อัจฉริยะฟ้าประทาน : Curse of jewel

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 คัดลอก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    24 ก.พ. 61

ไม่นานนักหลังจากคิงจากไปอีกรอบร่างของซีก็โผล่ขึ้นมาให้เห็นเนื่องจากมนตราหมดฤทธิ์


เกือบไปแล้ว ถ้าไม่ระวังตัวคงโดนจับไปแล้ว เจ้าบ้านั่นเล่นเอาระบมไปทั้งตัวเมื่อคืน ขืนอยู่ต่อไม่รู้จะโดนอะไรอีกรีบไปก่อนดีกว่า... ต้องหาทางมุ่งเข้าสู่อาณาจักรเอิร์ดซะก่อนที่นั่นน่าจะทำให้ข้ามีข้อมูลเกี่ยวกับโลกนี้มากขึ้น แต่พอเดินไปไม่นานซีก็นิ่งคิดถึงพลังแปลกประหลาดของคิง พลังสีแดงๆ นั่น มันคล้ายๆ กับพลังเวทย์สีขาวของเขามากเลยทีเดียว


ไม่ว่ามันจะเป็นพลังอะไรก็ตามกลับมีการทำลายล้างที่รุนแรงอย่างมากถึงกับล้มต้นไม้ต้นใหญ่ได้ในเสี้ยววินาที


ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ข้าเองก็น่าจะทำได้เหมือนกันนะ


แรกๆ ที่รวบรวมไอเวทย์มันกลับบุบสลายหายไปในพริบตาแต่ซีก็ไม่ย่อท้อ ภายหลังซีจึงต้องใช้สมาธิมากขึ้นในการรวมพลังเวทย์ในที่สุดเวลาก็ผ่านไปถึง 10 นาที ราวกับเจ้าตัวจับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง มันคล้ายเส้นด้ายบางๆ ถักทอขึ้นมาที่หมัดของซี


ซีรู้สึกว่าพลังนั่นเป็นพลังที่สงบนิ่ง


ซีที่ยืนนิ่งๆ พลางรวมรวบไอเวทย์มายังมือข้างขวาที่ถนัดอีกครั้ง จนสามารถมองเห็นไอสีขาวล้อมรอบมือได้อย่างชัดเจน


ซีตัดสินใจมองหาต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งหาได้ง่ายดายมาก เจ้าตัวพุ่งหมัดเข้าใส่ต้นไม้อย่างรวดเร็วและทันทีที่หมัดของซีกระทบกับต้นไม้มันกลับกลายเป็นรูรูปหมัดยุบลงไปเป็นรูขนาดเท่าแขน แตกต่างจากพลังของคิงที่เน้นทำลายโดยสิ้นเชิง     


 ทำได้แล้ว!’ เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับดีอกดีใจยกใหญ่ หากเปรียบเทียบคิงเหมือนรถสิบล้อพุ่งเข้าชนให้แหลกสะบั้น ส่วนของซีนั่นเหมือนสว่านที่เจาะได้ทุกอย่าง


หากบรรยายความรู้สึกมีเพียงความรู้สึกที่เหมือนกับเจาะกระดาษบางๆ เพียงแค่นี้ซีก็ฮึกเหิมขึ้นมาแล้ว ซีตัดสินใจวิ่งต่อมุ่งหน้าเข้าสู่อาณาจักรเอิร์ด


ใครจะรู้เพียงแค่มองเพียงครั้งเดียวซีถึงกับทำได้ขนาดนี้ หากเข้าของวิชามาเห็นคงอดตะลึงจนอ้าปากค้างเป็นแน่


แถมประเด็นที่สำคัญที่ซียังไม่รู้ก็คือโลกนี้มีแต่คนใช้พลังปราณกันทั้งนั่น แต่ชายหนุ่มกลับสามารถใช้พลังเวทย์ได้!


