ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 34 : ตอน บททดสอบขั้นที่ 1 (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61





ประกาศ !!!

ไรต์ห่างหายไปนานเพราะเรื่องงานและภาระส่วนตัวนิดหน่อยนะคะ  

 เอาเป็นว่า เสาร์  อาทิตย์ที่จะถึงนี้จะมาอัพให้นะ    

เอาแบบนัว ๆ ให้คนอ่านอิ่มกันเลยเลยเน้ออออออ 

ต้องขออภัยแฟน ๆด้วยน้า  ที่มาอัพช้า

สุดสัปดาห์นี้ไว้เจอกันจ้า  อย่าเพิ่งทิ้งไรต์ไปไหนนะคะ ><
___________________________________________________



ตึก....ตึก....ตึก....ตึก


“ ไปไหนของนางกันนะ โถ่ คุณหนูนะคุณหนู!! ”  เสียงฝีเท้าเดินวกไปวนมาของแมร์รี่พลางกำชับฝ่ามือของตนเองบีบครั้นไปมาราวกับกำลังภาวนาให้คุณหนูที่มิรู้ว่าเดินเหินไปหนแห่งใดรีบกลับมายังที่ที่เธออยู่โดยพลัน  ครั้นจักย้อนกลับไปยังตำหนักใต้ก็กังวลจักคลาดกับคุณหนูอีก ครั้งสุดท้ายที่สนทนาคือ สวนอุทยานที่อยู่มิใกล้มิไกลไปจากตำหนักใต้



นี่ก็ปาไปชั่วยามกว่าแล้วใยถึงมิมาอีก....



ให้ตายซิ!! มิน่าปล่อยให้คุณหนูท่านห่างตาเลยจริง ๆ!!



แวมไพร์ข้ารับใช้ที่กำลังเดินเวียนวนไปมาอยู่ในสวนอุทยานอยู่นั้นเอง เหล่าทหารลาดตระเวรก็กำลังจักเปลี่ยนเวรผลัดยามและเดินจ้ำผ่านมาทางนี้  หากพวกเขาเดินวนมาพบเธออยู่ที่นี่โดยไร้ซึ่งเงาของคุณหนูด้วยล่ะก็...มิรู้ว่าพวกทหารจักซักไซร้ถามสิ่งใดจากข้าบ้าง!!


‘ เจ้ามาทำอันใดลับ ๆ ล่อ ๆที่นี่เพียงลำพัง? ’


‘ เจ้ารับใช้และติดตามผู้ใด ’


‘ เหตุใดถึงมายืนอยู่ที่นี่ในยามวิกาล!!!! น่าสงสัยนัก  กุมตัวนางไป!!! ’



ฮืออออ  คิดสภาพมิออกเลยว่าชะตาข้าจักต้องมาสิ้นที่นี่!!?



“ คุณหนูเจ้าคะ ฮืออออ...ตอนนี้คุณหนูหายไปหนะ....!!? ”



“ พี่แมร์รี่ // ว๊ายยยย....” เสียงหวานที่จู่ ๆก็ขานชื่อเธออยู่ที่ข้างใบหู  ทำเอาข้ารับใช้สาวถึงกับเผลอหวีดร้องปาวด้วยความตกใจ!!! ดีแค่ไหนที่ร่างบางรีบยกฝ่ามือเล็กของตนเองยกขึ้นมาป้องเสียงให้พร่องความดังลง  ก่อนจะทำเสียงชู่วให้อีกฝ่ายเงียบเสียง


“ ชู่ววววววววว เบา ๆหน่อย !!! ”


“ คุณหนู!!! หายไปไหนมาเจ้าคะ!!! ข้านึกห่วงเจียรจักสิ้นสติอยู่แล้ว!!!! ”


“ ข้าแค่...เดินสำรวจรอบ ๆนี่เพลินไปหน่อยเท่านั้นเอง ” กว่าจะหาเรื่องแต่งเติมจนเอาตัวรอดมาได้ก็เล่นเอาร่างอรชรเงียบเสียงหายไปหลายอึก  


ขือมีคนนอกรับรู้ว่าเธอเดินดุ่ม ๆ จนถึงเขตพระราชฐานชั้นใน


มิหนำซ้ำยังสติขาดซัดเลือดของเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์แห่งแวมไพร์ล่ะก็


มิวายคงถูกสั่งตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรแบบในนิยายปรำปรากันหมดพอดี!!!


