ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 30 : ตอน จิตคะนึงถึง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    20 เม.ย. 62








ออกเดินทางได้!!!!! ” มหาดเล็กเปล่งเสียงส่งสัญญาณ  ในขณะที่ตัวฉันประทับนั่งลงในตัวเกี้ยวขนาดใหญ่กว่าช่วงตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ตัวเกี้ยวถูกยกขึ้นมาพร้อมกันหลังจากสิ้นสัญญาณปากเปล่า  ใจที่เต้นเป็นจังหวะเนิบช้า  บัดนี้ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกเต้นกระหน่ำอยู่ด้านในจนต้องสูดลมหายใจเข้าออกให้หายประหม่า  แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีเงาตะคุ่ม ๆของใครบางคนหยุดยืนอยู่ตรงข้างหน้าต่างที่มีม่านกางกั้นเอาไว้  เอวบางจึงใช้เรียวนิ้วกรีดชายม่านออกเพื่อทอดมองก่อนจะพบว่าผู้ที่หยุดยืนอยู่ข้างเกี้ยวก็คือ...ท่านพี่  


วันนี้ท่านพี่จาริสแต่งกายเต็มยศราวกับเจ้าชายในเทพนิยายที่เธอเคยคลั่งไคล้  ถึงจะไม่ได้สวมสูทสีขาวและขี่ม้าคู่ใจ  แต่เธอกลับรู้สึกว่าท่านพี่เหมาะกับการแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดสีทึมมากกว่าใครทั้งหมดในที่นี้เสียอีก

 


ท่านพี่จักไปส่งข้ารึเจ้าคะ? ”  เสียงใสของหญิงสาวที่ประทับอยู่ในเกี้ยวดังขึ้น  ทำให้ชายหน้าคมที่หยุดยืนอยู่ด้านข้างปรายลงมามองพลางตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา

 


พี่มีกิจราชการ ”  คำตอบของชายมาดขรึมจอมพูดน้อยดังขึ้นยังไม่ทันขาดคำ  เสียงจิ๊ปากของเจ้าตัวดีที่นั่งอยู่ข้างในก็ดังสวนขึ้นมาอย่างนึกหมั่นไส้ 


 

ชิ  ห่วงงานหรอกเหรอเนี้ย...หญิงร่างเล็กเอ่ยพลางอุบอิบกับตนเอง

 


ที่แท้ก็ยังงี้นี่เอง  ไอ้เราก็นึกว่าหวงน้องจนบากหน้าไปส่งให้ถึงที่ด้วยตนเอง

 

 ปั๊ดโถ่! ไม่ได้หวงหรือว่าห่วงน้องสงน้องสาวบ้างเลย!!!

 


            “ ทำหน้ายู่  เดี๋ยวก็เหี่ยวหมดหรอก เสียงทุ้มเอ่ยพลางกลั๊วหัวเราะ  คำกล่าวที่เอ่ยขึ้นมาลอย ๆ ทำให้สาวเจ้าที่นึกว่าแวมไพร์เป็นปีศาจที่ไม่มีวันโรยราก็รีบยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของตนเองอย่างทันควัน

 

            “ แวมไพร์เหี่ยวได้ด้วยหรอ?บ้า!!!!! ”


            “ แค่อายุไขยืนยาวกว่ามนุษย์จนเกือบคล้ายว่าเป็นนิจนิรันดร์...แต่จริง ๆ แล้วเราเจ็บและล้มตายได้เช่นเดียวกับมนุษย์   นับภาษาอะไรกับความชราภาพ เจ้าประมาทในชีวิตมากไป  เด็กโง่

 

ตายแล้วคุณขา

 

 ก็นึกว่าถ้าเป็นแวมไพร์แล้วก็จะเชิดหน้าสวย ๆ แบบนี้ได้อย่างยืนยงคงกระพันสะอีก

 

ชีวิตนี้ช่างน่าอนิจจังอะไรขนาดนี้นะ 

 


            ปิดม่านได้แล้ว

 


            “ เจ้าค่า   หญิงที่ประทับอยู่ภายในเกี้ยวจงใจลากหางเสียงจงยาวยื้อพลางเอื้อมฝ่ามือปลดผ้าม่านที่กางกั้นอยู่ลงตามคำสั่งของผู้เป็นพี่   และแล้วเหล่ากองคาราวานก็เริ่มจำแลงคืนสู่ร่างค้างคาวโดยพร้อมเพรียง  เสียงกระพือปีกกว้างดังพรึ่บพรับจนหญิงที่นั่งอยู่ด้านในยังนึกตกใจ  ไม่นานเกี้ยวหลวงก็ถูกนายทหารชั้นผู้น้อยทั้งหลายยกขึ้นให้ลอยกลางอากาศแล้วออกเดินทางไปยังวังหลวง  นัยน์ตาสีน้ำทะเลเลิ่กลั่กลังเลนึกอยากยลโฉมร่างที่แท้จริงของท่านพี่อยู่เหมือนกัน  แม้นในเวลานี้จะเห็นเพียงแค่เงาของร่างค้างคาวตัวใหญ่ยักษ์บินขนาบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแนวของช่องหน้าต่างนี้ก็ตามที...แต่ใจนึงก็แอบหวั่นกลัวว่าถ้าได้เห็นร่างที่จริงแท้ของท่านพี่แล้วเจ้าตัวจะโกรธรึเปล่า  คิดได้ดังนั้นสาวเจ้าจึงยอมนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ภายในเกี้ยวแล้วทำเพียงแค่ชำเลืองมองทิวทัศน์จากมุมสูงผ่านม่านผืนบางที่กางปิดซึ่งอิสรภาพ  ดวงตากลมโตนึกหลับตาพริ้มนึกถึงบุพการีทางสายเลือดเพียงคนเดียวที่เธอรู้จัก  ฝ่ามือเล็กกุมมือทั้งสองข้างไว้หว่างหน้าอกแล้วเอ่ยคำภาวนา   หวังเพียงว่าคนบนฟ้าจะรับรู้เรื่องราวที่เป็นไป

