เพียงฝันวันวาน

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    3 เม.ย. 61

ช่วงนี้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เพลียร่างมาก ทั้งขึ้นเวรทั้งอ่านหนังสือเกือบตายเลยค่ะ ลากสังขารป่วยๆไปเฝ้าคนไข้แถมยังต้องรื่นเริงเล็กน้อยให้คนไข้ได้ยิ้มทั้งๆที่เรานี่คือแทบตาย เห็นคนอื่นมีความสุขแล้วก็มีความสุขตามเนอะ

การทำงานแบบนี้ก็ทำให้ปูเป้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากคนป่วยนะคะ... คนป่วยที่ป่วยแค่กาย แต่ใจของเขาเข้มแข็งเหลือเกินค่ะ ส่วนหนึ่งพร้อมสู้เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อ อีกส่วนหนึ่งก็เข้มแข็งพอที่จะบอกลาเพื่อให้คนที่รักไม่ต้องลำบากกาย ลำบากใจ และลำบากทรัพย์ที่ต้องเสียเพื่อดูแล อาจจะฟังดูเศร้าแต่ถ้าได้อยู่ใกล้ชิดแบบปูเป้แล้วจะรู้ว่าเหตุผลของพวกเขาสวยงามมากเลยค่ะ

จิตใจของพวกเขาเข้มแข็งมากจนเรารู้สึกอายเวลาที่เราท้อ ทั้งนี้ทั้งนั้นช่วงนี้อาจจะมาช้านิดหน่อย เพราะเพลียมากจริงๆค่ะ

ใครอ่านแล้วแฮปปี้อย่าลืมมาเล่า แบ่งปันความสุขให้ปูเป้ฟังด้วยนะคะ จะอินบ็อก คอมเม้นใต้นิยาย หรือเข้าไปทักทายกันในเพจก็ได้ทั้งนั้นเลยค่ะ

-----------------

เรือนผมสีดำสนิทพลิ้วตามสายลม แสงสีส้มจากดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ เพียงฝันทอดสายตามองผืนหญ้านุ่ม ใบหญ้าเอนไหวลู่ลม ใบไม้สีน้ำตาลบิดเกลียวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ หญิงสาวถอดรองเท้าส้นสูงออก ปล่อยเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสผืนหญ้า แล้วนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าเจดีย์สีขาวสะอาด ดวงตาคมกลมโตจ้องรูปหญิงชราที่ติดหน้าเจดีย์

ยายคะ ฝันได้งานแล้วค่ะ สายตาของหล่อนยังคงจ้องรูปคนที่หล่อนเคยได้สัมผัสทั้งความรักและความอบอุ่น “ฝันได้ทำที่เดียวกันกับฮันนี่ เงินเดือนมากพออยู่ได้ค่ะยาย” หล่อนถอนหายใจออกมาสะกดกั้นทุกความรู้สึกเอาไว้ กระนั้นดวงตาของหญิงสาวก็เริ่มร้อนผ่าว “ฝันขอโทษนะคะ แต่ฝันอยากให้คนพวกนั้นได้ชดใช้กับสิ่งที่มันทำกับพวกเรา”

ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรัก ความผูกพัน และความหวังดียังคงสถิตอยู่ในหัวใจ รักที่บริสุทธิ์ยังคงตรึงในจิตใจ รักแท้ที่เต็มไปด้วยความเสียสละ สละได้แม้กระทั่งชีวิต “ฝันจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด แล้วฝันจะไปหานะคะ ฝันสัญญา”

เพียงฝันซบหน้าลงที่ฐานเจดีย์ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาระบายความเศร้าหมอง มันเป็นเรื่องโหดร้ายกับการตกอยู่กลางกองเพลิง หล่อนเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตออกมา แต่นั่นก็ต้องแลกกับการสูญเสียคุณตาไป แม้คุณยายจะไม่เคยโทษหล่อนแต่ในหัวใจก็ยังรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ตลอดเวลา

“คุณครับ” แรงเขย่าที่ขาปลุกให้หล่อนลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ท้องฟ้าทาสีดำสนิท มีเพียงแสงจากหลอดไฟสาดส่อง คราบน้ำตาและแสงอันน้อยนิดทำให้ภาพตรงหน้าเบลอ แต่กระนั้นก็สามารถมองเห็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของคนตรงหน้าได้ชัดเจน “นอนตรงนี้อันตรายนะครับ”

