ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 33 : ตอน ความเห็นสองฝั่ง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    20 เม.ย. 62

   

ท่านลอร์ดลอเรนซ์  ดีแลน

( น้องชายของพระหมื่นปี  //
ตามศักดิ์เป็นท่านน้าของจอมราชันย์
และเจ้าชายแดเนียล)



โครมมมมมมมมมมมม  ปังงงงงงง!!!!   


“ ฝ่าบาท!!! ” เสียงพังประตูลับดังขึ้นพร้อมกับเหล่าองครักษ์ผู้นำโดยฟรานซิสดังขึ้นอย่างโผงผาง  เหล่าแวมไพร์ผู้ทำหน้าที่อารักษ์ขาพรวดพราดเข้ามาพลางกำชับอาวุธประจำกายเพื่อเตรียมพร้อม แต่ทว่าสีพระพักตร์ที่นิ่งงันพร้อมกับปรายสายพระเนตรลงมามองด้วยพลางออกปากว่า

 


“ ทำอะไรของพวกเจ้า ” สีหน้าที่แสดงถึงโทสะที่พวกเขาริทำการอุจอาจใช้กำลังหักหาญเข้ามาโดยไม่รีรอพระบรมราชานุญาตทำให้เจ้าของเรื่องอย่างฟรานซิสถึงกับหน้าถอดสีจนซีดเป็นไก่ต้ม

 


“  ข้าได้กลิ่นพระโลหิตแล้วก็ยินเสียงผู้บุกรุกด้วย ”

 


“ ข้าเองก็ได้ยินพะยะค่ะ //  ข้าก็ด้วย  ฝ่าบาทคุยกับใครพะยะค่ะ? ” วัลแคนเอ่ยเสริมพร้อมกับเคอร์แชตเองก็คาดคั้นถามด้วยความอยากรู้ 

 


พวกเขาดำรงตำแหน่งเป็นถึงระดับองครักษ์รักษาพระองค์

 

ไม่มีทางที่จักหูฝาดไปเองได้หรอกหน่า!!!

 


“ กล้าดีอย่างไรถึงพังข้าวของในวังข้าราวกับเป็นของเล่น....ไหนเสียงผู้บุกรุกที่เจ้าว่ากัน!!   ” ยิ่งเห็นสีหน้าและแววตาที่ทอดลงมาด้วยดุจเปลวพิโรจน์กำลังลุกโชนไปจนทั่วทำให้เหล่าองครักษ์หน้าอื่น ๆ ถึงกับยิ้มเจื่อนพลางสาวเท้าถอยหลังออกไปอย่างยำเกรง

 


“ แต่  แต่พวกข้าได้ยินจริง ๆ นะพะยะค่ะ  ” เคอร์แชตรีบหลบหลังวัลแคนเมื่อเห็นสายพระเนตรที่มองลงมาหาอย่างคาดโทษ  ก่อนจักหันมากำชับชุดฉลองพระองค์ให้เลิกขึ้นมาปกปิดรอยประทับเขี้ยวที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้เพื่อกลบเกลื่อน

 


เอริกเกริกทำเรื่องราวให้ใหญ่โต  ข้าแค่เผลอทำแจกันใบโปรดหล่นแตกจนเศษเสี้ยวมันกระเด็นกระดอนมาบาดเท่านั้น….โหวกเหวกโวยวายไปทั่วราชวัง พวกเจ้าหมายให้ชื่อเสียงของข้ามีรอยด่างพร้อยรึไรกัน!? ” พระสุรเสียงเย็นชาตวาดว่าจนทีทาแข็งขัน  ทำเอาฟรานซิสที่เป็นหัวโจกสั่งให้พังประตูเข้ามาถึงกับแสดงสีหน้าเจื่อนไปโดยปริยาย

 


ข้าน้อยขอพระราชทานอภัยโทษพะยะค่ะที่หุนหันพลันแล่นจนเกินกว่าเหตุ....

 


แล้วบาดเจ็บส่วนใดอีกรึไม่พะยะค่ะ  จักให้ข้าเรียกตัวหมอหลวงเข้ามา....ฟรานซิส  ชายที่กำลังจักขึ้นดำรงตำแหน่งพระราชมนูรีบถถามพระอาการแก้เก้อ  แต่ทว่ายังมิทันได้เอ่ยจนจบประโยคพระหัถต์หนาขององค์เหนือหัวก็ยกขึ้นมายั้งเขาให้เงียบเสียง

 


ไม่ต้อง...สั่งนางข้าหลวงเตรียมน้ำเย็นให้ข้าเป็นพอ

 


เตรียมน้ำ...รึว่าฝ่าบาทอยากจักสรงน้ำชำระล้างร่างกาย?

 

แต่ว่าเพลานี้เนี้ยนะ?!

 


พะยะค่ะ....แล้ววาระการประชุม....? ฟรานซิสตามเสด็จต้อย ๆ พร้อมกับกวาดมือสั่งเหล่าทหารชั้นผู้น้อยจัดการห้องทรงงานของจอมราชันย์ที่เละเทะด้วยแววตาแข็งกร้าว  มีเพียงเคอร์แชตและวัลแคนที่ตามอารักษ์ขาอยู่ด้านหลังอย่างเงียบโดยทิ้งระยะห่าง

 


ก็เลื่อนไปก่อนสักชั่วยามนึง 

 


พะยะค่ะฝ่าบาท เมื่อฟรานซิสขานรับ  ร่างแสนองอาจของจอมราชันย์ก็เสด็จมาถึงยังสระกว้าง  เสาสลักรูปปั้นค้างคาวสีทมิฬประทับอยู่ยอดเสาสูงเสียดฟ้า  น้ำใสไหลเย็นที่อยู่ด้านในสระมรกตกำลังเปล่งประกายรับแสงจันทรา  กลีบดอกไม้ถูกนางข้าหลวงโปรยปรายพร้อมกับน้ำหอมและเครื่องประทินผิวกลิ่นอ่อนอันเป็นกลิ่นประจำพระวรกายของจอมราชันย์  ฟรานซิสหยุดยืนหันหลังให้เพื่ออำนวยความเป็นส่วนพระองค์แก่องค์เหนือหัว  นางกำนัลข้าหลวงสามสี่ตนที่ถูกเรียกเข้ามาถวายการรับใช้ทำการละมือจากการเตรียมน้ำสะอาดเพื่อให้จ้าวแผ่นดินสรงน้ำชำระพระวรกาย  ชุดฉลองพระองค์ตัวนอกกำลังถูกปลดออกจนเหลือเพียงชุดซับด้านในอีกสองชั้นที่เหล่านางกำนัลกำลังจักถือวิสาสะปลดเปลื้อง