 


ปู่คะ  รินเองนะคะ

 

เกิดเรื่องราวหลายอย่างมากเลยค่ะ

 

ตอนนี้หลานต้องทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณพี่จาริสแล้ว

 

ปู่ช่วยดลบันดาลให้จอมราชันย์ไม่ถูกใจรินด้วยนะคะ

 

ให้รินมีโอกาสได้แต่งงานกับชายที่รินรัก

 

ชายที่จะรักและดูแลรินเพียงคนเดียวไปชั่วชีวิต

 

ปู่ช่วยหลานด้วยนะคะ...รินไม่อยากถูกคลุมถุงชน

 


            ขณะที่ริ้วขบวนกำลังขับเคลื่อนกองกำลังไปด้านหน้าอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  แวมไพร์ในร่างค้างคาวมหึมาต่างบินรักษาขบวนอย่างเป็นระเบียบอย่างสวยงาม  เกี้ยวคันหรูโฉบผ่านบ้านและเมืองที่อยู่ด้านล่างจนฝูงชนแห่งแวมไพร์ต่างออกมาออเพื่อดูขบวนหลวงของแวมไพร์วรรณะสูงกันจนแน่นขนัดเต็มถนนกว้าง  ภายใต้สกุลน้อยใหญ่ที่ให้การหนุนหลังสกุลคาร์เตอร์ต่างส่งเสียงเฮร้องจนก้องท้องนภาอันกว้างใหญ่  แม้นทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินการณ์ทั้งหมดไปอย่างราบรื่น  แต่กลับมีนัยน์ตาคมของแวมไพร์ที่ปะปนฝูงชนอยู่ในกองคาราวานปรายตามองไปยังเกี้ยวหลวงที่อยู่ใจกลางขบวนใหญ่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ 

 


ที่แท้ก็พามนุษย์ผู้นี้มาเป็นต่อหมายผูกสัมพันธ์กับจอมราชันย์นี่เอง

 

 ช่างมักมากในอำนาจอะไรถึงเพียงนี้ 

 

ถึงข่าวลือที่ใครต่อใครล่ำลือกันให้หนาหูว่า  ฝ่าบาทมีใจให้ผู้ปลดพันธนาการ 

 

ต่อให้แหล่งข่าวค่อนข้างเชื่อถือได้มากโขแค่ไหนก็ตาม

 

ตัวข้าก็ยังนึกไม่ถึงเลยว่า  จาริส  คาร์เตอร์ชายผู้เป็นถึงมือขวา

 

จักใช้ข้อนี้หมายเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกับจอมราชันย์

 

คอยดูอยู่เงียบ ๆ ไปอีกสักพักดีกว่า... 

 


วิลเลียม  ออสนึกพลันแสยะยิ้มจาง ๆที่มุมปาก  ริ้วขบวนบินโฉบอยู่กลางอากาศนานถึงสามชั่วยาม   ผู้เป็นหัวหน้าในการเคลื่อนกองคาราวานอย่างจาริสจึงต้องให้สัญญาณบินตวัดเฉวียงขึ้นกลางอากาศเพื่อส่งสัญญาณให้ทุกผู้หยุดกระพือปีกบินแล้วพักเอาแรงที่เนินผากว้างบนหุบเขาสูงชันที่อยู่ห่างถัดไปจากวังหลวงไม่มากนักทันที   ร่างโปร่งพลันจำแลงร่างคืนสภาพพลางปรายตามองไปยังท้ายขบวนหมายจักมองหาว่าชายลูกผสมที่ไม่มีปีกให้โผบินบัดนี้เร่งฝีเท้าถึงส่วนตีนเขา  ณ  จุดนัดพบที่กะเกณฑ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้วรึยัง 

 


นายท่านขอรับ  ดื่มเลือดของจิ้งจอกเงินสักหน่อยไหมขอรับ? ”  หนึ่งในข้ารับใช้หยิบยื่นโหลเลือดชั้นยอดให้ด้วยทีท่านอบน้อม  ร่างแกร่งรับมาพลางตบบ่าเป็นการขอบคุณ  ก่อนจะก้าวฉับ ๆกลับไปยังเกี้ยวหลวงเพื่อดูว่าหญิงสาวผู้เป็นน้องมีอาการปวดเมื่อย หรือหิวโซเนื่องจากการเดินทางรึเปล่า

 


ก๊อก  ก๊อก

 

            ริน  พี่เอง ”  ทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะจากด้านนอกพร้อมกับน้ำเสียงนุ่มทุ้มของผู้เป็นพี่ชาย  หญิงสาวที่กำลังรู้สึกกระหายก็รีบบีบฝ่ามือของตนเองเพื่อคุมสติและร่างกายไม่ให้สั่นเทา  ความผิดปกตินี้เริ่มแสดงผลถี่ขึ้นนับตั้งแต่เจ้าตัวไม่ยอมทานเลือดคั้นสดจากอสูรหรือสัตว์เลยนับตั้งแต่มาเยือนโลกปีศาจ  นอกจากผลพลาสม่าที่สั่งแมร์รี่ควานหามาให้ใช้ดับกระหายเพื่อดื่มทดแทน