ไม่ ๆ จะให้ใครรู้เรื่องนั้นไม่ได้เด็ดขาด!!!


“ ฮือออออ อย่าได้ทำเช่นนี้กับข้าน้อยอีกนะเจ้าคะ!! T_T ขือคุณหนูเป็นอันใดขึ้นมาล่ะก็ หัวข้าคงมิพอชดใช้ให้ท่านจาริสกับคุณหญิงท่านแน่นอนเจ้าค่ะ ” เสียงครวญระงมปนกระซิกดังขึ้นจนร่างบางได้แต่เจื่อนหน้ายิ้มรับพลางเออออรับปากหมายให้ข้ารับใช้สาวหยุดร้องไห้

“ ก็ได้ ๆ ข้าสัญญา ”

“ (T___T ) จริง ๆนะเจ้าคะ คุณหนูดาริน ”

“ จริง ๆ ”

“ (T___T ) เช่นนั้นกลับตำหนักใต้กันเถิดเจ้าคะ จวนจักหมดเวลาที่ทางราชสำนักกำหนดไว้แล้วด้วย ” แวมไพร์สาวเอ่ยพลางใช้หลังฝ่ามือตนเองปาดคราบน้ำตาที่นองหน้าอยู่เมื่อครู่ออกอย่างลวก ๆ ก่อนจักยกข้าวของของส่วนตนของคุณหนูท่านขึ้นมาพลางเดินติดตามอยู่ด้านหลังตามธรรมเนียมปฏิบัติ ใบหน้าหวานพยักหน้าตอบรับก่อนจะสวมวิญญาณของคุณหนูตระกูลขุนนางเดินเหยียดกายสง่าและลงฝีเท้าเป็นจังหวะให้งดงามตามตำรา แต่แล้วนัยน์ตาประกายฟ้าแสนสุกสกาวนั้นก็คอยเหลือบมองไปยังทางที่ตนเพิ่งจากมาอย่างเป็นระยะ

               เหล่าทหารกล้าที่สวมเกราะหนาเกือบหนึ่งฝ่ามือเดินลาดตระเวรผ่านร่างของเธอไปด้วยสีหน้านิ่วคิ้วขมวด ทุกผู้กระซิบกระซาบกับทหารยศสูงกว่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างน่าใจหาย ฝ่ามือเล็กได้แต่เกร็งจนเผลอกำชายกระโปรงผ้าลานินของตนเองจนเกือบยับยู่ยี่ นึกหวาดวิตกว่าสิ่งที่ทำให้จำนวนทหารรอบบริเวณนี้ที่เคยวางกำลังอย่างบางเบานั้นกลับหนาขึ้นจนผิดสังเกตแบบนี้นั้น เนื่องมาจากการกระทำอันจาบจ้วงของเธอหรือเปล่า ขณะที่ความคิดกำลังแล่นพล่านจู่ ๆนัยน์ตาคมของพลทหารระดับสูงก็โฉบลงมาหาสบเข้ากับนัยน์ตาของร่างอรชรพร้อมกับคำสั่งแกมตวาดให้พวกเธอทั้งสองที่กำลังจักเดินผ่านเลยไปอย่างเงียบ ๆต้องชะงักฝีเท้าหยุดอย่างกะทันหัน


“ พวกเจ้า...หยุดบัดเดี๋ยวนี้นะ!!!!!! ” เสียงเหี้ยมดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าของทหารอีกห้านายที่ขนาบเข้ามาพร้อมกับอาวุธที่เหน็บอยู่ตรงช่วงเอว


กึกกกกก?!!!

          “ คุณหนูเจ้าคะ ทำเช่นไรดี.....” แมร์รี่เอ่งกระซิบกระซาบในขณะที่สีหน้านั้นซีดเสียยิ่งกว่ากระดาษม้วนที่ร่างบางกำชับอยู่บนฝ่ามือแล้วก็ตาม


ไม่มีอะไรหรอกหน่า ริน


ใครจักมาจับได้กัน!!!


เรามั่นใจว่าลอบเข้ามาที่นี่โดยที่ไม่มีใครเห็น!!



