ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 19 : ตอน เจ้าเป็นใคร? 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    20 เม.ย. 62




เจ้าชายแดเนียล



ณ  แดนแวมไพร์

 

          ท่ามกลางความเปรมปรีย์ปิติยิ่งที่ได้เห็นนายน้อยประจำตระกูลคืนกลับมาสู่ถิ่นเดิม  หลังจากที่เคยมีปากเสียงอย่างหนักกับบิดา  จนเตลิดหนีทิ้งพิธีสืบทอดตำแหน่งผู้นำหันเหไปเป็นทหารรับใช้ให้จอมราชันย์จนได้อวยยศเป็นถึงตำแหน่งพระราชมนู  เสียงโฮเฮร้องปาวด้วยความปลื้มปริ่มของข้ารับใช้และมารดาที่ต่างยินดีจนแก้มแทบฉีก  นึกว่านายน้อย  บุตรชายเพียงคนเดียวแห่งตระกูลคาร์เตอร์จักไม่หวนกลับมาที่นี่อีกเสียแล้ว... แต่แล้วจู่ๆเสียงแห่งความดีใจก็มอดดับลง  เมื่อทั่วทั้งคฤหาสน์หลังโตรับรู้ถึงกลิ่นไอปีศาจที่ก้าวเข้ามาในเขตพื้นที่  การกลับมาหนนี้...นายน้อยไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง

 


อะไรนะ...นี่นะหรือเงื่อนไขที่เจ้าว่า!! เสียงของชายชราดังขึ้นพร้อมกับคำสบถ  ทันทีที่เห็นว่าข้อเสนอจากลูกชายเพียงผู้เดียวของเขายื่นมาแลกเปลี่ยน

 


นี้เจ้ายืนกรานว่าจะให้...ข้ายอมรับให้ มัน ใช้สกุลเรา!!!! ” เสียงตวาดเจือไปด้วยแรงโทสะดังขึ้นพร้อมกับข้าวของที่แตกกระจาย  แต่กระนั้นสีหน้าที่นิ่งและทีท่าสงบของชายผู้เป็นลูกที่ยังคงยืนยันคำเดิมก็ทำให้ชายชราที่อายุล่วงเลยไปมากโขแล้วถึงกับลอบถอนหายใจก่อนจะปรายสายตารังเกียจไปมองร่างของหญิงไร้นามที่ยังไร้สติที่ในอ้อมแขนของชายลูกผสม ผู้เป็นนายทหารรับใช้จอมราชันย์

 


...ถึงอย่างไรนางก็จักมาเป็นน้องสาวข้า  ในนามบุตรบุญธรรมของพวกท่าน

 


        “ ข้าจะเป็นลม....คุณหญิงคาร์เตอร์เอ่ยพลางเกาะท่อนแขนของข้ารับใช้คนสนิทด้วยสีหน้าซีดเผือกทันทีที่ได้ยินคำเอ่ยของลูกชายด้วยตนเองเต็มสองรูหู

 


          ข้าไม่เห็นว่าตระกูลเราจักเสียหายอันใด...หากรับนางเข้ามาเพิ่มอีกสักตน  รึท่านพ่อจะปล่อยให้สามตระกูลใหญ่ได้เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกับจอมราชันย์.... คำเอ่ยที่มีน้ำหนักของจาริสทำให้ชายชราผู้เป็นพ่อยอมรับฟังอย่างเงียบๆ  

 


          เจ้าวางแผนไว้แล้วงั้นเรอะ....คำเอ่ยผสมเสียงกลั๊วหัวเราะของบิดากล่าวขึ้นอย่างถูกอกถูกใจกับความคิดเมื่อครู่  คำพูดคำจาที่หยิบยกมาของเจ้าลูกชายทำให้ชายชราหัวรั้นยอมผ่อนปน  ในเมื่อสี่ตระกูลขั้วอำนาจที่ไม่เคยกินกันลงเลยสักยุคสมัย...มาแต่บัดนี้ตระกุลคาร์เตอร์กลับไร้วาสนา  ไม่มีสตรีที่ยังบริสุทธิ์และไร้คู่ครองไปถวายตัวเป็นหนึ่งในพระสนมเลยสักตน  ฉะนั้นนี้คือโอกาสทองชั้นดีที่เขาควรจะคว้าไว้ตามคำของลูกชายที่ยื่นข้อเสนอ  ใครจักปล่อยให้หนึ่งในสามนั้นกลายเป็นตระกูลที่มีอำนาจล้นฟ้ากันเหล่า! ไม่มีทางได้ตัวลูกชายกลับมารับตำแหน่งผู้สืบทอดสกุลและได้โอกาสที่จะเข้าไปแผ่ฐานอำนาจ  ยิงนัดเดียวได้นกถึงสองตัว!!

 


แล้วคำตอบล่ะท่านพ่อ... คำเอ่ยบีบคั้นดังขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาคมที่มองมาอย่างแน่วแน่  ชายชราเหยียดริมฝีปากพลางเอนกายพิงพำนักก่อนจะตัดสินใจยอมรับด้วยความจำยอมในข้อเสนอ

 


ก็ได้...แต่นางต้องได้เป็นหนึ่งในพระสนมของฝ่าบาทเท่านั้นนะ คำขาดของผู้นำประจำตระกูลเอ่ยรับเงื่อนไขในที่สุด 

 

เรื่องนั้นข้าจัดการเอง....ร่างสูงที่นั่งเจรจาต่อรองจนกินเวลามาหลายชั่วยามถึงกับลอบถอนหายใจออกอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าอุปสรรคชิ้นโตบรรลุเป้าหมายไปได้ด้วยดี 

 


ช้าก่อน....”  แต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกจากที่นั่งเสียงทุ้มกังวานของบิดาก็ดังสวนขึ้นมาเสียก่อน

 


อย่าลืมว่าเจ้าตกลงอะไรไว้กับข้าล่ะ....จาริส  เสียงตอกย้ำถึงพันธสัญญาที่ตกลงกันไว้ในฐานะพ่อลูกดังขึ้นอย่างจริงจัง  ทำให้ร่างแกร่งได้แต่ยืนตบปากรับคำด้วยสีหน้าและแววตานิ่งสงบ

 


ขอรับ....ข้าไม่ลืม

 



...เช้ารุ่งขึ้น...

 


อั่ก....เจ็บต้นคอชะมัด

 

        แสงพร่าอมสลัวทำให้ฉันค่อยๆลืมตาตื่น  ร่างบางค่อยๆปะติดปะต่อเรื่องราวในวิมาน  ภาพเหตุการณ์สุดท้ายค่อยๆถูกฉายซ้ำขึ้นมาจนความหวาดกลัวจนถึงขีดสุดทำให้ร่างกายขยับไปตามสัญชาตญาณ!!  เรียวแขนยกขึ้นมาเพื่อสัมผัสเนื้อหนังบริเวณต้นคอ...


ไม่มีแผลแหะ...


 เมื่อคืนนี้ฝันงั้นเหรอ?


ฝันว่าท่านพี่เข้ามาทำร้ายเราเนี้ยนะ!?