ระหว่างทางที่ซีวิ่งจึงตัดสินใจฝึกรวบรวมพลังเวทย์แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ใช้เวลาสร้างไม่ถึงห้าวินาทีแล้ว


ซีเดินเท้าไปตามทางหลักบรรยากาศของธรรมชาติทำให้จิตใจของซีผ่อนคลาย


ไม่นานนักกลับเจอฝูงหมาป่ามันเป็นหมาป่าสีน้ำตาลสูงเมตรกว่ามีลำตัวยาวกว่าสองเมตรครึ่ง กำลังดักอยู่ด้านหน้าถึงเจ็ดตัว พวกมันจ้องมองซีราวกับเจอเหยื่อแล้ว เสียงหอนดังขึ้นครั้งหนึ่งพวกมันขยายวงล้อมอย่างรวดเร็วทำให้ซีตกอยู่ใจกลางฝูงหมาป่า ทำให้ชายหนุ่มเริ่มตึงเครียดเพราะประสบการณ์ทางด้านการต่อสู้ของซีนั่นแทบจะไม่มีเลย ส่วนมากก็เปิดดูมวยไทยตามยูทูปเท่านั่น


สัตว์ป่าที่นี่ดูเหมือนจะตัวใหญ่กว่าโลกเดิมทุกตัวเลย แถมยังดุร้ายไม่กลัวคนอีก


ด้วยการฝึกเวทย์มนต์มาทำให้ซีตั้งสติได้ ชายหนุ่มใจเต้นระทึก อีกใจหนึ่งก็อยากลองวิชา เมื่อสถานการณ์บังคับ ซีจึงจำใจต้องต่อสู้ ฝูงหมาป่าหอนขึ้นมาพร้อมกัน พวกมันเดินวนรอบราวกับกำลังหาจังหวะปลิดชีพในครั้งเดียว


เมื่อสติมาซีมีสองทางเลือกหนึ่งคือใช้เวทย์มนต์หายตัวหนีไป อีกหนึ่งคือต่อสู้สังหารหมาป่าให้หมด


ขณะครุ่นคิดในเสี้ยววินาที ซีก็มองดูหนังของหมาป่าที่มันแวววาวน่าจะขายได้ราคา และสามารถนำไปเป็นต้นทุนได้


ซีจึงตัดสินใจรวบรวมพลังเวทย์ขึ้นเป็นถุงมือที่มีอำนาจทะลุทะลวง


จริงสิ ถ้าพลังของเราสามารถเจาะทะลวงได้ทุกอย่าง อย่างงั้นกับการตัดก็คงเหมือนกันความพิเศษของเวทย์มนต์ดีกว่าลมปราณอย่างหนึ่งก็คือมันไม่ตายตัว มันเป็นอิสระทำให้ขึ้นอยู่กับจิตนาการตามใจผู้ใช้


วินาทีถัดมาถุงมือพลันปรากฏใบมีดล้อมรอบมือของซี


ฝูงหมาป่ามองซีอย่างประเมินค่า ท่าทางของมันระมัดระวังตัวมากขึ้น


ซีเห็นพวกมันระวังตัวมากขึ้น ก็ตัดสินใจพุ่งตัวไปจัดการตัวหน้าสุดทันที มันเป็นตัวลูกฝูง หมาป่าตัวนั่นตัดสินใจกระโดดเข้าหาซี ชายหนุ่มหัวใจเต้นระทึกก่อนจะกัดฟันต่อยใส่หัวหมาป่าตัวนั่นเต็มๆ


ไร้ซึ่งเสียงร้องของหมาป่า หมาป่าตายลงทันทีที่สัมผัสกับถุงมือที่แหลมคม นอกจากนั้นพลังทำลายทำให้มือของซีทะลุหัวของหมาป่าได้ในครั้งเดียว


ชายหนุ่มกระชากมือกลับเศษเลือดเนื้อและสมองของหมาป่าไหลออกมาก่อนจะล้มตัวลงนอนแน่นิ่งไปตลอดกาล


เมื่อสังหารได้ซีจึงฮึกเหิมไร้ซึ่งความรู้สึกผิด ในเมื่อพวกมันต้องการชีวิตข้า ข้าจะใช้ชีวิตของพวกมันมาสังเวยให้หมด