 


ไม่ – ต้อง ”  พระสุรเสียงทักท้วงห้ามปรามจนนางกำนัลได้แต่หลุบหน้าลงต่ำมิกล้าหือด้วย  เสียงครวญแห่งห้วงความคิดที่ก้องอยู่ในหัวของพวกนางพลันโลดแล่นเข้ามายังโสตประสาทของชายที่มีความสามารถในการอ่านความคิดของผู้อื่น

 


อ่า  ช่างน่าเสียดายนัก....//  อดเห็นพระวรกายของฝ่าบาทอีกแล้ว

 


“ ………………….  ”  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์พลันเหลือบมองจนกระทั่งมั่นใจว่านางกำนัลเหล่านั้นทยอยออกไปจากห้องสรงน้ำจนหมดสิ้น  ฝ่ามือหนาปลดปมสาบเสื้อซับด้านในจนเหลือเพียงร่างอันเปลือยเปล่า  ฝ่ามือหนาคว้าหมับไล้จับไปยังรอยบุ๋มสองที่ที่ประทับอยู่บนต้นคอ....เพียงแค่ลูบไล้สัมผัสอย่างแผ่วเบา  ราวกับว่าสายน้ำอันเย็นเหยียบยามที่ค่อย ๆ ย่างเท้าลงไปแช่นั้นกลับไม่ได้ช่วยให้เปลวเพลิงแห่งความต้องการนี้มอดดับลงไปอย่างที่ใจนึก  ครั้นยิ่งชายหน้านิ่งนึกถึงสัมผัสนุ่มนิ่มที่ถูไถเขาไปมาตอนที่นางโอบรัดและดึงร่างข้าไปหา  สีหน้าของชายเย็นชาก็ยิ่งขึ้นสีจัดไปจนถึงใบหู


 

ความต้องการ  ความโหยหา  กำลังทำให้ตัวข้าแทบคลั่ง

 

อยากจักให้ถึงวันแต่งตั้งองค์ราชินีมาถึงโดยไวเสียแล้ว!

 

บ้าชะมัดยาก!!!  นางเป็นผู้เริ่มยั่วข้าก่อนแท้ ๆ

 

แต่กลับไม่ต้องมาเป็นทุกข์เป็นร้อนสิ่งใดบ้างเลย...

 

มันน่าหงุดหงิดใจจริง ๆ!

 

 

ซ่าส์.....ซ่าส์

 


รูปปั้นรูปพญาค้างคาวตัวใหญ่ยักษ์ที่ประดับอยู่ริมสระมรกตกำลังพวยพุ่งสายน้ำธาราลงมาอาบร่างอันกำยำที่ร้อนดุจเปลวไฟจนเส้นผมยาวสลวยสยายลู่ไปกับแผ่นหลังกว้าง  เรียวนิ้วแกร่งยกฝ่ามือขึ้นมาจนกลายเป็นกำหมัดและพาดท่อนแขนไปยังขอบของสระน้ำด้วยสีหน้าที่หงุดหงิดเกินกว่าจักเก็บกั้นเอาไว้  ความต้องการของชายแท้กำลังทำให้ร่างสูงทรมาณ  การถูกจุดกระตุ้นจากการกัดและฝังคมเขี้ยวลงบนต้นคอ   มิใช่ว่าแรงปรารถนานี้จักมอดดับได้โดยง่ายดั่งใจนึก

 


ใยข้าต้องมาแบกรับความทรมาณนี้ด้วย!!

 

บ้าชะมัด!!!!


 

            ไม่ง่ายเลยยามที่สัตว์ร้ายที่ถูกกักขังและผนึกโซ่ตรวนเอาไว้ถูกปลดปล่อยออกมา  จักมีสัตว์ร้ายหน้าไหนยอมกลับเข้าไปยังกรงเดิมที่เคยหน่วงเหนี่ยวซึ่งอิสระภาพบ้างกันเหล่า!!! 

 


ฝากไว้ก่อนเถิดสาวน้อย...รับร้องว่าถ้าถึงทีข้า

 

  เจ้าจักโดนเอาคืนยิ่งกว่านี้ร้อยเท่าแน่

 


            ฝ่าบาท  ใกล้ได้เวลาแล้วพะยะค่ะ....เสียงเพรียกแสนคุ้นหูทำให้ชายเจ้าของชื่อค่อย ๆผละกายขึ้นมาจากสระมรกต  ร่างอันกำยำและเต็มไปด้วยมัดกล้ามค่อย ๆ โผล่พรวดขึ้นมาจากน้ำด้วยร่างที่เปียกชุ่ม  บัดนี้ความเฉอะแฉะทั้งหลายถูกเหล่านางกำนัลซับด้วยผ้าชั้นดีจนเนื้อตัวแห้งสนิทเหลือเพียงกลิ่นอายไอปีศาจหอมโชยอ่อน ๆมากับสายลมเท่านั้น  ชุดฉลองพระองค์สีประจำพระองค์ถูกรวบพาดอยู่บนท่อนแขนของฟรานซิส  เจ้าตัวค้อมคาราวะพลางสวมทับแต่งองค์ทรงเครื่องให้จอมราชันย์จนเสร็จสิ้น  ฝ่าพระบาทย่างก้าวไปยังห้องประชุมใหญ่ที่ทางราชสำนักตักเตรียมโดยพลัน  ฟรานซิสตามติดรับใช้องค์เหนือหัวในระยะประชิดตัวเพื่อพร้อมรายงานทุกสถานการณ์ที่องค์เหนือหัวต้องการจักทราบ

 


            ครบองค์ประชุมรึยัง

 


            “ พะยะค่ะฝ่าบาท  มาครบตามที่ฝ่าบาทรับสั่งเลยพะยะค่ะ....อ่อ  ดูเหมือนเรื่องที่ทรงให้พวกกระหม่อมไปสืบสาว  นั้นมีมูลและหลักฐานมากพอที่จักใช้แย้งคำตัดสินแล้วพะยะค่ะ  

 


            “ ดีมาก...


