เพียงฝันวันวาน

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    3 เม.ย. 61

มาแล้วค่ะ มาต่อกันแล้ว คราวนี้ปูเป้ยังพาเพียงฝันมาให้ทุกท่านได้ชื่นชมเช่นเดิม ส่วนคาร์ลกับเชสต้องรอลุ้นกันเองนะคะว่าจะมาด้วยไหม และจะมาไม้ไหน...

------

เสียงนาฬิกาปลุกร้องดังลั่นห้อง หล่อนจำได้ว่าวางมันไว้ข้างตัวตอนก่อนนอน ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงไปดังอยู่ใต้เตียงเช่นนั้น หล่อนหาววอดออกมาขณะกดดูเวลา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างในฉับพลันแล้วเด้งตัวขึ้นจากเตียง เหลือเวลาเพียงสี่สิบห้านาทีเท่านั้น ใครหลายคนอาจมองว่ามันมากโขแต่สำหรับหล่อนที่ต้องนั่งรถประจำทางไปทำงานเวลาเพียงเท่านี้มันอาจไม่พอสำหรับเวลามื้อเช้ากับการจราจรในเมืองหลวง ถึงตอนนี้ระยะทางจะใกล้ขึ้นก็เถอะ

            เพียงฝันรวบผมเป็นหางม้า หล่อนสวมเชิ้ตสีขาว กระโปรงจีบรอบสีน้ำตาลยาวคลุมเข่า และขาดไม่ได้คือรองเท้าส้นสูงสี่นิ้ว หญิงสาวหนีบกระเป๋าไว้แน่นแล้วพุ่งตัวไปขึ้นรถประจำทางไม่สนใจคนที่พยายามเบียดมา

ในเวลาที่เร่งรีบเช่นนี้หล่อนไม่เกี่ยงที่จะได้ตั๋วยืนทั้งที่จ่ายเงินเท่าตั๋วนั่ง รถประจำทางเคลื่อนตัวไปพร้อมกับความกระวนกระวายของหญิงสาว เพียงฝันก้มตัวมองลอดหน้าต่าง ภาพข้างทางที่เคลื่อนช้ากลับเคลื่อนเร็วในฉับพลันพร้อมๆกับร่างของหล่อนที่เซไปตามแรงพุ่งตัวของรถจนเกือบล้ม

ประหลาดที่รถบนถนนโล่งมากทั้งที่เป็นเวลาเร่งรีบ หล่อนมีเวลาเหลือเฟือในการเดินเข้าบริษัท ไม่จำเป็นต้องวิ่งหัวฟูเหมือนทุกๆวัน หรือเป็นเพราะวันนี้โชคจะเข้าข้าง ไม่แน่ว่าวันนี้จะต้องมีเรื่องดีๆมากมายเกิดขึ้น

“ทำไมวันนี้มาเช้ายะ” ศนิตาเดินมาดักหน้าทางเข้าพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟโชยจากแก้วในมือ

“ถนนมันโล่งน่ะ” พวกหล่อนเดินไปพักผ่อนที่โซนนั่งเล่น เพียงฝันหยิบบิสกิตในถาดที่วางบนเคาเตอร์มาลิ้มรส แม่บ้านที่ที่เก่งในการเลือกขนมและหล่อนชอบบิสกิตรสนมกลมกล่อมนุ่มลิ้นแบบนี้

“วันหยุดราชการก็เป็นแบบนี้ตลอดนี่”

ศนิตาพูดพลางลิ้มรสชาติหอมหวานของกาแฟ ขณะที่เพียงฝันทำท่าสำลักขนมออกมา

“ให้ตายสิ!” เพียงฝันกลอกตามองเพดาน “ฉันไม่น่ารีบเลย”

“อย่าบอกนะว่าแกลืม” ศนิตาหัวเราะร่วนขณะที่เพียงฝันจิบน้ำส้ม และสายตาอันเฉียบแหลมพลันเห็นหญิงสาวสวยในชุดเดรสรัดรูปสีชมพูเดินมาดมั่นเข้ามาในบริษัท สัญญาณพายุยามเช้ากำลังจะมาและหล่อนควรรีบไปก่อนจะเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้

