เพียงฝันวันวาน

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    13 เม.ย. 61

          อยากจะบอกว่า ตอนนี้ต้นฉบับเดินทางใกล้ถึงตอนจบแล้วค่ะ แม้ในเด็กดีจะดูเหมือนไม่ค่อยคืบคลานแต่เชื่อเถอะ ปูเป้กำลังตั้งใจเขียนสุดชีวิต ช่วงนี้ก็ยังทำงานประจำอย่างหนักหน่วง อ่านหนังสือหาความรู้เรื่อยๆและพิมพ์นิยายไม่เว้นแต่ละวันโชคดีที่มีไอเดียมาเรื่อยๆการเขียนเลยราบรื่นอย่างใจหวัง แถมยังมีกำลังใจดีๆจากทุกท่านที่เข้ามาอ่าน (ดูจากยอดวิวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)ยิ่งมีกำลังใจ 
           พูดแบบนี้เหมือนภารกิจจะเยอะแต่เชื่อเถอะมันสนุกจริงๆ ใครที่ว่างๆเบื่อๆเหงาๆเศร้าๆ เข้าเฟสบุ๊คไปก็ไม่มีอะไรจะดูลองแวะมาอ่าน เพียงฝันวันวาน นะคะ 
                                                                 รับรองว่าจะติดใจจนวางไม่ลง <3
-----------------------
เพียงฝันวันวาน ตอนที่ 6

          คืนทั้งคืนที่เสียเวลาไปกับการศึกษางานในส่วนที่พิมพดาทำไว้ นอกจากแฟ้มงานจะระเกะระกะแล้วงานยังไม่ละเอียดมีช่องโหว่เต็มไปหมด ไม่รู้ว่านั่นเป็นเพราะความต้องการของเชสหรือความไม่ใส่ใจของพิมพดา

เพียงฝันรีบพาตัวเองไปห้องน้ำ ปล่อยน้ำใสสะอาดไหลลงกระทบผิวเนียนให้จิตใจผ่อนคลายลง และทันทีที่เดินออกจากห้องน้ำเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏบนหน้าจอ หล่อนกดรับแล้วเปิดลำโพง

“สวัสดีครับคุณเพียงฝัน” เสียงที่ค่อนข้างคุ้นทำหล่อนขมวดคิ้วยุ่ง หญิงสาวรีบตอบกลับปลายสาย “ผม เควิน ครับ ผมจะโทร.มาบอกให้คุณทราบว่า คุณเชสต้องการพบคุณเจ็ดโมงตรงครับ”

“แต่ตอนนี้หก” หกนาฬิกายี่สิบนาที นั่นคือสิ่งที่หล่อนต้องการพูดแต่เสียงจากปลายสายกลับหายไปก่อน เควินวางสายไปแล้ว ให้ตายสิคนอะไรเอาแต่ใจชะมัด เพียงฝันรีบแต่งตัวและเก็บข้าวของ วันนี้ไม่ใช่วันหยุดราชการหล่อนนึกไม่ออกเลยว่าจะสายแค่ไหน

เจ้าของเรือนร่างผอมเพรียวพุ่งตัวออกจากห้องด้วยความเร็วแสง วินาทีนี้การนั่งรถประจำทางคงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก มอเตอร์ไซด์รับจ้างเหมาะที่สุดในเวลานี้ต่อให้ราคาแพงไปนิดก็ช่างเถอะ และหล่อนก็มาถึงหน้าบริษัทในเวลาที่เฉียดฉิว แต่สุดท้ายก็เสียไปเวลาไปกับการขึ้นลิฟต์อยู่ดี แค่โดนเรียกวันแรกก็สร้างความไม่ประทับใจแล้วสิ!