 

 อย่างน้อยวันนี้...ต้องมีใครสักคนให้ข้าได้ขยี้ในที่ประชุม

 

ถึงคราวของข้าแล้ว  เจ้าพวกขุนนางละโมบในอำนาจทั้งหลาย

 

ไหนลองดิ้นรนในอุ้งมือให้ข้าดูหน่อยจักเป็นไรไป....

 


บทสนาลับก่อนที่จะถึงเวลาแห่งวาระการประชุมใหญ่



          ข้าแค่อยากให้ท่านน้าช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้ข้าหน่อย....” เสียงร้องขอกึ่งเว้าวอนของหลานรักเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ

 


           แต่สิ่งที่เจ้าจักให้น้าช่วยค่อนข้างหนักมืออยู่หนา ”  ใบหน้าคมสันของชายวัยกลางคนเอ่ยพลางไม่พูดชัดแจ้งว่าจักยินยอมหรือปฏิเสธ

 


          ข้าจักให้ทุกสิ่งที่ท่านน้าต้องการ....” นัยน์ตาที่ประสานกลับมานั้นสะท้อนถึงความจริงจังจนสร้างความฉงนใจให้กับชายผู้มีศักดิ์เป็นน้าไปอยู่พอสมควร  สีหน้าและทีท่าเป็นจริงเป็นจังของแดนเนียลกำลังทำให้แววตาของชายวัยกลางคนวาววาบ

 


          เจ้ารู้รึว่าข้าต้องการสิ่งใด....?

 


          ท่านน้าประสงค์สิ่งใดล่ะ  แก้วแหวน เงินทอง  หรือของหายาก ?

 


          ของพรรค์นั้นข้ามิอยากได้  ข้าอยากให้เจ้ารับบุตรสาวข้า  คาร่า  ดีแลน เป็นชายาของเจ้ามากกว่า....

 


          ท่านน้า!!  ท่านก็รู้ว่าข้าทำเช่นนั้นกับคาร่าไม่ได้  ข้าตบแต่งกับน้องที่เห็นมาแต่เยาว์มิลงหรอก

 


           ถ้าเจ้ามิยินยอม   งั้นน้าก็มิมีสิ่งใดจักเจรจาด้วย  ”

 


          มิเอาหน่าท่านน้า....

 


          “ งั้นเจ้าก็ทูลต่อที่ประชุมเองก็แล้วกัน...



          “ เห้อออออออ   ใยถึงมิอยากให้คาร่าขึ้นคู่บังลังค์กับท่านพี่มากกว่ามาตบแต่งเป็นชายาของข้ากันเหล่า  ข้ามิเห็นเข้าใจเลย



          “ เจ้าก็รู้ดีนี่  ว่าข้ามิลงรอยกับพี่ชายเจ้า  เรื่องอะไรจักให้บุตรตรีแห่งข้าไปเป็นไก่รองบ่อนกัน  มิมีวันเสียหรอก



          “…………………”



          “ ว่าอย่างไรหรือว่าข้อเสนอของข้าไม่คุ้มค่ากับที่เจ้าอยากจักได้กัน? ”  เสียงกลั๊วหัวเราะของน้าชายดังขึ้นพร้อมกับไม่แสดงความยีระกับข้อเสนอที่เพิ่งได้เสวนากันไปเลยสักนิด  ความต้องการที่อยากจักได้นางผู้นั้นมาครอบครอบพร้อมกับบังลังค์ทำให้แดนเนียลตัดสินใจตบปากตกลงไปอย่างช่วยไม่ได้


 

          งั้นก็ได้  ถ้าท่านน้าทำให้คาร์เตอร์หมดสิทธิ์ในที่ประชุมครานี้ได้  ข้าจักทูลขอคาร่ากับเสด็จพี่เอง 



จอมราชันย์เสด็จแล้วววววววววววววววววว

 


เสียงกู่ร้องบอกสัญญาณการเสด็จมาเยือน ณ ที่ประชุมทำให้เหล่าขุนนาง  ลอร์ดแห่งตระกูลใหญ่ทั้งสี่  วังกลาง 46 ห้อง  รวมทั้งขุนนางชั้นอาวุโสที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาต่างลุกขึ้นยืนถวายความเคารพโดยพร้อมเพรียงกัน  ชุดฉลองพระองค์สยายกว้างไปตามพื้นสำแดงอำนาจและความน่าเกรงขามให้ทุกสายตาได้ยำเกรง  ทันทีที่ร่างสูงประทับลงบนเก้าอี้สูงสุดเหล่าผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในห้องประชุมก็ทรุดกายลงนั่งประจำที่ของตนเองตามลำดับ

 


ก่อนที่เราจักหารือโต้แย้ง และถกเถียงซึ่งประเด็นและข้อพิพากษ์ต่าง ๆ นั้น  ข้าขอให้สินน้ำใจแก่แวมไพร์ที่สร้างผลงานให้แดนแม่ของเราเสียก่อน....”  เสียงซุบซิบของเหล่าบรรดาขุนนางดังขึ้น  แม้นจักไม่ได้ดังสวนขึ้นมาจนน่าเกลียดนัก  แต่ทว่าก็มิมีผู้ใดเอ่ยคัดค้านความเห็นขององค์เหนือหัว

 


วันนี้เป็นอีกครั้งนึงที่แดนแวมไพร์ของเราเกรียงไกรไปอีกขั้น....ความสำเร็จในการค้นคว้าและผลิตของทดแทนต้นไม้แห่งชีวิต คือ ยาบริดเน่  ผลิตผลแห่งเลือดได้สำเร็จลุล่วงจนเป็นที่น่าชื่นชมยิ่งนัก!!!   ผู้ที่ข้าจักเอ่ยนามต่อไปนี้  ขอให้ก้าวขึ้นมาด้านหน้า....”  มหาดเล็กกู่ร้องสรรเสริญตามหมายกำหนดการด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง

 


  วิลเลียม  ออส....