          ร่างอรชรใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดระแวงเสียจนแข้งขาแทบจักล้มพับ แต่ก็แสร้งตีหน้านิ่งให้สมกับการเป็นสตรีชนชั้นสูงพลางค่อย ๆเอี้ยวลำตัวไปหาเจ้าของเสียงด้วยความเชื่องช้าพลางยืนประจันหน้าด้วยสีหน้าคลียิ้มอ่อน


          “ เจ้าสั่งให้ ข้า หยุดเช่นนั้นหรือ? ” การใช้ถ้อยคำอาจเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงความฉุนเฉียว แต่ทว่าน้ำเสียงที่ขานกลับและใบหน้าที่เหลียวมากลับคลี่ยิ้มด้วยความใจดี เพียงแว๊บแรกที่หัวหน้านายทหารกองกำลังลาดตระเวรสบสายตาเห็นโฉมสตรีแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์ภายใต้แสงสีเงินของดวงจันทราก็เล่นเอาอีกฝ่ายต้องรีบเฉไฉปัดไปเรื่องอื่นพลางมิกล้าสบสายตาสีฟ้าสกาวของอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา


          “ โอ้ว คุณหนูคาร์เตอร์น่ะเอง...ต้อง ต้องขออภัยที่ข้าเสียมารยาทขอรับ ”


“ ว่าแต่เจ้าคือ….? ” เสียงใสเบี่ยงประเด็นแย้งไปเป็นการสอบถามชื่อเสียงเรียงนามของแวมไพร์หน่วยก้านดีผู้นั้นเพื่อถ่วงเวลาให้ยืดออกไป



“ ข้าชื่อ อาเธอร์ ขอรับ  ข้าเป็นพลทหารระดับสูงที่กำกับอารักษ์ขาอาณาบริเวณแถบนี้ทั้งหมด ”



“ เช่นนั้นนั่นเอง...” เสียงใสขานรับพลางคลี่ยิ้มอ่อน  ก่อนที่ความสบายใจจักจางหายไปราวกับกลุ่มควันเมื่ออีกฝ่ายเปิดประเด็นข้องใจถามสวนขึ้นมากลางอากาศ



“ ว่าแต่ท่านมาทำอันใดในเขตอุทยานในยามนี้กันล่ะขอรับ….มิรู้เวล่ำเวลารึขอรับว่านี้มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว ”



“.....................”



ตึก  ตึก ตึก



เสียงฝีเท้าแกร่งย่างสามขุมไล่จี้เข้ามาพร้อมกับสายตาคมที่ทอดมองลงมาด้วยแววตาเย็นชาพร้อมกับนายทหารห้าตนที่กำลังวางกำลังแล้วกำชับอาวุธที่ถืออยู่ในมือพร้อมรอรับคำสั่งการ  แม้อีกฝ่ายจะสาวเท้าไล่ต้อนเข้ามาราวกับนักล่าที่กำลังตะล่อมเหยื่อ แต่ทว่าสาวใจกล้าตรงหน้าก็ดูจักไม่แสดงอาการหวั่นเกรงต่อเขาที่ดำรงถึงตำแหน่งทางราชการสูงกว่าเลยแม้แต่น้อย  



ตึก  ตึก ตึก



“ ทางราชสำนักหลวงเองก็ประกาศแล้วมิใช่รึขอรับ...ว่ามิให้เดินเหินเกินกว่าที่ทางการกำหนดไว้  ใยท่านถึงยังมิกลับไปประทับอยู่ในตำหนักใต้  ” เสียงกร้าวเอ่ยถามพลางดึงหน้านิ่ง  แมร์รี่ทำเพียงก้มหน้าลงต่ำกลัวโดนโทษอาญา  แต่ทว่าก็ยังหยุดยืนอยู่เคียงข้างนายหญิงของตนเองด้วยใจกล้า ๆกลัว ๆ  ในขณะเดียวกันคุณหนูจอมรั้นแสนซนของเธอในยามนี้กลับดูน่าเกรงขามจนข้ารับใช้สาวเองยังนึกประหลาดใจ  มิคาดฝันมาก่อนเลยว่าคุณหนูผู้ยิ้มแย้มแล้วติดทะเล้นเอาแต่เที่ยวเล่นอย่างคุณหนูดาริน พอถึงคราวหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้กลับแสดงทีท่าและเปล่งรัศมีความสง่าออกมาต้อนรับขับสู้กับพลทหารระดับสูงแบบนี้ได้อย่างมิมีวี่แววสะทกสะท้านแต่อย่างใด



“ ขบวนเกี้ยวข้ากว่าจักเดินทางมาถึงตะวันก็คล้อยจนเกือบจักตกดิน  ข้าเห็นว่าวังหลวงช่างโอ่อ่าห์น่าชมนักจึงเดินทอดน่องเพลินเสียจนลืมเวลามากไปหน่อยก็เท่านั้น ”



“....................”