            “คุณมาสาย”

เสียงทุ้มดังขึ้นมาทันทีที่หล่อนเดินเข้าไปในห้อง เชสนั่งจ้องจอไอแพ็ดอยู่ที่โซฟา เควินที่ยืนข้างเชสเมื่อครู่ส่งยิ้มให้หล่อนก่อนจะเดินผ่านหล่อนไป ตอนนี้เหลือเพียงแค่หล่อนกับเชสแคลเร้นซ์เท่านั้น

“ขอประทานโทษค่ะ”

นี่เป็นคำพูดที่ดีที่สุดที่คิดออกในตอนนี้ เชสเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาสีฟ้าครามของเขาจ้องหล่อนเขม็ง ไหนศนิตาบอกว่าเขาน่าหลงใหล ตอนนี้ดูน่ากลัวเสียมากกว่า

“ผมจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนนี้ด่วน รบกวนคุณช่วยสรุปให้ผมด้วยครับ”

เพียงฝันตอบรับพร้อมรับแฟ้มแล้วรีบกลับไปที่โต๊ะทำงาน เป็นรายละเอียดการประชุมทั้งหมดที่ผ่านมาดูคร่าวๆจากวันที่บนหัวกระดาษน่าจะเป็นระยะเวลาราวๆสามถึงสี่เดือน ซึ่งเป็นการตกลงทางธุรกิจกับบริษัทเดียวกันทั้งหมด ที่ประชุมบ่อยๆคงเพราะผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวกันเสียทีสินะ

“ตารางงานของบอสครับ” หญิงสาวหันมองเควินที่ยื่นสมุดขนาดเท่าเอสี่พับครึ่งมาให้ “คุณต้องจัดการเวลาให้บอส และรายงานให้บอสทุกเช้า”

เพียงฝันตอบรับสั้นๆแล้วรีบลงมือทำ ถึงจะบอกว่าสามเดือนแต่จากการดูคร่าวๆเชสมีประชุมแทบจะทุกวัน บางวันประชุมมากกว่าหนึ่งครั้ง แน่นอนว่าสมุดตารางงานที่อยู่ในมือของหล่อนคงวุ่นวายไม่ต่างกับเอกสารพวกนั้น แค่คิดยังเหนื่อยแทน หญิงสาวรีบส่งงานให้เชสแล้วเริ่มทำงานชิ้นอื่นต่อ

เควินเดินผ่านหน้าหล่อนไปอีกครั้ง เขาเปิดประตูห้องทำงานแล้วค้อมศีรษะให้เชส พวกเขาเดินตรงไปที่ลิฟต์โดยไม่บอกอะไรสักคำ เพียงฝันคว้าสมุดตารางงานของเชสที่วางบนโต๊ะขึ้นมาเปิดดู เขามีประชุมในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า และแน่นอนว่าหลังจากประชุมเสร็จหล่อนจะต้องมีงานเพิ่มขึ้นไปอีก

ไฟล์เอกสารที่ระเกะระกะถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ เอกสารที่หายไปยังไม่ถูกเติมเต็ม หล่อนยังต้องใช้เวลาในการทำงานที่เชสเพิ่งจะสั่ง เสียงเตือนข้อความดังขึ้น หญิงสาวรีบเปิดดูในทันที มีงานจากเชสตามที่คาดไว้ เขาต้องการความเร็วและหล่อนคิดว่าสามารถทำได้ภายในสามสิบนาทีและเผื่อเวลาเดินทางไปที่นั่นอีกสี่สิบนาที

“ไปทานข้าวด้วยกันไหมจ๊ะ”

เสียงหวานดังขึ้นพร้อมปัณฑิตาเดินเข้ามายืนที่หน้าโต๊ะหล่อน สาวสวยที่ยังคงความสวยเช่นทุกวัน ในวันนี้ดูจะสวยเป็นพิเศษด้วยเดรสเข้ารูปผ้าเนื้อดีที่สวมใส่

“พอดีฉันทำงานยังไม่เสร็จน่ะค่ะ”

เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังมาจากปัณฑิตาพร้อมสีหน้าติดจะผิดหวัง ก่อนที่จะมีรอยยิ้มตามมาพร้อมคำหวานๆ