“ฉันไปนะ” เพียงฝันหยิบบิสกิตสามสี่ชิ้นใส่มือ ขณะที่ศนิตาผู้ซึ่งเป็นไม่สนใจสิ่งรอบข้างยังนั่งจิบกาแฟสบายใจ

“อะไรกัน จะรีบไปไหนเนี่ย”

ศนิตาเบิกตากว้างมองหล่อนก่อนจะเหลือบมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือสีเงิน เพียงฝันทำเพียงคลี่ยิ้มบางพร้อมกับขยิบตาให้หนึ่งที แล้วก้าวฉับๆออกมาจากตรงนั้น

โต๊ะทำงานของเพียงฝันอยู่หน้าห้อง เชส แคลเร้นซ์ ชั้นบนสุดถูกจัดเป็นสัดส่วนที่มีความเป็นส่วนตัวมาก แม้กระทั่งโต๊ะของเลขาฯยังถูกออกแบบมาให้อยู่ในมุมที่ไม่ต้องเห็นหน้ากัน แต่โชคดีตรงที่ว่าโต๊ะของหล่อนอยู่ติดกับหน้าต่างมันทำให้หล่อนได้เห็นความสดใสของยามเช้า

            “วันนี้คุณเชสไม่อยู่” เสียงนุ่มนวลดังขึ้นทำลายความคิดของหญิงสาว หล่อนมองเจ้าของเสียงที่พาเรือนร่างเย้ายวนพร้อมรอยยิ้มหวานมายืนตรงหน้า “คงไม่มีอะไรทำสินะ ทำนี่ให้ฉันหน่อย” ใครๆก็รู้จักผู้หญิงคนนี้ ปัณฑิตา ผู้มีข่าวลือในทางไม่ค่อยดี ได้ยินว่าเป็นเลขานุการของคนตำแหน่งสูงอีกคนที่อยู่ชั้นเดียวกัน เพียงฝันรีบรับแฟ้มมา

ช่างเป็นสตรีที่หน้าตาสวยคมบาดใจ คิ้วเรียงเส้นเป็นระเบียบ ดวงตากลมคมกริบ ลิปสีแดงสดบนริมฝีปากเสริมลุคสาวมั่น ผมยาวสีโค้กดัดลอนลึกยิ่งทำให้รูปร่างที่ได้สัดส่วนนั้นดูเย้ายวนน่ามอง ขนาดเป็นผู้หญิงแท้ๆหล่อนยังไม่อาจละสายตาไปได้ แล้วผู้ชายล่ะจะไปเหลืออะไร

ปัณฑิตาเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรต่อ เรื่องของปัณฑิตามีให้ได้ยินแทบทุกวัน ผู้หญิงที่ใช้ทางลัดทำให้ตัวเองดูดีไม่สนใจคำว่าศักดิ์ศรี แต่นั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัว หล่อนไม่สนใจเรื่องคนอื่นตราบใดที่หล่อนเดือดร้อนอะไร

            เสียงเตือนดังขึ้นมามีข้อความจากเชสเข้ามาหนึ่งฉบับ หล่อนกดโหลดไฟล์เสียงและเอกสารที่ถูกส่งมา เชสให้หล่อนสรุปการประชุมและหล่อนมีเวลาไม่เกินสองชั่วโมง

            เพียงฝันฟังไฟล์เสียงไปพร้อมกับการอ่านเอกสารประกอบ ถึงจะดูไม่ยากแต่ความไม่คุ้นเคยทำให้งานเดินไปอย่างช้า กระนั้นมันก็เสร็จตามที่คาดไว้พอดีและมีเวลานิดหน่อยกับการตรวจทาน

เสียงข้อความดังขึ้นขัดจังหวะการทวนงาน ข้อความถูกส่งมาจากเชสอีกครั้ง เขาสั่งให้หล่อนนำงานที่ทำเสร็จไปส่งให้เขา สถานที่ที่ต้องไปค่อนข้างไกลจากบริษัทแต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือ

            “นี่” เสียงปัณฑิตาดังขึ้นมาพร้อมกับแฟ้มงานในมือ “ฉันวานดูเอกสารฉบับนี้ให้หน่อยจ้ะ”

            เพียงฝันเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาพัก หล่อนต้องรีบเอาเอกสารไปให้เชสแล้วรีบกลับมาให้ทันมื้อกลางวันนั่นหมายความว่าหล่อนไม่มีเวลาสำหรับการทำงานอื่น

            “ฉันต้องไปส่งเอกสารให้คุณเชสค่ะ”

            “ไม่เป็นไร ฉันรอได้”

            ปัณฑิตาให้แล้ววางแฟ้มไว้บนโต๊ะทำงานของหล่อน ผมลอนสวยพลิ้วตามแรงสะบัด เจ้าของเรือนร่างเย้ายวนเดินกลับไปไม่สนใจในสิ่งที่หล่อนพูด เพียงฝันถอนหายใจเฮือกหล่อนปิดโน้ตบุ๊กลงแล้วเก็บแฟ้มแยกออกจากงานอื่น ข้าวของที่เกะกะถูกจัดให้เข้าที่เข้าทาง หญิงสาวคว้ากระเป๋าถือแล้วหนีบแฟ้มงานไว้ที่แขนก่อนจะโทรศัพท์หาศนิตา

            “แก ฉันยืมรถหน่อย” หล่อนกรอกเสียงลงไปในทันทีที่ศนิตารับสาย

            “จะไปไหน” นั่นเป็นคำถามพื้นฐานที่หล่อนต้องตอบ และแน่นอนว่าคำตอบของหล่อนทำให้ศนิตาตอบตกลงในทันที

นั่นเป็นเรื่องดีเพราะหล่อนมองเห็นหนทางในการขอความช่วยเหลือจากศนิตาในครั้งต่อไป หากรถไม่ติดมาหล่อนคงใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีในการเดินทาง และหากโชคดีหล่อนคงได้มีเรื่องไปอวดศนิตาว่าหล่อนได้พบกับเชสและได้คุยกับเขา

เพียงฝันรีบหาที่จอดรถแล้วเข้าไปในตึก หล่อนมองหาฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อลดเวลาในการเดินมั่วซั่วหาห้อง และใช้เวลาเพียงสองนาทีก็รู้ว่าหล่อนต้องขึ้นไปชั้น15 ห้องประชุมอยู่ฝั่งซ้ายมือถัดจากลิฟต์ไปสามห้อง เพียงฝันแจ้งความจำนงกับชายหนุ่มบุคลิกดีที่นั่งประจำหน้าห้องประชุม เขาเดินหายเข้าไปในห้องครู่หนึ่งก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับชายวัยกลางคนที่หล่อนจำได้ทันทีว่าเคยพบเขาที่โรงพยาบาล

“ยินดีที่ได้พบคุณครับ หวังว่าคุณยังสบายดี” เขายิ้มบางพร้อมค้อมศีรษะให้หล่อน

“ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวพนมมือไหว้เขาด้วยความรู้สึกขอบคุณที่เขาทำให้หล่อนยังมีชีวิตอยู่ถึงวันนี้

“ยินดีครับ” เขาตอบ ดวงตาของเขามองเอกสารที่มือของหล่อน

หญิงสาวรีบยื่นให้เขาในทันที “เอ่อ เอกสารที่คุณเชสแคลเร้นซ์ให้ฉันนำมาให้ค่ะ”

“ขอบคุณมากครับ” เขาตอบพร้อมรับเอกสารไป “บอส เอ่อ คุณเชส ฝากบอกว่าวันนี้ให้คุณทำงานครึ่งวันกลับไปพักผ่อนได้เลยครับ”

“คะ” นี่หล่อนหูฝาดหรือว่ากำลังฝันไปเอง เชสแคลเร้นซ์ผู้ขึ้นชื่อว่าประธานบริษัทสุดเนี้ยบจะปล่อยให้หล่อนทำงานครึ่งวันโดยที่ไม่ตัดเงินเดือนงั้นเหรอ

“คุณเชสต้องเดินทางไปต่างจังหวัด คิดว่าคงยังไม่ต้องรบกวนอะไรคุณครับ ผมขอตัว”

เพียงฝันพนมมือไหว้ลาเควินเป็นอย่างที่เควินบอก ถึงอย่างนั้นหล่อนก็คงกลับไปพักผ่อนไม่ได้ตราบใดที่งานของปัณฑิตายังกองอยู่บนโต๊ะ