 

            คะ?  ท่านพี่มีอะไรกับน้องรึเปล่า ”  เสียงหวานขานกลับมาโดยที่เจ้าตัวไม่ยอมเลิกผ้าม่านผืนบางออกเมื่อครั้นตอนที่เริ่มออกเดินทาง

 

            หิวไหม?  ดื่มนี่สักหน่อยสิไป...เดี๋ยวร่างกายจักแย่เอา ”  คนเป็นพี่เอ่ยพลางเปิดฝาขวดโหลที่บรรจุไปด้วยเลือดของจิ้งจอกเงิน  อสูรชั้นสูงที่หาดื่มได้ยากมากในแดนแวมไพร์ไปยังช่องหน้าต่าง  กลิ่นคาวแสนหอมหวนลอยคลุ้งเข้ามายังตัวเกี้ยว  จนนัยน์ตาสีฟ้าทะเลถึงกลับเผลอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานตามสัญชาตญาณดิบเถื่อนเนื่องจากการร่างกายขาดเลือดสดมานานจนเกือบจะถึงขีดจำกัดเต็มที

 


หยุดซิ...หยุดสั่นสักที!!!

 

ไม่นะ  อย่ายื่นเข้ามาใกล้หน้าต่าง!!!

 


            ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพี่...น้องมีผลพลาสม่าแล้ว  ท่านพี่เดินทางใช้แรงเหนื่อยกว่าน้องเสียอีก  ดื่มดับกระหายให้คลายความล้าเถิด

 


ขาดเหลืออะไรก็เรียกใช้คนของพี่ได้เลยแล้วกัน  อีกครึ่งชั่วยามเราจักเดินทางกันต่อ  ถ้าเบื่อก็ออกมารับลมเย็น ๆ กับพี่ด้านนอกได้นะ

 


เจ้าค่ะ  น้องขอทานอะไรรองท้องให้เรียบร้อยก่อนนะเจ้าคะแล้วจักตามไป ”  เมื่อเห็นผู้เป็นน้องยืนยันดังนั้นชายผู้เป็นพี่จึงมิได้คาดคั้นเอาความอันใดอีก  ร่างแกร่งยกซดกระดกของเหลวชั้นเยี่ยมเข้าสู่โพรงปากพร้อมกับครางกระเส่ากับรสชาติที่แสนยอดเยี่ยมทันทีที่ความคาวหวานสัมผัสอยู่ตราตรึงบนปลายลิ้น  ร่างสูงเดินฉีกออกไปรับสายลมที่ตรงหน้าผาเพื่อหยุดรอชายลูกผสมที่กำลังเร่งฝีเท้ามาถึงที่นี่ในอีกไม่ช้าด้วยใจที่โล่งและปลอดโปร่ง   เหล่ากองคาราวานต่างแลกเปลี่ยนบทสนทนากันอยู่โดยรอบด้วยน้ำเสียงครื้นเครงเนื่องจากวันนี้คล้ายกับวันมงคลที่สกุลคาร์เตอร์ที่พวกเขาทั้งหลายเคารพกำลังเดินทางเข้ารับพิธีคัดเลือกตำแหน่งพระสนมของจอมราชันย์ผู้เกรียงไกร  


แมร์รี่สาวใช้ได้แต่หยิบยื่นผลพลาสม่าผ่านม่านผืนบางให้กับคุณหนูด้วยจิตที่เป็นพะวงยิ่งนัก  แต่เธอก็จนปัญญาจะเคี่ยวเข็ญให้คุณหนูยอมดื่มเลือดสดจากอสูรเพราะไม่ว่าจักกล่อมอย่างไรก็ดูเหมือนเจ้าตัวจักไม่ยอมรับฟังเอาเสียเลย  แมร์รี่ยืนบีบฝ่ามือของตนเองพลางเหลือบไปมองแผ่นหลังกว้างของท่านจาริสที่หยุดยืนและแลกเปลี่ยนบทสนทนากับเหล่าทหารกล้าชั้นผู้น้อยที่กำลังสาวเท้าเข้ามาร่วมแสดงความยินดี  นัยน์ตาสาวข้ารับใช้นึกหวั่นเกรงกับสิ่งที่เธอเก็บงำไว้  แต่ทว่าใจนึงก็นึกห่วงคุณหนูและอยากจักแจ้งความจริงข้อนี้ให้ท่านจาริสได้รับทราบ

 


เอาว่ะ!!  อย่างไรก็ต้องแจ้งให้นายท่านรับรู้!!

 


            ข้ารับใช้ประจำตัวของคุณหนุดารินตัดสินใจย่องฝีเท้าออกจากบริเวณของเกี้ยวหลวงหมายจักไปให้ถึงตัวท่านจาริส  สองฝีเท้ารีบก้าวจ้ำ ๆ ไปด้วยใจที่ร้อนรน  อีกแค่นิดเดียว...ใช่  ตอนนี้คุณหนูยังไม่รู้สึกตนต้องรีบบอกนายท่านตอนนี้แหละ!!

 

            “ ท่านจาริสเจ้าคะ เสียงขานของข้ารับใช้ของผู้เป็นน้องดังขึ้น  ทำให้ชายที่หยุดยืนหันหลังอยู่ที่ริมหน้าผาเหลียวหลังกลับมามองด้วยสีหน้านิ่งงัน

 


            “ มีอะไร?