 


พะยะค่ะฝ่าบาท ร่างโปร่งสาวเท้าเข้ามายังกลางลานประชุม  พลางทรุดกายชันเข่าถวายความเคารพ  พระสุรเสียงตรัสชื่นชอบในความดีงามพร้อมกับทหารชั้นผู้น้อยที่ขนข้าวของเครื่องแก้วเงินทองมากองต่อหน้าชายผู้ถูกขานชื่อ

 


พวกเจ้าสร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงแก่แดนแวมไพร์โขนัก  ข้าขอมอบพูนบำเพ็ญ คือ สถานวิจัย 1  หลัง  ที่ดิน 100 ไร่  พร้อมข้ารับใช้ 50 ตน  บัดนี้ไป  เจ้าจักถูกกล่าวขานนามว่า  วิลเลียม  บริดเน่  ออส  บิดาผู้สร้างคุณประโยชน์แห่งแดนดิน....

 


ขะ  ขะ  ขอบพระทัยพะยะค่ะฝ่าบาท  ข้าน้อยจักตั้งใจทำงานต่อไป 

 


ต่อไป  แอชตัน  คอนเนอร์  เชิญก้าวขึ้นมาด้านหน้า....  มหาดเล็กขานชื่อบุรุษคนต่อไปโดยทันทีที่เห็นจังหวะอันเหมาะสม

 


พะยะค่ะ

 


เจ้าทำงานรับใช้ข้าด้วยความสัตย์ซื่อมาโดยตลอด  แอชตัน  ชายลูกผสมต่างแดนผู้เป็นทั้งตา แขน ขาให้ข้ามาโดยตลอด....ข้าจักอวยยศให้เจ้าเป็นหัวหน้าองครักษ์พิทักษ์องค์ราชินี ”  สิ้นพระสุรเสียงเหล่าขุนนางและคณะลูกขุนทั้งหลายต่างลุกลี้ลุกลนกันเป็นยกใหญ่ที่ได้ยินฝ่าบาทตรัสถึงตำแหน่งสำคัญที่เจ้าตัวปัดปฏิเสธมาโดยตลอดด้วยพระองค์เอง

 


ขอบพระทัยพะยะค่ะฝ่าบาท....

 


เริ่มเดินหมากแล้วสินะ...เสด็จพี่

 

หนนี้ข้ามิให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของท่านเป็นอันขาด!

 


          นัยน์ตาสีบลอนต์เทาของเจ้าชายแดเนียลจดจ้องไปยังชายผู้ประทับกายอยู่บนบังลังค์สูงด้วยแววตานิ่ง  แน่นอนชายผู้เป็นน้องย่อมรู้ดีว่าท่านพี่ของเขา  มีความสามารถในการริอ่านความคิดของผู้อื่นโดยแสร้งแสดงสีหน้าตายด้าน  ไร้ซึ่งความรู้สึกและอารมณ์ได้หน้าตาเฉย!!!  ความเกรี้ยวกร้าวและแรงเครียดแค้นส่งผ่านเข้ามาในห้วงแห่งความคิดจนจอมราชันย์ที่ประทับอยู่บนบังลังค์กว้างเหลือบหางตามามองอนุชาที่ประทับเก้าอี้อยู่ด้านล่างพลางกระตุกริมฝีปากแสยะยิ้ม  ทีท่ายียวนกวนโทสะของเสด็จพี่ยิ่งสร้างความเดือดดดาดให้เจ้าชายแดเนียลเป็นทวีคูณ!!!

 

            “ ต่อไปขอเชิญ  ท่านจาริส  คาร์เตอร์  ก้าวขึ้นมาด้านหน้าด้วยขอรับ....”  ศัพท์ที่เรียกขานของมหาดเล็กชั้นผู้น้อยเอ่ยขึ้นมาด้วยศัพท์แวร์พิกชั้นสูง  แสดงถึงความต่างระดับในวรรณะและชนชั้นผิดแปลกไปจากชายสองตนที่ถูกขานชื่อในคราวแรก  เสื้อคลุมสีมืดสยายไปตามแรงเคลื่อน  ฟูกขนแห่งอสูรวูบไหวตามแรงขยับที่ร่างโปร่งค่อย ๆทรุดกายลงนั่งพร้อมกับชอนสายตาขึ้นมาหาจอมราชันย์ด้วยแววตานิ่งงัน

 


นึกใจหายนักที่ต้องเสียมือดีที่รู้ใจให้รับใช้ห่างสายตา....

 

แต่ก็มิมีผู้ใดที่ข้าไว้เนื้อเชื่อใจ

 

ให้รับภารกิจลับสุดยอดนี้ได้เท่าจาริสอีกแล้ว

 

ขอบใจเจ้ามากที่เสียสละให้ข้าได้มากถึงเพียงนี้...

 

สหายรักแห่งข้า....

