ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 25 : ตอน เส้นขนาน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    17 ต.ค. 61




เหตุใดข้าถึงเป็นผู้แพ้พ่ายอยู่เสมอ...




เขตแดนแวมไพร์ทางทิศใต้

 

ร่างโปร่งทรุดกายนั่งอยู่ตรงช่องหน้าต่าง  มีแสงของเชิงเทียนที่ประดับอยู่ด้านล่างแทนแสงของจันทราและดาราในค่ำคืนนี้  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์ของชายสูงศักดิ์ทอดมองไปยังฟากฟ้า  ยามที่นภาอับแสงนวลในยามค่ำคืนช่างน่าหดหู่  แต่ทว่าสิ่งที่กำลังจักเกิดขึ้นในอีกไม่ช้ายิ่งทำให้เขาหดหู่จนเกือบจักระเบิด  ผ้าละนินสีขาวดุจสำลีผืนแสนบางเบาที่ห่อหุ้มร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกำยำค่อย ๆ ปลิวไสวไปตามแรงลม  ท่ามกลางความครื้นเครงของเหล่านักดนตรีที่ขับขานอยู่ด้านในส่งเสียงแทรกเข้ามาถึงยังห้องของเขาที่จองไว้ ณ ชั้นบนสุดของหอสวรรค์  ที่ที่เป็นราวกับวิมานบนดินของเหล่านักรักที่ยังโสด  หรือ ที่ที่เอาไว้ตักตวงความสุขเพียงแค่ชั่วข้ามคืน....กลิ่นน้ำหอมที่ฟุ้งอยู่ในห้องกำลังทำให้เขาอยากจักอาเจียร   สายตาคมเหลียวหลังหันกลับไปมองยังร่างของนางโลมชั้นแนวหน้ากำลังบิดกายที่เปลือยเปล่าของตนเองไปมา  หลังจากผ่านค่ำคืนอันหนักหน่วง

 

 ไม่ว่าหน้าไหนก็มิมีใครแทนนางผู้นั้นได้สักคน....

 

กลิ่นกุหลาบที่หอมจนเขาต้องเหลียวหลัง 

 

สัมผัสเพียงแผ่วเบากลับทำให้ข้าใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้อยู่หลายชั่วยาม

 

 มิเคยมีผู้ใดแทนนางได้...

 

ไม่มีทางที่ข้าจักหยุดพิธีนั้นได้เลยรึนี่...

 

คิดจนหัวแทบระเบิด  ใยถึงอับจนหนทางขนาดนี้?

 

 

ชายแกร่งได้แต่กลัดกลุ้มก่อนจักกระดกบรั่นดีเข้าปาก เพื่อดับความคุกรุ่นที่สุมอยู่ในทรวง  นัยน์ตาสีบลอนต์เทาประกายฟ้าฉายแสงแห่งความมืดมิดยามที่เขาไม่รู้จักวางหมากต่อไปอย่างไรดี  และแล้วท่อนแขนนุ่มของนางโลมก็ไล้ไปตามแผลงอกแสนกำยำอย่างมีจริต

 

กลุ้มพระทัยเรื่องใดเพคะองค์ชาย เสียงหวานเอ่ยกระซิบพลางออดอ้อนผ่านแววตา ก่อนจักซบศีรษะของตนเองลงบนบ่ากว้างขององค์เหนือหัวที่นาน ๆ จักมาเยี่ยมเยียนหอสวรรค์ซักครั้งหลังจากห่างหายไปนานหลายร้อยปี

 

บอกแล้วจักช่วยอันใดข้าได้ ร่างโปร่งดึงมือที่นัวเนียเขาไปมาราวกับปลาหมึกนั่นออกด้วยความลำคาญพลางชายหางตามองเชิงไม่ให้เข้ามาลุ่มล่ามตามอำเภอใจ  ร่างแกร่งผละกายจากช่องหน้าต่างที่เคยสงบเงียบ  ก่อนจักคว้าชุดฉลององค์ของตนเองขึ้นมาสวมทับอย่างลวก ๆ

 


