฉันนนนนนนนนนนนนนน!!!!

    บุกไปเลยยยยยยยยยยย ฮือออออออออออออออออ

    #94
    0