ให้ตายสิ...เหมือนจริงชะมัด


ฝันบ้าอะไร  เพ้อเจ้อจริงๆ  


           ผ้าม่านผืนบางที่กางกั้นอยู่ทำให้ฉันตัดสินใจหยัดกายขึ้นมาจากเตียงด้วยความทุลักทุเล...ขณะที่เหยียดท่อนแขนออกไปหมายจะแหวกชายผ้าม่านที่กางอยู่ออก  ดวงตาฉันก็แทบจะทะลักออกมาจากเบ้า!!!!

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด.... แขน แขน แขนฉัน!!!!! ” ร่างบางหวีดร้องราวกับหญิงเสียสติ  เมื่อพบว่าจู่ๆท่อนแขนข้างขวาบางส่วนที่เคยเรียวสวย  กลับกลายร่างเป็นอุ้งมือขนาดยักษ์สีดำพร้อมกรงเล็บที่ยาวเหยียดที่แสนน่าเกลียดน่ากลัว!!!!!

 


มันเรื่องบ้าอะไรเนี้ย….!!!!!

 

แขนฉัน!!! แขนห้านิ้วของฉันมันหายไปไหน!!!!!

 


       อรุณสวัสดิ์ขอรับ...คุณหนู เสียงทุ้มต่ำแสนคุ้นหูของแอชตันดังขึ้น พร้อมกับเสื้อผ้าเรียบหรูโทนทึบที่แสนไม่คุ้นตาเอาเสียเลย  .


      “ แอชตัน....แขน...แขนมัน!!!  ฉันลุกพรวดออกจากเตียงนอนขนาดหกฟุตจนเกือบจะล้มพับทั้งยืน แต่ทว่าดีที่แอชตันคว้าท่อนแขนของฉันเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะโวยวายเสียงตื่น...



หมับบบบ!!พรึ่บบบบ!!!? 


          คุณหนู!  อย่าเพิ่งลุกพรวดพราดเช่นนั้นสิขอรับ....ข้าวของเครื่องใช้ที่ประดับอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมกว้างนี้ช่างแปลกตาและไม่มีชิ้นไหนเลยที่ฉันรู้จัก  มีทั้งหัวกระโหลกหน้าตาพิลึกพิลัน ของเครื่องแก้วหน้าตาประหลาดและเฟอร์นิเจอร์สุดสยองที่ตั้งในห้องอยู่คล้ายกับเป็นโซฟาให้นั่งพิงพักผ่อน  ฉันปัดมือของแอชตันออกโดยที่ไม่ได้ฟังเลยว่าเขากำลังพร่ำบอกเรื่องอะไร  ตอนนี้นัยน์ตาของฉันกำลังกวาดมองไปยังหน้าต่างบานกระจกที่อยู่ด้านหน้า...เท้าทั้งสองข้างมันขยับเข้าไปหาโดยที่ไม่ทันรู้สึกตัวทิวทัศน์ที่อยู่ด้านนอก  เสียงเจี๊ยวจ๊าวของผู้คนและค้างคาวตัวเบ้อเริ่มนับสิบที่บินว่อนกันไปมาบนฟากฟ้าสีอึมครึ้มราวกับเป็นเรื่องปรกติ...!!!

 

ไม่ๆ ไม่ใช่สิบแล้วแบบนี้...นี้มันครึ่งร้อยได้แล้วมั้ง!!!

 

ทิวทัศน์ด้านนอกมีอาคาร หรือว่าบ้านหรืออะไรสักอย่างที่สูงเสียดฟ้ารูปร่างประหลาดตั้งสลับไปมาพร้อมพรั่งด้วยผู้คนมากมายที่แห่แหนหลั่งไหลเข้ามาราวกับมีเทศกาลใหญ่  ฝูงชนมากหน้าหลายตารูปร่างพิลึกราวกับไม่ใช่คนเดินขวักไขว่จนฉันได้แต่ยืนตะลึง!!!

 

นี่...ฉันอยู่ที่ไหน!!?



หมับ!!!

 

          จู่ๆร่างบางก็หันกลับมาแล้วกระชากชายเสื้อของอีกฝ่ายที่ที่เป็นทีพิงพิงให้เธอได้มากที่สุดด้วยสีหน้าหวาดวิตกจนถึงขีดสุด  แรงเขย่าพร้อมกับคำถามมากมายที่ยิงสวนขึ้นมาในคราวเดียวทำให้ชายเรือนผมดำเข้มนึกผงนเพราะไม่รู้จักตอบคำถามใดก่อนดี....

 


แอชตัน แอชตัน!! เราอยู่ที่ไหน!!? พูดซิ!! แล้วแขนฉัน..แขนฉันเป็นอะไร!!? ”

 


คุณหนูขอรับ....ใจเย็นก่อน

 


แอชตันพูดสิ! เกิดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!!! ” เสียงหวานตวาดกราดด้วยความร้อนรน  โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางเขาผู้เป็นเจ้าบ้านหยุดยืนอยู่ที่ด้านหน้าบานประตูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 


โหวกเหวกโวยวายอะไรกัน....ลั่นคฤหาสน์ไปหมด! ” เสียงดุเอ็ดเอ่ยพร้อมจ้องเขม็งมองมาอย่างเหี้ยมโหด  คุณหญิงคาร์เตอร์เดินปี่เข้ามาภายในห้องรับรองที่เตรียมไว้ให้กับสาวไร้นามที่เธอเพิ่งได้เจอตัวเป็นๆเป็นครั้งแรก  นัยน์ตาดำกวาดมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แต่แล้วสีหน้าของหญิงผู้เป็นใหญ่ที่นี้ก็นิ่วหน้าพลางดึงริมฝีปากตึง

 


โครงหน้าและสัดส่วนส่วนใหญ่ทำไมละหม้ายคล้ายคลึงกับท่านพี่จังเลย...?

 

เอ๊ะ!? รึว่าจะเป็น....!!

 

          “ ขอประทานอภัยขอรับคุณหญิงคาร์เตอร์...แอชตันทำหน้าที่ออกปากขอโทษขอโพยโดยกายค้อมลำตัวจนเกือบสุดแทนคุณหนูที่ยังไม่รับรู้เรื่องราวอะไร 

 

            ข้าน้อยขออนุญาต....นี่คือ คุณหญิงโจลี่ คาร์เตอร์  ส่วนนี่คุณหนู....ขณะที่ชายลูกผสมกำลังง่วนอยู่กับมารยาทในการแนะนำตัว  ช่องโผล่ที่เกิดขึ้นก็ทำให้เขาผงะตกใจ!!!

 


หมับกึก!!?

 


อะไร...วาร์ปไปอยู่ตรงที่ที่คุณหนูตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?

 

 

          “………!!! ” นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลเบิกกว้างอย่างตกใจที่เห็นการเคลื่อนย้ายที่รวดเร็วเสียจนน่ากลัว!!! 


 

ไม่ใช่...จากจุดนู้นมายืนที่จุดนี้ได้

 

คนๆนี้ ต้องไม่ใช่คนแน่ๆ!!