“งั้นเอาไว้วันหลังไปด้วยกันนะ” แล้วปัณฑิตาก็เดินตัวปลิวจากไป

เพียงฝันตอบไม่ทัน ได้แต่มองตามหลังเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ชีวิตตอนนี้คงกินดีไม่ค่อยได้ ช่วงทดลองงานทั้งหมดหกเดือนจะไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว หากผ่านไปได้ก็จะได้รับเงินก้อนโต แต่ตอนนี้เพิ่งจะผ่านมาเพียงสองเดือนกว่าเท่านั้น และเงินเก็บที่มีเริ่มลดลงเรื่อยๆเสียด้วยสิ

แรงสั่นจากโทรศัพท์ทำให้หล่อนสะดุ้งโหยง หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะดึงลิ้นชักออกแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาจากในนั้น ชื่อที่หล่อนไม่ค่อยอยากรับสายปรากฏขึ้น จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เควิน

“ขออภัยครับ เปลี่ยนแผนนิดหน่อย คุณไม่ต้องเอาเอกสารมาให้บอสนะครับ เดี๋ยวบอสจะเข้าไปในบริษัท” เสียงดังขึ้นจากปลายสาย

“ตอนไหนคะ”

“ตอนนี้” คำตอบสั้นๆแต่ทำให้เพียงฟันถึงกับกุมขมับ ความเอาแต่ใจของเชสทำหล่อนมึนไปหมดเดี๋ยวให้ไปเดี๋ยวจะมาเอง เดี๋ยวเอาอันนั้นทีเดี๋ยวเอาอันนี้ที ถึงงานที่เขาสั่งจะทำเสร็จแล้ว ถึงหล่อนจะไม่ได้วิ่งตามเขาทำงานก็ตามเถอะ ผู้ชายอะไรน่าปวดหัวชะมัด

“ผมขอรายละเอียดการประชุมช่วงเช้า” เสียงทุ้มทว่าน่าเกรงขามดังขึ้น

ดวงตาคมสวยมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่สั่งงานแล้วเดินผ่านหน้าหล่อนไป พวกเขาทำราวกับหล่อนเป็นเพียงอากาศ หญิงสาวรีบรวบรวมงานใส่แฟ้มแล้วตามเข้าไปในห้องทำงาน เชสนั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีขาว เสื้อสูทสีดำพาดไว้พนักพิงหลัง มือของเขากุมกระป๋องเบียร์เอาไว้ข้างหน้า

“สรุปการประชุมค่ะ” หญิงสาวยื่นงานให้เขา

แววตาแบบเดิมประกายอยู่ในดวงตาสีฟ้าคราม หล่อนรีบหลบสายตาคู่นั้น ในระยะใกล้เช่นนี้ทำให้หล่อนรู้ว่าดวงตาสีฟ้าครามแซมเส้นสีน้ำเงินคู่นี้ไม่ได้น่าหลงใหลอย่างที่คนอื่นมองระยะไกล ดวงตาของเชสดูน่าเกรงขามแต่ปะปนความเซ็กซี่น่าค้นหาอย่างที่สาวๆทุกคนปรารถนาได้สบตาทุกคืนวัน

“ผมจำได้ว่าเคยประชุมกับบริษัทนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นคุยอะไรไปบ้าง”เชสยื่นงานกลับมาให้หล่อน หญิงสาวรับมันกลับมาไว้ในมือก่อนจะฟังเขาพูดต่อ “รบกวนคุณช่วยหาให้ผมด้วยครับ ผมอยากเปรียบเทียบข้อมูล”

เพียงฝันตอบรับแล้วรีบกลับมาทำตามคำสั่ง สายตาไล่มองไฟล์งานมากมายที่อยู่บนหน้าจอ การทำงานต่อจากคนอื่นเป็นเรื่องที่วุ่นวายพอสมควร พิมพดาเรียงงานสลับหน้าสลับหลังมั่วกันไปหมด ขณะเดียวกันหล่อนก็ยังจัดระเบียบมันไม่เสร็จ