  ไม่ว่าหญิงหน้าไหนก็เข้าหาเขาด้วยเหตุผลเหมือนกัน ๆ

 

ผิดกับนางผู้นั้นที่ไม่เคยแม้แต่จักชายตามอง

 


อย่างน้อยก็พอให้องค์ชาย  ได้คลายทุกข์ที่อยู่ในพระทัยได้บ้าง....สตรีงามเมืองได้แต่ผละถอยออกมาอย่างมีระยะก่อนจักสวมชุดอาภรณ์ของตนเองให้เข้าที่เข้าทาง  พลางเดินเข้าไปช่วยแขกระดับสูงของเธอในค่ำคืนนี้แต่งตัวให้เรียบร้อย  สายตาคมทอดมองใบหน้าที่งามและมีทรวดทรงเย้ายวนของอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งงัน  หญิงนางโลมผู้นี้มิใช่ว่ามั่งคั่งด้วยเงินทองแล้วจักหลับนอนกับนางได้โดยง่าย...นางงามถึงขนาดที่ถ้านางพอใจด้วยแล้วล่ะก็   ถึงจักยอมบริการให้อย่างสมราคา  และแน่นอนตั้งแต่เขาได้ลิ้มลองก็มิเคยให้นางได้รับใช้ผู้ใดนอกเหนือไปจากเขา

 

 

เป็นหนึ่งในบริการของเจ้ารึไรกัน เรียวนิ้วสากเชยคางหญิงตรงหน้าขึ้นมาพินิจมองด้วยแววตาว่างเปล่า

 

 

“……………………”มีเพียงใบหน้าที่อมยิ้มเล็ก ๆที่มุมปากแล้วไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเลยสักคำเดียว 

 

 

อย่าใส่ใจให้มากนักเลย...เกิดเจ้ามีความรักขึ้นมา  ผู้ที่จักลำบากก็คือตัวเจ้าเอง องค์ชายแดเนียลตรัสเตือนสติด้วยความหวังดี  แม้จักดูแล้งน้ำใจที่ตัดสัมพันธ์ตั้งแต่ต้น  แต่ทว่าสำหรับหญิงผู้เป็นได้เพียงนางโลมชั้นแนวหน้ากลับรู้สึกได้ถึงความสุขเล็ก ๆ ที่เธอจักสามารถตักตวงได้จากบ่วงโซ่ที่คล้องอยู่ที่คอ

 

หม่อมฉันจักจำใส่ใจไว้เพคะ

 


 แอ๊ดดดดดดดดดดด


                “ องค์ชาย เสียงของลูคัสที่ยังหยุดยืนอารักษ์อยู่ด้านหน้ารีบสาวเท้าเข้ามาติดตามรับใช้เจ้าชายแดเนียลอย่างทันควัน  เมื่อเห็นความเคร่งครัดที่มากจนเกินพอดีของชายคนสนิท  ทำให้องค์เหนือหัวถึงกับต้องออกปากว่าไปสักหน!

 

                ลูคัส  เจ้าขัดคำสั่งข้า พวกเจ้าก็ด้วย!!! ” สายพระเนตรมองมาด้วยความแข็งกร้าวเมื่อพบว่า  กว่าเกือบสามชั่วยามที่เขาสุขสำราญอยู่ด้านใน  เจ้าหมอนี้กลับลากทั้งกริมจอร์และอาเธอร์ไม่ให้ไปเติมเต็มความสุขของตนเองตามที่เขาสั่ง!!!

 

                “ กระหม่อมเป็นทหารรักษาพระองค์พะยะค่ะ  หากเกิดอะไรกับองค์ชายขึ้นมา...หัวของแวมไพร์แค่สามตนคงมิอาจชดใช้ได้หมด  

 

                “ ย่อมได้  เช่นนั้น...!!!! ”

 

 


แปะ  แปะ  แปะ  แปะ!!

