เมียเก็บอสูรร้าย

ตอนที่ 7 : บทที่ 2: ได้เงินมาไหมพี่แป้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    27 มี.ค. 61


เมียเก็บอสูรร้าย 

วางจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 29 มีนา - 8 เมษา 

ที่บูธสนพ.ไลต์ออฟเลิฟ โซน C ชั้น 1 N49 นะคะ


ฟ้ามืดแล้ว ไฟกิ่งที่ให้แสงสีเหลืองส่องสว่างไปทั่วถนน เปี่ยมรักเดินจากป้ายรถเมล์เข้าไปในซอยที่การสัญจรไม่พลุกพล่านมากนัก แม่ค้าน้ำเต้าหู้ที่ตั้งรถเข็นริมทางส่งยิ้มให้เธออย่างคุ้นเคย

“วันนี้กลับค่ำอีกแล้วนะแป้ง”

“ปิดบัญชีค่ะ” หญิงสาวตอบกลับ

บ้านของครอบครัวเพิ่มกานต์เป็นตึกแถวหลังแรกที่ตั้งอยู่กลางซอย...หลังจากที่อนุธิดาเกิด กิจการเช่าวีดีโอของพ่อกับแม่ก็รุ่งเรืองขึ้นมาก จากเคยเช่าพื้นที่เปิดร้านพวกเขาก็อยากมีที่ทางของตัวเอง ซึ่งในยุคนั้นไม่ว่าร้านจะตั้งอยู่ตรงไหนลูกค้าก็ตามมาหา พวกเขาจึงตัดสินใจซื้อตึกแถวกลางซอยเพื่อใช้อยู่อาศัยด้วย

พวกเขาใช้เวลาแค่สิบปีเท่านั้นในการผ่อนบ้าน พ่อกับแม่มักพูดว่าอนุธิดาเป็นลูกที่สวรรค์ประทานให้พร้อมกับโชคลาภ ซึ่งแม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนผ่านจากวีดีโอเข้าสู่ยุคของซีดีและดีวีดี ผู้คนก็ยังชื่นชอบที่จะมาเช่าภาพยนตร์ไปเปิดดูเพื่อความบันเทิง

จนกระทั่งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงชีวิตผู้คนนั่นล่ะ ความนิยมในการเช่าภาพยนตร์ก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ กิจการของครอบครัวเพิ่มกานต์ขาดทุนสะสมทุกเดือน ร้านเช่ามากมายทยอยปิด ส่วนพ่อกับแม่ยืนยันว่าจะเปิดต่อไป พวกเขาทำกิจการนี้มานาน ยังคงฝันว่าวันที่รุ่งโรจน์อย่างในอดีตจะกลับมา พวกเขาหาเงินทุนมาประคองร้านเอาไว้ด้วยการเอาห้องแถวไปเข้าธนาคาร

ทว่าไม่มีใครฝืนความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ เมื่อไม่ยอมปรับตัวย่อมถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลัง ท้ายที่สุดพวกเขาก็จำใจต้องปิดร้านเพราะรับสภาวะขาดทุนไม่ไหว อนุวัตเสียใจมาก เขาไม่เคยทำงานอย่างอื่นเลย ร้านเช่าภาพยนตร์คือชีวิตทั้งหมด เขาเริ่มเก็บตัวและดื่มเหล้า ร่างกายของเขาทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วในปีสองปีมานี้

ส่วนน้ำทิพย์ลองทำงานหลายอย่าง เธอเคยรับสินค้าจากบริษัทขายตรงมาขายที่ร้าน เปิดร้านขายน้ำปั่น และล่าสุดคือร้านขายข้าวแกง...แต่ดูเหมือนความสำเร็จจะปล่อยมือจากครอบครัวเพิ่มกานต์ไปนานแล้ว