 


            ภารกิจนี้ยากนักจักสำเร็จได้  หากไร้ผู้นำที่มากประสบการณ์และชาญฉลาดเช่นเจ้า....จาริส เอ๋ย  เจ้ารับใช้ข้ามานานที่สุด  รู้ใจข้ามากที่สุด  เป็นทั้งแขนขวาที่แกร่งกล้าและโล่กำยำอันแข็งแกร่งคอยบดบังภัยให้ข้ามาโดยตลอด  ข้าขออวยยศให้เจ้าขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น  ลอร์ดจาริส  คาร์เตอร์  ผู้คุมหัวเมืองทั้ง 13 เมืองในแดนเหนือต่อจากบิดาของเจ้า  นับตั้งแต่บัดนี้ไป....  ร่างสูงเอ่ยเชยชมพลางหยัดกายลุกขึ้นจากบังลังค์  เดินลงไปจากขั้นบันไดกว้างจนถึงตัวจาริสที่นั่งชันเข่าอยู่  ร่างแกร่งใช้เวทย์ดำเรียกเวนอสขึ้นมาบนพระหัตถ์พลางแตะปลายดาบไปยังบ่ากว้างของอีกฝ่ายเพื่ออวยยศให้อย่างสมเกียรติ

 

            “ ขอบพระทัยพะยะค่ะฝ่าบาท



ร่างโปร่งที่ทรุดกายในท่าชันเข่าพลันค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนหยัดด้วยความองอาจ  เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และเหล่าองค์ประชุมพยักหน้าน้อมรับกับสถานะใหม่ที่ใครในที่นี้ก็เห็นพ้องกันได้โดยชัดแจ้งว่า ชายตรงหน้าเหมาะสมกับตำแหน่งอันทรงเกียรติคุณนี้มากขนาดไหน  มีเพียงรอยยิ้มเล็ก ๆที่เจืออยู่บนใบหน้าคมคาย  ขณะที่ร่างโปร่งได้แต่น้อมศีรษะคาราวะตามธรรมเนียมนั้น  นัยน์ตาคมกริบดุจคมมีดของชายสองผู้ก็สบตาต้องกันโดยมิได้นัดหมาย  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์ที่ขึ้นสีเดียวกับของฝ่าบาทจดจ้องมองมาพลางเหยียดยิ้มอย่างมิยินดียินร้าย   ทั้ง ๆที่รูปลักษณ์ก็คล้ายคลึงกับจอมราชันย์อยู่หลายส่วน  แต่ทว่ากลับมิมีสิ่งใดในตัวของชายตรงหน้าจักเหมือนองค์เหนือหัวของเขาเลยแม้แต่น้อย

 


 

ใช่แล้ว...แววตานี้ก็ด้วย


 

อย่าได้คิดแคลงเคืองข้าเลยองค์ชาย


 

ท่านแค่ยังมิรู้ว่าตระกูลคาร์เตอร์มีดีกว่าที่ท่านนึกฝันเอาไว้


 

หลายขุมนัก...

 

 

          แม้ลอร์ดคาร์เตอร์จักหันมาถวายความเคารพแด่องค์ชายตามหน้าที่  แต่ว่ารอยยิ้มนั่น!!! ตอนที่ก้มหัวลงไปคำนับ!!  รอยยิ้มที่แสยะแย้มราวกับขบขันข้า!!!  ได้เจ้าจาริส!!!! เจ้าจักได้ลิ้มรสแน่ว่าลองดีกับข้าแล้วชะตามันจะขาดเช่นไร!!!!!  องค์ชายแดเนียลได้แค่เก็บแรงโทสะเอาไว้ภายในพระอุราแล้วรอให้ข้อหัววาระการประชุมนี้เริ่มต้นขึ้น

 

 

          ยาบริดเน่ควรจัดทำการแจกจ่ายไปให้กับหัวเมืองที่ประสบปัญหาโดยไว...วิลเลียม

 

 

          “ พะยะค่ะ  เรื่องนั้นมิเป็นปัญหาแต่อย่างใดพะยะค่ะฝ่าบาท  ข้าและเหล่านักวิจัยได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้แล้ว

 

 

          “ ดี  เช่นนั้นข้าขอไว้วานให้เหล่าสี่ตระกูลใหญ่เป็นหัวเรือใหญ่ในภารกิจครั้งนี้ทำการควบคุม แจกจ่ายให้แก่ราษฎรแวมไพร์ให้ทั่วถึงกันทุกผู้


 

 

          ทูลฝ่าบาท....


 

 

          “………………..”


 

 

          “ ทุกท่านในที่นี้คงพอทราบข่าวคราวกันมาบ้าง  มาบัดนี้เกิดการปล้นสะดมของกลุ่มกองกำลังมิทราบชื่ออยู่บ่อยครั้ง  ฝ่าบาทหากเกิดการปล้นสะดมจากกองกำลังอีก  จักให้พวกข้าพิจารณาโทษพวกมันเช่นไรพะยะค่ะ

 

 

          “ ลอร์ดเสตนาร์ท  โจนส์  หากเกิดเช่นนั้นจริง  ในกรณีเลวร้ายที่สุดสำเร็จโทษทัณฑ์ตามแต่ที่พวกเจ้าเห็นสมควรได้เลย ”  สายพระเนตรปราดลงมามองพร้อมมอบอำนาจสูงสุดในการตัดสินโทษประหารให้แก่ผู้นำสูงสุดทั้งสี่ไว้ในครอบครองจนได้ 

 


ขอบพระทัยพะยะค่ะ ร่างสูงสง่าพลันน้อมคำนับก่อนจักกลับไปหยุดยืนอยู่ที่ที่ของตนเอง

 


          หึ  ถามอะไรเอาหน้าจนน่าหมั่นไส้  คิดจักเอาหน้าสร้างผลงานอีกล่ะสิมิว่า  คิดเช่นนั้นไหมท่านจาริส...อุ้ย ต้องขออภัย  ข้าใช้คำเสียมารยาทต้องถามท่านว่า คิดเช่นข้ารึไม่ท่านลอร์ด เสียงแค่นหัวเราะของลอร์ดบารอนที่หยุดยืนอยู่เคียงข้างดังขึ้นพร้อมกับชำเลืองหางตามาหาแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่บัดนี้อยู่ในตำแหน่งระดับจนสามารถเรียกขานชื่อต้นได้โดยง่ายดาย

 

 