 

                เพียงแค่องค์ชายปรบมือเพียงไม่กี่ครั้ง  หัวหน้าหอสวรรค์แห่งนี้ก็น้อมรับบัญชาจัดแจงหานางโลมที่งามระดับชั้นพรีเมี่ยมมาถวายให้ถึงที่  เหล่าแวมไพร์สาวที่สวมใส่ผืนผ้าที่บางเสียจนเกือบจักมองเห็นสัดส่วนได้ครบยืนเรียงรายพลางลูบไล้เหล่าทหารหาญหน้าบึ้งตึงที่สวมใส่ชุดเกราะพร้อมหัวเราะคิกคัก  เมื่อเห็นนายทหารระดับสูงมีอาการเคอะเขินเล็กน้อย

 

                “ อะ  อะ  องค์ชาย  พวกข้าปฏิญาณตนแล้วว่า....กริมจอร์เริ่มแสดงอาการสีหน้าถอดสี  เมื่อเหล่าสาวนางโลมรูปร่างยั่วยวนพวกนี้เริ่มซุกซนจับในที่ที่ไม่ควรจับ!

 


                ตักตวงสะ...อย่าให้ข้ามีน้ำโห องค์ชายแดเนียลเดินจ้ำไปประทับนั่งอยู่ ณ มุมอับอีกทีหนึ่ง  เมื่อดื่มด่ำกับสุราต่อจนกว่าจะคลายความหงุดหงิดที่ลุกโชนอยู่ในใจ  โดยปล่อยให้ทหารในอาณัติของเขาได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดในหน้าที่เป็นครั้งคราวบ้าง  นัยน์ตาคมเหลือบมองของเหลวสีข้นที่ปริ่มอยู่ในแก้วใส  เงาสะท้อนเห็นสภาพของชายที่มีแววตาโศกาอยู่ในแววตาเบื้องลึก  ห้วนนึกถึงคำทำนายที่เทพธิดาพยากรณ์ผู้นั้นเคยทายทักเขาเอาไว้ตอนสมัยยังเป็นแวมไพร์วัยแรกรุ่น....

 


            ความรักของท่านจักพบแต่  ความผิดหวังและความเสียใจ   หญิงชราที่ถือลูกแก้วประหลาดเอ่ยกับเขาที่กำลังจักเดินสวนไปอีกทาง

 


                ‘ เจ้าเป็นใครกัน   เสียงของข้าดังขึ้นอย่างไม่พอใจที่เจอะเจอกับการพูดจาสามหาวของหญิงชราที่แต่งเนื้อตัวมอมแมม  พร้อมกับคำทำนายที่กรีดเรียวนิ้วชี้มาทางข้าแล้วมองด้วยสายตาจริงจัง


 

                ‘ โอ้ว  ข้าเห็น...เห็นความเกลียดชังที่แผดเผาเจ้าให้ตายทั้งเป็น 

 


                ‘ เพ้อ-เจ้อ  ทหาร...ทหาร!!! ’  เมื่อพระสุรเสียงดังขึ้น  เหล่าทหารกล้าที่อารักษ์ขาอยู่รอบบริเวณก็หิ้วปีกหญิงชราผู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงรายนั้นออกไปในทันที

 


                ‘ อย่าปล่อยให้มันบังตาเจ้าจนมองไม่เห็นแสงสว่างเลย...องค์ชายน้อย!!! ’  หญิงดังกล่าวตะโกนกลับมาพร้อมกับใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาที่อาบทั้งสองพวงแก้ม

 


 

หมับ...

 

            ยายเฒ่า...คำทำนายของเจ้านี้ช่างแม่นราวกับจับวาง 


 


ผ่านเลย ไปเกือบสองชั่วยาม

 


        เสียงแห่งดนตรีและบรรยากาศอมสลัวกำลังทำให้องค์ชายแดเนียลด่ำดิ่งสู่ห้วงแห่งความทุกข์อย่างเต็มรูปแบบ  ฝ่าพระหัตถ์ยกกระดกเหล้ารัมและบรั่นดีพลาสม่าจนแทบจักนับไม่ถ้วน  สายพระเนตรที่เคยว่างเปล่าเริ่มแสดงอาการหยาดเยิ้ม  แม้พระวรกายจักยังพิงที่พำนักกว้างโดยไม่มีท่าทีว่าจักล้มพับลงไปโดยง่าย  ชายคนสนิทของพระองค์ก็ฉกชิงแก้วใสที่องค์เหนือหัวของตนเองถืออยู่ไปวางอีกฟากของโต๊ะใหญ่ 

 


หมับ…!