            เพียงฝันรีบกลับไปกินมื้อเที่ยง หล่อนนัดกับศนิตาไว้อย่างเคย และหล่อนรู้ว่าศนิตาจะต้องอยากรู้เรื่องประธานบริษัทสุดหล่อเป็นแน่

            “งานยากไหมแก” ศนิตายื่นหน้ามาใกล้หญิงสาวด้วยแววตาเปล่งประกาย เหมือนกับเด็กๆที่เห็นของเล่นชิ้นใหม่ในตู้กระจก หล่อนยังไม่อยากตอบคำถามนี้แต่ดูความอยากรู้แล้วคงหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ไม่ค่อยยากเท่าไหร่” เพียงฝันครุ่นคิดกับงานที่ไม่ได้ยากเย็นอะไร หรือเพราะหล่อนยังไม่เคยได้รับงานจากเชสโดยตรง ไม่อย่างนั้นพิมพดาจะลาออกทำไมกัน ผู้หญิงคนนั้นจะโง่ทิ้งงานง่ายๆเงินเดือนสูงลิ่วไปด้วยเหตุผลอะไร “ฉันสั่งอาหารให้แกแล้วนะ”

“แกได้เจอคุณเชสบ้างหรือยัง ฉันไม่ค่อยเห็นเขาเข้าบริษัทเลย”

และแล้วความจริงก็เปิดเผยจนได้สินะ คงอยากรู้เรื่องนี้จนใจจะขาดแล้วล่ะสิ! อาหารส่งกลิ่นหอมกรุ่นทันทีที่บริกรวางมันลงตรงหน้า เพียงฝันใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการคิดแกล้งศนิตา

“ไม่ตอบ!” สายตาไม่พอใจฟาดผ่านแว่นตากลมโตส่งตรงถึงเพียงฝันในทันที กะไว้แล้วว่าสิ่งที่อยากรู้จริงๆคือเรื่องนี้ต่างหาก “ไปก่อนนะ ไม่อยากตอบ”

“เดี๋ยวสิ” ศนิตาดึงแขนหล่อนเอาไว้ ส่งสายตาออดอ้อนเต็มที่ “แต่แกยังไม่ได้กินเลยนะ”

เพียงฝันหยัดตัวขึ้นกระเป๋าที่วางไว้ถูกจับขึ้นมาคล้องบนไหล่ “ไม่เป็นไรแก ฉันมีแซนวิช”

หญิงสาวขยิบตาให้ศนิตาหนึ่งครั้งก่อนจะเดินลิ่วออกจากห้องอาหาร เวลาเดินผ่านไปไวกว่าที่คิดเอาไว้ เพียงฝันถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางทิ้งหลังพิงพนักเก้าอี้ หล่อนทำงานของปัณฑิตาเสร็จแล้ว มีเวลาเหลือพอเรียนรู้งานอีกหน่อย และหล่อนก็รู้ว่าพิมพดาทำงานไม่ละเอียดเอาเสียเลย มีช่องโหว่เต็มไปหมด หรือนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ถูกไล่ออกมากกว่าข่าวที่ลือกันมา

 

เช้าวันถัดมาเพียงฝันรีบมาทำงานแต่เช้าไม่ใช่เพราะกลัวรถติดแต่ไม่อยากให้หัวหน้าว่ากล่าว หรือเป็นที่ครหาจนไม่ผ่านการประเมินต่างหากเล่า

“วันนี้คุณเชสจะเข้ามา ผมคิดว่าคุณคงได้รับเมล์ของผมแล้ว” เควินเดินเข้ามาหาหล่อนพร้อมวาจาที่สุภาพอย่างเคย

“ค่ะ ฉันเตรียมข้อมูลเรียบร้อยแล้ว” หล่อนผายมือไปทางจอโน้ตบุ๊ก “นี่ค่ะ ถ้าคุณต้องการตรวจสอบ”

“ผมเชื่อใจคุณครับ” เขาเหลือบมองจอโน้ตบุ๊กก่อนจะมองหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า “แต่ผมคิดว่าคุณเชสอาจจะมีปัญหานิดหน่อย”