 


            “ คือว่าคุณหนูดาริน....สาวใช้ยังไม่ทันได้แจ้งความให้กระจ่าง  สุดท้ายแล้วนายหญิงของเธอก็ขานชื่อเรียกคั่นกลางขึ้นมาขัดจังหวะสำคัญเสียก่อน!

 


            “ พี่แมร์รี่!! อยู่นี้เอง (^   ^) ”   เสียงใสและทีท่าร่าเริงของเจ้าตัวดีทำให้ร่างสูงผละสายตาหันไปหาผู้เป็นน้องพลางยิ้มอ่อนใจในทีท่าทะเล้นจนชักจักเกินงาม



            “ เดี๋ยวเถอะ  ไหนบอกจักไม่ทำให้พี่ขายหน้าอย่างไรเล่า

 


            “ ก็น้องหาท่านพี่ไม่เจอนี้เจ้าคะ....พี่แมร์รี่ขอบคุณมากนะที่เป็นธุระให้ ”  ร่างอรชรเอ่ยดักคออย่างสตรีที่รู้ทัน  ข้ารับใช้สาวประจำตัวได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งพลันพยักหน้ารับคำอย่างหลีกเลี่ยงมิได้  ในเมื่อนายหญิงของเธอเลี่ยงที่จักไม่ยอมบอกอาการผิดปกติของตนเอง  เธอก็มิมีสิทธิ์ล่วงล้ำนายของตนเองตามวรรณะและหน้าที่

 

            วู้ววววววว  สูงจังงงงงงงง สาวเจ้าเอ่ยพลางตั้งฝ่ามือทั้งสองข้างแล้วลองเปล่งเสียงดัง ๆดูว่าจะเป็นอย่างไร  แน่นอนว่าเสียงที่กู่ร้องออกไปนั้นก้องสะท้อนกังวานออกไปไกลเป็นระรอกคลื่นอย่างน่าอัศจรรย์  หุบเขาสูงชันเรียงรายสลับไปมาจนเกิดเมฆหมอกอมน้ำค้างแสนเย็นเหยียบรอบบริเวณที่ไม่ว่าจะก้มมองไปยังด้านล่างอย่างไรก็มองไม่เห็นพื้นดินเลยสักนิด

 

             เล่นอะไรของเจ้า   ร่างสูงเอ่ยพลางหัวเราะขบขันกับทีท่าที่ดูตื่นตายวายเต้นของเจ้าตัว  ทั้ง ๆ ที่ก็โตเป็นสาวบานสะพรั่งถึงเพียงนี้แล้วยังแสดงสีหน้าและแววตาสุกสกาวแพรวพราวระยิบระยับราวกับเด็กที่เพิ่งออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกเป็นครั้งแรกไปได้

 

            ก็แหม...น้องไม่เคยได้ออกไปไหนมาไหนกับท่านพี่แบบนี้เลยนี่หน่า  คำเอ่ยที่ไม่ได้เอ่ยอย่างตัดพ้อดังขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส  แต่ทว่าชายมาดขรึมกับสะอึกไปหลายชั่วขณะ   ฝ่ามือแกร่งที่ถือขวดโหลเลือดของอสูรอยู่พลันชะงักก่อนที่จักปล่อยท่อนแขนแกร่งลู่ลงข้างลำตัวอย่างอ่อนกำลัง

 


            จริงด้วยพี่เคยจักพาเจ้าไปเที่ยว  แต่เจ้าก็ดันข้อเท้าแพลงเสียก่อน

 


            “ แย่จังเลยเนอะ เสียงหวานเอ่ยรับแต่ไม่ได้หันมาหาผู้เป็นพี่ที่หยุดยืนอยู่เคียงข้าง  นัยน์ตาคมได้แต่ทอดมองใบหน้าได้สัดส่วนของหญิงสาวที่เคยสู้อุตส่าห์ชุบเลี้ยงมากับมือด้วยแววตาทอแสงอ่อน 



ต่อไปเจ้าก็จักก้าวไปไกลและอยู่สูงศักดิ์กว่าข้า...

 

ถึงตอนนั้นข้าคงมิมีโอกาสพาเจ้าไปเที่ยวเล่น  หรือพูดคุยแบบเป็นส่วนตนเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว

 

ตัวข้าคงเดินทางมาส่งเจ้าได้เพียงเท่านี้แล้วสินะ...ดาริน 

 


            “ นั่นสิ  ร่างสูงยืนนิ่งเงียบอยู่นานกว่าจักขานตอบและปล่อยให้แรงลมทำหน้าที่อย่างที่มันควรจะเป็น  ชายเสื้อคลุมของเขาปลิวไสวสลับไปมากับริ้วกระโปรงที่โบกสะบัดเข้าหาร่างอันได้สัดส่วนของผู้เป็นน้องที่บัดนี้เหลือแค่หญิงชายสองตนที่ยืนสนทนาอยู่ที่ริมหน้าผาตามลำพัง  ทั้งสองปล่อยให้ความเงียบเชื่อมประโยคอยู่พักนึง  ก่อนที่สาวเจ้าจะเริ่มเป็นฝ่ายเปิดประเด็นที่กำลังค้างคาอยู่ในใจ


ท่านพี่...จอมราชันย์เป็นคนแบบไหน ”  คำถามที่จู่ ๆก็เริ่มที่องค์เหนือหัว  สร้างความประหลาดใจให้กับร่างสูงอยู่มากพอสมควร  เขาแค่นหัวเราะอย่างยียวนกวนประสาทผู้เป็นน้องพลางยอกย้อนด้วยประโยคเชิงแดกดัน



ติดที่ฝ่าบาทไม่ใช่คนน่ะสิ  พี่เลยตอบคำถามเจ้าไม่ได้


 

เอ๊ย น้อง หมายถึง เป็น เอ่อ ชายแบบไหนเหรอเจ้าคะ?