ดี เข้ามา


หมาป่าอีกหกตัวไม่กล้าวู่วาม พวกมันต่างจ้องมองซีอย่างโกรธแค้นซีรับรู้ได้ถึงความมุ่งร้ายของอีกฝั่งได้อย่างชัดเจน พวกมันขู่คำรามเสียงของพวกมันดังไปไกลกว่าหนึ่งกิโลเมตร แต่ถึงแม้ซีจะสัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายแต่มันยังไม่รุนแรงเท่านกยักษ์ตัวแรกที่ซีพบเจอเมื่อวาน


มุมปากของซีมีรอยยิ้มเกิดขึ้น มันเป็นรอยยิ้มที่กระหายต่อสู้ ความมั่นใจทั้งหมดของซีกลับคืนมาหลังสังหารหมาป่าตัวแรกได้ง่ายดาย


หมาป่าคำรามส่งจิตสังหารออกมาให้ซีโดยตรงแต่มันเทียบไม่ได้เลยกับนกยักษ์เมื่อวานหรือจิตสังหารของคิง


หมาป่าพวกนี้มีความอันตรายก็ต่อเมื่ออยู่เป็นฝูงใหญ่ซีคิด


และนี่คงเป็นฝูงย่อยของมัน


ดูเหมือนหัวหน้าฝูงหมาป่าที่ตัวใหญ่กว่าสามเมตรจะออกมายืนประชันหน้ากับซี มันคำรามครั้งหนึ่งสั่งให้หมาป่าในฝูงทั้งห้าตัวตัดสินใจพุ่งเข้าหาซีพร้อมกัน ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง ดวงตาของซีหรี่ลงถุงมือสีขาวพลันทักทอขึ้นในมือซ้าย ดูเหมือนสถานการณ์ที่บีบบังคับทำให้ซีพัฒนาเวทย์มนต์ของตัวเองเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง


ซีตัดสินใจพุ่งสวนเข้ากับหมาป่าตัวที่อยู่ด้านหน้าอีกครั้ง หมาป่าเห็นซีพุ่งเข้าหาจ่าฝูงจึงเร่งความเร็วมายืนประชันหน้าซีเป็นเกราะให้จ่าฝูง ทำให้จังหวะที่พวกหมาป่าสร้างขึ้นสูญเสียไปเมื่อซีออกจากจุดศูนย์กลาง หมาป่าตัวที่อยู่ด้านหน้าจ่าฝูงก็โดนตัดคอลง ก่อนซีจะเบี่ยงตัวไปทางขวาและก้มลงเพื่อหลบคมเขี้ยวของหมาป่าตัวที่เหลือ


จังหวะที่ซีก้มหลบนั่นชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เปล่าประโยชน์มือขวาของซีปาดเป็นเสี้ยวพระจันทร์ตัดคอหมาป่าไปอีกหนึ่งเลือดของมันพุ่งกระฉูด ก่อนจะใช้มือซ้ายพลิกตัวแล้วตีลังกายืนขึ้น บัดนี้หลงเหลือหมาป่าไม่กี่ตัว ชายหนุ่มเปิดฉากโจมตีต่อในขณะที่เรี่ยวแรงเริ่มหมดลง ลูกฝูงตัวสุดท้ายก็ล้มลง เหลือเพียงตัวจ่าฝูงที่จ้องมองมาอย่างโกรธแค้น มันหันไปมองศพของพวกเดียวกันและหอนออกมาอย่างโศกเศร้า ดวงตาของมันมีแววตาที่โกรธแค้น


ซียืนหอบหายใจหลังฆ่าหมาป่าไปหกตัว แต่จ่าฝูงมันยังอยู่และดูท่ามันจะแข็งแกร่งที่สุดด้วย ดวงตาคมกริบของซีจดจ้องทุกการกระทำของจ่าฝูงเพราะรู้สึกว่ามันมีความอันตรายถ้าพลาดท่าโดนขึ้นมาอาจถึงขั้นตายได้


จะหนีดีไหม....ไม่ได้...ถ้าหนีก็เท่ากับว่าข้ายอมรับความพ่ายแพ้โดยไม่ต่อสู้ มาถึงขั้นนี้แล้วมีแต่ต้องฆ่ามันเท่านั่น หนังนั่นอาจทำให้ข้าพอมีเงินใช้ในโลกนี้