 

        “ เจ้าลูคัส...กล้าดีอย่างไร ”

 


          “ พอเถิดพะยะค่ะองค์ชาย ” ชายคนสนิทกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อน ไม่ได้เห็นเจ้าชายแดเนียลดื่มหนักขนาดนี้มานานแล้ว  นับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นที่พระองค์รับรู้ถึงข่าวการแต่งตั้งพระสนมเอกของท่านซาเลียน่า  พักนี้ไม่รู้องค์ชายกำลังกลุ้มพระทัยเรื่องอะไรอยู่ 

 


“ คิดว่าเป็นคนโปรดแล้วข้าจักไม่เอาโทษรึไรห๊ะ!!! ” ร่างสูงทุบโต๊ะดังปังก่อนจะพยายามคว้าขวดเหล้ารัม  แต่ทว่าลูคัสก็คว้าหมับตัดหน้าองค์เหนือหัวก่อนจักถอดถอนลมหายใจ

 


“ ไว้ลงโทษข้าทีหลังก็ย่อมได้พะยะค่ะ  แต่ได้เพลากลับแล้วพะยะค่ะ... ” ลูคัสเอ่ยสวนพลางปรายตามองไปยังกริมจอร์และอาเธอร์ที่เพิ่งเสร็จธุระ  เจ้าตัวพยักหน้าเป็นนัยให้องครักษ์ทั้งสองตนมาช่วยกันหิ้วปีกฝ่าบาทที่เริ่มเมาจนเกือบจักได้ที่

 


          “ ขออภัยพะยะค่ะองค์ชายชายทั้งสองตนเอ่ยเชิงขออนุญาตโดยไม่รีรอคำตอบ  แต่ทว่าท่อนแขนแกร่งของเจ้าชายแดเนียลก็ตวัดกลับอย่างปฏิเสธ!!

 



ผลักกกก!!!?

 


       อั่ก...อะ องค์ชาย?

 


          “ หลีกทางไปเซ่!!! ” องค์ชายเมามายจนตวาดลั่นด้วยความโมโห  ฝ่าพระหัตถ์ออกแรงผลักอกอาเธอร์จนเจ้าตัวเซถลาไปไกลถึงสามสี่ก้าว  ร่างสูงโอนเอนเล็กน้อยด้วยพิษของสุราที่ซัดเข้าไป  นัยน์ตาคมนิ่งงันอยู่พักใหญ่ก่อนจะสาวเท้าออกไปจากหอสวรรค์แต่โดยดี  ฝีเท้าแกร่งก้าวสามขุมออกมายังลานด้านนอก  สายพระเนตรกวาดมองท้องนภาที่อับแสงจนกลายเป็นคืนเดือนมืด  เพลานี้เกือบจักได้เวลาที่แสงแห่งอรุณจักเฉิดฉายแล้ว  เสียงเอะอะโวยวายของเหล่านักเดินทางและเสียงครื้นเครงของเหล่านักดนตรีที่อยู่ข้างเคียงเริ่มเงียบสกัดและแยกย้ายกันไปตามทางของตนเองกันจวบจักหมดแล้ว  แต่ร่างสูงที่สวมชุดฉลององค์ที่ทำจากเนื้อผ้าชั้นดีเยี่ยมกลับยืนนิ่งจนเหล่าองครักษ์ได้แต่มองหน้ากันไปมาโดยไม่มีผู้ใดรับรู้ว่า  เจ้าชายของพวกเขาหยุดยืนแน่นิ่งอยู่ด้านนอกที่เต็มไปด้วยน้ำค้างในยามค่ำทำไม?

 


จักทำอย่างไร...ถึงจักหยุดพิธีคัดเลือกได้?