“ และข้ากับข้ารับใช้เองก็กำลังจักเดินทางกลับตำหนักใต้ให้ทันต่อเวลา  แต่จำต้องหยุดเพื่อแถลงไขให้เจ้าทราบ ทั้ง ๆที่มันก็ มิใช่ธุระกงกางของข้าเลยแม้แต่น้อย



“....................”



“ ถ้าข้าต้องต้องโทษเนื่องด้วยเหตุฉะนี้แล้ว  ข้าอยากจักถามสักสองสามประโยค ท่านอาเธอร์....เจ้าจักแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้เช่นไร? ” ประโยคคำถามและถ้อยคำในแต่ละประโยคช่างคมคาย และสวนกลับมาได้คมกริบราวกับใบมีด  บ่งบอกได้เป็นอย่างดีเลยว่าคุณหนูตรงหน้าถึงจักอยู่ในนามของบุตรีบุญธรรมของตระกูลคาร์เตอร์ผู้มั่งคั่ง แต่กลับตอกหน้าจนเขาเป้ไปไม่ถูกทางเลยทีเดียวที่ถูกอีกฝ่ายเป็นฝ่ายไล่บี้เสียเองอย่างนั้น  ริมฝีปากของชายอกสามศอกแสยะยิ้มเหยียดรับโดยมิตอบคำถาม ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้คนของเขาถอยและไปลาดตระเวรในส่วนอื่นแทนคำตอบของประโยคคำถามเมื่อครู่



ทหารกล้าในคราบชุดเกราะผละถอยไปสำรวจตรวจตราบริเวณอื่นเป็นการต่อไป  ในขณะที่ชายผมน้ำตาลเข้มอย่างอาเธอร์เองก็หงุดหงิดงุ่นง่านกับประโยคต่อว่าของสตรีชั้นสูงที่เพิ่งจักด่าเขาด้วยภาษาผู้ดีมาหมาด ๆด้วยแววตากรุ่นเคือง  ฝ่ามือกร้านปลดหมวกที่คับศีรษะของตนเองออกเผยให้เห็นเส้นผมสีน้ำตาลแก่แกมเข้มที่ถูกรวบด้านในให้ลงมาสยายจนถึงกลางหลัง มีชายมาดเข้มอีกผู้ที่หยุดยืนรออยู่ที่จุดนัดพบด้วยสีหน้าของชายจอมหัวเสียยืนอิงกำแพงหนาด้วยแววตาหาเรื่องอีกฝ่ายที่ปล่อยให้เขายืนคอยอยู่ได้ตั้งหลายชั่วยามนัก!



“ กะอีแค่ไปพิสูจน์ข้อข้องใจของลูคัสแค่นี้  ใยถึงได้นานนัก!! ”



“ กริมจอร์หุบปากหน่า  เดี๋ยวผู้อื่นได้ยินเข้า ” ชายผมยาวเอ่ยกำชับให้อีกฝ่ายเงียบเสียง  เกิดมีนายทหารชั้นผู้น้อยหรือเส้นสายของผู้อื่นในรั้วในวังเกิดมาได้ยืนความนัยนี้เข้า  จักมีแต่ปัญหาบานปลายตามมาทีหลัง



“ ช่างหัวมันเถิดหน่าแล้วสรุปว่าอย่างไร!? ” ชายเลือดร้อนมิฟังคำห้ามปราม  จึงเคร้นเสียงถามหาคำตอบข้อข้องใจที่ตนอยากรู้เสียเต็มประดา