ดวงตาหนึ่งคนหนึ่งสัตว์จ้องกันอย่างเชือดเฉือน จ่าฝูงเร่งพลังขึ้นมาจนเกิดไอสีน้ำตาลขึ้นรอบตัว ดวงตาของซีหรี่ลงอย่างครุ่นคิด นี่คงเป็นพลังอีกรูปแบบหนึ่งสินะ


มันหอนขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนพุ่งเข้าหาซีระยะจากสิบเมตรหดเหลือเพียงหนึ่งเซ็นเพียงเสี้ยววินาที ซีเบิกตากว้างด้วยความตกใจอะดรีนาลีนพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ปฏิกิริยาของซีนั้นเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติ


โดยไม่รู้ตัวเลยว่าอัญมณีที่อยู่ที่อกกำลังส่องแสงอยู่เล็กน้อยไออุ่นจากอัญมณีหลอมรวมเข้ากับหมัดของซีทำให้เวทย์มนต์สีขาวทอประกายแสงเจิดจ้า ชายหนุ่มย่อตัวลงหลบคมเขี้ยวที่จ่าฝูงหวังขย้ำคอในครั้งเดียวก่อนจะปล่อยหมัดใส่ท้องจ่าฝูงสุดกำลังจนมันกลับกลายเป็นฝ่ายกระเด็นลอยขึ้นฟ้าไปถึงห้าเมตรก่อนจะตกลงมาร้องเสียงหลง คราบน้ำลายของมันกระเด็นออกมาอย่างหมดรูป


ซียืนตกใจอยู่ชั่วครู่ บ้าชิบ ...นี่ข้าเกือบตายอีกครั้งแล้วเหรอเนี้ย ถ้าเมื่อครู่พลาดละก็...ไม่อยากจะคิดเลย


เมื่อตั้งสติได้ดวงตาคมกริบของซีจ้องไปยังจ่าฝูงที่เกิดอาการกระตุกอยู่ที่พื้นดูเหมือนมันไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมายนัก ช่างเป็นพลังป้องกันที่สูงส่งจริงๆ ดูจากที่มันล้มลงดิ้นทุรนทุรายน่าจะมาจากอาการจุก


ต้องซ้ำมันจนกว่าจะตาย ขืนปล่อยให้มันตั้งหลักได้ไม่แน่ว่าข้าอาจจะตายแทนก็ได้


ซีลากสังขารเข้าไปหาจ่าฝูงก่อนจะคุกเข่าอย่างเหนื่อยล้า ชายหนุ่มกัดฟันรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดไว้ที่หมัดทั้งสองข้างแล้วต่อยซ้ายต่อยขวาเข้าที่ใบหน้าของจ่าฝูงอย่างโหดเหี้ยมไม่มีหยุด


ไอสีน้ำตาลของจ่าฝูงเริ่มเจือจางลงเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ซีออกหมัด พร้อมกับไอสีขาวที่ถุงมือเริ่มจะจางหายไป


จนในที่สุดจ่าฝูงก็ทนไม่ไหว วิญญาณหลุดออกจากร่าง มันถึงกับโดนซ้อมจนตายโดยที่หนังของมันยังสมบูรณ์ทุกส่วน


ซีนั่งพักเหนื่อยอยู่กับพื้นราวชั่วโมงหนึ่งเรี่ยวแรงจึงกลับมาบ้าง


หลังออกกำลังกายอย่างเสี่ยงตายในยามเช้าท้องจึงส่งเสียงร้องประท้วงออกมา


ข้าต้องหาอาหาร ...ไม่สิอาหารมันอยู่ตรงหน้าข้าอยู่แล้วนี่นากินพวกมันก่อนละกัน


มหกรรมแร่หนังจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวแรกใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมง ตัวที่สองเหลือห้าสิบนาที และตัวสุดท้ายใช้เวลาเพียงแค่ห้านาที


ดูเหมือนการเรียนรู้ของซีจะอยู่ในระดับที่รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง


ชายหนุ่มก่อกองไฟไม่นานักก็ได้กองไฟที่กำลังลุกไหม้ ซีนำไม้มาเสียบพร้อมกับปิ้งเนื้อหมาป่าตัวจ่าฝูง