“พูดถึงฉันอยู่งั้นเหรอ?” เสียงทุ้มหนักแน่นดังขึ้นมาพร้อมกับเจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ เขาเดินตรงเข้ามาด้วยบุคลิกที่หรูหรา ทุกอย่างก้าวสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ดวงตาสีฟ้าครามแซมสีน้ำเงินล้อมกรอบเทาเข้มจ้องใบหน้าอิหลักอิเหลื่อของหญิงสาว แม้อยากสบตาแต่เพียงฝันกลับรีบหลบสายตาทรงพลังคู่นั้นก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มของเขาดูน่าเกรงขาม ลายเส้นโครงหน้าชัดโดดเด่นจนทำให้รู้สึกถึงความแข็งแกร่งในยามมอง สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจนเกือบเคร่งเครียด ริมฝีปากของเขาค่อยๆคลี่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ติดจะเย่อหยิ่งแต่เย้ายวนเสียจนหัวใจหวั่นไหว

“เปล่าครับบอส”

เควินค้อมศีรษะให้เชส ดวงตาสีฟ้าครามแซมลายเส้นสีน้ำเงินล้อมกรอบสีเทามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหม่าของหญิงสาว

“ดิฉัน เพียงฝัน ค่ะ”

“เลขาคนใหม่ของคุณครับ” เควินรีบชิงรายงานในทันที

เชสมองจากดวงหน้า ไล่สายตาดูชุดทำงานไปจนถึงรองเท้า เอาล่ะ! หล่อนไม่ใช่คนที่ร่ำรวย หากจะบอกว่าหล่อนฐานะระดับปานกลางคงเป็นการโกหกเพราะฐานะของหล่อนต่ำกว่านั้นนิดหน่อย แต่นี่ก็ดีที่สุดเท่าที่หล่อนมี

“เชิญที่ห้องทำงานผมครับ”

เชสเดินผ่านหน้าไปทันทีที่พูดจบ หล่อน เควินผายมือให้หล่อนเดินตามเชสไป ห้องทำงานกว้างขวางถูกตกแต่งให้ดูโก้หรู บนโต๊ะทำงานมีดอกไม้สีขาวสะอาดอยู่ในแจกันทรงสูงที่ตกแต่งด้วยลวดลายหรูหรา เชสนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาทิ้งหลังพิงพนักด้วยท่วงท่าที่สบายแต่เสน่ห์เหลือล้น บุคลิกที่หรูหราของเขาทำให้หล่อนไม่แปลกใจสักนิดที่ศนิตาจะคลั่งไคล้

เขาเหลือบตามองมาที่หล่อนแล้วหันไปมองจอ เสียงทุ้มที่สุดแสนจะเซ็กซี่ของเขาทำให้หล่อนใจเต้นแรง แต่ไม่ใช่เวลาที่หล่อนจะมาปลาบปลื้ม เขากำลังถามความคิดของหล่อน มันอาจจะเป็นเหมือนการสัมภาษณ์งาน

“ขอบคุณสำหรับงานครั้งที่แล้ว เป็นการสรุปงานที่ดีฉบับหนึ่งเท่าที่ผมเคยอ่านมาครับ แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องนิดหน่อย ” หญิงสาวเงยหน้าเบิกตามองเชส เขานั่งหันข้างให้หล่อน สายตาของเขาทอดมองนอกกระจกใส “ผมจะยังไม่อธิบายในตอนนี้เพราะผมอยากให้คุณทำงานชิ้นนี้ก่อน”

หล่อนเหลือบมองเควิน เขาพยักหน้าให้หล่อน หญิงสาวรับแฟ้มมาจากมือของเชสแล้วเปิดอ่าน เพียงกวาดสายตามองก็จำได้ทันที มันคือเอกสารเจ้าปัญหาที่ทำให้บริษัทถูกฟ้องจนเกือบถูกศาลสั่งล้มละลาย หากหล่อนไม่ไปค้นเจอหลักฐานสำคัญเสียก่อนป่านนี้เชสแคลเร้นซ์ได้กลายเป็นบุคคลล้มละลายไปแล้วแน่นอน

“ลองอ่านแล้วเขียนขึ้นมาใหม่ คุณทำงานฝ่ายกฎหมายคงรู้ว่าเอกสารพวกนี้ต้องทำด้วยความรอบคอบ”