ประตูกระจกหน้าบ้านยังมีโปสเตอร์หนังแปะอยู่จนเต็ม พ่อไม่อนุญาตให้ใครแกะออก อนุธิดามักพูดติดตลกว่าคงต้องรอให้พวกมันเปื่อยยุ่ยจนหลุดเอง...เปี่ยมรักผลักประตูเข้าไปข้างใน เดินผ่านบรรดาโต๊ะไม้สำหรับให้ลูกค้าทานอาหารที่ยังดูใหม่เอี่ยม มุ่งหน้าสู่ประตูอีกบานซึ่งกั้นร้านค้าออกจากพื้นที่ส่วนตัว

เปี่ยมรักกู้เงินบริษัทมาให้น้ำทิพย์เปิดร้านขายข้าวแกงเมื่อสองปีก่อน เดือนแรกแม่กับพ่อก็ขยันกันดี หลังจากนั้นพวกเขาก็เปิดบ้างปิดบ้าง ขายอาหารเป็นงานหนักที่ต้องทำต่อเนื่องทุกวัน เป็นงานแบบที่พวกเขาไม่คุ้นชิน ยิ่งปีที่ผ่านมานี่เปิดเดือนละสองถึงสามครั้งตามแต่อารมณ์ ลูกค้าจึงมีแค่ขาจรที่บังเอิญผ่านมาวันนั้นพอดี

“เหนื่อยไม่พอ ขาดทุนทุกวันที่เปิดร้านอีก แบบนี้แป้งยังจะบอกให้แม่ขยันเปิดร้านอีกเหรอ”

“ถ้าแม่เปิดร้านทุกวันแม่จะมีลูกค้าประจำนะจ๊ะ แต่นี่เขาไม่รู้ว่าเปิดวันไหนบ้าง เขาหวังฝากท้องกับเราไม่ได้ วันที่เราเปิด เขาก็เลยไม่มา เราถึงขาดทุน”

“พ่อกับแม่อายุเยอะแล้วนะแป้ง เปิดทุกวันไม่ไหวหรอก เหนื่อย!

เปี่ยมรักเคยพูดกับน้ำทิพย์หลายครั้ง คำตอบที่ได้รับจะคล้ายกันทุกรอบ นานวันเข้าแม่ก็เริ่มโกรธและแสดงออกว่าหัวเสียแค่ไหน

“แป้งเลิกกดดันแม่สักทีได้ไหม! ทุกวันนี้แม่ก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว! ถ้าแป้งคิดว่าแม่กับพ่อเป็นปัญหาของแป้ง แป้งทิ้งแม่กับพ่อไปเลยก็ได้ แม่ไม่ได้คลอดแป้งมา แม่เข้าใจถ้าแป้งจะไม่รักแม่เหมือนแม่แท้ๆ!

“แป้งรักแม่” ตอนนั้นเปี่ยมรักกอดน้ำทิพย์ไว้แน่น “แป้งขอโทษถ้าแป้งทำให้แม่ไม่สบายใจ แม่อย่าพูดว่าแป้งไม่รักแม่เลยนะจ๊ะ”

“แม่เสียใจที่ทำให้แป้งต้องมาเป็นหนี้เพราะแม่ แม่ผิดเองที่รบกวนให้แป้งกู้เงินมา”

“ไม่เป็นไรจ้ะ แม่ไม่ผิดอะไรทั้งนั้น หนี้บริษัทดอกเบี้ยต่ำ ค่างวดเขาหักจากเงินเดือนอยู่แล้ว ยังไงแป้งก็จ่ายได้”

ชีวิตจำเป็นต้องใช้จ่าย เมื่อไม่มีงานทำ อนุวัตกับน้ำทิพย์ก็เริ่มหยิบยืมจากคนรู้จักทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ ขยายไปสู่การเล่นแชร์ จนกระทั่งคุ้นเคยที่จะกู้เงินนอกระบบ มันกลายเป็นนิสัยที่ฝังรากลึกในตัวของทั้งคู่ ซึ่งเมื่อถึงเวลาคืนพวกเขาจะไปกู้ที่ใหม่มาใช้ที่เก่า วนไปเรื่อยๆ จนหนี้สินอีรุงตุงนังกันไปหมด

เงินในบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดของเปี่ยมรักก็ถูกนำไปใช้หนี้เช่นกัน ทุกวันนี้เธอสามารถจ่ายได้แค่ยอดชำระขั้นต่ำของแต่ละเดือนเท่านั้น เธอทำบัญชีหนี้สินของครอบครัวเอาไว้ด้วย ยอดรวมทั้งหมดทำเอาเธอแทบจะกินอะไรไม่ลงอยู่หลายเดือน

ครอบครัวเพิ่มกานต์เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน จากที่เคยมีเงินใช้จ่ายไม่ขัดสนกลายเป็นว่ามีหนี้สินที่ไม่รู้จะไปหาเงินจากไหนมาใช้คืนได้หมด พ่อกับแม่ที่เคยทำงานทุกวันกลับหาเงินด้วยการหยิบยืมไปเรื่อยๆ เปี่ยมรักเกิดอาการหวาดกลัวที่จะใช้จ่าย ส่วนอนุธิดาแอบทำงานไซด์ไลน์เพราะยังอยากจะใช้ข้าวของดีๆ

หญิงสาวขึ้นบันไดไปชั้นบน บ้านเงียบจนเธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นระรัวในอก เปี่ยมรักเดินผ่านประตูห้องของพ่อและแม่ที่ชั้นสอง มุ่งหน้าขึ้นชั้นสามซึ่งมีห้องของเธอกับห้องของน้อง

“แชทไปก็ไม่ตอบ! โทรหาก็ปิดเครื่องอีก! พี่แป้งเขาอยู่ไหนแล้วนะแม่”

เสียงอนุธิดาลอดผ่านประตูที่เปิดแง้มไว้ เปี่ยมรักหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าและพึ่งรู้ว่าแบตหมด เธอเร่งฝีเท้าเข้าไปยังห้องของน้อง

“พี่มาแล้วจ้ะ”

อนุธิดาสวมเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นยืนเท้าเอวอยู่กลางห้อง ส่วนน้ำทิพย์นั่งบนสตูบุหนังเทียมสีน้ำตาลหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของทั้งคู่พุ่งตรงมายังเปี่ยมรัก

“ขอโทษนะแอน มือถือพี่แบตหมด”

“ได้เงินมาไหมพี่แป้ง”

เปี่ยมรักส่ายศีรษะช้าๆ “บริษัทไม่อนุมัติ เขาบอกว่าพี่กู้จนเต็มวงเงินไปแล้ว”

“พี่แป้ง!” อนุธิดาร้องกรี๊ดอย่างหัวเสีย เธอกระโจนขึ้นเตียงแล้วปาหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา อะไรก็ตามที่เธอคว้าได้ลงพื้น “แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้เสี่ยวิทูร! แอนไม่อยากไปนอนกับมัน ได้ยินไหมว่าแอนไม่อยากไปนอนกับมัน!

“เงียบๆ สิยายแอน!” น้ำทิพย์ปราม เธอรีบวิ่งข้ามห้องมาปิดปากลูกสาว “ถ้าพ่อแกกลับมาแล้วได้ยินมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”

“พ่อไปกินเหล้าแล้วเดี๋ยวก็เมากลับมาเหมือนเดิม เขาไม่รู้อะไรหรอกแม่” อนุธิดาโต้กลับ “พ่อโคตรจะไม่มีประโยชน์เลย!

“อย่าพูดถึงพ่อแบบนั้นสิแอน พ่อเลี้ยงเรามาจนโตนะ” เปี่ยมรักปรามน้อง เธอรู้ดีว่าพ่อผิดหวังกับตัวเอง เขาเคยประสบความสำเร็จ หาเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างดี แต่มาวันนี้ความล้มเหลวไม่เป็นท่าทำให้เขาเจ็บปวดจนต้องหันไปพึ่งเหล้า

“พี่แป้งก็ไม่ต้องมาพูดดี! ไหนบอกว่าจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยแอนไง!