“ ข้าคิดว่ามิใช่  // ห๊า!!!? ใยถึงมิใช่เหล่า!!! เจ้าแจงเหตุผลให้ข้าฟังด้วยซิเจ้างั่ง!!!! ” เสียงก่นด่ากราดมาเป็นขบวนจนชายที่เป็นผู้ไปพิสูจน์ข้อสงสัยถึงกับลอบถอนหายใจหน่วงออกมาจากอก  ความใจร้อนของกริมจอร์กำลังทำให้เขานึกหวั่นใจ แต่สุดท้ายก็ยอมปริปากบอกเพื่อนชายก่อนจักนำความนี้ไปแจ้งแก่ลูคัส ชายผู้เป็นมือขวาของเจ้าชายแดเนียล



“ มิรู้สิ  ถึงสีตาและเส้นผมจักเหมือนก็จริง  แต่บุคลิกท่าทาง แววตาและคารมที่เปล่งออกมาแต่ละคำนั้น….ช่างเหมือนกับลอร์ดจาริสมิมีผิดเพี้ยน  คงเป็นบุตรบุญธรรมที่ถูกชุบเลี้ยงมาแต่เล็กตามที่สายข่าวรายงานมาจริง ๆ มากกว่า ”



“ อาจถูกเสี้ยมสอนให้สวมบทบาทเช่นนี้ก็เป็นได้นี่ ”



“ ข้าว่าเช่นนั้นคงทำได้ยากนัก  ถึงภายนอกจักเหมือนท่านซาเลียน่าอยู่หลายส่วนก็จริงอยู่  แต่อุปนิสัยต่างกันมากขนาดนี้...เห็นทีข้าว่าสิ่งที่ลูคัสหวั่นไว้คงจักแค่คิดไปเองเสียมากกว่ากระมัง ”



“ ข้าก็บอกแล้วว่า  มนุษย์ที่ตายไปจักมาเกิดเป็นปีศาจได้เช่นไร  ทฤษฎีอะไรไร้สาระจริง อย่างลอร์ดจาริส คาร์เตอร์น่ะเหรอจักทำการขลาดเขลาเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นชาวเรา  โทษสถานหนักคือ ประหารยกตระกูล เชียวนะนั่น ” คำเอ่ยเลื่อนลอยของกริมจอร์ก็ดูจักเข้าเคล้าก็ตามที แต่ทว่าชายที่เพรียบพร้อมและชาญฉลาด แถมมากฝีมืออย่างจาริสน่ะหรือ  จักริทำการอุจอาจถึงเพียงนั้น? เป็นไปมิได้ อย่างไรเสียเจ้านั่นจักได้อะไรจากการกระทำเหล่านั้นกัน? มิมีเหตุผลเอาเสียเลย ชายผมยาวได้แต่คิดไปสี่ห้าตลบ คิดทบวนวกกลับไปกลับมาสุดท้ายแล้วเขาก็จนปัญญาจักหาคำตอบ



แล้วใยเจ้าชายถึงได้กระหยี่ยิ้มย่องได้ถึงเพียงนั้นกันนะ?


อะไรที่ทำให้พระองค์มั่นใจว่า สตรีนางนี้คือหญิงคน ๆเดียวกันไปได้?


อาจจักเป็นเพราะฤทธิ์แห่งสุราที่ทำให้คิดเช่นนั้น


รึไม่ก็เป็นเพราะบุคลิกภายนอกของนางที่คลับคล้ายคลับคลาก็เป็นได้



“ ยืนอยู่ใยเหล่าอาเธอร์...กลับไปรายงานซิว่ะ!!!! เร็ว!! ” เสียงเร่งของเพื่อนชายทำให้ชายที่กำลังครุ่นคิดจนเหม่อลอยนั้นเหลือบหันมามองค้อนด้วยแววตาลำคาญ  กอ่นจักรีบสาวเท้าโดยใช้สปิริตแวมไพร์วับกายกลับไปรายงานเรื่องนี้แก่ลูคัสต่อไป





ตำหนักใต้



“ เห้ออออออออ  นึกว่าจะไม่รอดจริง ๆ เสียแล้วเจ้าค่ะ ” ข้ารับใช้สาวพ่นลมหายใจเย็นออกมาเฮือกใหญ่  ก่อนจักทำจากจัดแจงผ้าม่านและรวบชุดเดรสตัวเก่าของคุณหนูท่านขึ้นมาพลางถือตะเกียงไฟไปวางไว้ที่หัวเตียงกว้าง