เพียงฝันตอบรับแล้วเดินกลับไปโต๊ะทำงาน หล่อนรีบแก้เอกสารให้มันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น ไม่รู้ว่าคนที่ร่างเอกสารฉบับนี้ไม่รอบคอบหรือถูกจ้างมากันแน่ เพราะทันทีที่เอกสารถูกส่งออกไปบริษัทก็ได้รับจดหมายจากทนายความฝ่ายตรงข้ามในทันที

หญิงสาวกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง เชสง่วนกับการพิมพ์บางอย่างอยู่ เขาเหลือบมองแฟ้มที่หล่อนยื่นให้แต่เป็นเควินที่รีบรับแฟ้มไปเปิดอ่าน ก่อนที่เชสจะหันมามองหล่อนอีกครั้ง สายตาของเขาเรียบนิ่งตรงข้ามกับริมฝีปากที่กำลังคลี่ยิ้มนิดหน่อย

“ขอบคุณครับ ตอนนี้ผมจำเป็นต้องประชุมด่วน รบกวนเตรียมห้องประชุมให้ผมด้วยครับ การประชุมจะเริ่มในอีกสิบห้านาที ห้องที่สามด้านตะวันตก”

หล่อนไม่เคยจัดห้องสำหรับการประชุม แต่ตอนนี้ทำได้เพียงตอบรับเขา แล้วรีบกลับมาเปิดแฟ้มที่พิมพดาเอาไว้ให้หล่อน หล่อนจำได้ว่ามีหน้าไหนสักหน้าที่เขียนรูปแบบการจัดประชุมเอาไว้

เพียงฝันเสียเวลาอ่านแฟ้มไปเกือบห้านาที ของว่างในห้องครัวถูกเตรียมไว้เป็นชุดราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะต้องใช้มัน หล่อนหอบทุกอย่างเท่าที่จะหอบไหวไปไว้ในห้องประชุม หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเหลือเวลาอีกสามนาทีเท่านั้น ตามที่เขียนไว้จัดห้องเสร็จแล้วหล่อนควรเอาตัวเองออกจากห้องนี้แล้วนั่งรอคำสั่งที่โต๊ะทำงาน

การรอคอยราวหนึ่งชั่วโมงอาจจะเป็นเวลาที่นานสำหรับใครบางคน แต่มันเป็นเวลาที่น้อยนิดในการเรียนรู้งาน ไฟล์เอกสารของพิมพดาจัดไม่เป็นระเบียบยากต่อการค้นหาข้อมูล มีบางไฟล์หายไป บางทีมันอาจจะไม่มีตั้งแต่ทีแรกหรืออาจจะถูกตั้งชื่อประหลาดๆจนหล่อนหาไม่เจอเอง ใจจริงอยากรื้อทั้งหมดมานั่งทำใหม่ เฮ้อ แต่คงได้เพียงแค่ฝัน หญิงสาวหยิบกระดาษเอสี่มาวาดตารางแบ่งหมวดหมู่แล้วจดไฟล์งานที่คิดว่าหายไว้ในนั้น ดูๆแล้วมันหายไปเยอะพอสมควรเมื่อเทียบกับไฟล์เสียงที่ค้างในอีเมล์

เพียงฝันยังนั่งจัดการเอกสารที่ระเกะระกะให้เข้าที่ ดูท่าแล้วการประชุมคงยังไม่จบลงง่ายๆเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงเวลาเลิกงาน หล่อนคงต้องรอไปเรื่อยๆ การฆ่าเวลาด้วยการศึกษางานทำให้หล่อนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วขึ้น และเห็นข้อบกพร่องของพิมพดามากขึ้น

“บอสฝากบอกว่าให้คุณกลับก่อนได้เลยครับ”

เพียงฝันหันไปตอบเควินก่อนที่จะปิดโน้ตบุ๊กลงแล้วกลับที่พัก ถึงวันนี้จะได้พบกันและทำงานให้ตลอดช่วงบ่ายแต่หล่อนก็แทบไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเชสเลย ถึงจะบอกว่าไม่สนใจแต่ก็อดอยากรู้ข้อมูลไม่ได้

ก็เขาเป็นเจ้านายนี่!

###

ฝากเพจไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

4 ความคิดเห็น