 

นางกำลังจักกลับไปเป็นของของท่านพี่อีกแล้ว...

 

บ้าชะมัด!!!  หงุดหงิดใจชะมัดยาก!!!

 


          ร่างแกร่งได้แต่กำฝ่าพระหัตถ์แน่นจนไม่รู้สึกถึงกรงเล็บที่จิกทึ้งลงไปในเนื้อหนัง  คมเขี้ยวที่อยู่ในโพรงปากขบเข้าหากันอย่างนึกแค้นใจ  หนก่อนที่จำต้องห่างไปไกลถึงแดนแฟร์รี่ก็พลาดท่านึกชะล่าใจว่าเจ้าพี่คงไม่มีทางแต่งตั้งนางให้ขึ้นมารับตำแหน่ง...แต่เขากลับพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย!!  แล้วหนนี้ก็จักพลาดท่าให้อีกเช่นนั้นหรือ?!!

 


 

พรึบ  พรั่บ  พรั่บ!!!


 

และแล้วร่างแกร่งขององค์ชายก็จำแลงแปลงร่างเป็นพญาค้างคาวสีเผือกโฉบถลาขึ้นสู่ฟากฟ้าโดยไม่ได้ตรัสอะไรให้องครักษ์ได้รับทราบเลยสักถ้อยคำ!?

 


เจ้าชายแดเนียล!!! // โถ่เอ๊ย  รีบตามพระองค์ไปกันเถอะกริมจอร์! ” เสียงร้องเรียกของลูคัสและอาเธอร์ดังขึ้นอย่างฉุกละหุก เมื่อพบว่าวันนี้เจ้าชายแดนียลทำตัวแปลกประหลาดไปจากทุกทีจนพวกเขาเองยังต้องประหลาดใจ

 


ให้ตายซิ! ” กริมจอร์ชายเลือดร้อนชักจักเริ่มหงุดหงิดเจ้าตัวหมุนข้อมือของตนเองจนดังกรอบแกรบ เพื่อจักจำแลงกายติดตามไปให้ทันท่วงที  แต่ทว่าลูคัสก็ยกฝ่ามือเชิงยั้งไว้ไม่ให้ตามไป



อย่าเพิ่ง  ปล่อยองค์ชายไปก่อน...ลูคัสกล่าว  ทำเอากริมจอร์ถึงกับด่ากราดชนิดที่ไม่รับฟังเหตุผลของชายตรงหน้าอีกต่อไป

 


ห๊า!!!!  ศัตรูแฝงกายอยู่ทุกที่  เจ้ายังจัก....!!! ”

 


เอาหน่า  ให้ท่านล่วงหน้าไปก่อนสักสามสี่ช่วงตัวคงมิเป็นไรหรอก...ชายคนสนิทเอ่ยสวนขึ้นมากลางคันด้วยแววตานิ่งจนกริมจอร์ถึงกับจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดใจ

 


ดูเจ้าชายกำลังกลุ้มใจอยู่โขนัก  เจ้าพอจักรู้บ้างรึไม่ว่าพระองค์กำลังกังวลเรื่องอันใด?

 


ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

 