นั่นสิ  ดีนะที่ลองใช้คำพูดคำจาอวดเบ่งแบบที่ท่านพี่ชอบทำ



และดูเหมือนว่า การที่เราใช้สกุลคาร์เตอร์พ่วงต่อท้ายมา



จะยิ่งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าหือหรือแตะต้องจริง ๆสะด้วยสิ



“ รุ่งสางข้าจักเข้ามาปลุกนะเจ้าคะ  พรุ่งนี้มีบททดสอบรออยู่ คุณหนูรีบนอนเถิดเจ้าค่ะ ”



“ พี่แมร์รี่….” เสียงใสขานชื่อเรียก  ทำให้ข้ารับใช้ที่กำลังจัดแจงส่งคุณหนูขึ้นนอนบนตั่งเตียงถึงกับชะงักก่อนจะทรุดกายนั่งพับเพรียบงบนพื้น



“ เจ้าคะคุณหนู? ”



“ จักมิยอมบอกข้าจริง ๆ หรือว่าพรุ่งนี้เป็นบททดสอบแบบไหน? ” เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาวิงวอนของเจ้านายที่เพิ่งจักช่วยชีวิตเธอจากเส้นด้ายเมื่อครู่  คำขอนั้นก็ทำให้แวมไพร์สาวใจอ่อนและยอมปริปากบอกเฉาพะส่วนที่ตนเองรู้


“ อันที่จริง....บททดสอบเปลี่ยนไปทุกยุคเจ้าค่ะ  แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าจะให้กำหนดขอบเขตก็พอจักคาดเดาได้บ้างเจ้าค่ะ ”



เปลี่ยนไปงั้นเหรอ?  



เหมือนกับการเปลี่ยนข้อสอบทุก ๆปีแบบนี้หรือเปล่า?




“ เช่น…? ” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามด้วยความนุ่มทุ้ม  นัยน์ตาสีฟ้าพราวเป็นประกายเมื่อเธอกำลังจะได้รู้กะเกณฑ์พิจารณาของพีธีคัดเลือก



“ คงจะมิพ้นเรื่องความรู้ ไหวพริบ ความสามารถขั้นพื้นฐานที่คุณหนูจากตระกูลใหญ่พึงปฏิบัติกันน่ะเจ้าค่ะ ”



ความสามารถขั้นพื้นฐานอย่างงั้นเหรอ?



รึว่าจักเป็นเรื่องที่ท่านพี่เคยจ้างครูและอาจารย์



มาเสี้ยมสอนจ้ำจี้จำไชกัน ?



เราต้องรู้เกณฑ์การคัดเลือกให้ได้!!!



จะได้ถูกตัดสิทธิ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ!



“ แล้ว….ใครเป็นผู้ตัดสินผู้เหมาะสมกันล่ะพี่  ”



“ เท่าที่ข้าทราบนะเจ้าคะ...อืม….ปกติแล้วคงเป็นพระหมื่นปีเจ้าค่ะ ” แมร์รี่ใช้ฝ่ามือจับปลายคางพลางครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะตอบ



“ ปกติงั้นเหรอ? พระหมื่นปี? ”



พระหมื่นปีนี่ใครกัน?


 ชื่อหรอ? รึว่าตำแหน่ง?



“ ก็พระมารดาของจอมราชันย์อย่างไรเล่าเจ้าคะ  แต่ข้าได้ยินพวกนางกำนัลพูดกันว่า หนนี้พระองค์ถูกลอบปลงพระชนพ์ป่านฉะนี้ยังนิทรามิได้สติอยู่เลยเจ้าค่ะ  ข้าน้อยเองก็มิทราบว่าหนนี้ผู้ใดจักเป็นผู้ตัดสิน ” แมร์รี่เอ่ยพลางกระซิบด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา คำกล่าวและทีท่าที่ดูลุกลี้ลุกลนจนผิดวิสัยคล้ายกับเกรงว่าจักมีผู้ใดมาได้ยินของสาวใช้  ทำให้เรื่องเล่าที่กล่าวมาเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก



ถูกลอบปลงพระชนพ์?!!!!