 


เพียงเสี้ยววินาทีที่จู่ๆก็โผล่พรวดมาอยู่เกือบติดประชิดตัวแถมยังกรีดนิ้วชี้ที่ปลายคางแล้วจ้องเธอตาเขม็งอีกต่างหาก  ใบหน้าสวยสะพรั่งอย่างสมวัยค่อยๆหรี่ตามอง ก่อนจะยอมปล่อยเรียวนิ้วที่ดันปลายคางของฉันเมื่อครู่แล้วจับบ่า ท่อนแขนและช่วงเอวแบบลวกๆ  


          “ หน้าอกไม่มี...เอวก็ไม่ค่อยเว้า...บั้นท้ายก็ไม่งอน

 


          “……!!!? ” คำกล่าวเชิงตำหนิทำให้เจ้าของเรือนร่างถึงกับก้มหน้าลงไปดูร่างกายของตนเอง  ก่อนที่ทำได้แค่อ้าปากค้างพะงาบๆเพราะเถียงไม่ออก!

 


แห้ง...มีแต่กระดูก เสียงดุเอ็ดขึ้นเบาๆเมื่อกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆแล้ว...เจ้าหล่อนที่จาริสหิ้วกลับมาในฐานะน้องสาว  ไม่มีอะไรดีหรือโดดเด่นสักอย่างหนึ่ง....นอกจากดวงตาคู่นี้

 


        เมื่อนัยน์ตาสีน้ำทะเลที่กำลังตื่นตระหนกสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำทมิฬด้วยสีหน้าที่ซีดเผือกยิ่งกว่าแผ่นกระดาษ  หญิงผู้เป็นใหญ่จึงหัวเราะรวนอย่างรู้เท่าทัน....ก่อนที่จะหันมาสบสายตาอย่างตรงไปตรงมาด้วยนัยน์ตาแห่งปีศาจเพื่อให้เจ้าหล่อนได้รู้สึกตัว

 


          อ๊ะ...ปะ...ปีศาจ ร่างอรชรเอ่ยอุทานอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่าภายในตาดำของอีกฝ่ายไม่ได้เป็นรูปวงกลม  แต่กลับเป็นรูปวงรีแนวยาวที่ไม่ว่ายังไง...ตาแบบนี้....มีแต่ปีศาจเท่านั้นที่มี!!!  ฝีเท้าของคนเรือนเล็กสาวถอยไปตามหลังอย่างนึกระแวดระวัง  แต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าถอยหนี  จู่ๆหญิงวัยกลางคนตรงหน้าก็คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนข้างขวาของเธอแล้วบีบแน่น...

 


หมับบบบบ!

 


          “ อะไรกัน...ทำไมเจ้าต้องตกใจถึงเพียงนั้น  เป็นปีศาจเหมือนๆกันกับข้าแท้ๆ คำกล่าวเอ่ยพร้อมกับชูเรียวแขนข้างขวาที่แปรสภาพเป็นอุ้งมือน่าเกลียดให้เห็นเพื่อแสดงหลักฐานให้สาวน้อยตรงหน้าได้ประจักษ์ถึงความจริงบางประการที่เจ้าตัวน่าจะยังไม่รู้สึกตัว...

 


          ไม่ใช่...หนูเป็นมนุษย์!!! ” ร่างบางสติหลุดเผลอปฎิเสธด้วยน้ำเสียงกึ่งตวาด  ก่อนที่คุณหญิงโจลี่จะแสยะยิ้มเยาะแล้วเขย่าท่อนแขนของเจ้าตัวเพื่อตอกย้ำความจริง

 


          “ งั้นตอบข้าหน่อยสิ...มนุษย์หน้าไหนมีเรียวแขนหน้าเกลียดและดวงตาจันทร์เสี้ยวแบบนี้บ้าง !” หญิงวัยกลางคนไม่พูดพร่ำ เจ้าหล่อนพยักหน้าและถอยหลังให้เหล่าข้ารับใช้นำกระจกเงาให้สาวน้อยช่างฝันผู้นี้ได้ประจักษ์ความจริงด้วยตาของตนเองแทน

 


          ร่างน้อยจำใจรับกระจกเงาขนาดเท่าฝ่ามือมาจากเหล่าป้าแก่ๆที่หยิบยื่นมาให้เธอ  แต่แล้วเมื่อความจริงพลันสะท้อน  อุ้งมือน้อยๆที่ถือกระจกอยู่ก็สั่นเทาด้วยทีท่ามือไม้อ่อนเผลอทำกระจกที่เพิ่งได้รับมาหล่นแตกกระจัดกระจายเป็นเสี่ยงๆ


     


ตาฉัน....กลายเป็น

 

รูปพระจันทร์เสี้ยว....

 

นี้ฉันเป็นตัวอะไร....ฉันเป็นใคร!?

 

 

โผละ….เพล้งงงงง เพล้งงงงง!!!

 


            ไม่จริง....เป็นไปไม่ได้....  เสียงหวานอุทานได้แต่บอกพร่ำกับตนเองราวกับคนที่รับความจริงนี้ไม่ได้  ร่างบางสั่นเทาราวกับหญิงที่กำลังหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก  แม้เหล่าข้ารับใช้จะพยายามเข้าไปปลอบขวัญ  แต่ทว่าหญิงรูปร่างบางก็ตวาดลั่นปฎิเสธกลับมา....!!!

 


          “ อย่าเข้ามานะ…..!!!!  ออกไปให้พ้น!!!!! ” ร่างบางเอ่ยพร้อมหยิบเศษกระจกอันแหลมคมขึ้นมาขู่ด้วยสีหน้าที่เสียใจจนน้ำตาไหลพรากอาบข้างแก้ม  ร่างสั่นกระเพิ้มจนช่วงไหล่ไหวไปมาราวกับลูกนกตัวน้อยๆ  ในขณะที่ทุกตนฝ่ายผละถอยออกห่าง...หญิงผู้ถือครองอำนาจที่นี้กลับสาวเท้าเข้าไปหาอย่างช้าๆโดยที่ไม่นึกหวาดกลัวกับอาวุธที่อีกฝ่ายจ่อหน้าอยู่

 


            ก็บอกว่าอย่าเข้ามาไง...อ๊ะ!!!! ”

 

 

พรึ่บบบบบ!!!! โผละ.....!?

 

       ชั่วพริบตาเดียวคุณหญิงโจลี่อาศัยความไวที่เหนือชั้นกว่าฟาดไปที่ข้อมือของอีกฝ่ายจนอาวุธที่อยู่ในมือพลันกระเด็นกระดอนหนีห่างไปในทิศทางอื่น  สีหน้านิ่งและริมฝีปากที่เรียบตึงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาใกล้จนเกือบประชิดตัว  แต่ทว่าจู่ๆแรงง้างที่ยกขึ้นกลางอากาศก่อนจะฟาดลงมาจนใบหน้าหวานสะบัดไปเต็มแรงเพื่อให้ร่างบางได้สติ!

 


เพี๊ยะ....!!!!!