แรงลมที่ปะทะเข้าหาใบหน้าของพญาค้างคาวสีขาวนวลที่บินฉวัดเฉวียงไปมาด้วยความเร็วสูงกำลังทำให้เมืองที่เคยใหญ่โตพลันหดเหลือจนเกือบเทียบเท่าเม็ดทราย  ท่วงท่าที่ตวัดร่างปีศาจของตนเองวาดไปมากลางอากาศค่อย ๆทำให้เปลวเพลิงที่สุมอยู่ในทรวงมอดดับทีละน้อย  วันเวลาที่ผ่านเลยทำให้ชายเจ้าอารมณ์ที่มักใช้แต่กำลังแก้ปัญหากลายเป็นผู้ที่ใช้หัวคิดและวิธีการสงบสติอารมณ์ของตนเองมากขึ้นจนผิดหูผิดตา  ท่วงท่าพิสดารที่แสนโลดโผนทำให้ชายเจ้าสำราญผู้นี้รู้สึกสงบจิตใจมากขึ้นเมื่อได้ระบายผ่านการโบยบินที่พริ้วไหวอย่างสง่างามและองอาจ  ความรู้สึกกรึ่มค่อย ๆ ซาลงเมื่อได้รับไอเย็น ๆ ที่ฉาบไปทั่วทั้งร่าง  ไม่นานร่างแกร่งของพญาค้างคาวสีเผือกก็คืนร่างสู่กายมนุษย์ธรรมดา  ปลายเท้าทั้งสองข้างของเขาเหยียบอยู่บนกิ่งไม้ของต้นสนที่สูงชัน  โดยที่แขนข้างหนึ่งคว้ายอดของต้นไม้ใหญ่เอาไว้เพื่อทรงตัวและทอดมองทิวทัศน์ที่โอบล้อมอยู่รอบกาย  นัยน์ตาคมทอดมองยอดของปราสาทสีนวลที่ตั้งตระหง่านที่อยู่ห่างออกไปริบ ๆ ด้วยใจที่ถวิลหา  ไม่นานทหารองครักษ์ที่ทิ้งระยะห่างก็ตามเขามาทันจนได้  แวมไพร์ทั้งสามตนหยุดยืนอยู่บนยอดของต้นสนที่ห่างออกไปอย่างรู้หน้าที่  ใบหน้าคมขององค์ชายเบือนหน้ามาหาชายคนสนิทเล็กน้อยทำให้เจ้าตัวรีบบึ่งไปหยุดยืนเคียงข้างพระวรกายองค์ชายโดยที่ไม่ต้องรีรอให้พระองค์เรียกหา  ชายสีผมดำเข้มเหลือบมององค์ชายที่ทอดมองด้วยแววตานิ่งงันโดยที่พระองค์มิได้ตรัสอะไรออกมาสักประโยค  ความอึดอัดและภาระที่เขาสัมผัสได้ว่าเพลานี้มีบางสิ่งที่กำลังทำให้องค์เหนือหัวของเขาทุกข์ระทม  เจ้าตัวจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายออกปากถามก่อน

 


เจ้าชายกลุ้มพระทัยเรื่องใดพะยะค่ะ

 


“………………”

 


หากข้าพเจ้าฯแบ่งเบาได้...ก็พร้อมจักช่วยแบ่งเบาพะยะค่ะ

 


นางกลับมาแล้ว

 


นาง...งั้นเรอะ

 

เจ้าชายทรงหมายถึงผู้ใดกัน?

 


พระองค์ทรงหมายความถึงผู้ใดพะยะค่ะ ? ชายคนสนิทเอ่ยถามด้วยความงุนงง  นึกย้อนถึงเหล่านารีที่เจ้าชายพัวพันอยู่  ก็มิเห็นจักนึกออกเลยสักชื่อที่เจ้าชายเป็นจริงเป็นจังด้วย

 


ก็ใครเหล่าที่ข้าเฝ้าถวิลหาอยู่ทุกค่ำเช้า....คำบอกใบ้ที่สองดังขึ้น  ยิ่งทำให้ลูคัสฉงนใจเข้าไปยกใหญ่  ฝ่ามือลูบไล้ปลายคางของตนเองไปมาเพื่อใช้ความคิด

 


พระสนมเอกของจอมราชันย์ ?

 

นางสิ้นชีพแล้วนี่หน่า?!

 

แต่เมื่อครู่องค์ชายตรัสว่า กลับมา

 

นางจักกลับมาได้อย่างไรกัน?!

 


ข้า...ข้าพเจ้าฯมิเข้าใจ สุดท้ายลูคัสก็ยอมแพ้  เนื่องจากคิดอยู่เกือบสิบตลบก็แทบจักมิเห็นความเป็นไปได้ที่คนที่ตายไปแล้วจักฟื้นคืนชีพขึ้นมา  ฉะนั้นแล้วเขาจนปัญญาจักหาคำตอบจริงๆว่า เพลานี้องค์ชายกำลังตรัสถึงเรื่องใดอยู่กันแน่?