เมื่อสุขแล้วจึงทานอย่างช้าๆ พออิ่มก็ลุกขึ้นมองท้องฟ้าอยู่ชั่วครู่ก่อนจะออกเดินทางสู่อาณาจักรเอิร์ด


หลังจากวิ่งมาเรื่อยๆ เพียงไม่นานนักระยะทางถูกร่นลงมาอย่างรวดเร็วจนพบกับทางหลักมันเป็นถนนโล่งๆ จากนั่นซีเดินเท้าเหลืออีก 2 วันถึงอาณาจักรเอิร์ด


เมื่อมาถึงชายหนุ่มมองภาพเบื้องหน้าอย่างแปลกตา เพราะมันเต็มไปด้วยผู้คนเดินเข้าเดินออกอย่างเป็นธรรมชาติมีทหารตรวจอย่างเข้มงวด


ร่างชุ่มไปด้วยเหงื่อของซีเดินไปต่อแถวเพื่อเข้าเมืองพร้อมกับหนังกระต่ายหนึ่งชิ้น กับหนังหมาป่าที่ล่ามาได้อีก เจ็ดชิ้น


ตอนนี้เบื้องหน้าซีคือประตูขนาดใหญ่มีคนต่อแถวกันมากมายเพื่อรอตรวจเข้าเมืองทำเอาซีรู้สึกกังวลเล็กน้อย


เจ้าเข้าเมืองไปเพื่ออะไรทหารแก่ถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักเมื่อมาถึงคิวของซีหลังจากต่อแถวอยู่ครึ่งชั่วโมง


ขายหนังสัตว์ และท่องเที่ยวครับซีพูดพลางหยิบหนังหมาป่าให้ดู โดยมีทหารมองดูอย่างสนใจ


นั่นหนังหมาป่านิ


ไหนๆ


โหผืนนี้สวยจัง ข้าอยากได้


                “โห ดูท่าเจ้าหนุ่มนี้มีตั้งหลายผืน ดูซิมันผูกเอาไว้ที่เอว


                “ข้าให้ 80 เหรียญทองแดง


                “ข้าให้ 1 เหรียญเงิน


                พวกเจ้ากดราคาเกิดไปแล้วอย่างน้อยก็ 20 เหรียญเงินต่อผืน น้องชายข้าเหมาหมดเจ้าจะขายไหมซีหันไปมองอย่างสนใจดูท่าเงินที่นี่คงมีสกุลเงินเหมือนในเกมอะไรบางอย่างที่เขาเคยเล่น


100 เหรียญทองแดงเท่ากับ 1 เหรียญเงิน


100 เหรียญเงินเท่ากับ 1 เหรียญทอง


ชายวัยกลางคนดูภูมิฐานแววตาพ่อค้ากำลังจ้องมาทางซีอย่างสนใจสินค้าในมือ


แล้วหนังกระต่ายนี่ท่านรับด้วยไหมซีเองก็อยากขายทีเดียวให้หมดไปจึงถามอย่างสนอกสนใจพลางชูหนังกระต่ายให้ดู


ไหน โอ่วหนังกระต่ายป่ามันว่องไวมากอิสตรีชื่นชอบมันแต่มันกลับดูไม่สมบูรณ์นักดูรอยแล้วเจ้าล่ามันด้วยดาบสินะ ....ข้ารับแค่ 50 เหรียญทองแดงสำหรับหนังกระต่ายป่าที่ไม่สมบูรณ์ ถ้าเจ้าตกลงเท่ากับทั้งหมดเป็นเงินทั้งสิ้น 1 เหรียญทอง 40 เหรียญเงินกับอีก 50 เหรียญทองแดง


ตกลง


ขณะที่ซีจะเข้าประตูเมืองที่สูงราวห้าเมตรเป็นกำแพงขวางกั้นไกลสุดลูกหูลูกตาทหารก็ได้ขวางทางอีกครั้งโดยใช้หอกขวางหน้าซี เล่นเอาซีถึงกับหน้าเหวอว่าทำอะไรผิด


"มีอะไรเหรอครับ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

146 ความคิดเห็น

  1. #4 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:42
    น่าสงสารหมาป่า ถูกต่อยจนตาย 55555555555
    #4
    0