 

อยากรู้ไปใย...อีกเดี๋ยวเจ้าก็ได้เจอด้วยตนเอง  ” นัยน์ตาคมปรายตามองพลางยกยิ้มจาง ๆที่มุมปากราวกับกำลังจับผิด  และแน่นอนหญิงที่ปกปิดความรู้สึกตนเองไม่เก่งอย่างดารินเลี่ยงการสบสายตาและบ่ายหน้าหนีไปทางอื่นตามที่เขาคาดเอาไว้

 


ก็แหม  จะได้วางตัวถูกไม่ให้ท่านพี่ขายหน้าอย่างไรเหล่า


 

หึ  หึ  หึ  ” 


มีแต่จักทำตัวตรงกันข้ามหมายให้อีกฝ่ายรีบ ๆ 


ถอดถอนตนเองออกจากการคัดเลือกล่ะสิไม่ว่า  


ร้ายนักนะเจ้าตัวแสบ  


จาริสก่นว่าอย่างคนรู้ทันก่อนที่จะทำท่าทางครุ่นคิดแล้วก็บอกใบ้ปริศนาน้อยให้เจ้าตัวไปไข้ข้อข้องใจเอาเอง

 


สีรัตติกาล คือ สัญลักษณ์ประจำพระองค์ของจอมราชันย์  เห็นว่าเป็นผู้ใดก็ผู้นั้นนั่นแหละนะ

 


สีรัตติกาลแปลว่า สีดำ รึเปล่าหว่า

 

เป็นชายผิวดำ?  ผมดำ? ตาดำ? ใจดำ?  รึอะไรดำฟะ?!



            โอ๊ย ท่านพี่!! ไหนบอกว่าเป็นถึงมือขวาของจอมราชันย์ไง!  พูดอะไรน้องมิเห็นรู้เรื่องเลย


 

            หึ  หึ  หึ ” ร่างสูงไม่ตอบอะไรกลับมานอกจากเสียงหัวเราะในลำคอที่ดังเสียจนคนเป็นน้องชักเริ่มมีน้ำโห!

 


            น้องไปถามผู้อื่นก็ได้! ”


 

            ไปคาดคั้นผู้อื่นก็มิมีใครยอมบอกเจ้าหรอก  มิอยากโดนรับโทษที่จาบจ้วงล่วงเกินเบื้องสูงกันทั้งนั้น  

 


            แล้วไหงท่านพี่บอกได้?!! ”


 

            ก็พี่เป็นชายที่ฝ่าบาทโปรดปราน :) 

 


            “ น้องไม่คุยด้วยแล้ว!!! ” หญิงร่างเล็กเอ่ยพลางทำท่าสะบัดบ็อบแล้วเดินกลับ  ร่างสูงหัวเราะในลำคอกับท่าทางเจ้าแง่แม่งอนของน้องสาวจอมรั้นของเขาอย่างอารมณืดี  ก่อนที่เสียงทุ้มจะดังขึ้น

 


            เดี๋ยว...เสียงเพรียกที่เอ่ยขึ้นมาทำให้ร่างบางชะงักฝีเท้าพลางหันมามองด้วยท่าทีแก้มป่องเล็กน้อย  นึกเคืองท่านพี่ของตนเองที่เอาแต่พุดอะไรไม่รู้เรื่อง  แถมยังไม่ให้ความร่วมมือกับเธออีกต่างหาก  คนเป็นพี่เห็นว่าน้องเคืองเลยเดินสามขุมเข้ามาพลางเอ่ยประโยคสำคัญ

 


            “ เมื่อเข้าวังหลวงแล้ว   ไม่ว่าเจ้าจักผ่านการทดสอบหรือไม่ก็ตามแต่  พี่อยากให้เจ้าฟังสิ่งที่พี่จักพูดเอาไว้แล้วท่องให้ขึ้นใจ...

 


เอ๊ะ?  ท่องให้ขึ้นใจงั้นเหรอ?

 


เจ้าคะท่านพี่ ? ร่างอรชรคลายความนอยเมื่อครู่โดยพลันก่อนที่จะทำสีหน้ากึ่งไม่เข้าใจเล็กน้อย  แต่ก็ขานรับพลางยืนนิ่งสดับรับฟังผู้พี่ที่แสดงสีหน้าและแววตาจริงจังจนเธอผงะไปพอสมควร  จาริสปรายสายตามองไปรอบกายก่อนที่จะก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวแล้วเอ่ยกระซิบกระซาบกับดารินที่ใบหูด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 


ห้ามไว้ใจผู้ใดเป็นอันขาด.... คำเปรยเอ่ยออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่ชายหญิงทั้งสองผู้รับรู้กันอยู่เพียงสอง  ชายตาคมกวาดมองแสร้งทำเป็นพูดคุยเรื่องราวเรื่อยเปื่อยกับผู้เป็นน้อง  แต่แท้จริงแล้วเขากำลังระแวดระวังกลัวว่าจักมีสายของใครแอบแฝงมาในกองคาราวานหมายปองร้ายน้องสาวเพียงคนเดียวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขาเอง

 

ทำไมล่ะคะ?  น้อง...น้องไม่เข้าใจ  รินเห็นท่าทีระวังผสมกับฟังจากน้ำเสียงที่จริงจังเมื่อครู่แล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจก่อนจะโต้ตอบบทสนทนาเป็นภาษาอังกฤษที่เธอถนัดเช่นกัน

 

 พี่จาริสพูดภาษาอังกฤษใส่เธอราวกับไม่ต้องการให้ใครในที่นี้รับรู้บทสนทนาเมื่อครู่


 ไหนจะเรื่องที่เตือนเมื่อครู่นี้อีก?