เขาส่งยิ้มกว้างให้หญิงสาว เพียงฝันมองดูรอบกาย ภาพสุดท้ายที่หล่อนจำได้คือหล่อนซบหน้าลงตรงเจดีย์แต่ไม่คิดว่าจะเผลอหลับ

“ตายจริง เผลอหลับไปได้ยังไงเนี่ย”

ชายหนุ่มหัวเราะลอดไรฟัน เขาหยัดตัวขึ้นยื่นมือมาตรงหน้าให้หล่อนได้ฉุดตัวเองขึ้น เขาเป็นผู้ชายดูดีพอๆกับเชส ใบหน้าของเขาหล่อเหลาแม้มองในที่ที่แสงแทบจะส่องไม่ถึง

เขาเหลือบมองเจดีย์ที่ตั้งตระหง่านเบื้องหลังหญิงสาว เพียงฝันเอี้ยวมองตามสายตาชายหนุ่ม “คุณคงมาเยี่ยมคุณยายเหมือนเคย”

หล่อนคลี่ยิ้มบางออกมาก่อนจะหันไปสบตาเขา “ค่ะ งั้นคุณคงมาเยี่ยมคุณย่าเหมือนทุกกครั้ง

ชายหนุ่มพยักหน้าเขาคลี่ยิ้มหวานออกมาให้หล่อน“ดีใจที่คุณจำผมได้”คาร์ลยังอบอุ่นอย่างเคย “เดินเล่นที่ตลาดสักหน่อยไหมครับ”

เขาเป็นผู้ชายที่ดูหล่อเหลาและอบอุ่นยิ่งในท่วงท่าสบายๆเช่นนี้ยิ่งมีเสน่ห์เกินกว่าที่หล่อนจะกล้าลืม

“ดีเลยค่ะ ฉันกำลังหิวพอดี”

เพียงฝันเดินตามเขาไปที่ตลาดระหว่างทางมีการสนทนากันเรื่อยๆ ผู้คนในตลาดเดินกันขวักไขว่ อาหารหลากชนิดส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย คาร์ลหยุดยืนที่หน้าร้านขายลูกชิ้น เขาเลือกลูกชิ้นห้าไม้ส่งให้แม่ค้า

ในความสว่างเห็นทุกอย่างชัดเจน เขาดูหล่อขึ้นกว่าการเจอกันครั้งก่อนหรือเพราะครั้งนั้นไม่มีเวลามากพอสำหรับการพิจารณาเหมือนครั้งนี้ ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาเข้ากับสีดวงตา รูปร่างสูงใหญ่และกำยำเหมือนกับนายแบบไม่ผิดเพี้ยน เขาดูดีมากแม้จะอยู่ในชุดลำลองที่เป็นเพียงเสื้อเชิ้ตทับด้วยแจ็กเก็ตสีน้ำตาล กับกางเกงยีนส์สีดำกระชับรอบเอวสอบและรองเท้าผ้าใบสีเข้ากับกางเกง

“คุณเพียงฝัน” เขาหรี่ตามองหล่อนก่อนจะพูดต่อ“ผมเรียกคุณถูกใช่ไหมครับ”

หล่อนหลุดขำเบาๆออกมาก่อนจะเงยขึ้นมองเขา ในตอนนี้นี่เองที่หล่อนรู้สึกได้อย่างจริงจังว่าส่วนสูงของหล่อนมันน้อยเกินไปจริงๆ ขนาดที่ว่าใส่ส้นสูงสี่นิ้วแล้วมายืนใกล้ๆคาร์ลหล่อนยังต้องเงยหน้าแหงนคอ

“ค่ะ”เขาจิ้มลูกชิ้นสองลูกส่งมาให้หล่อน เพียงฝันส่งยิ้มให้เขาก่อนจะรับมันมากิน

“ผมขอแลกไลน์กับคุณนะครับ ว่างตรงกันเมื่อไหร่จะได้มาเดินตลาดด้วยกันอีก” เขาพูดขึ้น

ถึงไม่อยากเข้าข้างตัวเอง แต่ในตอนนี้แววตาของเขามองหล่อนอย่างมีความหมาย เต็มไปความอบอุ่น และมีบางอย่างที่หล่อนยังไม่เข้าใจแฝงอยู่ในนั้น เพียงฝันคลี่ยิ้มบางก่อนจะตอบรับแล้วหยิบโทรศัพท์ของหล่อนมายื่นให้เขา