“ แล้วจับคนร้ายได้ไหม ”



“ เอ่อ...คุณหนู หมายถึง จับผู้ร้ายน่ะหรือเจ้าคะ? ” แมร์รี่เอ่ยทวนประโยคเมื่อครู่โดยพยายามจับศัพท์ที่ใกล้เคียยงกับคำประหลาดที่คุณหนูท่านเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย



“ (หงึกๆๆ) ” ท่าท่าอยากรู้พลางพยักหน้าหงึก ๆแบบเร็ว ๆของร่างบางที่นั่งอิงหมอนอยู่บนเตียงทำให้แมร์รี่เล่าส่วนต่างที่เธอดันหูดีไปได้ยินเข้ามาในระหว่างที่คุณหนูไม่อยู่ด้วยน้ำเสียงแผ่วอีกหน



“ เขาลือกันให้หนาหูเจ้าค่ะ….ว่าคุณหนูทั้งสามตระกูลใหญ่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารเจ้าค่ะ ” แมร์รี่แลซ้ายแลขวาด้วยความกังวลพลางตัดสินใจเอ่ยความจริงตามที่นางได้ยินมากับหูด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ  เมื่อเธอจำต้องบอกความลับนี้แก่คุณหนูดารินผู้อ่อนต่อโลก



“ แล้วฝ่าบาทไม่ลงโทษหรอ?!!!  แล้วมีการสอบสวนความผิดกันเช่นไร?! ”



“ ชู่ววววว์ เบาหน่อยเจ้าค่ะ ”



“ โอเค ๆ….ว่าไงพี่แล้วจอมราชันย์มิทรงกริ้วหรอ? ” ร่างบางยอมลดเสียงของตนลงกึ่งนึงตามคำเตือนของข้ารับใช้



“ จะไปเหลือรึเจ้าคะ  แต่เห็นนางกำนัลลือกันว่าที่ฝ่าบาทยังสั่งลงโทษมิได้  ก็เพราะวังกลาง 46 ห้องพิพากษาคดีว่า คุณหนูตระกูลใหญ่ไร้มลทินเจ้าค่ะ ”



แบบนี้นี่เอง...มิน่า มิลล่าถึงอึดอัดใจที่จะตอบเราในตอนนั้น



เข้าใจเหตุผลแล้วล่ะว่าทำไมถึงได้ไม่อยากตอบ



ขุนนางให้การสนับสนุนและหนุนหลังเต็มที่ขนาดนี้



เพราะหญิงทั้งสามตนกำเนิดจากแวมไพร์ตระกูลใหญ่งั้นเหรอ?



ถ้าพวกนางเป็นผู้ร้ายจริง ๆ ล่ะก็



จอมราชันย์คงเจ็บใจน่าดูสินะที่ลงมือทำอะไรกับพวกนางมิได้เลย



เรื่องราวมันซับซ้อนซ่อนเงื่อนชวนให้ปวดหัวแบบนี้นี่เอง



มิใช่เรื่องง่ายที่ใครจะเอ่ยปากเล่า



ให้คนนอกที่เพิ่งเข้ามาอย่างเราได้ทราบสินะ



‘ ห้ามไว้ใจผู้ใดเป็นอันขาด….แม้แต่แมร์รี่ก็ด้วย ’



ถึงท่านพี่จะเตือนให้เราระวังตนก็เถอะ



แต่กับพี่แมร์รี่ก็ดูมิมีพิษมีภัยอะไร



‘ ห้ามละเลยคำพี่เป็นอันขาด ’



ก็ได้ค่ะ  น้องจะเชื่อฟังอย่างเคร่งครัดดูสักครั้ง



 จอมราชันย์ทรงกริ้วจัดถึงได้รับสั่งให้กักบริเวณ  มิให้ออกจากหอคอยอริชานอกเหนือจากการทดสอบของราชสำนักอยู่นี่ไงเจ้าคะ



“ ………….. ”



“ เรื่องจริงเท็จเพียงไรข้าเองก็มิทราบนัก  แต่ถึงขนาดจอมราชันย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ยังทำอันใดมิได้  ฉะนั้นรุ่งขึ้นคุณหนูระวังตนไว้หน่อยก็มิเสียหายนะเจ้าคะ ”



เชื้อพระวงศ์...ใช่แล้ว!!!



ผู้ชายคนนั้น!!!



แคสเปี้ยน ผู้ชายที่อยู่ในเขตพระราชชั้นในคนนั้น!!