 


          “ ว๊ายยยยยย.....!!! // คุณหญิง....!!? ” การกระทำอันรุนแรงเมื่อครู่ทำให้เหล่าข้ารับใช้ จนกระทั่งแม้แต่แอชตันเองยังตกใจที่เห็นหญิงเจ้าของบ้านถึงขั้นลงไม้ลงมือตักเตือนอีกฝ่ายที่เป็นเพียงแค่เด็กที่ยังไม่รู้ซึ้งถึงสถานะของตน

 


             อดีตเจ้าจักเคยเป็นใคร...ข้าไม่สน  แต่นี้บ้านข้า คนของข้า...ถ้าคิดจะหันของมีคมขึ้นมาขู่อีกล่ะก็....หนหน้าจักไม่ใช่แค่ ตบ แน่ ”  เสียงขู่เอ่ยคำเตือนโดยที่แววตามองลงมาอย่างนิ่งงันและว่างเปล่า  ทั้งน้ำเสียงและแววตาทำให้ร่างอรชรรับรู้ได้ทันทีเลยว่าคุณหญิงตรงหน้าทำจริงอย่างที่ปากพูด....

 


          “……………” ความรู้สึกด้านชาที่อยู่บนพวงแก้มยังคงชี้ชัด...ความเย็นชาที่เธอสัมผัสได้จากความประทับใจแรกที่ได้เจอะเจอ...ภาพฝันที่เคยวาดเอาไว้ในดวงใจว่าจะได้รับการต้อนรับอันอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความสุข...ค่อยๆแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

 


            แอชตัน เจ้าลงไปรับเสื้อผ้าของนางด้านล่าง....คนของข้าจะนำทางไป

 


          “ ขอรับ....เสียงเผด็จการขานคำสั่ง  ทำให้เขาผู้อาศัยใต้ชายคายอมจำนน  แม้ภายในใจจะรู้สึกว่าการสั่งสอนเมื่อครู่ดูจักรุนแรงเกินไปเสียด้วยซ้ำก็ตาม....

 


          “ พวกเจ้าพานางไปแต่งตัวเสีย...วันนี้ต้องพานางไปทำความรู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่ สิ้นเสียงที่เอ่ย  ร่างอ้อนแอ้นของคุณหญิงก็เดินผละออกไปโดยไม่คิดจะชายตามาแลมอง...ท่านไม่แม้แต่จะฟังจนจบประโยคด้วยซ้ำว่าหญิงตรงหน้ามีนามว่าอะไร....



...พลบค่ำ...

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

 

นายน้อยขอรับ....เสียงของพ่อบ้านประจำคฤหาสน์ใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับอมยิ้มบางๆ  ใบหน้าคมหันมาพยักหัวเบาๆเชิงเข้าใจความนัยทั้งหมด  สายตาดมคมทอดมองออกไปยังฟากฟ้าที่อยู่ไกลแสนไกลด้วยสายตาที่ไม่มีใครอ่านออก

 

ไม่รู้จักอธิบายยังไง....

 

ให้เจ้าตัวดีเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในรวดเดียว...

 

เสียงลมหายใจเย็นถอดถอนอย่างหนักอกเมื่อนึกถึงหญิงตัวเล็กที่เอาแต่ตั้งคำถามแล้วยิงทุกอย่างที่สงสัยมาใส่เขาทุกครั้งเมื่อต้องการคำตอบที่ต้องการจะรู้  ไม่นานนักความงึมงำของเหล่าบรรดาแขกผู้ใหญ่ที่ถูกเชื้อเชิญค่อยๆดังขึ้น 

 

นั่นเป็นสัญญาณว่าแขกส่วนใหญ่ๆกำลังทยอยเข้ามายังตัวบ้านหลังโตแล้วสินะ...

 

นัยน์ตาสีทมิฬทอดมองไปยังแหวนประจำตระกูลที่กลับมาสวมทับอยู่บนเรียวนิ้วชี้ด้วยนัยน์ตานิ่ง  งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จะเป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีว่าเขาจะสืบทอดตำแหน่งและเป็นผู้นำตระกูลคาร์เตอร์รายต่อไป  เปลือกตาคมหลับตาพริ้มเมื่อรับรู้ว่าเขากำลังก้าวเท้าไปไปสู่วงการอันแสนมืดมนที่ตนเองเกลียดชังไปเกินครึ่งตัวแล้วในตอนนี้....ใบหน้าคมค่อยๆคลายคิ้วมที่กำลังขมวดเป็นปมอย่างช้าๆก่อนจะกลับมาเรียบตรึงเฉกเช่นเดิม  ฝ่ามือหนากำลังเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่พลางจัดทรงองค์เครื่องให้เข้าที่  ก่อนจะสาวเท้าออกไปรับแขกผู้ใหญ่ที่ถูกรับรองอยู่ด้านล่าง  ความครื้นเครงกำลังถูกบรรเลงด้วยเสียงของเหล่านักดนตรีทมี่พากันขับขานทำนอง

 

โอ๊ะ....นั่นไงเจ้าของงานมาแล้ว เสียงของเหล่าคุณหญิงทั้งหลายเอ่ยเสริมอย่างอารมณ์ดี  ทำให้เหล่าแวมไพร์วรรณะสูงทั้งหมดทั้งมวลที่ถูกเชิญให้มาร่วมงานฉลองในค่ำคืนนี้ต่างพากันมองมายังจุดที่เขายืนอยู่โดยพร้อมเพรียง

 

ยินดีด้วยนะท่านลอร์ดโรเบิร์ต....

 

จริงด้วย  ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที.... เสียงของเหล่าขุนนางยศเดียวกันเอ่ยเสริมพร้อมพากันยกยิ้มที่มุมปาก  ทำให้ชายผู้เป็นเจ้าบ้านถึงกับคลี่ยิ้มกว้างด้วยสีหน้าปลื้มปิติ

 

ฮะฮ่ะฮ่าๆ ขอบใจพวกท่านมากที่มาร่วมงาน...เสียงหัวเราะรวนอย่างชอบอกชอบใจของชายสูงวัยทำให้คุณหญิงโจลี่ที่ยืนประคองแขนอยู่พลอยหัวเราะคิกคักตามไปด้วย  ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนคึกคักของเหล่าชนชั้นสูงที่กำลังอบอวลอยู่นั้นเอง  

 

ยินดีด้วยนะคะท่านจาริส.... // ยินดีด้วยนะคะ ”  ขณะที่กำลังเดินก้าวลงมาจากบันไดยังไม่ทันถึงขั้นสุดท้าย  เสียงหวานใสก็ดังสวนขึ้นมาเป็นพัลวัน

 

ขอบคุณมากขอรับ....คุณหนู ชายผู้เป็นเจ้าของงานเลี้ยงก็กำลังแย้มริมฝีปากพลางพูดขอบคุณตามมารยาทแก่เหล่าบรรดาคุณหนูจากสกุลน้อยใหญ่ที่แห่แหนเข้ามาร่วมแสดงความยินดี  ใบหน้าขึ้นสีของเหล่าคุณหนูตระกูลต่างๆเห่อแดงเมื่อเห็นรอยยิ้มแสนสุภาพของชายเลืองชื่อในระยะประชิดเป็นคราแรก 

 

โอ้ววววว  นั่นประไรพระราชมนูคู่พระทัยฝ่าบาท!!! ” ร่างโปร่งสาวเท้าเข้าไปในวงสนทนาของเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่  ก่อนจะแลกเปลี่ยนหัวข้อมากมายตามภาษาผู้ชายที่ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ

 

ไม่ถึงขนาดนั้นขอรับท่านลอร์ดควินตัน....จาริสเอ่ยปัดก่อนจะค้อมศีรษะแสดงความเคารพแวมไพร์ที่อาวุโสกว่าตนด้วยกิริยาที่นอบน้อม 

 

ถ่อมตนไปใยเหล่า...เป็นถึงผู้นำตระกูลแล้วนี้

 

“ 55555555555 ” เสียงหัวเราะรวนดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นสุราที่เริ่มฟุ้งไปทั่วบริเวณ

 

เออใช่ๆ จะว่าไปลูกชายท่านก็ครองโสดอยู่มิใช่รึไรเหล่า....