          ลอร์ดบารอน  ถ้าท่านว่างมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเช่นนี้ล่ะก็...เอาเวลาเหล่านั้นไปคุมปัญหาในหัวเมืองที่ปกครองอยู่ครึ่งนึงแห่งแดนเหนือเถิดขอรับ ร่างโปร่งของชายมาดขรึมเอ่ยเหน็บชนิดถึงทรวงแก่อีกฝ่ายที่ริมาแว้งแขวะเขาเรื่องยศใหม่ที่เพิ่งได้รับพระราชทานด้วยสายตาเย็นเยือก  นึกเบื่อหน่ายที่ต้องคอยฟังคารมณ์ลอร์ดแห่งตระกูลแพทริเซียที่ชอบแซะผู้นู้นผู้นี้ให้คู่สนทนาเกิดข้อขัดแข้งขัดขากันเองอยู่เรื่อย  เขาจึงตัดสินตอกหน้าอีกฝ่ายจนเกือบหงายหลัง

 

 

          แหม  เป็นชายที่จริงเป็นจังไปเสียทุกเรื่องจริง ๆ แม้น้ำเสียงที่โต้ตอบกลับมาจะฟังดูหัวเราะในคำแซวยอกย้อน  แต่แววตาที่แสดงออกมานั้นกลับวาววับด้วยความคุกรุ่นจนแทบจักเก็บอารมณ์เอาไว้มิไหว  หากมิได้หยุดยืนอยู่ในที่นี่ล่ะก็...มิรู้ว่าบทสนทนาเมื่อครู่นี้จักจบแต่เพียงเท่านี้รึเปล่า 

 


เสียงโต้เถียงในข้อปัญหาบ้านเมืองถูกถกเถียงกันอยู่นานร่วมชั่วยามกว่าองค์ประชุมจักหาข้อยุติความถกเถียงของเหล่าขุนนางที่โต้เถียงด้วยเหตุผลส่วนตน  และแล้วเมื่อมิมีหัวถกไปมาจนเกิดช่องว่างแห่งการเสนอหัวข้อใหม่  โอกาสเพียงชั่วพริบตาที่จำต้องไขว่คว้าทำให้ลอร์ดลอเรนซ์ แห่งตระกูลดีแลนจึงขันอาสาถวายการเปลี่ยนกระแสน้ำที่กำลังเชี่ยวกรากด้วยตนเอง

 


ทูลแด่จอมราชันย์ผู้เกรียงไกร  ชายผู้กอบกู้ดินแดนและโลกปีศาจจนชื่อก้องสะเทือนทั้งสี่พิภพ....ข้าน้อยมีเรื่องอยากกราบทูลพะยะค่ะ คำเยินยอที่สวนขึ้นมาพร้อมกับสาวเท้าออกมา ณ ใจ กลางลานประชุมทำให้สายพระเนตรแสนเย็นยะเยือกปราดลงมามองต้นเสียง  ร่างสันทัดของพระเจ้าน้าที่สาวเท้าออกมาพลางน้อมคำนับสรรเสริญ  ริมฝีปากที่เรียบกลับแสดงสีหน้าที่บึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม  เมื่อเขาได้ยินคำเชยชมในพระเกียรติของเขาจากชายที่มิเคยคิดจักเจรจาดีด้วยเลยสักหน

 


 

คำสรรเสริญเมื่อครู่จอมปลอมทั้งนั้น...



 

          มีสิ่งใดข้องใจงั้นรึท่านลอร์ดลอเรนซ์  รึว่าที่เจ้าเข้ามาที่นี่เพื่อเป็นปากเป็นเสียงแทนบุตรชายเจ้า....ที่แม้แต่การประชุมอันสำคัญนี้ก็ยังมิยอมโผล่หัว?

 

 

          “ พะยะค่ะ  บุตรชายข้าร่างกายมิค่อยแข็งแรงมาแต่เล็กนัก  ข้าจึงค่อนข้างหนักใจอยู่มากนักที่ต้องเป็นฝ่ายเปิดประเด็นสนทนาในครั้งนี้ด้วยตนเอง

 

 

หึ  ถ้าหนักใจเจ้าจักบากหน้าออกมาพูดอยู่ใยกัน!

 



          “ เช่นนั้น ข้าว่าหากบุตรชายเจ้ายังอาการทรุด ๆ ทรง ๆ อยู่เช่นนี้แล้ว  ข้าคงต้องพิจารณาเรื่องตำแหน่งผู้เหมาะสมแห่งตระกูลดีแลนเสียใหม่....

 



          “ อึก...!! ” ลอร์ดลอเรนซ์ได้แต่ยืนยิ้มเจื่อน ๆ อยู่ในจุดยืนของตนเอง  เมื่อได้ฉีกหน้าอีกฝ่ายจนสาแก่ใจแล้วอารมณ์ที่เคยคุกรุ่นก็พลันทุเลาลง 

 

 

          ว่าไป...ข้ารอฟังคำของเจ้าอยู่ ฝ่าพระหัตถ์แกร่งจึงโบกสะบัดเชิงอนุญาตให้อีกฝ่ายแจ้งหัวข้อที่จักทูลถวายแก่เขาต่อ

 

 

          “ ท่านทั้งหลายข้าเชื่อปักใจเหลือเกินว่า  ทุกท่านในที่นี้คงจักพอทราบข่าวและได้ยินเสียงมดแมลงวี่แมลงวันทั้งหลายที่แอบอ้าง  ใส่ร้ายป้ายสีให้แก่คุณหนูทั้งสามตระกูลกันมาบ้าง ข้าเองนั้นแสนคับข้องใจทันที่ทีทราบเรื่องจึงขอทูลถามในนามของแวมไพร์ผู้เป็นพ่อผู้นึงพะยะค่ะ

 

 

          “ ………………… ”

 

 

          “ ข้าอยากรู้คำตอบจากท่านจอมราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่พะยะค่ะว่า  พิธีแห่งการคัดเลือก จักยังดำเนินต่ออยู่รึไม่?

 

 

หึ  คิดจักใช้คำพิพากษ์ของวังกลาง 46 ห้องขึ้นมาแย้งงั้นรึ

 

 

ร้ายมิเบาเลยนี้...