จู่ ๆใบหน้าคมคายของชายมาดขรึมที่เธอเพิ่งไปพบมาก็แว๊บเข้ามาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  ทำให้ร่างอรชรฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าลืมเรื่องสำคัญที่อยากจะรู้ไปเสียสนิท!! ผู้ชายลึกลับที่เจอกันทั้งบนโลก  เป็นทั้งคนรู้จักของท่านพี่ แถมเรายังเจอในที่ที่คิดไม่ถึงอีกด้วย!!!



“ พี่แมร์รี่  พี่พอจะรู้ไหมว่า…. ”



“ ตายแล้วดึกป่านนี้แล้วรึนี้!!  คุณหนูเข้านอนเถิดเจ้าค่ะ ดวงจันทร์ขึ้นถึงกลางหัวแล้ว  เดี๋ยวผิวพรรณจักมิผ่องใสเอานะเจ้าคะ ”



“ เอ่อ....คือ ” แม้ร่างอรชรจะพยายามหาช่องไฟในการถามเรื่องที่ตนเก็บงำไว้มากขนาดไหน  แต่ดูเหมือนว่าสาวใช้ที่ถูกอบรมมาให้ปราบความรั้นอย่างคุณหนูดารินจักทำเป็นหูทวนลมกับคำถามสุดท้าย  เพราะเลยเวลาอันสมควรมาเกินกว่าที่เจ้าตัวจะมานั่งแถลงไขให้คุณหนูฟังอีกต่อไปแล้ว



“  ฟู่วววว….ราตรีสวัสดิ์เจ้าค่ะ ” แมร์รี่ลุกขึ้นพลางดับตะเกียงไฟที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงก่อนจะค้อมลำตัวและก้าวออกไปจากห้องอย่างเงียบ ๆ  มีเพียงความเงียบงันและความมืดเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อน ร่างบางพลิกกายตะแคงข้างโดยที่ใบหน้าอิงอยู่บนท่อนแขนเรียวได้รูปของตนเองพลางขบคิด  พลางยกเรียวนิ้วหัวแม่โป้งของตนเองขึ้นมาขบกัดพลางนึกย้อนที่ไปที่มาว่าจู่ ๆเธอไปโผล่พรวดอยู่ในห้องนั้นได้ยังไง แต่ไม่ว่าจะกัดจนเนื้อแทบเปิดแค่ไหนเธอก็คิดไม่ออกเลย  หัวสมองขาวโพลนโล่งราวกับความจำเสื่อมขึ้นเสียอย่างนั้น รู้สึกตัวอีกทีเธอก็ถูกอีกฝ่ายชักสีหน้าและตวาดลั่นแล้วว่า เธอลอบเข้าไปในห้องนั้นได้ยังไง ทั้ง ๆที่มีทหารรายล้อมอยู่รอบนอก  



               ผู้ชายหน้าตาคมสัน นัยน์ตาสีบลอนต์อมเทาหม่นท่าทางดุดัน และเส้นผมสีเด่นของเขา ผู้ชายที่เพียงแค่สบตาก็ทำให้ใจเราเต้นราวกับจะระเบิดคนนั้น...เขาเป็นใครกัน ไปทำอะไรที่นั่น? เป็นแวมไพร์จากตระกูลชั้นสูงแน่ ๆ  ต้องใช่แน่ ๆ เรามั่นใจว่าเป็นอย่างงั้น ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เขาใส่ก็ดูเปล่งรัศมีอะไรบางอย่างออกมาจนแม้แต่เราแวมไพร์มือสมัครเล่น ยังสมผัสได้….เผลอ ๆอาจเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติอะไรกับจอมราชันย์ ถึงได้สามารถประทับอยู่หรือเข้าออกพื้นที่ของเขตพระราชฐานชั้นในแบบนั้นได้   



แคสเปี้ยน ไวแอตเทนเจอร์



นายเป็นใครกันแน่?

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #85 --Butterfly-- (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 11:37
    แคสเปี้ยนก้เปนสามีหนูไงลูกกกกกกกกก
    #85
    1
    • #85-1 mystical1(จากตอนที่ 34)
      22 ธันวาคม 2561 / 12:06
      ชอบ ๆ ความเห็นนี้ 555555
      #85-1
  2. #84 --Butterfly-- (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 20:59
    รอค่ะรอออไม่ทิ้งไรท์ไปไหนหรอกกกก
    #84
    0
  3. #83 wawawow555 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 21:01
    รอค่าาาา มาไวๆนะ รอๆๆๆ
    #83
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(