 

ตระกูลเราสองน่าจะดองกันไว้หน่า....

 

แหม...ท่านเดวิด  ข้าอุตส่าห์หมายตาไว้ให้หลานสาวข้าอยู่หน่า...ฮะฮ่ะฮ่าๆๆๆ  เสียงกระเซ้าเหย้าแหย่ของเหล่าบรรดาผู้ใหญ่เริ่มดังกระฮึ่มขึ้น  แต่ทว่าชายเจ้าของชื่อกลับทำได้แค่หัวเราะและอมยิ้มกลบเกลื่อนแต่ทว่าวงสนทนาก็จำต้องสะดุดลง  เมื่อจู่ๆคุณหญิงเจ้าของบ้านขออนุญาตแขกผู้ใหญ่ขึ้นมากลางคัน

 

ทุกท่านคะ...ข้าขอตัวลูกชายสักครู่นะเจ้าคะ  นานๆลูกจะกลับมา...หวังว่าคงเข้าใจแม่อย่างข้านะเจ้าคะ ใบหน้าเปื้อนยิ้มเอ่ยขึ้นพลางพยักหัวอย่างช้าๆ ก่อนจะคว้าท่อนแขนแกร่งของบุตรชายออกมาจากวงสนทนาของผู้ใหญ่  เมื่อปลีกวิเวกออกมาได้ไกลห่างจากแขนสำคัญตนอื่นๆได้พอสมควรสีหน้ายิ้มเริงร่าของคุณหญิงก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าตึงทันที

 

ตึก  ตึก  ตึก  ตึก

 

น่าจักไกลพอแล้วกระมัง....ท่านแม่


ป่านนี้แล้ว...เด็กนั่นยังไม่ลงมาเสียที  ยังมี แขกระดับ VIP ที่ต้องพานางไปทำความเคารพอีกหนา เสียงเหี้ยมแกมดุของคุณหญิงแม่ดังขึ้นด้วยความฉุนเฉียวเล็กๆ

 

พระบรมวงศานุวงศ์มาด้วยรึขอรับ... ร่างสูงยืนตะลึง แต่กระนั้นก็ไม่ได้ผิดคาดไปเท่าใดนักเมื่อพบว่าเบื้องหลังของงานเลี้ยงต้อนรับเขาในค่ำคืนนี้คือใครเป็นผู้จัดการทั้งหมด 

 

คงจะเสด็จฯมาดึกหน่อย....เพราะแม่เชิญกะทันหันไปนิด  เจ้าจะให้แม่ไปตามเองหรือว่า.... ยังไม่ทันได้เอ่ยจนจบประโยค  ลูกชายเพียงคนเดียวแห่งตระกูลก็แสยะยิ้มแล้วจึงตอบรับด้วยตนเอง

 

พระญาติที่สนิมสนมกับจอมราชันย์มากที่สุดในเพลานี้  ก็เห็นทีจะมีเพียง....

 

ไม่ได้การ....อันตรายเกินไป  หากปล่อยให้รินเจอ ชายผู้นั้น เพียงลำพัง

 

ข้าไปเองขอรับ....  ร่างสูงผละกายออกไปจากงานด้วยความแนบเนียน  ทิ้งให้คุณหญิงเจ้าระเบียบได้แต่ยืนมองด้วยนัยน์ตานิ่งเท่านั้น

 

 

....สถานการณ์อีกด้านหนึ่ง....

           

ชายร่างสูงที่กำลังประทับอยู่ในรถม้าคันหรูค่อยๆกวาดสายตามองออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอก  แสงไฟที่เล็ดลอดออกมาจนสว่างเป็นหย่อมเห็นอยู่ห่างออกไปเพียงแค่บินเหินฟ้าออกไปแค่สิบช่วงลำตัวด้วยซ้ำ  จดหมายเชื้อเชิญที่แนบสาร์นด่วนนั้นถูกส่งตรงมายังเขาด้วยตราประทับประจำตระกูลคาร์เตอร์...หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่คอยที่รับใช้และค้ำจุนเหล่าราชวงศ์มาหลายชั่วอายุ  กำลังจัดงานเฉลิมฉลองพิธีสืบทอดตำแหน่งผู้นำประจำตระกูลอันสำคัญในค่ำคืนเลยรึเนี่ย....

 

ลูคัสเจ้าคิดว่าไง..... เสียงทุ้มเอ่ยถามทหารคู่พระทัยด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม 

 

เป็นเรื่องธรรมดาที่จักเอริกเกริกและหุนหันไปสักหน่อยพะยะค่ะ  เพราะตระกูลคาร์เตอร์ มีบุตรชายเพียงตนเดียว ”  ทหารรักษาพระองค์ผู้เป็นมือขวาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา 

 

ก็จริงของเจ้า....แต่กระนั้นฝ่าพระหัตถ์แกร่งขององค์ชายก็ยังพลิกแผ่นกระดาษเบาบางนี่ไปมาด้วยความรู้สึกแปลกๆที่ยังขัดอยู่ในดวงหทัย  กายที่เอนประทับไหวไปมาตามแรงขยับของรถม้าที่กำลังขับเคลื่อนด้วยอสูรที่ราชสำนักชุบเลี้ยงเอาไว้ใช้งาน   ดวงพระเนตรสีบลอนต์เทาค่อยๆประกายราวกับกำลังต้องการคำตอบที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด...

 

เพิ่งจักกลับมาเพียงไม่นาน....

 

ก็คิดจักสละตำแหน่งสำคัญแล้วยังงั้นเหรอ....

 

น่าแปลกนัก....

 

            ทันทีที่พระราชรถประจำราชวงศ์ไวแอตเทนเจอร์เคลื่อนตัวเข้ามายังอาณาเขตของตระกูลคาร์เตอร์เหล่าข้ารับใช้ที่ยืนเฝ้าคอยถวายการต้อนรับอยู่ก็แสดงความเคารพกันเป็นการใหญ่ด้วยใจที่เต้นระรัว  แวมไพร์วัยกลางคนผู้ดำรงตำแหน่งพ่อบ้านประจำตระกูลขันอาสารอรับเสด็จแทนนายของตน  เพราะไม่นึกว่าพระบรมวงศานุวงศ์จักเสด็จถึงงานได้ไวกว่าหมายกำหนดการอยู่หลายชั่วยามนัก

 

แอ๊ดดดดดดดดดดดด.....