“ผมมีงานด่วนต้องไปตอนนี้” เชสหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของหล่อน“เอาไว้คุณค่อยเอามาให้ผมดูทีหลัง”

พูดจบเขาก็เดินจากไปโดยไม่มองหล่อนด้วยซ้ำ ตลอดเวลาที่ทำงานด้วยกันมา หล่อนแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเชส รู้เพียงแค่ว่า งานของเขาเยอะมาก มีประชุมแทบทุกวัน และมีเอกสารอีกหลายกองรอเขาทุกวัน

“คุณไหวไหมครับ” เควินคลี่ยิ้มบางให้หล่อน เป็นรอยยิ้มที่แปลกๆจะดูว่าอบอุ่นก็ไม่ใช่ จะว่ากวนก็ไม่เชิง

“ค่ะ”

“ผมฝากให้คุณช่วยจัดตารางให้บอสพักผ่อนด้วยนะครับ”

หญิงสาวขมวดคิ้วยุ่ง เท่าที่จำได้สมุดตารางงานของเชสนอกจากจะมีตารางการประชุมต่างๆแล้วยังมีตารางการท่องเที่ยวแทรกอยู่ในนั้น จนมันวุ่นวายไปหมด นี่เป็นอีกเรื่องที่หล่อนต้องหาเวลาจัดการ

“ฝากให้คนอื่นทำแทนหมดแบบนี้ นายจะลาออกแล้วหรือไง”

เสียงทุ้มดังขึ้นมา รอยยิ้มบางแต้มอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลา ถึงรอยยิ้มนั้นจะส่งรู้ให้เควินแต่หล่อนกลับเผลอหลงใหลไปกับเสน่ห์ที่แสนจะเย้ายวนชวนฝัน หล่อนเพิ่งเคยเห็นสายตาแบบนี้จากเขาครั้งแรก แม้ไม่ได้เห็นโดยตรงแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาทำให้หล่อนเคลิบเคลิ้มโดยไม่รู้ตัว แต่อย่างไรหล่อนก็ควรสำนึกไว้ว่าหล่อนเป็นเพียง คนอื่น ในสายตาของเชส

ชายทั้งสองเดินจากหล่อนไป เควินทิ้งไว้เพียงว่าพวกเขาจะไม่กลับเข้าบริษัทอีก ให้หล่อนกลับได้แต่งานที่ยังไม่เสร็จทำให้หล่อนต้องติดแหง็กที่นี่

“พอดีฉันทำงานไม่เสร็จน่ะ ฝากทำด้วยนะจ๊ะ” แฟ้มสีขาวถูกวางไว้ตรงหน้าหล่อนอีกครั้ง หญิงสาวเงยหน้ามองปัณฑิตาที่มีรอยยิ้มหวานมาให้เสมอ “พรุ่งนี้หรือมะรืนค่อยทำให้ฉันก็ได้นะ ฉันไม่รีบ”

หญิงสาวฝืนส่งยิ้มให้ก่อนจะตอบรับสั้นๆ แล้วหันกลับมาทำงานต่อ การมีเรื่องกับใครสักคนในบริษัทเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงทดลองงานเช่นนี้และยิ่งกับคนที่ค่อนข้างมีอำนาจยิ่งควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง ต่อให้ยากแค่ไหนก็ต้องจำยอม

 

เพียงฝันเคยมีฐานะในระดับที่ดี กิจการร้านขายยาและหุ้นของพ่อรวมกับธุรกิจและหุ้นของแม่ก็สร้างฐานะให้ครอบครัว แต่แล้วทุกอย่างก็มอดไหม้ไปกับกองเพลิง ทั้งทรัพย์สิน ความอบอุ่น และชีวิตของพ่อกับแม่ จากนั้นตาก็ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต และยายก็จากไปด้วยความเจ็บป่วย