 

 มีอันตรายอะไรที่เธอต้องระวังภายในรั้วในวังกันแน่?


เชื่อพี่...ห้ามไว้ใจใคร  ห้ามเล่าอะไรให้ใครฟัง  ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับเจ้า  โดยเฉพาะภูมิหลังของเจ้าห้ามแพร่งพรายออกไปเป็นอันขาด  เข้าใจไหม?

 

แม้แต่พี่แมร์รี่ด้วยเหรอคะ? เสียงหวานเอ่ยถามพลางเหลือบหางตาไปมองใบหน้าคมของท่านพี่ที่ค่อย ๆหันกลับมาแสดงสีหน้าและแววตานิ่งงัน   ดุดันและจริงจังจนเธอไม่กล้าซักไซร้


ใช่  แม้แต่แมร์รี่ก็ห้ามเป็นอันขาด  เข้าใจไหม


 

พี่จาริสดูจริงจังมากกว่าครั้งไหน ๆเสียอีก



แสดงว่าเรื่องที่กำลังปรามอยู่นี้ต้องมีอะไรสักอย่างที่อาจเป็นภัยมาถึงตัวของเราได้

 

หรือไม่ก็อาจสร้างภาระมาให้ท่านพี่แก้ในภายหลัง...

 

          ค่ะ น้องจะไม่บอกใคร


            “ พี่จริงจังนะริน  ห้ามละเลยคำเตือนพี่เป็นอันขาด


          “ อันตรายอะไรคะที่พี่กลัว นัยน์ตาสีฟ้าทะเลชอนขึ้นมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม  แต่ทว่านัยน์ตาสีดำทมิฬก็ปิดลงพร้อมกับบอกเจ้าตัวเพียงแค่ข้อมูลทั่ว ๆ ไป

 

          “ เชื่อพี่  มีภัยอยู่รอบตัวเราทุกรูปแบบนั่นแหละ  ไม่ประมาทเป็นการดีที่สุด...

 

ภัยยังงั้นเหรอ?  ทั้ง ๆที่สกุลคาร์เตอร์ก็มีผู้หนุนหลังออกตั้งปานนั้น...


ยังจะมีใครคิดปองร้ายอยู่อีกงั้นเหรอ?

 

แล้ว  แล้วถ้ามีใครคาดคั้น...น้องควรตอบว่าอะไร?

 

บอกว่าเจ้ามาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ แถบทะเลสาบนอร์เทสก็พอ 

 

เจ้าค่ะ  น้องจะจำไว้ให้ขึ้นใจ

 

หากถึงคราวจวนตนจริง ๆ ให้พึ่งพิงแอชตัน  หรือไม่ก็ฟรานซิส  เคอร์แชต กับขุนนางฮิวต์  พวกเขาไว้เนื้อเชื่อใจได้พี่เอาหัวเป็นประกัน....


 

โห่...เรารู้จักแค่แอชตันคนเดียวเอง


อีกสามชื่อคือใครกันล่ะนี่  คนของท่านพี่ในวังงั้นเหรอ?

 

ฟรานซิส  เคอร์แชต ทำไมชื่อนี้ถึงคุ้นหูจังแหะ  ทำไมกันนะ?

 

รึว่าเราจะคิดมากไปเอง....


พอถึงที่หมายแล้วอีกเดี๋ยวคงได้เห็นเองว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

 


          พี่ปกป้องเจ้าไปได้ไม่ตลอด  ฉะนั้นจงเชื่อฟังแล้วทำตามที่พี่บอกก็พอ  เข้าใจใช่ไหมริน ฝ่ามือหนาเอื้อมคว้าหมับที่หัวไหล่บางของน้องสาวพลางบีบแน่นเพื่อเน้นยำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึกที่เขาเป็นห่วง  แน่นอนว่าความรู้สึกที่ถ่ายมาให้นั้นเจ้าตัวที่เคยดื้อรั้นกลับเข้าใจและเชื่อฟังทุกประโยค  ร่างบางพยักหน้ารับพลางคลียิ้มอ่อนให้คนเป็นน้อง  เมื่อจาริสเห็นท่าท่างที่ว่านอนสอนง่ายก็พ่นลมหายใจออกด้วยความโล่งใจไปเปราะนึง  ก่อนที่ร่างสูงจะหันมาพยักหน้าแล้วส่งสายตาให้เจ้าตัวกลับไปขึ้นเกี้ยวดังเดิม


 

          ขึ้นเกี้ยวเถอะ  ใกล้ได้เวลาออกเดินทางต่อแล้ว หญิงเรือนเล็กรวบกระโปรงขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปยังเกี้ยวหลวงที่บัดนี้เหล่าทหารหาญที่ทำหน้าที่เริ่มสาวเท้ากลับมาประจำตำแหน่งกันเกือบจะหมดแล้ว  คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวเจ้าตัวเต็มไปหมด

 


 เพิ่งเคยเห็นสีหน้าและแววตาที่ทั้งเป็นห่วง และหวาดกลัว

 

คละเคล้าไปกับความจริงจังที่ซ่อนเร้นอยู่ในเวลาเดียวกันของท่านพี่...