เปี่ยมรักเบี่ยงตัวหลบตุ๊กตาที่น้องปาใส่ เธอก้มหน้าอย่างสำนึกผิด

“มีที่อื่นให้กู้อีกไหมแป้ง บัตรกดเงินสดไปทำเพิ่มได้ไหม แม่เห็นเขาโฆษณาในทีวีว่าอนุมัติง่าย เพื่อนฝูงมีกี่คนก็ขอยืมเขามา” ใบหน้าของน้ำทิพย์ดูเหนื่อยล้า

อนุธิดาบอกว่าเริ่มงานไซด์ไลน์เมื่อปีก่อน แต่ไม่มีใครนอกจากตัวเธอเองหรอกที่รู้ว่านั่นเป็นเรื่องจริงรึเปล่า มันถูกเก็บเป็นความลับจนกระทั่งห้าเดือนก่อนเสี่ยวิทูรก็เปิดเผยมันกับน้ำทิพย์

เปี่ยมรักเคยถามน้องว่าทำไมถึงทำแบบนั้น เธอยังจำคำตอบที่มาพร้อมกับการแค่นเสียงหยันได้

“จะนอนกับแฟนหรือผู้ชายคนไหนมันก็คือการนอนกับผู้ชายเหมือนกัน แอนก็เลยเลือกแบบที่นอนกับผู้ชายแล้วได้เงิน”

“งานพิเศษมีตั้งเยอะนะแอน ตอนที่พี่เป็นนักศึกษาพี่ก็ทำงานพาร์ตไทม์...”

“ทำงานพาร์ตไทม์แบบนั้นได้เงินไม่พอหรอกพี่แป้ง!” อนุธิดาพ่นลมหายใจราวกับเหนื่อยหน่ายเปี่ยมรักเสียเต็มประดา “บ้านเราไม่เหมือนเดิมแล้ว พ่อกับแม่ไม่มีเงินแล้ว แต่แอนต้องไปเรียน ต้องเข้าสังคมนะ เพื่อนแอนเป็นลูกคุณหนูกันทั้งนั้น จะให้แอนทำตัวจน ใช้แต่ของถูกๆ เหรอ แอนไม่เคยใช้ แอนไม่มีความสุข แล้วแอนก็อายด้วย”

ถ้ามีสิ่งที่ที่ไม่เปลี่ยนไปในครอบครัวเพิ่มกานต์ ก็คงจะเป็นนิสัยใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยของอนุธิดา แต่โทษเธอไม่ได้หรอก เธอเป็นลูกที่พ่อกับแม่รอคอยมานาน พวกเขาตามใจเธอ ให้แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ และเธอก็ได้ทุกอย่างที่เธอต้องการเสมอ

 

 

สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้ ดิฉันขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับน้องเทวดาแห่งปีค่า 55555555 อยากได้อะไรต้องได้ เข้าใจรึเปล่า ถ้าไม่เข้าใจก็ออกจากการเป็นพี่น้องกันไปเลยจ้า ==!

โปรดเอาใจช่วยแป้งด้วยนะคะสาวๆ คาดว่างานนี้แป้งน่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยน้องแน่นอน

เมียเก็บอสูรร้าย จะวางแผงในงานสัปดาห์หนังสือนี้ที่บูธ ไลต์ออฟเลิฟ นะคะ ^^ วันที่ 29 มีนา – 8 เมษา แต่วันแรกๆ หนังสืออาจจะยังไม่มานะคะ บูธอยู่ที่ โซน C ชั้น 1 N49 ค่ะ

 

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #10 Mikorinchi (@Mikorinchi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 21:02
    ทุกคนโยนปัญหามาให้แป้ง ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่อง แท้ๆ
    #10
    1