                ชีวิตหาเช้ากินค่ำของหล่อนวุ่นวายเกินกว่าจะมีเวลานั่งฟังเรื่องเล่าจากยาย และยายเองก็ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำพอๆกันเพื่อเลี้ยงชีวิตให้รอดไปวันๆ หล่อนจำได้แค่ว่าเคยวิ่งเล่นในร้านขายยาของพ่อ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพวกท่านมีกิจการหรือเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนคนไหน เพื่อนแต่ละคนก็เป็นนักธุรกิจกันทั้งนั้น

เจ้าของเรือนร่างผอมเพรียวนั่งคุกเข่าลงบนผืนหญ้านุ่ม เบื้องหน้าเป็นเจดีย์สีขาวที่คุ้นเคย ดวงตาคู่สวยจับจ้องที่ภาพหน้าเจดีย์ มือของหล่อนเอาดอกไม้แห้งเหี่ยวออกจากแจกันแทนที่ด้วยกุหลาบสีแดงสด

“ยายคะ ฝันเหนื่อยสุดๆไปเลยค่ะ เจ้านายของฝัน จะเอานั่นเอานี่อยู่เรื่อย” เจ้าของมือเรียวงามจุดธูปยกขึ้นไหว้แล้วปักลงกระถางธูป “แต่ฝันก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเลยนะคะยาย อย่างที่ยายเคยบอกไว้ วันนี้เป็นเพียงอดีต วันพรุ่งนี้มันต้องดีกว่าแน่นอนค่ะ”

“นั่นสิครับ วันต่อไปต้องดีกว่าแน่นอน” เสียงทุ้มฟังดูอบอุ่นดังขึ้นจากด้านหลัง

หญิงสาวมองไปหาเจ้าของเสียงที่ดังขึ้นมาจากข้างหลัง ชายหนุ่มรูปร่างกำยำยืนส่งยิ้มให้หล่อน คาร์ล ยังคงดูหล่อเหลาและอบอุ่นอย่างเช่นทุกครั้งที่พบ

“ดีใจที่เจอกันอีกนะคะ”

เพียงฝันจับมือของเขาที่ยื่นมาตรงหน้าก่อนจะฉุดให้ตัวเองลุกขึ้นยืน หล่อนสวมร้องเท้าส้นสูงที่วางไว้ข้างๆก่อนจะหยิบกระเป๋ามาคล้องบนบ่า

“เดินเล่นกันไหมครับ” คาร์ลส่งยิ้มให้หล่อนเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนชวนให้อุ่นใจ “ผมได้ยินคุณพูดว่าเหนื่อย”

“ค่ะ” คาร์ลผายมือให้หล่อนเดินนำหน้า “ฉันเหนื่อยกับเรื่องงานแล้วก็เรื่องเจ้านายค่ะ

กระเป๋าสะพายหล่นจากไหล่ลงมาแขน คาร์ลจับมันเอาไว้แล้วดึงเอาไปถือไว้ให้หล่อน เสน่ห์ที่น่ารักของเขาอีกอย่างคือความใส่ใจที่เขามีให้คนรอบข้าง แม้หล่อนจะเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาแต่เขาก็ไม่ละเลยที่จะใส่ใจ

“เล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ”

ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปที่ตลาดเช่นครั้งก่อน คนในตลาดเยอะกว่าครั้งนั้นแต่ความสะอาดและความเป็นระเบียบยังคงเหมือนเดิม

“ความจริงไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่ฉันยังไม่รู้งาน พอถูกสั่งให้ทำนั่นนี่เยอะๆเข้าฉันก็งงจนทำอะไรไม่ถูก”

คาร์ลหยุดหน้าร้านขนม เขาสั่งกับแม่ค้าก่อนจะหันมาพูดกับหล่อนต่อ “ผมชักจะอยากรู้จักเจ้านายคุณแล้วสิครับ”

เพียงฝันขำเบาๆคลี่ยิ้มน้อยๆพลางมองแม่ค้าร่างอวบ มืออวบอูมหยิบมันฝรั่งเข้าไปในเครื่องแล้วหมุนจนฝรั่งเป็นเกลียวก่อนจะนำไปทอดในน้ำมันเดือด