“คุณกลับยังไงครับ” คาร์ลพูดขณะซื้อขนมบางอย่างที่หล่อนไม่รู้จัก มันทำด้วยแป้งแผ่นบางๆห่อครีมหนานุ่มไว้ข้างในและมีไส้หลากหลาย

“รถประจำทางค่ะ”

“ผมขอไปส่งนะครับ” เขาพูดพร้อมยื่นถุงขนมมาให้หล่อนราวกับว่าหล่อนเป็นเด็กตัวเล็กๆ “ขนมนี้อร่อยมากๆ ผมว่าคุณควรลอง”

หล่อนตอบรับความหวังดีทุกอย่างพร้อมส่งคำขอบคุณกลับอย่างเร็ว คาร์ลเดินนำไปที่รถ ดูจากเนื้อผ้าที่เขาสวมใส่แทบไม่ต้องทายเลยว่ารถคันไหนเป็นของเขา และตามที่คาดเขานำหล่อนไปขึ้นรถแลมโบกินี่สีเงินวาววับ ไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่าชาตินี้หล่อนจะได้มีโอกาสนั่งรถหรูเพียงนี้

คาร์ลจอดรถตรงหน้าหอพักใหม่ หญิงสาวเอ่ยขอบคุณอีกครั้งก่อนลงจากรถ ห้องพักที่นี่ราคาสูงขึ้นมาอีกนิดแต่ใกล้ที่ทำงานมากกว่าและดูท่าทางปลอดภัยมากกว่าที่เดิมหลายเท่า ทางเข้าไม่เปลี่ยว มีรถผ่านตลอดเวลา ต้องขอบคุณชลิดาที่แนะนำที่พักดีๆให้ทามกลางเงื่อนไขที่มากมายของหล่อน

หญิงสาวแตะคีย์การ์ดปลดล็อกประตูทางเข้า และแตะคีย์การ์ดอีกครั้งที่ประตูห้อง ความปลอดภัยสูงขึ้นมาอีกนิดแต่ความน่าอยู่และความเป็นสัดส่วนของห้องนี่สิคือสิ่งที่หล่อนประทับใจที่สุด อย่างน้อยมันก็มีพื้นที่วางโต๊ะทำงาน แยกส่วนเป็นโซนนั่งเล่นและอ่านหนังสือ ถึงห้องน้ำจะอยู่ส่วนหน้าห้องแต่มันก็ดีตรงที่ว่าประตูห้องน้ำไม่ได้หันมาหาเตียงนอน

หญิงสาวโยนกระเป๋าไว้บนโซฟาแล้วพาตัวเองไปทิ้งลงบนเตียงนุ่มๆ เนื้อตัวของหล่อนยังปวดนิดหน่อย รอยช้ำบนหน้าถึงมันจะจางลงบ้างแต่ก็ยังชัดอยู่ดี

คนที่ชื่อเควินบอกกับหล่อนว่ายังตามตัวคนพวกนั้นไม่ได้ และไม่รู้จุดประสงค์ที่แน่ชัด บางทีมันอาจจะเป็นแค่โจรที่ดักปล้นอยู่แถวนั้นและบังเอิญว่าหล่อนซวยพอดีก็แค่นั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องให้คนเฝ้าหน้าห้องหล่อนตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาล แถมยังให้หล่อนได้รับการดูแลเป็นพิเศษอีก ถึงจะอ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัทแต่สวัสดิการขนาดนี้มีหวังบริษัทคงได้เจ๊งเข้าสักวันเป็นแน่

            ถึงอย่างไรตอนนี้หล่อนก็ปลอดภัยดี ต่อจากนี้คงต้องระมัดระวังตัวเองให้มาก ครั้งหน้าอาจจะไม่โชคดีเท่าครั้งนี้และถ้าเป็นแบบนั้นหล่อนก็คงเสียเงินจ้างนักสืบไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไม่ได้อะไรไปมากกว่าการรู้สถานที่เกิดของตัวเองจากสูติบัตร และข้อมูลธุรกิจของพ่อ

เปลือกตาหนักอึ้งถูกปิดลง หญิงสาวเข้าสู่ห้วงแห่งภวังค์ทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดทำงาน ผิดวิสัยปกติที่มักจะชำระร่างกายเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีที่กลับถึงห้อง คงเพราะร่างกายและจิตใจที่ล้าจนพลังงานจวนเจียนจะหมดจึงต้องการการพักผ่อน ก่อนจะตื่นขึ้นมาเผชิญกับโลกความจริงอีกครั้ง

###

ฝากเพจไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

4 ความคิดเห็น