 

            ลูคัสทหารรักษาพระองค์อาสาเปิดประตูพระราชรถม้าให้กับองค์ชาย  ก่อนจะค้อมศีรษะถวายความเคารพ  ข้ารับใช้น้อยใหญ่ต่างถวายการคาราวะด้วยความเงอะงะผสมกับความประหม่าเล็กน้อย  เมื่อได้มีโอกาสถวายการรับใช้แวมไพร์วรรณะสูงเชื้อสายบริสุทธิ์แท้ให้ได้เป็นบุญเป็นคราแรก!!  ทันทีที่ก้าวพ้นออกมาจากตัวพระราชรถก็เผยให้เห็น....ร่างสันทัดพร้อมด้วยชุดฉลองพระองค์สีชาดช่างรับกับผิวพรรณซีดขาวสว่างและเส้นพระเกศาสีบลอนต์ทองอร่ามได้เป็นอย่างดี  ใบหน้าคมคายทอดมองการต้อนรับที่ไร้วี่แววเจ้าบ้านด้วยสายตานิ่งก่อนจะหันมายกยิ้มกับผู้ที่มารับหน้าแทนด้วยสายพระเนตรดุดัน

 

            ช่างน่าแปลกที่ สกุลคาร์เตอร์ ไม่มีผู้ใดออกมาต้อนรับข้าเลย....สักผู้เดียว คำเอ่ยแดกดันพร้อมด้วยแรงจิตสังหารทำให้หัวหน้าพ่อบ้านถึงกับเหงื่อตกก่อนจะเอ่ยแก้ต่าง

 

            ขอพระทานอภัยโทษพะยะค่ะองค์ชาย  เป็นความบกพร่องของข้าพเจ้าฯเองพะยะค่ะ ชายผู้รับหน้าแทนรีบหันไปสั่งการเป็นนัยๆกับเหล่าลูกไล่ของตนเอง  แต่ทว่าฝ่าพระหัตถ์ขององค์ชายผู้เป็นแขกคนสำคัญก็ยกยั้งขึ้นมาเสียก่อน

 

ต้องบกพร่องถึงขนาดไหนกัน....

 

ที่ทำราวกับข้าเป็นอากาศธาตุเช่นนี้....!

 

            ไปบอกนายของเจ้าด้วยว่า....ข้ากำลังจักหมดความอดทน คำเอ่ยกึ่งตวาดดังขึ้นเผยให้สายพระเนตรที่แปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิตอันแดงกล่ำสะท้อนให้เห็นถึงแรงโทสะที่กำลังคุกรุ่น  ทำให้เหล่าข้ารับใช้ประจำตระกูลตนอื่นๆต่างผละถอยออกไปจากบริเวณตามคำสั่งทันที !

 

ต้องขอพระทานอภัยอย่างสูงยิ่งพะยะค่ะฝ่าบาท....ข้าพเจ้าฯจักนำทางไปเองพะยะค่ะ เหลือเพียงหัวหน้าพ่อบ้านที่ยังยิ้มเจื่อนๆแล้วอาสานำทางไปยังที่ประทับส่วนพระองค์ที่ทางตระกูลได้ตักเตรียมเอาไว้ให้  ลูคัสทอดมองด้วยสายตานิ่ง เขาได้แต่ยืนนิ่งไม่พูดเปรยสิ่งใดเพราะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่า  การที่เป็นเจ้าชายหมายเลขสองมาโดยตลอด  ทำให้องค์ชายเกลียดการถูกมองข้ามเช่นนี้เป็นที่สุด!!

 

ห้องรับรองสุดกว้างขวางถูกประดับด้วยผืนผ้าม่านและบุพผาหายากที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงก็ทำให้อารมณ์ปุดๆเมื่อครู่พอจักทุเลาลงไปได้บ้าง  มีที่ประทับรับรองด้วยขนของอสูรในป่าต้องห้ามวางอยู่ใจกลางห้อง  สายพระเนตรเบิกกว้างเมื่อเห็นแจกันดอกกุหลาบวางเด่นเป็นสง่าพร้อมด้วยบรั่นดีรสเลิศและพระกระยาหารถูกจัดวางเอาไว้จนเต็มโต๊ะรับรอง  ฝ่ามือหนาเผลอตนโอบประคองดอกไม้สีเลือดอย่างลืมตนจนกระทั่งเสียงของชายวัยกลางคนที่อาสานำทางขอตัวออกไปด้านนอก

 

ขาดเหลือสิ่งใดสามารถเรียกใช้ได้เลยพะยะค่ะ....อีกครู่เดียวท่านลอร์ดโรเบิร์ต  คุณหญิงโจลี่และท่านจาริสก็จักมาต้อนรับฝ่าบาทด้วยตนเองพะยะค่ะ   ร่างสูงไม่ได้ใส่ใจกับคำชี้แจงนั้นเลยสักนิด  ทันทีที่เห็นบุพผางามอันแสนโปรดปรานที่ยากนักจักมีผู้ใดล่วงรู้  แรงโทสะที่เคยมีก็พลอยมลายสิ้นไปจนไม่เหลือหลอ  บัดนี้นัยน์ตาคมกวาดมองไปรอบๆ...มีบานกระจกเงาที่ทำให้แวมไพร์ที่ประทับอยู่ด้านในสามารถเห็นทิวทัศน์และบรรยากาศรอบนอกอยู่กลายๆ 

 

พรึ่บ....

 

            พระวรกายแกร่งทรุดกายลงประทับนั่งเอนกับพำนักที่ประดับประดาไปด้วยขนฟูฟ่องชั้นพรีเมี่ยม  ทหารรักษาพระองค์ตนอื่นๆวางกำลังอยู่รอบๆอย่างเว้นระยะห่างตามพระกระแสรับสั่ง  มีเพียงแค่ลูคัสทหารคนสนิทที่ติดตามรับใช้ทุกฝีก้าว  ฝ่ามือหนาคว้าแก้วทรงสูงขึ้นมบนอุ้งพระหัตถ์ก่อนจะแกว่งเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายทำหน้าที่  บรั่นดีสีกล่ำของเรืองชื่อถูกเทรินลงไปจนเกือบปริ่มแก้ว  ปลายปากแก้วทรงสูงจรดแนบลงริมฝีปากรูปกระจับพร้อมกับเสียงพร่าอย่างถูกพระทัยเมื่อรสชาติของบรั่นดีสัมผัสที่ปลายสิ้น

 

            ลูคัส....มีสุรา ก็ต้องมีสิ่งใด นัยน์ตาสีชาดค่อยๆเปลี่ยนกลับไปเป็นสีบลอนต์เทาประกายฟ้าหม่นเฉกเช่นเดิม  นัยน์ตาคมขององค์ชายค่อยๆยกยิ้มอย่างเสือร้ายแสนเจ้าเล่ห์อีกครั้ง 

 

            “ พะยะค่ะ คำพูดแฝงนัยยะทำให้ลูคัสยกยิ้มอย่างเข้าใจในความหมายก่อนที่จะค้อมลำตัวไปทำตามพระประสงค์องค์เหนือหัว  พูดยังไม่ทันจบประโยคดีทหารคนสนิทก็วับหายไปกับสายลมเสียแล้ว  เสียงหัวเราะหึๆในลำคอแกร่งดังรวนขึ้นมาอย่างถูกพระทัยที่อย่างน้อยชายคนสนิทก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้งเดียว....