 


ถ้าเจ้าได้ยลคงจักเข้าใจได้ด้วยตาของตนเอง....ร่างสูงถอดถอนลมหายใจโดยขี้เกียจจักอธิบายขยายความต่อไปให้ยาวยื้อ  แต่ทว่าถ้อยคำเหล่านั้นกลับทำให้ลูคัสชายคนสนิทเริ่มจักปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ทัน

 


รึว่าเจ้าชายจักคงเมาแล้วเพ้อหาถึงนางอันเป็นที่รักเฉย ๆ ?!

 


หึ หึ  ใยข้าถึงมิเคยสมความปรารถนาเลยสักครั้งหนาลูคัส...ร่างสูงระบายความอัดอั้นที่สั่งสมมานานให้ชายคนสนิทของเขาได้รับฟัง  เป็นเพราะอับจนหนทางจนทำให้เขารู้สึกอ่อนล้า  หรือเป็นเพราะฤทธิ์แห่งสุราที่ทำให้เขาพูดพร่ำไม่ยอมหยุดกันแน่นะ

 


องค์ชาย ลูคัสได้แต่เรียกขานแต่ทว่าก็ไม่รู้จักสรรหาคำปลอบประโลมอะไรขึ้นมาจึงหยุดยืนแล้วสงบฝีปากของตนเอง  ปล่อยให้องคืเหนือหัวระบายความทุกข์ออกมาตามที่พระองค์ต้องการ

 


ไม่ว่าจักเป็นสิ่งของ  อำนาจ หรือแม้แต่เป็นพระโอรสที่ทำให้พระบิดาภาคภูมิ  ข้าก็มิเคยทำได้ดั่งที่หวังเอาไว้....

 


“………………”

 


แล้วเรื่อง ความรัก ข้ายังต้องมาผิดหวังอีกเช่นนั้นหรือ....

 


“………………”

 


ใยฟ้าดินถึงได้ใจร้ายกับข้านัก คำตัดพ้อขององค์ชายแดเนียลที่เอ่ยด้วยพระสุรเสียงอ่อนกำลังและเคล้าไปด้วยแรงสั่นเล็ก ๆ ทำให้ลูคัสชายผู้ติดตามรับใช้องค์เหนือหัวมาตั้งแต่ครั้นพระองค์ยังทรงพระเยาว์ถึงกับจุกจนพูดอะไรไม่ออก  ความตัดพ้อขององค์ชายทำให้ลูคัสผู้ภักดีทนเห็นความทุกข์ระทมของพระองค์ต่อไปอีกมิได้  เจ้าตัวคุกเข่าลงบนกิ่งไม้ท่อนใหญ่ด้วยสีหน้าขลึงขลังทำให้ร่างสูงที่ประทับอยู่ด้านหน้าบ่ายหน้าหันมามอง

 


เจ้าชายแดเนียลหากพระองค์ต้องการสิ่งใด  ข้าพเจ้าฯสาบานว่าจักควานหาทุกวิถีทางนำมาถวายให้….แม้นสิ่งนั้นจักเป็น บังลังค์ ของพระเชษฐาท่านก็ตามที !!! ”

 


ลูคัส....นี่เจ้า?

 


เพียงแค่ท่านตรัสมาเพียงคำเดียว...ข้าก็พร้อมถวายชีวิตให้

 


ข้าด้วยพะยะค่ะ // ข้าด้วยพะยะค่ะ

 


“………………..”

 


แค่พระองค์รับสั่งมา  ข้ามั่นใจว่าทวยราษฎร์แห่งแวมไพร์ที่อยู่แดนใต้ทั้งหมดพร้อมใจกันลุกฮือขึ้นแน่นอนพะยะค่ะ

 


ใช่แล้วพะยะค่ะ // องค์ชายแดเนียล

 


กลายเป็นว่าคำตัดพ้อที่เขาเอ่ยออกไปนั้น...