“ผมกำลังคิดว่า เขาคงไม่ใจร้ายไล่คุณออกทั้งๆที่ยังไม่สอนงานคุณ” เพียงฝันเงยหน้าขึ้นมองคาร์ล แววความอ่อนโยนฉายในดวงตาสีน้ำตาลเข้ม “คุณควรสบายใจแล้วเต็มที่กับงานนะครับ”

“นั่นสิคะ” หล่อนรับมันฝรั่งเสียบไม้จากคาร์ล มันทั้งส่งกลิ่นหอมและยั่วน้ำลายของหล่อน “ฉันพึ่งจะเริ่มงานไม่กี่วันเองนี่นา ขอบคุณนะคะ ฉันสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ”

“ดีใจที่เห็นคุณหายกังวลครับ” เขายิ้มให้หญิงสาว “วันพรุ่งนี้คุณต้องไปทำงานหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ พรุ่งนี้ฉันหยุด”

ทั้งสองคนยังคงเดินเล่นไปเรื่อย คาร์ลมีบางอย่างคล้ายกับใครสักคนที่หล่อนรู้จัก แต่หล่อนจะรู้จักใครที่สูงส่งขนาดนั้นได้อย่างไร

“งั้นเราไปเดินเล่นกันไหมครับ” หญิงสาวเบิกตากว้างมองชายหนุ่ม “ผมรู้จักตลาดเช้าที่มีอาหารอร่อยๆ แต่คุณอาจจะต้องตื่นเช้าหน่อย”

“ถ้าเป็นของอร่อยฉันไม่เกี่ยงค่ะ”

เพียงฝันรับกระเป๋ามาถือเอาไว้พร้อมส่งยิ้มให้ คาร์ลเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีจริงๆ ดีกว่าใครหลายคนที่หล่อนเคยรู้จัก นั่นไม่รวมกับศนิตาที่อยู่ในช่วงเวลาของการติดแฟน

คาร์ลมาส่งที่หอพักเช่นเคย ถึงครั้งนี้จะปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจ แต่เขาบอกหล่อนว่าเป็นทางผ่านและหล่อนก็ควรจะเชื่อในความหวังดีนั้น

แสงจากถนนเพียงพอที่จะทำให้มองเห็นอะไรต่างๆในห้อง หล่อนไม่เคยชอบการอยู่คนเดียว แต่สถานการตอนนี้ก็เลือกอะไรมากไม่ได้ หญิงสาวสลัดความคิดออกไป งานยังคงเหลือมากมายที่มันไม่กองเต็มโต๊ะก็เพราะมันเป็นไฟล์ในโน้ตบุ๊ก และแน่นอนว่าหล่อนเอาไฟล์มาทำที่โน้ตบุ๊กส่วนตัว

หกเดือนของการทดลองงานเป็นช่วงเวลาที่หล่อนคิดว่ามันโหดร้ายที่สุดในชีวิต ตอนนี้เพิ่งผ่านไปสามเดือนกว่าๆ เงินในบัญชีร่อยหรอลงทุกวัน ถึงค่าใช้จ่ายหลักจะมีเพียงค่าเช่าห้องกับค่าอาหารแต่ภารกิจใหญ่ที่หล่อนต้องทำจำเป็นต้องมีเงินมากพอ เดี๋ยวนี้นักสืบค่าตัวแพงเสียยิ่งกว่าอะไร ไหนจะธรรมเนียมศาล ค่าจิปาถะต่างๆนานาอีก มื้อเย็นของหล่อนตอนนี้มีเพียงมันฝรั่งที่คาร์ลซื้อให้ตอนเดินเล่น หวังว่ามันคงช่วยให้นอนหลับในค่ำคืนนี้ได้

แต่ดูเหมือนว่าแค่การงดมื้อเย็นคงไม่พอสำหรับศึกในครั้งนี้

###

ฝากเพจไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

4 ความคิดเห็น