 

 

            คุณหนูดารินขอรับ...!!! อย่าให้กระผมต้องเอาจริงนะขอรับ!!! ” เสียงเอ็ดตวาดลั่นจากชายลูกผสมดังขึ้นเมื่อพบว่าคุณหนูของตนหายวับออกไปจากห้องนอนโดยหลอกให้เขาละสายตาออกไปเอาของกินด้านนอกมาให้เพียงชั่วพริบตาเดียว!!  ฝ่ามือน้อยยกปิดริมฝีปากที่กำลังหอบแฮ่กๆตามแรงเหนื่อยล้าที่อุตส่าห์หาลู่ทางหนีออกไปเพื่อที่เธอจะได้กลับบ้าน!!  โชคดีที่มีงานเลี้ยงที่ตึกด้านล่างทำให้คนรับใช้แถวนี้น้อยจนถนัดตาง่ายต่อการหนีเสียที!!!!!

 

            “ คุณหนู.....!!!? ” เสียงขานเรียกยังดังอยู่ไม่ขาดสาย   สีหน้ากระวนกระวายที่สะท้อนจากตู้กระจกที่อยู่ตรงหัวมุมทางเดินทำให้ร่างอรชรนึกสงสาร  แต่ทว่าเธอตัดสินใจแล้วว่า  


ที่นี่....ไม่ใช่ที่ที่ฉันควรจะอยู่

 

ขอโทษนะแอชตัน....

 

            ทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายเสาะแสวงหาออกไปไกลจากที่ที่เธอซ่อนตัวอยู่  ร่างบางก็ค่อยๆผละกายน้อยออกมาก่อนจะใช้ฝีเท้าย่องเบาขยับที่ซ่อนไปยังห้องใหม่เพื่อหลบหลีกคนรับใช้ที่คอยลาดตระเวรและเดินปรนนิบัติเหล่าบรรดาปีศาจที่เข้ามาในงานแบบนี้เวียนไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งเธอเห็นทหารหน้าตาเหี้ยมที่ถือดาบยาวเท่าแขนเหน็บอยู่ที่เข็มขัด!!?

 

ขวับบบบบบบบบบบ!!!!!?

 

ชิบ!!!!

            ร่างน้อยรีบเร้นกายหลบเข้าไปอีกห้องหนึ่งทันทีที่เห็นว่านายทหารหน้าตาโหดรายนั้นหันขวับกลับมายังเธออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย!!!

 

            “ มีอะไรวะกริมจอร์....อาเธอร์หนึ่งในทหารรักษาพระองค์เอ่ยถามเมื่อเห็นว่า จู่ๆเพื่อนชายก็หันขวับไปยังฟากตรงข้ามโดยที่ทำท่าทางจะชักคมดาบออกมาราวกับสัมผัสถึงความผิดปกติ

 

            ไม่มี...คงคิดมากไปเอง ชายเลือดร้อนเอ่ยตอบอย่างลวก ๆก่อนจะดันคมดาบประจำกายของตนเองลงไปในฝักดาบเช่นเดิม  เมื่ออีกฝ่ายกลับเข้าสู่โหมดภาวะปกติร่างอรชรที่ขวัญหนีดีฟ่อเมื่อครู่ก็พลอยลอบถอนหายใจไปด้วย

 

 

โอย....นึกว่าจะปาดาบมาทางนี้สะแล้ว

 

            ร่างบางพยายามชะเง้อหาลู่ทางที่จะออกไปจากแนวรั้ว  แต่ทว่าผู้คนที่เวรยามอยู่ด้านหน้ามีมากเกินไปเธอคงต้องแฝงกายออกไปทางอื่น  เมื่อเห็นว่าข้ารับใช้กำลังทยอยเอาเสบียงเข้าไปเติมภายในงานร่างน้อยก็จำต้องเร้นกายหลบเข้าไปยังห้องกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ !!!

 

 ทำยังไงดี...ที่นี่มีแต่ปีศาจเต็มไปหมด!!!

 

จะหลบไปทางไหนได้กันล่ะนี้!?

 

            หญิงสาวสาวเท้าถอยหลังโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมของชายผู้หนึ่งกำลังจิ๊บบรั่นดีพลางจดจ้องมองดูอยู่  ท่าทางลับ ๆล่อ ๆราวกับกำลังทำสิ่งไม่ชอบมาพากล  ดูเหมือนเจ้าตัวจักยังไม่รู้ตนเลยว่ามีใครนั่งอยู่ ณ ใจกลางของห้องมืด  แขกไม่ได้รับเชิญกำลังด้อมๆมองๆอยู่ปากทางราวกลับหวาดระแวง

 

 เป็นผู้บุกรุกยังไม่พอ...มิหนำซ้ำยังกล้าถือดีล่วงล้ำเข้ามายังเขตพื้นที่ส่วนพระองค์ของข้าอีก

 

ช่างใจกล้านัก....

 

ดูจากสัดส่วนและรูปร่างแล้วเป็น ผู้หญิง

 

            ฤทธิ์ของสุราทำให้ชายจอมเอาแต่ใจลุกพรวดขึ้นจากที่พำนัก  ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้สาวเจ้าจนเกือบจะประชิดตัว  สายตาคมกวาดมองเสื้อผ้าอาวรณ์มีชุดคลุมปกปิดศีรษะอย่างมิดชิด  เนื้อผ้าชั้นเลิศที่สั่งตัดอย่างดีจากช่างมีฝีมือที่เขาเองก็รู้จัก....


ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่ลูกตาสีตาสาที่จะริลอบเข้ามาในงานที่จัดเลี้ยงอยู่ในตระกูลใหญ่แบบนี้ได้แน่  


แล้วนางเป็นใครกัน...ใยต้องทำตนให้มีพิรุธ?!

 


หมับบบบบ!!!

 

            “ ว๊าย….! ” เสียงหวีดร้องอุทานลั่นเมื่อพบว่า  จู่ๆก็มีมือปริศนากระชากจนเธอตัวปลิวไปชนร่างของอีกคนที่ฝ่ายฉุดดึงจนเธอเสียหลัก!

 

            “………….” นัยน์ตาคมกวาดมองพลางพยายามพินิจพิจารณาชุดคลุมที่ปิดบังใบหน้านั้นแย้มออกเพียงเล็กน้อยจนเกือบจะเห็นเคร้าโครงบางส่วนของหญิงสาวจากแรงกระชากเมื่อครู่  แสงแห่งจันทราในค่ำคืนนี้มืดสนิท...ยิ่งทำให้ชายร่างแกร่งนึกหงุดหงิดงุ่นง่านในดวงหทัยที่ฤทธิ์ของสุรากำลังทำให้เขามองหน้าสาวเจ้าได้ไม่ชัดเจนนัก!