 

รึว่าเป็นเรื่องนี้ที่ทำให้ท่านพี่กำลังอมไปด้วยความทุกข์? 


 ภัยรอบตัวแฝงอยู่ทุกที่ยังงั้นเหรอ?


 แม้แต่โลกปีศาจเองก็มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเหมือนกันเหรอเนี้ย?

 


ใบหน้าหวานอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองพี่ชายที่กำลังหยุดยืนหันหลังกว้างให้พร้อมกับสนทนาอะไรบางอย่างกับมหาดเล็กด้วยสีหน้าเคร่งขรึมดังเดิม  เสียงของแมร์รี่ดังขึ้นเพื่อร้องทักให้เธอขึ้นไปนั่งประทับอยู่ภายในเกี้ยว  เนื่องจากกองคาราวานที่เหลือเริ่มขนข้าวของแล้วจัดขบวนจนเกือบพร้อมสมบูรณ์แล้ว  ร่างสูงพยักหน้ารับรู้ถึงข่าวที่มหาดเล็กวิ่งแจ้นมาแจ้งว่าเห็นชายลูกผสมใกล้เข้ามาถึงจุดที่พวกเขาพัก  ฝ่ามือหนาส่งสัญญาณให้ทุกผู้เตรียมตัวให้พร้อมกับกับเดินทางที่ใกล้จะถึงที่หมาย  ริ้วขบวนแปรแถวพร้อมกับมหาดเล็กที่คอยส่งสัญญาณให้ทุกคนออกเดินทางไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  เหล่าแวมไพร์กว่าครึ่งร้อยจำแลงร่างกลายเป็นค้างคาวตัวมหึมาอีกครั้ง  เสียงที่เกิดจากร่างที่เสียดสีและเรียวปีกที่พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้ากว้างดังขึ้น  โดยที่หัวหน้าผู้นำขบวนอย่างจาริส  คาร์เตอร์ยังไม่ได้จำแลงเป็นร่างค้างคาวเพื่อบินตามไป  สายตาคมกวาดมองไปยังคนของเขาที่ค่อย ๆ ขึ้นสู่ท้องนภาไปพร้อมเพรียงจนครบจำนวน


ท่อนแขนแกร่งล้วงหยิบท่อสูบบุหรี่ที่ซ่อนเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในสุดออกมาพลางจุดประกายไฟเพื่อสูบเอาควันเข้าปอดไปสามฟึดใหญ่ ๆ  ใช่แล้ว  เขายังหยุดยืนรออยู่ที่ที่จุดพักเพื่อรอเจ้าลูกผสมที่ติดตามมาช้ากว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้พลางพ่นควันสีทึมออกจากโพรงปากด้วยสีหน้าที่คลายความกังวลขึ้นเล็กน้อย  หลังจากร่างกายได้รับการผ่อนคลายตามที่ใจปรารถนา

 


ตึก  ตึก  ตึก  ตึก  ตึก

 

            เสียงอุ้งเท้าหนัก ๆดังขึ้นพร้อมกับเศษหินและก้อนกรวดที่กระเด็นกระดอนออกไปตามไหล่ทาง  นัยน์ตาสีดำดุจไข่มุกปราดมองก่อนที่จะหันมาสูบบุหรี่แล้วพ่นควันออกอีกหนึ่งชุดใหญ่  ร่างของแวร์วูฟขนหน้าสีดำแกมเข้มพร้อมกับดวงตาสีนิลคู่ใหญ่ปรายตามองลงมาพลางพยักหัวลงเล็กน้อย  เจ้าลูกผสมกลิ่นตัวติดเหม็นสาบพลางผ่อนฝีเท้าของตนเองลงอย่างทิ้งระยะ  เมื่อเห็นจาริสหยุดยืนรอโดยไร้ซึ่งกองคาราวาน

 

          ช้า-เป็น-บ้า

 

กรรซ์...กรรซ์ เสียงคำรามในลำคอเป็นภาษาแวร์วูฟ  ไม่ได้ทำให้แวมไพร์อย่างเขาเข้าใจเลยแม้แต่น้อย  เพราะเสียงพวกนั้นมันต่ำและฟังให้เป็นศัพท์ยากมาก  จาริสเลยใช้การสังเกตจึงเห็นว่า  นัยน์สีนิลของอีกฝ่ายกำลังมองมายังของที่เขาถืออยู่ในมือด้วยสีหน้าตะลึงงัน

 

หึ  ทำไม  แปลกใจรึไร...แวมไพร์วรรณะสูงบ่นใส่พลางเก็บท่อสูบของตนเองลงไปที่เดิม  ก่อนที่จะปล่อยให้ชายลูกผสมเร่งฝีเท้าวิ่งผ่านตนเองไปราวกับกำลังเล่นเกมส์ประชันความเร็ว  สุดท้ายร่างค้างคาวตัวใหญ่ยักษ์ตัวสุดท้ายก็ทะยานขึ้นท้องฟ้าก่อนจะเร่งสปีดเพื่อกลับมาประจำตำแหน่งเพื่อป้องกันเกี้ยวหลวงต่อไป

 


ณ  สวนลุมใจกลางวังหลวง

 

            แดเนียลกลับมาจากวังใต้รึยัง? พระสุรเสียงตรัสถามกับทหารคู่ใจขึ้นลอย ๆ โดยที่ไม่ได้หยุดฝีเท้าที่ก้าวเดิน

 

            เจ้าชายแดเนียล มากับ ท่านลอร์ดลอเรนซ์พะยะค่ะ  เพิ่งถึงวังหลวงเมื่อสักครู่ หนึ่งในทหารองครักษ์หน้าใหม่ถือโอกาสกราบบังคมทูล นัยน์ตาสีเอกลกษณ์พลันชะงักก่อนจะแสดงความขุ่นมัวจนเหลือไว้เพียงใบหน้าที่นิ่งสงบพร้อมกับแววตาที่เย็นชายิ่ง

 

ท่านน้าก็มาด้วยงั้นเหรอ...?