 

 

จริงอยู่ที่ตระกูลขุนนางเลืองชื่ออย่าง  ตระกูลคาร์เตอร์เองย่อมมีสิทธิ์ในตำแหน่งนี้มากกว่าใครในทุกผู้  แต่ฝ่าบาทพะยะค่ะข้าอยากจักกำชับแก่พระองค์อีกครั้งว่า  คุณหนูคาร์เตอร์นั้น  บุตรีที่ส่งมาครานี้มิใช่สายเลือดบริสุทธิ์แท้แต่กำเนิด  ข้าจึงอยากให้พระองค์พิจารณาความเหมาะสมในครั้งนี้ด้วยพะยะค่ะ

 

 

คิดจักเขี่ยคู่แข่งแล้วหมายให้คาร่าขึ้นเคียงคู่กับข้างั้นรึ?

 

 

หึ  อย่างเจ้าเนี้ยนะคิดจักส่งแก้วตาให้มาอยู่ในน้ำมือข้า

 

 

เจ้ามีจุดประสงค์สิ่งใดแฝงอยู่กันแน่

 

 

ลอร์ดลอเรนซ์  ดีแลน

 

 

 

“ …การตัดสินของวังกลาง 46 ห้อง ก็ได้แจงแล้วว่าคุณหนูเหล่านั้นมิมีความผิดแต่ประการใดทั้งสิ้น  ข้าจึงอยากได้ข้อชี้แจงพะยะค่ะว่า พิธีนั้นจักเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่  รึว่าบุตรีแห่งสามตระกูลใหญ่จักต้องรอเก้ออยู่แต่ในหอคอยอริชา ? สิ้นคำถามแห่งลอร์ดลอเรนซ์เสียงซุบซิบนินทาดังกระหึ่มจนฟังมิเป็นศัพท์ในทันที  ฝ่าพระหัตถ์หนากำเข้าหากันจนสันหมัดที่นูนปูดนั้นสั่นระริกไปด้วยความโกรธ

 

 

          ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกของเหล่าขุนนางดังขึ้นเป็นพลวัน  ทั้งที่ให้การสนับสนุนความเหมาะสมของคุณหนู  ดาริน  คาร์เตอร์ ที่ไร้ซึ่งชื่อเสียงและรอยด่างพร้อยและขุนนางที่ให้การสนับสนุนหนุนหลังแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่สืบสกุลโดยแท้อีกสามตระกูลใหญ่เองก็มิยินยอมเช่นกัน  ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกจนน่าระคายหู  สายพระเนตรอันแข็งกร้าวก็สบลงมามองใบหน้าเจือยิ้มเล็ก ๆ ของชายที่หยิบยื่นหัวข้อเสนอ  สีหน้าที่ยียวนกวนประสาทรวมถึงอากัปกิริยาของพระอนุชาแห่งข้าอีกที่เบิกบานกับประเด็นถกเถียงที่มิมีวันจบสิ้นนี้

 

 


ปัง!!

 

 

        “………………….” เสียงกำปั้นหนัก ๆ ทุบลงบนเก้าอี้บังลังค์กว้างจนเสียงสะท้อนกึกก้องไปมาดังขึ้น  ทำให้เสียงโหวกเหวกของเหล่าขุนนางนั้นเงียบสงัดลงในที่สุด

 

 


          ย่อมได้ลอร์ดลอเรนซ์  เช่นนั้นข้าจักแจงคำตอบให้แก่เจ้าและทุกผู้ในที่นี้ได้ประจักษ์

 


 

          “ ข้า แคสเปี้ยน  ไวแอตเทนเจอร์  จอมราชันย์ลำดับที่ 10 แห่งแดนแวมไพร์ขอประกาศว่า พิธีแห่งการคัดเลือก ย่อมดำเนินต่อไปตามกฎมณเฑียรบาลอันเก่าแก่ของราชวงศ์  ทุกอย่างจักเสร็จสิ้นภายในหนึ่งเดือนนี้เป็นแน่นอน...วางใจเถิดว่าตำแหน่งสำคัญนี้จักมิว่างเปล่าอีกต่อไปแน่     พระสุรเสียงที่ตรัสออกมานั้นสร้างความตื่นตะลึงให้กับเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่อย่างขุนนางโทมัสที่คอยแจงข้อพิพากย์นี้มาตลอดเป็นอย่างยิ่ง!!  องค์ชายแดเนียลยืดลำตัวจนอยู่ในทีท่าสง่าอาจองค์พร้อมกับลอบแสยะยิ้มรับที่เห็นชัดว่า  พระเจ้าน้าเปิดประเด็นและหาข้อสนับสนุนบีบคั้นเจ้าพี่ให้ตัดสินพระทัยได้อย่างเฉียบแหลม  แต่ทุกอย่างที่กำลังเหมือนจักลงล็อคไปตามเกมขององค์ชายผมบลอนต์ประกายอ่อนก็กลับถูกปิดม่านลง   ทันทีที่มีคำบุพบทแสดงความขัดแย้งสวนขึ้นมา!!

 

 

          แต่....ข้าเห็นว่าสกุลคาร์เตอร์ได้รับบุตรีบุญธรรมมาก็จริง  แต่ตามกฎมณเฑียรบาลมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งว่าต้องเป็นแวมไพร์บริสุทธิ์เท่านั้นที่จักสามารถดำรงตำแหน่งองค์ราชินีแห่งข้าได้

เช่นนั้น  ข้าจึงตัดสินใจแล้วว่า สกุลใหญ่ทั้งสี่สมควรได้รับความเสมอภาคเท่าเทียมกันในพิธีการอันสำคัญนี้....