 

นายเป็นใคร...ปล่อย!!! ” สาวเจ้าตกใจจนเผลอหวีดร้องปาวเป็นภาษาอังกฤษ  ภาษาที่ไม่คุ้นหูแล่นผ่านเข้ามาจนร่างสูงนิ่งงันก่อนจะออกแรงบีบข้อมือของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าและหน้าตาถมึงทึงจนน่ากลัว  พละกำลังของแวมไพร์ที่มีวรรณะสูงกว่ายิ่งเพิ่มทวีคูณตามความบริสุทธิ์ทางสายเลือด  เพียงออกแรงบีบเพียงเสี้ยวเดียวสาวที่พูดภาษาประหลาดก็ร้องครวญด้วยความเจ็บปวดเสียแล้ว

 


วรรณะต่ำกว่า...รึว่าจะเป็นสายของศัตรู?

 


เมื่อกี้เจ้าพูดภาษาอะไร.... คำถามเอ่ยชัดแจ้งดังขึ้นพร้อมกับสติที่ถูกดึงกลับเข้ามาในร่าง   คนเรือนเล็กได้แต่ยืนตะลึงยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก  เพราะเธอเผลอหลุดพูดภาษาอังกฤษที่ใช้จนชาชินตอนอยู่โลกมนุษย์ใส่ปีศาจแปลกหน้าท่าทางน่ากลัวตนนี้สะแล้ว....

 


อั่กกกก....เสียงครวญด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็ออกแรงบีบเคร้นจนข้อมือเธอแทบจะหักคาฝ่ามือ

 


ตอบ!!! ” แรงตวาดลั่นขึ้นพร้อมกับฉุดดึงอีกฝ่ายให้เข้ามาหาตัวอย่างแรง  จนชุดคลุมที่ห่อหุ้มใบหน้าของร่างน้อยปลิวไสวหลุดลงไปกองอยู่ที่ต้นคอ  แสงของเชิงเทียนพลันสะท้อนให้เห็นสีผมเรืองรองทองประกายแสงสีส้มให้เขาได้ยลอีกครั้ง  โครงหน้าหวานของหญิงผู้บุกรุกกำลังอิดโรยพร้อมร้องปาวขอให้เขาปล่อยมือ

 


หมับบบบบ!!?!

 


ปล่อยนะ!!! ”

 


 

 เป็นไปไม่ได้…. 

 

ดวงหทัยที่เคยด้านชาพลันตื่นตะลึงพร้อมกับสายพระเนตรที่เบิกกว้างอย่างตกใจราวกับเห็นภาพหลอน  ใบหน้าคมจดจ้องราวกับถูกมนต์สะกดเมื่อหญิงร่างเล็กตวัดหางตาขึ้นมามองเชิงไม่พอใจอย่างเปิดเผย  นัยน์ตาสีน้ำทะเลสะท้อนแสงเทียนที่ประดับอยู่ด้านบนจนระยิบระยับราวกับดวงดาราบนฟากฟ้า

 

ฝ่ามือหนาคว้าสตรีเรือนเล็กเข้ามาหาตัว  สายตาแกร่งตวัดมองด้วยความรู้สึกบางอย่างที่กำลังแล่นพล่านอยู่ในอก  เรียวมือเล็กพยายามปัดป้องด้วยสายตาที่หวาดระแวง  ใบหน้าคมและดูมีอำนาจในเขตพื้นที่ทำให้สตรีเรือนเล็กนึกหวั่นเกรง  ความคมคายของเครื่องหน้าทำให้เธอนึกถึงใครบางคน  ไม่ว่าจะพยายามขอความช่วยเหลือยังไงก็ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมปลีกตัวเข้ามา...ผู้ชายคนนี้เป็นใคร! แววตาแห่งความไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำแสดงออกมาอย่างชัดแจ้งจนร่างสูงจอมเอาแต่ใจนึกสนุก  แต่ทว่ายิ่งพินิจมองหญิงตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เขานึกถึงนาง...ความดื้อดึงที่แสดงออกมายิ่งทำให้เขารู้สึกถูกใจ  ฝ่ามือหนาคว้าโอบรัดเอวบางให้เข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิมจนเจ้าตัวเผลอหวีดร้อง  ใบหน้าคมทอดมองก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มก้องกังวานต่ำพร่าก็ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นฉุนของสุราที่ค่อยๆเจือมากับลมหายใจกรุ่น

 


ผู้หญิงตรงหน้าเขาคือใครกัน...ใยจึงเหมือนนัก

 

ไม่เคยมีผู้ใดในดินแดนนี่...เหมือนนางคนนั้นได้มากขนาดนี้มาก่อน...

 

กลิ่นหอมจางๆที่เคล้ามากับสายลม...

 

ยิ่งสูดดมก็ยิ่งคลับคล้ายคลับคลากลิ่นกุหลาบ....

 

แววตาสีฟ้าน้ำทะเลนี่ก็ด้วย....

 

เหมือนมาก....

 

เหมือนจริงๆ.....

 

          ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้เพื่อกวาดสายตามอง  ความงามที่ถูกปิดซ่อนภายใต้ผ้าคลุมที่สวมทับอยู่บนร่างเล็กที่เขากำลังให้ความสนใจจนไม่ได้ยินเสียงห้ามปรามที่ปาวร้องขอให้เขาปล่อยมือ  แรงพยศน้อยๆเพิ่มทวีขึ้นคล้ายกับลูกไก่ที่กำลังดิ้นพล่าน  ริมฝีปากเรียบแสยะยิ้มก่อนจะจ้องหญิงไร้นามตรงหน้าอย่างไม่ยอมวางสายตาลง


 

“ เจ้า….เป็นใครกัน ? ” ร่างแกร่งไม่พูดเปล่าพลางกระชากคนเรือนเล็กให้เข้ามาใกล้ตัวยิ่งขึ้น  นัยน์ตาสีชาดวาววับพร้อมกับความรู้สึกมึนงงจนพร่ามัวทำให้เขาเห็นภาพเพี้ยนถึงขนาดนี้เลยรึไร

 

 

 

 

____________________________________________________________________

Writter:  ไรต์ขอขอบคุณ comments ของ 

                                คุณ wawawow555 (@wawawow555)


[ ไรต์เซฟรูปไม่ได้นะ ไฟล์ไม่ขึ้น ]  คุณ phoyphailinev (@phoyphailinev

                                คุณ moon_lovers (@moon_lovers)

                          คุณ นิยายคือชีวิต ()((                         

                          คุณ นักอ่านเงา

ที่ทำให้ไรต์คนนี้ไม่เหงาเลยนะคะ  วันนี้ใจดีอ่ะอัพกันยาวๆไป :)

____________________________________________________________________



 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #27 Superlemons (@superlemons) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 00:25

    อัพบ่อยๆนะคะแต่งสนุกมากเลยค่า ชอบมาก
    #27
    1
  2. #24 phoyphailinev (@phoyphailinev) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 19:03

    รอนะคะ
    #24
    0
  3. วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 16:22
    เย้ ไรท์มาแล้ว
    ขออีกเน้ออออ
    #23
    0