 


            กลับมาแล้วงั้นเหรอ...เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกับตนเองด้วยน้ำเสียงพึมพำ  


ท่านลอร์ดลอเรนซ์ แห่งสกุลดีแลนผู้นั้นน่ะรึมาที่นี่....

 

นึกไม่ถึงว่าเจ้าตัวจะเดินทางมาองค์ประชุมแทนบุตรชายแบบนี้ 

 

ฝั่งพระญาติที่เขาไม่ค่อยลงรอยเท่าไหร่นับตั้งแต่เด็ก ๆ

 

 แถมหาตัวจับได้ยากชนิดที่ใคร ๆก็ต้องล่ำลือ...

 

เหตุใดถึงได้ถ่อมาที่นี่จะเพื่อร่วมประชุมสำคัญ

 

รึแดเนียลคิดจักดึงมาให้ช่วยเกี่ยวกับประเด็นของสกุลคาร์เตอร์


ไม่เลิกไม่ราเสียทีนิสัยเสียๆ ที่ชอบยื้อแย่งของรักของผู้อื่น


ไหนจะท่านน้าที่คอยสนับสนุนแดเนียลในทุก ๆเรื่องอีก

 

 หึ  ช่างไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย

 

ขณะที่จอมราชันย์กำลังทรงอารมณ์ไม่ดีอยู่นั้น  บัดนี้ริ้วขบวนเกี้ยวก็กำลังเดินทางเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ร่างสูงของชายเรือนผมสีน้ำตาลอย่างฟรานซิสก็รับสาร์นแจ้งข่าวความคืบหน้าจากค้างคาวสื่อสารพลางสาวเท้ามาถวายรายงานต่อจอมราชันย์ที่กำลังเสด็จไปยังวังเหนือเพื่อเยี่ยมพระอาการของพระหมื่นปี

 


            ฝ่าบาท...เกี้ยวของตระกูลคาร์เตอร์ใกล้ถึงวังหลวงแล้วพะยะค่ะ ทันทีที่เสียงกระซิบกระซาบลอดผ่านเข้ามายังโสตประสาทของชายมาดนิ่ง  ฝีเท้าแกร่งที่ย่างก้าวอยู่นั้นพลันชะงัก ก่อนที่ร่างแกร่งแสนองอาจของจอมราชันย์จะบ่ายพระพักตร์ที่เคยบึ้งตึงแล้วค่อย ๆหันไปหาฟรานซิสอย่างเชื่องช้าพลางคลียิ้มอ่อน  ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวเมื่อครู่พลันมลายไปจนหมดสิ้นฟรานซิสไม่พูดทำเพียงแค่น้อมศีรษะลงแล้วถอยกลับไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังองค์เหนือหัวดังเดิม  ทิ้งให้เคอร์แชตและวัลแคนที่ติดตามอยู่ใกล้ ๆ เองก็พลอยฉงนใจที่เห็นจอมราชันย์ทรงพระสรวล


 


ใจข้าเต้นดังโครมครามราวกับกลองทำศึก...


ทันทีที่มีข่าวดีแจ้งขึ้นมา...

 

ก้อนเนื้อพลันส่งเสียงร้องดังตึกตักอยู่ข้างในนี้ก็ราวกับกำลังบ้าคลั่ง

 

ใกล้แล้วสินะ...วันนี้ที่ข้าเฝ้ารอมานานแสนนาน

 

ในที่สุดข้าก็จะได้เจอนางเสียที

 

ดารินน้อย....

__________________________________________________________________________________

               Writter:  ขอขอบพระคุณ  คอมเม้นต์ตอนที่แล้วนะคะ ทำให้ไรต์ไม่เหงา  แถมอินจนสุด ๆด้วย
ตัลล๊ากกกกกกกกกกกกกก/////



            คุณ ปีศาจรัจติการ (@--Butterfly--)


               คุณ moon_lovers (@moon_lovers)

[ ไรต์เซฟรูปไม่ได้นะ ไฟล์ไม่ขึ้น ]  คุณ Patima666 (@Patima666

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #61 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 23:36
    แดนนนนน ยูสต็อปสิ้ คือจะเอาให้ได้ใช่ไหมห้ะ ! แคสเปี้ยนอย่าไปยอมนะ
    #คนบ้าอย่าสนใจ
    #61
    0
  2. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 21:51
    จะเจอกันเเล้วๆๆๆๆๆๆแต่ยังค้างซินเซีย(ปะ??)​กะจาริสอยู่แงงงงงงงฮือออเดะของพระ-นางโดนแดเนียลขวางอีกเห้ออออออ
    #อินี่บ้านอย่าสนใจ????💕🎶
    #59
    2
    • #59-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 30)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 09:19
      555 เดี๋ยวจาริสก็ได้เจออีกจ้า หนีไม่พ้น อุ้ยมือลั่น
      #59-1
    • #59-2 ปีศาจรัจติการ (@--Butterfly--) (จากตอนที่ 30)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 17:20
      อุ๊ย​ อุ๊ย​ อุ๊ย555555
      #พอเถอะ5555
      #59-2