 

 

          ท่านพี่.......! //……..!!? ” เจ้าชายแดเนียลถึงกับผงะด้วยความตกใจก่อนจักทักท้วงเสียงหลงที่ได้ยินราชโองการของเสด็จพี่ที่เพิ่งเปล่งวาจาออกมาด้วยสีพระพักตร์เย็นชา  แต่ทว่าสายพระเนตรนั้นกับฉายแววแห่งความจริงจังและหนักแน่นในคำพูดเป็นอย่างยิ่ง

 

 

          “ ช้าแต่พะยะค่ะ  แต่ข้าก็เห็นว่าองค์รัชทายาทที่ควรจักประสูติออกมา  ควรค่าจักดำรงสายเลือดบริสุทธิ์อันไว้  เช่นเดียวกับที่ผ่าน ๆ มาอยู่ดีพะยะค่ะ ลอร์ดลอเรนซ์ ดีแลนยังคงหาข้อกังขาอีกประการขึ้นมาทับทาม  พร้อมพรั่งด้วยเหล่าขุนนางชั้นผู้น้อยที่ยกฝีไม้ลายมือขึ้นเพื่อสนับสนุนแนวคิดเห็นนั้นอีกด้วย

 

 

ข้าด้วยพะยะค่ะ // ข้าด้วย // พิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกคราเถิดพะยะค่ะ!!! ”

 

 

          “ แล้วเช่นไร ต่อให้เป็นเช่นนั้นจริง  องค์ราชินีก็ต้องมีโลหิตแห่งข้าเจืออยู่ในกายอยู่แล้ว  เหตุใดเลือดในตัวของโอรสข้าจักมิมีสายเลือดบริสุทธิ์เจือปนอยู่กันเหล่า....

 

 

          “ แต่ข้าก็ยังเห็นว่า นางเป็นหญิงมิมีหัวนอนปลายเท้า ต่อให้เป็นบุตรบุญธรรมของสกุลคาร์เตอร์แล้วก็ตาม  ชนชั้นล่างต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย  ชนชั้นล่างก็ยังเป็นแค่ชนชั้นล่างอยู่ยังวันยังค่ำ  

 

 

          ระวังปากหน่อยท่านลอร์ดลอเรนซ์ ข้าเองก็มีความอดทนค่อนข้างต่ำนัก คำสบประมาทในห้วงประโยคเมื่อครู่ช่างสร้างความเดือดดาดให้กับร่างสูงที่ยืนนิ่งทนฟังมานานเริ่มทักทามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่พอใจออกมาจนเห็นได้ชัด

 

 

 ต้องขออภัย ลอร์ดจาริส  ข้าแค่แสดงความเห็นส่วนตน.... ธิ์ในการเข้าร่วมพิธีนี้อยู่ก็ถือเป็นความเมมตตตาสูงสุดของพวกเจ้ามากพอแล้ว.....ี่องค์พระหมื่ร่างสันทัดของชายผู้หยุดยืน ณ ใจกลางลานประชุมเหลือบใบหน้าหันมามองด้วยความไม่สะทกสะท้านกับคำกล่าวเมื่อครู่เลยแม้สักเพียงเศษเสี้ยว  และเมื่อเห็นว่าขือยังต่อเวลาให้บทสนทนาข้อนี้ยังดำเนินต่อไป  การถกเถียงยังคงยืดเยื้อจนยากจักควบคุมได้  ร่างสูงจึงเปล่งพระสุรเสียงกังวานประกาศลั่น  พร้อมกับหยิบยกข้อสนับสนุนบางประการขึ้นมาเสริม

 

 

          “ ถึงอดีตจอมราชันย์จักเห็นความสำคัญในข้อนี้  แต่ที่แล้วมาก็มิเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้คุณหนูตระกูลใหญ่เข้ามามีส่วนในการที่องค์พระหมื่นปีถูกลอบปลงพระชนพ์อยู่ดี  ที่ข้ายังให้สิทธิ์ในการเข้าร่วมพิธีนี้อยู่ก็ถือเป็นความเมตตาสูงสุดของพวกเจ้ามากพอแล้ว.....

 

 

          “ ฝ่าบาท!!! // ฝ่าบาทพะยะค่ะ!!  // ฝ่าบาท!!! ” เหล่าขุนนางที่มิเห็นด้วยโหวกเหวกพร้อมกับวิงวอนขอให้จอมราชันย์ทบทวนคำตัดสินพระทัยอีกครั้ง 

 

         

          พอที!!!  เลิกประชุม!!!! ” ร่างแกร่งก็ลุกพรวดขึ้นจากบังลังค์กว้างก่อนจะตัดบทสนทนาในที่ประชุมใหญ่พร้อมกับเหล่าองครักษ์รักษาพระองค์ที่กางอาวุธและเปิดทางให้ฝ่าบาทสาวเท้าออกไปตามพระประสงค์






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #81 wawawow555 (@wawawow555) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:59
    หึ่ยยยย ขัดหูขัดตามารขวางคอจริงๆ ทั้งน้าทั้งน้อง!!! อินค่ะอิน555 รออ่านจ้า สนุกม๊วก
    #81
    0
  2. วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:45
    แคสเปี้ยนสู้มันลูกกกกสู้มั๊นนนนนนนนอย่าให้มันเหลิงอิลอร์ดบ้า!! จาริสทนไว้นะลูกเอาไว้เป็นราชาเมื่อไรตอกให้หงายเลย????????
    ปล.ไรท์โปรดเมตตา​ด้วยอย่ามาม่ากลายใจรีดบอบบาง😢😢
    #ข้ามไปเหอะ
    #80
    0
  3. #79 Patima666 (@Patima666) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 20:41
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุก จะรออ่านต่อไปนะ จุ๊บๆๆ😘
    #79
    2
    • #79-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 33)
      5 ธันวาคม 2561 / 08:33
      อ่านแล้วชื่นใจจจจจ ขอบคุณมากนะคะ เลิฟ///
      #79-1
  4. วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 06:54
    มันต้องไม่เป็นไปตามแผนแดเนียลสิ! จาริสลูกกกกกกกลับไปซินเซียเถ๊อะะะะะะะเรื่องนี้ดราม่าขั้นสุดยอดอินี่กินมาม่ามาหลายวันเเล้ววววววว
    *ข้ามๆไปเถอะอินี่มันบ้า
    #78
    1
    • #78-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 33)
      3 ธันวาคม 2561 / 10:57

      เรื่องนี้ดราม่าแค่ไม่กี่คู่เอง555
      #78-1
  5. วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 16:57
    มาแล้วววสส
    #76
    0