 

จักทำให้เหล่าข้ารับใช้ที่ติดตามมานานเห็นแจ้งเป็นอย่างอื่นไปเสียแล้ว

 

แต่ทว่าคำว่า บังลังค์  ก็มิอาจทำให้ข้าบอกปัดปฏิเสธได้อย่างเต็มปาก

 

ว่าตัวข้านั้น...ไม่อยากจักครอบครอง

 


          ความจงรักภักดีที่แสดงออกมาทำให้คลายความปวดร้าวของร่างสูงไปได้จนเกือบหมดสิ้น  ใบหน้าคมค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้นมาจนกลายเป็นรอยยิ้มแสยะ  สายพระเนตรที่เคยมัวหมองค่อย ๆฉายแสงระยับ  แสงแรกแห่งอรุณพลันเฉิดฉายจนอาบไปทั่วทั้งพระวรกายให้เด่นสง่า  เส้นพระเกศาสีบลอนต์ทองปลิวไสวไปตามแรงลมที่โหมเข้ามาและแล้วองค์เหนือหัวก็หันเรือนร่างไปยังทิศที่วังหลวงตั้งอยู่อีกฝั่งฟากด้วยแววตานิ่งงัน นึกภาพของตนเองมิออกเลยว่ายามที่ก้าวออกมาจากเงาของแคสเปี้ยนได้แล้ว...ตัวตนที่แท้จริงของเขาจักเป็นเช่นไร?

 


 นั่นสินะ  ใยข้าถึงต้องคอยอยู่ใต้อาณัติด้วย

 

 ข้าเองก็มีสิทธิ์ในบังลังค์ได้พอ ๆกัน

 


          ยังมิใช่ตอนนี้หรอกลูคัส....แคสเปี้ยนเป็นชายที่ความคิดความอ่านแยบยลจนเขามิอยากประมาทในข้อบกพร่องจุดเล็ก ๆ  บัดนี้จอมราชันย์มีฐานอำนาจและกำลังทางทหารสนับสนุนอยู่โขนัก  ยิ่งฝั่งของตระกูลคาร์เตอร์คอยเป็นกำลังสนับสนุนด้วยแล้วยิ่งต้องมิประมาท

 

 

ใช่แล้ว...

 

ตอนนี้มันยังเร็วเกินไป...

 

ต้องหาขุนนางระดับสูงกับตระกูลขั้วอำนาจเข้ามาหนุนหลัง

 

ทุกอย่างจักได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

 

ยิ่งหากบังลังค์ตกเป็นของข้าแล้วล่ะก็...

 

ข้ากับดาริน คงเชื่อมวาสนาต่อกันได้มิยากเย็น....

 


          รู้กันเพียงเท่านี้...เข้าใจรึไม่ และแล้วความมืดที่อยู่ในดวงหทัยของร่างสูงก็เข้าครอบงำจนเต็มสมบูรณ์  เสียงทุ้มที่กดลงต่ำทำให้ทหารองครักษ์ทั้งสามขานรับเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับแผนการณ์ลับ ๆที่กำลังจักอุบัติขึ้น

 


          “ พะยะค่ะ



 

เขาหยุดยืนแน่นิ่งอยู่ด้านนอกที่เต็มไปด้วยน้ำค้างในยามค่ำทำไม?

าองครักษ์ได้แต่มองหน้ากันไปมาโดยไม่มีผู้ใดรับรู้ว่า  เจ้

 

 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #50 moon_lovers (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:13
    ก็เข้าใจความรู้สึกแดเนียลนะ แต่แกกกกก มันต้องแคสเปี้ยนเว่ยยยย คือคนมันไม่ใช่อ่ะสะกดเป็นบ่
    #50
    0
  2. #47 --Butterfly-- (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 23:00
    ไม่ชอบเเดเนียลเลยT_Tรู้ว่าไม่ใช่ก้ไม่ใช่ดิดื้อดึงแบบนี้ตัวเองก้เจบป่าวๆเห้ออเวลาเหนแดเนียลมายุ่งกะนางเอกนะเราม่ชอบเลย​

    *อย่าดราม่า~~
    #47
    0